เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 28 สองมหาอิทธิฤทธิ์ จ้าวมังกรมอบสมบัติ

ตอนที่ 28 สองมหาอิทธิฤทธิ์ จ้าวมังกรมอบสมบัติ

ตอนที่ 28 สองมหาอิทธิฤทธิ์ จ้าวมังกรมอบสมบัติ


ตอนที่ 28 สองมหาอิทธิฤทธิ์ จ้าวมังกรมอบสมบัติ

ห้าร้อยปีต่อมา หยางเซวียนค่อยๆ ลืมตาขึ้น มองไปยังทิศทางของทะเลบูรพา ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย

จุดแสงสีทองที่จ้าวกงหมิงซัดเข้าไปในหว่างคิ้วของหยางเซวียนนั้นไม่ได้มีเพียงแค่เคล็ดวิชาฝึกฝนของสองอิทธิฤทธิ์เท่านั้น ในจุดแสงนี้ยังมีประสบการณ์และความเข้าใจต่อสองอิทธิฤทธิ์นี้ของจ้าวกงหมิงที่สั่งสมมาหลายปี

นี่เทียบเท่ากับการสอบแบบเปิดหนังสือ เพียงแค่เวลาห้าร้อยปี หยางเซวียนก็สามารถเรียนรู้วิชาแสงทองทะยานปฐพีและย่อปฐพีนับนิ้วได้ด้วยพลังบำเพ็ญระดับเซียนเร้นลับ

ต้องรู้ว่าแสงทองทะยานปฐพีและย่อปฐพีนับนิ้วคือสองมหาอิทธิฤทธิ์ที่มีชื่อเสียงในแดนบรรพกาล แม้แต่อิทธิฤทธิ์เหาะเหินของสำนักใหญ่หลายแห่งก็ล้วนสร้างขึ้นบนพื้นฐานของสองอิทธิฤทธิ์นี้

หลังจากเรียนรู้สองอิทธิฤทธิ์นี้แล้ว แม้ว่าหยางเซวียนจะยังคงมีพลังบำเพ็ญเพียงเซียนเร้นลับสมบูรณ์ แต่หากพูดถึงความเร็วในการเหาะเหิน เมื่อเทียบกับเซียนทองคำบางคนก็ไม่ด้อยไปกว่าเลย!

ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการป้องกันตัว หรือความเร็วในการเดินทาง ล้วนได้รับการยกระดับอย่างมหาศาล

“ถ้าหากสามารถใช้สองอิทธิฤทธิ์นี้ สะสางบุญคุณจากการชี้แนะโดยไม่ได้ตั้งใจของข้าได้ก็คงจะดี...”

หยางเซวียนถอนหายใจครั้งหนึ่ง หากการเรียนรู้สองอิทธิฤทธิ์นี้สามารถสะสางบ่วงกรรมได้ เขาย่อมยินดีรับไว้อย่างมีความสุข แต่เขาเข้าใจจากท่าทีของจ้าวกงหมิง ว่าพี่ชายของเขาคนนี้คงจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ

“เฮ้อ! ทำไมยอดฝีมือที่ข้ารู้จักเหล่านี้ถึงได้กระตือรือร้นกันนักนะ ต้าอวี่ก็เป็นแบบนี้ จ้าวกงหมิงก็เป็นแบบนี้”

“หวังว่ามหาเทพจะไม่เป็นแบบนี้อีกนะ ข้าแค่อยากจะเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภอย่างเงียบๆ จริงๆ...”

หยางเซวียนทำหน้าเศร้าหมอง ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะรีบขึ้นสวรรค์ ไม่ลงมาเดินเตร่ในโลกมนุษย์อีกต่อไป

“คารวะท่านเซียนผู้สูงส่งหยางเซวียน”

เมื่อเห็นหยางเซวียนสิ้นสุดการบรรลุเต๋า จ้าวมังกรพาเจ้าแม่มังกรและบุตรมังกรมายังนอกศาลา คารวะต่อหยางเซวียนอย่างนอบน้อม

