เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Kill the Dragons ตอนที่ 3 : เด็กพลังจิต (3)

Kill the Dragons ตอนที่ 3 : เด็กพลังจิต (3)

Kill the Dragons ตอนที่ 3 : เด็กพลังจิต (3)


“ย๊ากก!”

เด็กจีนพุ่งเข้าใส่ไซมอนเต็มแรง พลังจิตของไซมอนเองก็ยังไม่แข็งแกร่งพอจะใช้ในการต่อสู้ พวกเขาจึงสู้กันด้วยกำปั้นแทน

ยังไม่ทันจะเสียเลือดเสียเนื้อ ครูฝึกก็ถีบประตูเข้ามาดังปัง! มือข้างหนึ่งของเขาถือกระบอง อีกข้างจับหมวกไว้ไม่ให้ปลิวไปตามการเคลื่อนไหว “หยุดกัดกันได้แล้วไอ้พวกเด็กเวร ก้มลงเดี๋ยวนี้!”

ปั้ก! ปั้ก!

เสียงกระบองกระแทกดังสนั่นไปทั่วบริเวณ คนที่ตอบสนองช้ากว่าได้ลิ้มรสกระบองเข้าไปเต็ม ๆ มันทำจากวัสดุชนิดพิเศษที่ไม่ถึงกับทำให้กระดูกหัก แต่ก็แรงพอที่จะทำให้ช้ำเป็นจ้ำเป็นดวงได้

ครูฝึกจับเด็กทั้งสองแยกจากกันแล้วยืนคั่นระหว่างทั้งคู่

“มาวันแรกก็สู้กันแล้วหรอ” เขาตวาดเสียงลั่น “ไซมอน เดลล์ มีพลังแค่เป่าเทียนดับยังจะทำเป็นอวดเก่ง อย่าเหลิงให้มากนัก น้ำหน้าอย่างแกไม่มีอะไรให้อวดหรอกนอกจากความน่าอับอาย”

ไซมอนโดนครูฝึกหมายหัวแล้ว เขาโดนตีอีกครั้งแรงกว่าเดิม แม้จะไม่แสดงอาการ แต่ดวงตาของเขามีน้ำตาคลอเบ้า

เด็กทุกคนรู้ตัวได้ทันทีว่าศัตรูของพวกเขาไม่ใช่คนที่อยู่ข้าง ๆ แต่เป็นครูฝึกคนนั้นต่างหาก

ครูฝึกยังคงสาปส่งเด็ก ๆ ไม่หยุด ขณะเดียวกันก็รวบกระบองกลับมา

น่าตลกที่ความขัดแย้งระหว่างเด็ก ๆ เมื่อครู่จางหายไปแล้ว พวกเขากลับมาเหนียวแน่นอีกครั้งหลังจากที่มีศัตรูคนเดียวกัน

เสียงกระซิบกระซาบดังหึ่งไปทั่วแม้ว่าจะพวกเขาจะตั้งใจแอบคุยกันลับหลังอาจารย์

“อย่างที่คิดไว้ เด็กก็คือเด็ก”

ครูฝึกชำเลืองมองโดยรอบแล้วหัวเราะผ่านจมูก

ด้านหลังมีครูฝึกอีกจำนวนหนึ่งยืนดูสถานการณ์โดยรวม เขายิ้มพึงพอใจกับผลลัพธ์แต่ก็ต้องสะดุดเมื่อสังเกตเห็นอีฮัน เขารีบชี้ให้ครูที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ดู

“เด็กคนนั้นดูต่างจากคนอื่นเลยว่าไหม เขาสงบ ไม่ปริปากโวยวายเลยสักนิด ไม่แม้แต่จะกระซิบคุยกับเพื่อนด้วยซ้ำ”

ครูฝึกอีกคนตอบปัด “คิดมากน่า เด็กวัยนี้ไม่มองโลกซับซ้อนนักหรอก”

อีฮันสังเกตรายละเอียดจนเข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดี พวกครูฝึกจับตามองพวกเขามาตลอด รอเวลาที่เริ่มต่อสู้ถึงค่อยเข้ามา

มันเป็นการจัดสถานการณ์ให้ทุกคนรวมกันเป็นหนึ่ง

อีฮันค่อย ๆ กระเถิบไปร่วมวงสนทนากับเพื่อนอย่างแนบเนียน แม้ว่าจะมองสถานการณ์ออกแต่เขาไม่อยากแสดงตัวให้โดดเด่นจนเกินไป เขายังไม่คุ้นเคยกับที่นี่มากพอที่จะทำอะไรผลีผลาม

***

อีฮันและเด็กคนอื่นมีเวลาสามสัปดาห์ที่จะทำความคุ้นเคยกับอาร์ค หลังจากนั้นพวกเขาจะได้เข้าเรียนอย่างจริงจัง

