เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Kill the Dragons ตอนที่ 4 : เด็กพลังจิต (4)

Kill the Dragons ตอนที่ 4 : เด็กพลังจิต (4)

Kill the Dragons ตอนที่ 4 : เด็กพลังจิต (4)


“หลับตาลง นึกภาพพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ทั่วร่างกายแล้วรวมพลังงานพวกนั้นไว้ที่จุดใดจุดหนึ่ง จะเป็นที่หัวหรือหัวใจก็ได้ หรือถ้าถนัดจะรวมพลังไว้ที่ท้องเหมือนการฝึกกำลังภายในก็ทำไป จำไว้ว่าจุดสำคัญอยู่ที่การปั้นพลังให้เป็นรูปเป็นร่างในร่างกาย”

ครูฝึกเรดอธิบายวิธีการปลุกพลังให้เด็ก ๆ ฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้ว่าจะสอนมาหลายวิธีแล้วแต่เด็กส่วนใหญ่ก็ยังปลุกพลังขึ้นมาไม่สำเร็จ

อีฮันก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าพลังจิตจะมีประโยชน์ในชีวิต ไม่เคยอยู่ในความคิดเลยด้วยซ้ำจนกระทั่งเซนเซอร์ทำงาน

“เฮ้อ สิ้นหวังแท้” ครูฝึกเรดพึมพำกับตัวเองเสียงดังพอที่เด็ก ๆ จะได้ยิน

“อย่างที่รู้กันว่าพวกแกมีเวลาแค่สามสัปดาห์ ถ้าในสามสัปดาห์นี้ใครยังดึงพลังออกมาไม่ได้ก็เตรียมตัวกลับบ้านได้เลย”

เด็กทุกคนหยุดกึกพร้อมกัน พวกเขาเข้ามาที่นี่ด้วยเหตุผลบางประการ ไล่ถามแต่ละคนได้เลยว่าทำไมถึงยังกลับบ้านตอนนี้ไม่ได้

อีฮันหันกลับมาตั้งสมาธิใจจดใจจ่ออีกครั้ง ทั้งที่ทุ่มความสนใจทั้งหมดไปแล้วแต่ก็ยังไม่รู้สึกถึงพลังในร่างกายแม้แต่น้อย

วันแล้ววันเล่าผ่านไป การฝึกทุกวิธีผ่านมืออีฮันมาแล้วทั้งสิ้นแต่ก็ไม่บังเกิดผลแม้แต่วิธีเดียว เด็กคนอื่นเริ่มทยอยปลุกพลังสำเร็จกันทีละคน ๆ แม้แต่เพื่อนที่ใกล้ชิดอีฮันที่สุดอย่างคุโระก็ทำได้แล้วเช่นกัน

หวึ่ง–

ดวงตาของคุโระสะท้อนแสงสีฟ้า อากาศรอบตัวสั่นระริก

“สำเร็จ! ยะฮู้ว ฉันทำได้แล้วอีฮัน! ฉันทำได้แล้ว!” คุโระยิ้มร่าตะโกนบอกเสียงลั่น

อีฮันชำเลืองมองคุโระที่กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ

“ดีใจด้วย” เขาตอบห้วน ๆ

คุโระสะดุ้งรู้ตัวได้ทันที เขาก้มมองต่ำพูดเสียงแผ่ว

“ขอโทษที”

ยิ่งได้เห็นคุโระทำสำเร็จ อีฮันก็ยิ่งกังวลใจ หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปแล้วนับตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาที่อาร์ค

อีฮันทุ่มสุดตัวในการฝึกพลังจิตทั้งในชั่วโมงฝึกร่างกายและชั่วโมงเรียนทฤษฎี แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่รู้สึกถึงพลังเลยแม้แต่ปลายนิ้ว

‘หรือว่าเราจะไม่มีพรสวรรค์ด้านนี้นะ’ เขาแอบคิดในใจ

“อีฮัน”

เสียงตะโกนเรียกของคุโระดึงเขากลับมาอยู่กับตัวเองอีกครั้ง อีฮันหันไปตอบรับเสียงนิ่ง ท่าทางดูหงุดหงิดไม่น้อย “ว่าไง”

คุโระวิ่งเข้ามาใกล้ พยักเพยิดหน้าไปอีกทาง

“ทำไมนายไม่ลองถามไซมอนดูล่ะ หลายคนทำได้เพราะวิธีที่เขาเรียนมานะ”