การคารวะครั้งนี้ พวกเขาทำจากใจจริง ไม่มีการเสแสร้งแม้แต่น้อย

หากไม่มีหยางเซวียน ไข่มังกรจะต้องสิ้นพลังชีวิตอย่างแน่นอน บุตรมังกรมีเพียงหนทางสู่ความตาย

หยางเซวียนเป็นผู้มอบชีวิตของบุตรมังกรนี้ เจ้าแม่มังกรสามารถรักษาสภาพจิตแห่งเต๋าไว้ได้ ก็ต้องขอบคุณหยางเซวียน บุญคุณเช่นนี้ พวกเขาจะไม่ซาบซึ้งใจได้อย่างไร

อีกทั้งบึงเมฆานิมิตอยู่ใกล้กับทะเลบูรพา จ้าวมังกรและเจ้าแม่มังกรก็เป็นถึงเซียนทองคำไท่อี่ จะไม่รู้จักจ้าวกงหมิงได้อย่างไร

ห้าร้อยปีก่อน หลังจากที่จ้าวมังกรและเจ้าแม่มังกรสงบสติอารมณ์อันตื่นเต้นลงแล้วก็นึกถึงตัวตนของหยางเซวียนขึ้นมา และยิ่งจดจำจ้าวกงหมิงได้

ตอนนั้นพวกเขาก็พาลูกมังกรมาที่ข้างศาลา เมื่อเห็นหยางเซวียนและจ้าวกงหมิงกำลังสนทนากันอย่างถูกคอ พวกเขาก็ไม่ได้ผลีผลามเข้าไป ตั้งใจจะรอให้หยางเซวียนทั้งสองคุยกันเสร็จแล้วค่อยมาขอบคุณ

เพียงแต่ฉากต่อมา พวกเขาก็เริ่มดูไม่เข้าใจแล้ว เริ่มจากหยางเซวียนพูดประโยคที่ดูเหมือนจะธรรมดาๆ ประโยคหนึ่ง กลับทำให้จ้าวกงหมิงบรรลุแจ้ง ทะลวงผ่านระดับเต๋า ปราณบนร่างกายยิ่งทรงพลังขึ้น

ต้องรู้ว่าหยางเซวียนเป็นเพียงเซียนเร้นลับ แต่จ้าวกงหมิงเป็นถึงเซียนทองคำต้าหลัว ทั้งสองมีความแตกต่างทางด้านความแข็งแกร่งที่ไม่อาจวัดได้ โดยปกติแล้วควรจะเป็นจ้าวกงหมิงที่ให้คำชี้แนะก็ทำให้หยางเซวียนได้รับประโยชน์มากมาย

ผลคือเมื่อเป็นหยางเซวียน เรื่องราวกลับตรงกันข้าม กลายเป็นหยางเซวียนที่ชี้แนะจ้าวกงหมิง หากไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเอง ต่อให้ตายพวกเขาก็ไม่เชื่อเรื่องนี้

เมื่อจ้าวกงหมิงออกจากสภาวะบรรลุแจ้งแล้ว เขาก็เชิญหยางเซวียนเข้าร่วมสำนักยุติอีกครั้ง

นี่คือสำนักของปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์เชียวนะ ไม่รู้ว่ามีสิ่งมีชีวิตมากมายขนาดไหนที่พยายามหัวชนฝาเพื่อจะเข้าไปในสำนักยุติ

ผลกลับกลายเป็นว่าหยางเซวียนปฏิเสธโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย ทำท่าทีราวกับว่า ‘ถ้าท่านพูดอีกข้าจะโกรธแล้ว’

เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ เซียนทองคำต้าหลัวอย่างจ้าวกงหมิงก็ได้แต่จำใจยอมประนีประนอม ทั้งยังต้องใช้ความพยายามอยู่พักหนึ่งจึงจะได้สาบานเป็นพี่น้องกับหยางเซวียน จ้าวกงหมิงยังยัดเยียดอิทธิฤทธิ์สองวิชาให้หยางเซวียนทิ้งท้ายอีกด้วย