แต่ละชั้นปีที่อาร์คออกแบบไว้ให้เรียนเป็นเวลาหนึ่งปี แต่ในความเป็นจริงถ้าเด็กคนไหนผ่านเกณฑ์ของชั้นปีต่อไปก็จะได้เลื่อนชั้นทันที มีเพียงไม่กี่คนที่ต้องอยู่เรียนจนครบทั้งปี

“อย่างน้อยก็ได้อยู่ด้วยกันอีกสามสัปดาห์” เด็กหลายคนคิดแบบนั้น

พวกเขาทำความรู้จักและเป็นเพื่อนกันอย่างรวดเร็ว ในตอนแรกมีการแบ่งแยกเชื้อชาติกันอยู่บ้าง แต่พวกเขาก็เป็นแค่เด็กที่การปลูกฝังเรื่องเชื้อชาติยังไม่มากพอจะกีดกันความเป็นเพื่อน เมื่อเห็นโอกาสพวกเขาก็ไม่รีรอที่จะสร้างความสัมพันธ์โดยไม่แยแสแค่เรื่องชนชาติ

แต่ละคนรวมตัวกันเป็นกลุ่ม แต่ก็ไม่ได้มองกลุ่มอื่นเป็นศัตรู เพราะต่างคนต่างรู้ดีว่ากำลังเดินอยู่บนถนนเส้นเดียวกัน

ช่วงเช้าเป็นเวลาเรียนรู้คำศัพท์และคำสั่งต่าง ๆ ของกองทัพ ส่วนช่วงบ่ายเป็นเวลาฝึกพลังจิต

“ไซมอน เดลล์ แกเคยอยู่ที่โรงเรียนฝึกไซเกอร์ประจำอังกฤษใช่มั้ย”

พลทหารไซเกอร์ที่เข้าร่วมสงครามครั้งแรกเอ่ยปากถาม ตอนนี้เขาเป็นครูฝึกคนหนึ่งของอาร์ค ป้ายชื่อบนอกสลักคำว่า เรด ที่แปลว่าสีแดง ใบหน้าของเขาก็เป็นสีแดงก่ำตลอดเวลาสมกับชื่อ

“ใช่ครับ” ไซมอนตอบด้วยความมั่นใจ เขาเป็นหนึ่งในเด็กไม่กี่คนที่มีประสบการณ์ฝึกมาก่อน นั่นเป็นสิ่งที่เขาภูมิใจที่สุด

มีบางประเทศก่อตั้งโรงเรียนฝึกไซเกอร์ประจำประเทศขึ้นมา แต่แน่นอนว่าการฝึกระดับสูงยังจำเป็นต้องมาเรียนรู้ที่อาร์ค

“ดี แล้วรู้พลังเฉพาะตัวหรือยังล่ะ”

“ยังเลยครับ”

ครูฝึกเรดปราดตามอง เด็กบางคนเอียงหัวด้วยความสงสัยว่าพลังเฉพาะตัวคืออะไร

“ไซมอน รับปากกานี่ด้วยพลังจิตเคลื่อนย้าย”

ครูฝึกเรดโยนปากกาขึ้นบนอากาศ

ดวงตาของไซมอนพลันประกายแสงสีฟ้าขึ้นมาทันใด เวลาที่ไซเกอร์ใช้พลังจะมีแสงเปล่งออกมาจากดวงตา เขาตั้งสมาธิและหยุดปากกาด้วยพลังจิต

วืด~!

ปากกาหยุดเคลื่อนไหวแล้วลอยเท้งเต้งอยู่กลางอากาศ

“ทำได้ดี ไซมอน”

ไซมอนยิ้มกริ่มเมื่อได้ยินคำชม

“แต่ถ้าฝึกมาเป็นปีแล้วยังทำได้แค่นี้ แกมันก็เป็นแค่ขยะดี ๆ นั่นแหละ”

ไซมอนหุบยิ้มทันที ความภาคภูมิใจถูกแทนที่ด้วยความโกรธและความอับอาย

ครูฝึกเรดไม่เคยเป็นมิตรกับนักเรียนคนไหน

“เป็นอะไรไซมอน โกรธหรอ หรืออยากร้องไห้?” ครูฝึกเย้ยหยันพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้แทบจะชนกับไซมอน “หรือถ้าอยากกลับบ้านไปนอนดูดนมแม่ต่อก็รีบบอกมา ฉันยินดีจะส่งแกกลับไปให้”

ไซมอนน้ำตารื้นขึ้นมาอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะเขารู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย เขาพยายามข่มความรู้สึกเอาไว้ไม่ให้ร้องไห้ออกมาต่อหน้าคนอื่น เพราะไม่อย่างนั้นคงได้กลายเป็นความอัปยศติดตัวตลอดการเรียนแน่