อีฮันขมวดคิ้ว

ตั้งแต่ที่ไซมอนพูดจาไม่เข้าหูครั้งก่อน กลุ่มยุโรปกับเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือก็ไม่ลงรอยกัน พวกเขาไม่ได้ทะเลาะถึงขั้นลงไม้ลงมือกันก็จริง แต่สงครามเย็นก็ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องนับแต่นั้น

“ไม่เป็นไร ฉันยังมีเวลาอยู่” อีฮันตอบปัดอย่างไม่ใยดี

เขาไม่ได้มองไซมอนในทางที่ดีนัก เพราะทุกคำพูดของไซมอนมันช่างหยิ่งผยอง เหมือนกับคำพูดของคนที่คิดว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่น แค่นึกถึงอีฮันก็รู้สึกได้ถึงความขุ่นมัวที่แผ่ไปทั่วทั้งอก

อีฮันไม่ยอมแพ้ เขายังฝึกต่อไปจนถึงเวลาเข้านอน

***

ณ จุดพักผ่อนแห่งหนึ่งในอาร์ค ครูฝึกกำลังนั่งพูดคุยกันอย่างออกรส ในมือถือกาแฟกันคนละแก้ว

“เด็กใหม่เป็นยังไงบ้าง” ครูคนหนึ่งถามขึ้นพลางจิบกาแฟ ด้านหน้ามีเอกสารโฮโลแกรมเปิดอยู่

“เจ้าเด็กที่ชื่อไซมอน นิสัยเหมือนขยะแต่ผลงานไม่แย่เลยนะ”

“ได้ยินว่าเขาเป็นเด็กอัจฉริยะคนสุดท้ายของโรงฝึกที่อังกฤษนี่”

“ใช่เลย เด็กนั่นมีพลังตั้งระดับ A6 อนาคตสว่างไสวเชียวล่ะ” ครูฝึกพูดพลางมองข้อมูลบนจอโฮโลแกรม “พลังเคลื่อนย้ายก็ทำได้ดีทั้งที่เพิ่งเรียนไปได้ปีเดียว อายุแค่นี้มีโอกาสขึ้นไปถึง A1 ได้เลย”

ด้วยเหตุผลด้านทรัพยากรและงบประมาณทำให้มีเพียงเด็กหัวกะทิเท่านั้นที่จะได้เข้าร่วมกองทัพไซเกอร์อย่างเป็นทางการ

เครื่องมือของไซเกอร์ราคามหาศาล ไซโครเฟรมที่ช่วยขยายขอบเขตพลังของไซเกอร์มีจำนวนจำกัดจึงทำให้ราคาพุ่งอย่างกับจรวด

“เด็กเกาหลีนั่นล่ะ ที่ชื่ออีฮัน..ใช่ไหมนะ?”

“โฮ่ เด็กนั่นเรียนรู้เร็วที่สุดในทุกวิชาเลย ความสามารถในการเรียนรู้เหนือกว่าคนอื่น แถมยังพยายามกว่าคนอื่นมาก” ครูอีกคนตอบด้วยความกะตือรือร้น “น่าเสียดายที่ตอนนี้พลังยังไม่ตื่น แต่ถึงปลุกขึ้นมาได้ก็อยู่แค่ระดับ D คงใช้พลังได้จำกัดน่าดู”

ครูฝึกเรดนั่งฟังทุกประโยคในบทสนทนา เขาจุดไฟขึ้นที่ปลายนิ้วแล้วจุดบุหรี่ที่คาบอยู่ในปาก พลังเฉพาะตัวของเขาคือไฟ

“ยังมีเวลาเหลืออยู่น่า” เขาแย้ง ดูดบุหรี่เข้าเต็มปอดก่อนจะพ่นควันออกมาโขมงใหญ่ “พลังจิตไม่ได้มีแต่ที่ค่อย ๆ แข็งแกร่ง พวกที่เก่งขึ้นมาพรวดพราดก็มี”

ครูฝึกเรดแสดงความเห็นก่อนจะพิงตัวลงบนพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางผ่อนคลาย ทันใดนั้นก็มีใครบางคนเรียกเขา

“ครูฝึกครับ ที่นี่เป็นเขตปลอดบุหรี่”

***

“แฮ่ก แฮ่กก–”

ลมหายใจของคนนับสิบในสนามฝึกกำลังจะหมดลง

เด็กทุกคนถูกสั่งให้วิ่งทั้งตอนเช้าและเย็นทุกวันไม่มีพัก มันเป็นการฝึกที่นับว่าโหดเกินไปสำหรับเด็กที่ยังไม่โตเต็มวัยอย่างพวกเขา อย่าว่าแต่เด็กเลย แม้แต่ผู้ใหญ่ร่างกายแข็งแรงยังต้องร้องโอดครวญถ้าได้รับการฝึกนี้ แต่ครูฝึกกลับสั่งให้เด็ก ๆ ทำมันอย่างไร้เหตุผลและไร้ศีลธรรม

“อึก!”

ทันทีที่มีใครทรุดตัวลงกับพื้นหรือหยุดอาเจียน ครูฝึกจะวิ่งจี๋เข้ามาตะโกนคำพูดหยาบคายใส่จนเด็กเหล่านั้นต้องฝืนวิ่งต่ออย่างช่วยไม่ได้

ไม่มีเวลากำหนดว่าพวกเขาต้องวิ่งไปนานเท่าไร พวกเขาแค่ต้องวิ่งจนกว่าครูฝึกจะสั่งให้หยุดพัก

การฝึกนี้ไม่ใช่เพื่อเพิ่มสมรรถนะทางร่างกาย หากแต่เป็นบททดสอบความแข็งแกร่งของจิตใจ เป้าหมายของอาร์คคือการสร้างพลทหารไซเกอร์ที่พร้อมจะทำภารกิจให้สำเร็จ ไม่ว่าจะเจออุปสรรคหรืออยู่ในสถานการณ์เลวร้ายขนาดไหนก็ตาม

ครูฝึกจะให้พวกเขาวิ่งจนถึงขีดจำกัด แม้ว่าร่างกายจะรับไม่ไหวแต่จิตใจต้องแข็งแกร่งพอจะฝืนตัวลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง

“ฉัน– แฮ่ก– ฉันวิ่งต่อไม่ไหวแล้ว”

น้ำเสียงอ่อนแรงของคุโระแทรกผ่านมือที่ปิดปากเอาไว้ เขาพยายามสุดชีวิตที่จะไม่อ้วกออกมา จังหวะที่กลืนก้อนอาหารที่จ่ออยู่ที่คอลงไปได้เป็นจังหวะเดียวกับที่อีฮันดันหลังเขาให้วิ่งต่อ

“อย่าพูดว่ายอมแพ้ เมื่อไหร่ที่นายพูดมันทุกอย่างก็จะจบทันที” เขาพูดเสียงเข้ม “อดทนไว้คุโระ”

คุโระร่างกายอ่อนแอ เขาเป็นเด็กกำพร้าจากสงครามเหมือนอีฮันแต่เติบโตมาอย่างสะดวกสบายกว่ามาก เด็กทั้งสองเจอสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน แต่อีกมุมหนึ่งก็ต่างกันราวฟ้ากับเหว

“อึก–”

คุโระหน้ามืด ทรุดลงไปอยู่ที่พื้น

ครูฝึกปรี่เข้ามาหาคุโระทันที เขาตะโกนถ้อยคำหยาบคายและพ่นคำดูถูกเหยียดหยามออกมาจนฟังแทบไม่ทัน คำพูดเหล่านั้นรุนแรงจนคุโระต้องยอมฝืนดันตัวเองขึ้นมาจากพื้น

“ฉัน– ฉันไม่ไหวแล้วจริง ๆ”

ถ้าเขายอมแพ้ตอนนี้จะต้องถูกส่งกลับบ้านทันทีไม่มีข้อยกเว้น อาร์คเลือกเฉพาะเด็กที่โดดเด่นเข้าร่วมกองทัพไซเกอร์ พวกเขาจะไม่ยอมเสียเวลาเปลี่ยนเด็กธรรมดาให้กลายเป็นยอดมนุษย์

อีฮันไม่พูดอะไรแต่ดึงคุโระมาชิดตัว ยกแขนของเขาะขึ้นพาดไหล่แล้วเริ่มวิ่งต่อ

ครูฝึกชำเลืองมองทั้งคู่เงียบ ๆ บางครั้งทหารก็จำเป็นต้องฝากชีวิตไว้ที่เพื่อนร่วมศึกเช่นกัน พวกเขายืดหยุ่นให้ในกรณีที่เพื่อนช่วยเพื่อนแบบนี้

เด็กหลายคนเห็นอีฮันทำได้โดยไม่โดนต่อว่าก็เริ่มทยอยทำตามบ้าง คนที่แข็งแรงกว่ายื่นมือเข้าช่วยเพื่อนที่อ่อนแอกว่า

‘ในบรรดาเด็กใหม่ทั้งหมด เด็กนั่นจิตใจแข็งแกร่งที่สุด’

ครูฝึกจดบันทึกแล้วคิดในใจ



จบบทที่ Kill the Dragons ตอนที่ 4 : เด็กพลังจิต (4)

คัดลอกลิงก์แล้ว