นี่ตกลงใครเป็นเซียนทองคำต้าหลัวกันแน่ จะเหลือเชื่อขนาดนี้ไปเพื่ออะไร?! พูดตามตรง แม้ตอนนี้จะผ่านไปแล้วห้าร้อยปี เมื่อนึกถึงฉากนี้ จ้าวมังกรและเจ้าแม่มังกรก็ยังคงรู้สึกเหมือนไม่ใช่เรื่องจริง

ในโลกหล้าจะมีสิ่งมีชีวิตสักกี่ตนที่สามารถยึดมั่นในเจตจำนงเดิมของตนได้อย่างแท้จริง เรียกได้ว่าสมแล้วที่เป็นท่านเซียนผู้สูงส่งหยางเซวียน ไม่น่าแปลกใจที่สามารถได้รับการให้ความสำคัญจากต้าอวี่ และมีชื่อเสียงเช่นนี้ในเผ่ามนุษย์ คุณธรรมเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่สิ่งมีชีวิตทั่วไปจะเทียบได้!

ด้วยเหตุนี้เอง จ้าวมังกรและเจ้าแม่มังกรจึงเต็มเปี่ยมไปด้วยความเคารพต่อหยางเซวียน ในใจของพวกเขา ตำแหน่งของหยางเซวียนไม่ต่ำไปกว่าเซียนทองคำต้าหลัว!

“จ้าวมังกร เจ้าแม่มังกร ไม่ต้องมากพิธี”

หยางเซวียนสะบัดแขนเสื้อซัดสายลมบริสุทธิ์สายหนึ่งออกมา พยุงจ้าวมังกรและเจ้าแม่มังกรให้ลุกขึ้น

“ข้าติดหนี้บุณคุณสหายเต๋าเอ๋าชินอยู่หนึ่งเรื่อง เรื่องนี้ข้าแก้ไขได้พอดีจึงได้ลงมือทำไป ท่านทั้งสองไม่ต้องใส่ใจ”

หยางเซวียนเป็นคนมีเหตุผลเสมอมา ให้ความสำคัญกับบ่วงกรรมอย่างยิ่ง อย่างไรเสียเขาก็สามารถจัดการนักพรตชุดดำได้อย่างง่ายดายเพราะการมาถึงของเอ๋าชิน ทำให้ได้ธงกักวิญญาณและสมบัติทั้งหมดในชีวิตของนักพรตชุดดำมา

เขาจึงคิดจะใช้โอกาสนี้ตอบแทนบุญคุณ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ในอนาคตมีคนใช้บ่วงกรรมนี้มาวางแผนทำอะไรไม่ดีกับเขา

เพียงแต่เขาคิดเช่นนี้ก็ไม่ผิด ทว่าจ้าวมังกรและเจ้าแม่มังกรจะปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปเฉยๆ ได้อย่างไร

นี่คือบุญคุณช่วยชีวิตเชียวนะ โดยเฉพาะที่หยางเซวียนเป็นแขกผู้มีเกียรติของเผ่ามังกร เป็นคนที่ต้าอวี่ให้ความสำคัญ เป็นพี่น้องร่วมสาบานของจ้าวกงหมิง

เขาเป็นผู้ลงมือด้วยตนเอง ใช้อิทธิฤทธิ์ยิ่งใหญ่สื่อสารกับยมโลก ชักนำพลังแห่งวิถีแห่งปฐพี ช่วยเหลือบุตรมังกรด้วยตนเอง จ้าวมังกรและเจ้าแม่มังกรจะไม่แสดงความขอบคุณได้อย่างไร

“ท่านเซียนผู้สูงส่งอย่าได้พูดเช่นนั้น หากไม่มีท่านเซียนผู้สูงส่ง ลูกข้าจะต้องวิญญาณกลับสู่ยมโลกอย่างแน่นอน และจิตแห่งเต๋าของพวกเราสองสามีภรรยาก็จะเสียหาย”

“หากปล่อยผ่านบุญคุณเช่นนี้ไปเฉยๆ เราจะยังมีหน้าไปแสวงหามรรคาวิถีได้อย่างไร”

ในที่สุดหยางเซวียนก็ขัดจ้าวมังกรและภรรยาไม่ได้จริงๆ จึงได้แต่ตามพวกเขาไปยังคลังสมบัติของวังมังกร

สิ่งมีชีวิตในแดนบรรพกาลซื่อตรงกันขนาดนี้เลยหรือ หากไม่รีบถ่ายทอดอิทธิฤทธิ์ก็จะส่งมอบสมบัติจิตวิญญาณ...

“ท่านเซียนผู้สูงส่ง นี่คือคลังสมบัติของวังมังกรแห่งบึงเมฆานิมิต ของวิเศษที่พวกเรารวบรวมมาล้วนวางอยู่ที่นี่ ท่านเซียนผู้สูงส่งสามารถเลือกได้สามชิ้น!”

ภายในคลังสมบัติของวังมังกรมีชั้นวางที่ทำจากวัตถุวิญญาณพรแสวงหลายพันอัน บนนั้นวางวัตถุวิญญาณจำนวนมาก ส่องประกายให้ทั้งคลังสมบัติเป็นสีรุ้ง

ยังมีขวดหยกนับไม่ถ้วนวางอยู่บนชั้นวางในส่วนลึกของคลังสมบัติ โอสถเซียนต่างๆ บรรจุอยู่ในขวดหยก ส่งกลิ่นหอมแปลกประหลาดออกมาเป็นระลอก

ในส่วนที่ลึกที่สุดของคลังสมบัติยังมีสมบัติจิตวิญญาณพรแสวงและพรสวรรค์จำนวนมาก รัศมีเทพส่องประกายเจิดจ้า แผ่กลิ่นอายแห่งเต๋าลึกล้ำออกมา

เขาว่ากันว่าวังมังกรมีสมบัติมากมาย วันนี้ได้เห็นแล้ว สมคำร่ำลือยิ่งนัก เพียงแค่วังมังกรแห่งบึงเมฆานิมิตก็มีของสะสมถึงเพียงนี้ แล้ววังมังกรสี่สมุทรจะเป็นเช่นไร

หยางเซวียนค่อยๆ เดินเข้าไปในคลังสมบัติพลางทอดถอนใจ ครุ่นคิดว่าจะหยิบอะไรดี

แม้จ้าวมังกรจะให้เขาเลือกหยิบได้ตามใจสามชิ้น แต่เขาไม่ใช่คนไม่มีขอบเขต จะไม่เลือกแต่ของดีๆ ทั้งหมด

อย่างแรก โอสถเซียนถูกหยางเซวียนตัดออกไปทันที นอกจากจะเป็นยาที่ปรมาจารย์ด้านการหลอมยาเป็นผู้หลอมขึ้นมา โดยพื้นฐานแล้วล้วนมีผลข้างเคียงทำให้รากฐานไม่มั่นคง ที่ร้ายกว่านั้นคือการใช้ศักยภาพที่ซ่อนเร้นมาเพิ่มระดับพลังบำเพ็ญ

ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของหยางเซวียนเร็วพอแล้ว จะใช้ยาอีกทำไม

เมื่อเทียบกันแล้ว หยางเซวียนชอบรากวิญญาณมากกว่า อย่างน้อยผลข้างเคียงก็น้อยกว่ามาก หลังจากกินเข้าไปแล้วขัดเกลาเล็กน้อยก็จะทำให้รากฐานมั่นคงได้

หลังจากครุ่นคิดเล็กน้อย หยางเซวียนก็ตั้งเป้าไปที่สมบัติจิตวิญญาณและรากวิญญาณ หากมีสมบัติจิตวิญญาณพรสวรรค์ที่สามารถเร่งการหลอมรวมรากวิญญาณได้ก็คงจะดีที่สุด

หลังจากตัดสินใจในใจแล้ว หยางเซวียนก็เร่งฝีเท้าขึ้นเล็กน้อย มาถึงส่วนที่ลึกที่สุดของคลังสมบัติ ค้นหาสมบัติจิตวิญญาณที่ถูกตาต้องใจอย่างละเอียด...

จบบทที่ ตอนที่ 28 สองมหาอิทธิฤทธิ์ จ้าวมังกรมอบสมบัติ

คัดลอกลิงก์แล้ว