“ไม่จำเป็นครับ” ไซมอนตอบ กลั้นเสียงไม่ให้สั่นเครือ

ครูฝึกเรดเหล่มอง แล้วถีบเขากลับเข้าที่เดิม

จุดมุ่งหมายของอาร์คคือการสร้างกองทัพไซเกอร์ที่แข็งแกร่งเพื่อต่อกรกับมังกร พวกเขาจำเป็นต้องก้าวข้ามทุกความสิ้นหวังไปให้ได้ และการมีจิตใจที่แข็งแกร่งกับความอดทนเป็นสิ่งแรกที่ต้องมีในการล่ามังกร

“แบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยหรอ” เด็ก ๆ เริ่มกระซิบกระซาบกันอีกครั้ง “ไซมอนน่ารำคาญก็จริง แต่เขาทำกับมนุษย์แบบนั้นได้ยังไง”

แม้แต่คนไม่ที่ไม่ชอบไซมอนยังอดรู้สึกสงสารไม่ได้ ความเป็นเด็กปกป้องพวกเขาจากคำพูดโหดร้ายและการกระทำรุนแรงมาตลอด

‘แต่เราชินกับการโดนแบบนั้นไปแล้วแฮะ’

อีฮันต่างจากเพื่อน เขาเติบโตมาอย่างยากลำบากเมื่อเทียบกับคนอื่น ทั้งยังโดนทำร้ายเป็นประจำตอนที่ถูกจับได้ว่าขโมยอาหาร ถ้าวันไหนแค่โดนพูดจาแย่ ๆ ใส่นั่นถือว่าเป็นวันโชคดีของเขาเลย

“ส่วนพวกแกที่ยังเทียบชั้นไซมอนไม่ได้ก็เป็นยิ่งกว่าขยะโสโครกไร้ประโยชน์”

ครูฝึกเรดตะโกนกราดขึ้นมาอีกครั้ง

“คิดว่าฉันพูดเกินไปหรอ? เปล่าเลย นี่มันน้อยไปด้วยซ้ำ พวกแกเข้าใจสถานการณ์หรือเปล่า คิดว่าสงครามเป็นสนามเด็กเล่นหรือไง สถานการณ์ของเราแม่งโคตรจะเฮงซวย ฉันต้องเปลี่ยนขยะที่ใช้ไม่ได้แม้แต่พลังเคลื่อนย้ายโง่ ๆ อย่างพวกแกให้กลายเป็นทหารไซเกอร์ ทหารที่จะไปสู้กับมังกร เฮอะ ตลกสิ้นดี”

เด็กบางคนที่ทนแรงกดดันไม่ไหวเริ่มปล่อยโฮออกมา

“ตอนที่มังกรโผล่มาพวกแกจะยังร้องไห้หาแม่อยู่แบบนี้ไหม คิดว่าแม่แกจะบินมาเหมือนซูเปอร์แมนแล้วตบหน้ามังกรโง่นั่นไปเปลี่ยนผ้าอ้อมให้แกไปด้วยหรอ”

ครูฝึกเรดชายตามองพวกเขาด้วยสายตาเย็นชา

“ในสงครามมีแต่ความตาย ถ้าแกไม่สู้ มันก็จะกินแกเข้าไปทั้งเป็น ตามด้วยเพื่อนแก ต่อจากนั้นก็เป็นครอบครัวของพวกแก”

“สถานการณ์แม่งโคตรเฮงซวย” ครูฝึกเรดสบถอีกครั้ง “แต่พวกแกเป็นอนาคตของโลก เป็นความหวังของมนุษยชาติ ฉันไม่ได้เปรียบเปรยด้วย พวกแกเป็นความหวังสุดท้ายของโลกใบนี้แล้วจริง ๆ”

น้ำเสียงของเขาค่อย ๆ อ่อนลง

“ไซเกอร์โดยกำเนิดแบบพวกแกมีพลังมากกว่าคนได้รับพลังแบบฉันเป็นสิบเท่า ต่อให้มีเวลาฝึกแค่สั้น ๆ พวกแกก็ยังกลายเป็นคนแข็งแกร่งกว่าพลทหารที่รอดตายจากสงครามทั้งหมดนั่นได้”

แววตาของเด็ก ๆ สะท้อนวาบไปด้วยแสงแห่งความหวัง พวกเขามีใจฮึดสู้ขึ้นหลังจากฟังคำพูดที่พรั่งพรูจากปากของครูฝึก

คำว่า ‘ความหวัง’ ปลุกพลังของพวกเขาขึ้นมาจนปริ่มหัวใจ

“คมจนเกือบบาดแหนะ”

อีฮันก็เกือบจะอินไปกับคำของครูฝึกเช่นกัน แต่ดึงตัวเองกลับมาที่เป้าหมายได้ทัน

‘ฉันไม่สนใจสงครามอะไรนั่นหรอก สิ่งที่ต้องทำก็แค่สร้างผลงานดี ๆ ให้น้อง ๆ อยู่สบายเท่านั้นแหละ’



จบบทที่ Kill the Dragons ตอนที่ 3 : เด็กพลังจิต (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว