เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 27 นับเป็นพี่น้อง กงหมิงมอบเคล็ดวิชา!

ตอนที่ 27 นับเป็นพี่น้อง กงหมิงมอบเคล็ดวิชา!

ตอนที่ 27 นับเป็นพี่น้อง กงหมิงมอบเคล็ดวิชา!


ตอนที่ 27 นับเป็นพี่น้อง กงหมิงมอบเคล็ดวิชา!

วูบ!

ภายในศาลาพลันมีสายลมพัดผ่าน จ้าวกงหมิงตกอยู่ในสภาวะของการบรรลุแจ้ง

หยางเซวียน “???”

ห๊ะ แบบนี้ก็ได้หรือ

เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งเต๋าที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ บนร่างของจ้าวกงหมิง หยางเซวียนก็ถึงกับตาค้าง

ข้าก็แค่ยกตัวอย่างลอยๆ เพื่อปูทางสำหรับคำพูดต่อไปของตนเอง ท่านจะมาบรรลุแจ้งอะไรตอนนี้

คราวนี้ดีเลย หากระดับเต๋าของจ้าวกงหมิงก้าวหน้าเพราะเหตุนี้ เกรงว่าจะต้อง ‘ตอบแทน’ บุญคุณและสะสางบ่วงกรรมด้วยการมัดข้าไปที่เกาะเต่าทองแน่ๆ

‘อืม...’

‘ถ้ามองในอีกมุมหนึ่ง ตอนนี้เขาติดหนี้บุญคุณข้าอยู่หนึ่งเรื่อง ถ้าอย่างนั้นข้าปฏิเสธเขาไปตรงๆ ก็ดูเหมือนจะไม่ต้องกังวลว่าจะไปยั่วยุเซียนทองคำต้าหลัวคนหนึ่ง’

เมื่อคิดถึงตรงนี้ หยางเซวียนก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเล็กน้อย

ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ไม่มีทางไปสำนักยุติเด็ดขาด กระทั่งเซียนสำนักยุติอย่างจ้าวกงหมิง หากไม่จำเป็น เขาก็ไม่คิดจะไปข้องเกี่ยวด้วย

ไปสวรรค์ชั้นฟ้าแต่เนิ่นๆ เป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภอย่างสงบเสงี่ยมจะปลอดภัยกว่า สำนักยุติอันตรายเกินไป ข้าต้องหลบไปให้ไกลๆ...

แคร็ก!

ครู่ต่อมา หูของจ้าวกงหมิงราวกับได้ยินเสียงของบางอย่างแตกสลาย เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย

“พันธนาการหลายปี วันนี้ในที่สุดก็ทะลวงผ่านได้!”

เมื่อหลายสิบล้านปีก่อน เขาก็มีพลังบำเพ็ญระดับเซียนทองคำต้าหลัวกลางแล้ว บัดนี้เวลาล่วงเลยไปหลายล้านปี แต่ก็ยังไม่สามารถก้าวหน้าไปอีกขั้นได้

ไม่คิดว่าวันนี้ได้รับการชี้แนะจากหยางเซวียนเช่นนี้ ทำให้เขากลับใจได้ทันที

มรรคาแห่งปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์แม้จะดี แต่ก็ไม่แน่ว่าจะเหมาะสมกับตนเอง

จ้าวกงหมิงเกิดจากสายลมบริสุทธิ์สายแรกแห่งฟ้าดิน ในช่วงหลายปีมานี้ เขาไล่ตามมรรคาที่ทงเทียนถ่ายทอดมาโดยตลอด นานวันเข้าก็หลงทางอยู่ในมรรคาวิถีเหล่านี้ กลายเป็นความสับสนและเสียทิศทาง

กระทั่งวันนี้เมื่อได้ยินคำพูดของหยางเซวียน จึงนึกขึ้นได้ว่าตนเองคือสายลมบริสุทธิ์สายหนึ่ง เป็นสายลมที่อิสระเสรีและไร้พันธนาการที่สุดในโลกหล้า

ขุนเขาสูงไม่อาจขวางทางมันได้ มรรคาวิถีก็ไม่อาจกักขังมันไว้ได้!

ในขณะเดียวกันเขาก็เข้าใจในตอนนี้ ว่าการจัดการของทงเทียนในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็เพื่อให้เขารู้แจ้งด้วยตนเองไม่ใช่หรอกหรือ

หากไม่มีหยางเซวียน เกรงว่าเขาคงต้องเสียเวลาอยู่ในระดับเซียนทองคำต้าหลัวขั้นกลางไปอีกหลายล้านปี กระทั่งชั่วชีวิตก็ไม่อาจก้าวหน้าไปอีกขั้นได้

ตอนนี้เขาเข้าใจแก่นแท้ของสายลมแล้ว ระดับเต๋าทะลวงผ่านพันธนาการ การก้าวเข้าสู่เซียนทองคำต้าหลัวปลายเป็นเพียงเรื่องของการปิดด่านครั้งเดียว

บุญคุณเช่นนี้ เขาจะไม่ตอบแทนได้อย่างไร

ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องลักพาตัวเขาไปยังเกาะเต่าทองให้ได้ หากไม่ได้จริงๆ ข้าก็จะทุบให้สลบแล้วแบกไป!

เมื่อคิดถึงตรงนี้ สายตาของจ้าวกงหมิงก็สั่นไหว ชวนให้หยางเซวียนไม่สบายใจอย่างยิ่ง ราวกับเห็นดาวมรณะลอยอยู่เหนือศีรษะ

แย่แล้ว!

หยางเซวียนตกใจในใจ คาดเดาได้ว่าจ้าวกงหมิงกำลังคิดอะไรอยู่

ถึงอย่างไรข้าก็ไม่มีทางไปยังเกาะเต่าทอง ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าร่วมสำนักยุติ!

“สหายเต๋า ท่านควรจะรู้ว่าเส้นทางแห่งเต๋าของข้าอยู่ที่เผ่ามนุษย์อยู่ที่สวรรค์ชั้นฟ้า แม้สำนักยุติจะดี แต่ก็ไม่ใช่ที่ของข้า หากสหายเต๋ารู้สึกว่าคำพูดก่อนหน้านี้ของข้ามีประโยชน์ต่อท่าน หวังว่าสหายเต๋าจะไม่เอ่ยถึงเรื่องการเข้าร่วมสำนักยุติอีก!”

หยางเซวียนมีสีหน้าจริงจัง น้ำเสียงหนักแน่น แต่ก็กังวลว่าจ้าวกงหมิงจะยังไม่ยอมแพ้ หลังจากครุ่นคิดเล็กน้อยจึงตัดสินใจถอยหนึ่งก้าว

“อีกอย่าง หรือว่าสหายเต๋ารู้สึกว่าหากข้าเลือกที่จะขึ้นสวรรค์ไปรับตำแหน่ง ไม่ได้เข้าร่วมสำนักยุติ แล้วจะไม่มีคุณสมบัติคบค้าสมาคมกับสหายเต๋าหรือ”

“สหายเต๋าพูดเช่นนี้ได้อย่างไร ข้ายังไม่ได้พูดอะไรเลย!”

จ้าวกงหมิงรีบโบกมือ เขาต้องการให้หยางเซวียนเข้าร่วมสำนักยุติ นั่นก็เพราะพิจารณาว่าหยางเซวียนมีความเข้าใจที่น่าทึ่งและมีบารมีธรรมลึกซึ้ง หากได้รับการชี้แนะจากปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ เส้นทางแห่งเต๋าในอนาคตจะราบรื่นยิ่งขึ้น

หากมองจากมุมของเขา นี่เป็นความหวังดีอย่างแท้จริง

ในสายตาของเขา ขอเพียงหยางเซวียนเข้าร่วมสำนักยุติ ก็จะเข้าใจถึงประโยชน์ของการมีปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์คอยชี้แนะ ไม่ช้าก็เร็วจะเข้าใจเจตนาของเขาในวันนี้

ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาไม่เคยมีความคิดที่จะเป็นศัตรูกับหยางเซวียนเลย

ตอนนี้เมื่อเห็นท่าทีที่แน่วแน่ของหยางเซวียน จ้าวกงหมิงก็ถอนหายใจอย่างจนใจ เขารู้ว่าหากบังคับมัดหยางเซวียนไปยังเกาะเต่าทองจริงๆ เกรงว่าจะต้องเป็นศัตรูกันอย่างแน่นอน และในอนาคตคงยากที่จะไปมาหาสู่กันอีก

ในเมื่อหยางเซวียนต้องการขึ้นสวรรค์ไปรับตำแหน่ง เช่นนั้นก็รอให้เจ้าตัวขึ้นสวรรค์ไปก่อน แล้วข้าค่อยๆ หาโอกาสชวนเขาเข้าร่วมสำนักยุติแล้วกัน

ขอเพียงไม่มีสำนักรู้แจ้งและสำนักประจิมเข้ามาแทรกแซง ข้าไม่เชื่อว่าจะมีใครทนต่อสิ่งล่อใจของการเข้าร่วมสำนักยุติได้ ถ้าไม่ได้จริงๆ ข้ายังสามารถไปเชิญอาจารย์ผู้อาวุโสของข้าออกมาได้นี่นา!

เมื่อคิดถึงตรงนี้ จ้าวกงหมิงก็ล้มเลิกความคิดที่จะบังคับมัดหยางเซวียนไปยังเกาะเต่าทองชั่วคราว

“สหายเต๋าพูดอะไรเช่นนั้น ในเมื่อเจ้ามีเป้าหมายของตนเอง ไม่เต็มใจที่จะเข้าร่วมสำนักยุติ พี่ชายเช่นข้าจะบังคับได้อย่างไร”

จ้าวกงหมิงโอบไหล่หยางเซวียน แล้วพูดโดยไม่ให้เขาปฏิเสธ

“วันนี้ต้องขอบคุณสหายเต๋า ข้าถึงได้ทะลวงผ่าน นับจากนี้ไปเจ้ากับข้ามานับเป็นพี่น้องกันเถอะ ในอนาคตศัตรูของน้องชายก็คือศัตรูของพี่ชาย ในอนาคตหากเจอกับคนชั่วที่ไหนมารังแกก็แค่บอกชื่อพี่ชายไป พี่ชายก็พอจะมีชื่อเสียงในแดนบรรพกาลอยู่บ้าง ขอเพียงไม่ใช่บ่วงกรรมที่ใหญ่หลวงนัก คนชั่วเหล่านี้จะให้เกียรติพี่ชายอยู่บ้าง หากฝ่ายนั้นยังไม่ยอมแพ้ น้องชายก็มาหาพี่ชายได้เลย พี่ชายจะออกหน้าให้น้องชายอย่างแน่นอน ต่อให้แก้ปัญหาไม่ได้ พี่ชายยังมีน้องสาวอีกสามคนที่เกาะสามสวรรค์ ที่สำนักยุติยิ่งมีศิษย์พี่ศิษย์น้องอีกนับหมื่น!”

ตอนนี้หยางเซวียนหลบจ้าวกงหมิงยังแทบไม่ทัน ย่อมไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว ทว่าก็ขัดจ้าวกงหมิงไม่ไหวจริงๆ ที่ร้ายกว่านั้นคือจ้าวกงหมิงแทบจะพูดออกมาตรงๆ แล้ว ‘หากไม่นับเป็นพี่น้องกับพี่ชายก็คือการดูถูกพี่ชาย พี่ชายคงจะต้องพาน้องชายกลับไปที่เกาะเต่าทอง ให้อาจารย์ตัดสินความ’

หยางเซวียนจึงได้แต่เรียกคำว่าพี่ชายออกมาคำหนึ่งด้วยความจนใจ แต่ในใจของเขายิ่งแน่วแน่ในความคิดที่จะอยู่ให้ห่างจากจ้าวกงหมิง

รอให้ข้าขึ้นสวรรค์แล้ว จะพยายามเก็บตัวอยู่ในสวรรค์ชั้นฟ้าให้มากที่สุด ไม่ว่าจะมีธุระหรือไม่ก็จะไม่ลงไปยังโลกเบื้องล่าง และยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะไปทะเลบูรพา!

แน่นอนว่าหากเจอกับเรื่องที่แก้ไขไม่ได้จริงๆ ผู้สนับสนุนที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ก็สามารถใช้ประโยชน์ได้บ้างเล็กน้อย

อืม... จำกัดแค่จ้าวกงหมิงเท่านั้น ห้ามไปเกี่ยวข้องกับศิษย์สำนักยุติคนอื่นๆ อีกเด็ดขาด!`

เด็ดขาด!!!

จ้าวกงหมิงได้ยินหยางเซวียนเรียก ‘พี่ชาย’ คำหนึ่งก็ดีใจจนเนื้อเต้น แต่ทันใดนั้นก็รู้สึกผิดหวัง

“เฮ้อ ตอนนี้ระดับเต๋าของพี่ชายก้าวหน้า ต้องกลับไปปิดด่านเพื่อทะลวงระดับพลังบำเพ็ญ เกรงว่าจะอยู่กับน้องชายได้ไม่นาน”

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พี่ชายรีบกลับไปปิดด่านเถอะ อย่าได้ทำให้การบำเพ็ญเพียรล่าช้า!”

หยางเซวียนดีใจอย่างยิ่งในใจ รอท่านไปแล้ว ข้าก็จะไปซุกตัวอยู่ที่สวรรค์ชั้นฟ้า ภายภาคหน้าหากไม่มีอะไร เราสองพี่น้องก็อย่าได้เจอกันอีกเลย!

“ดี! รอให้พี่ชายทะลวงถึงเซียนทองคำต้าหลัวปลายก่อน คาดว่าตอนนั้นน้องชายคงจะบรรลุเป็นเซียนทองคำแล้ว ถึงตอนนั้นค่อยมาสนทนาธรรมกับน้องชายให้เป็นกิจจะลักษณะสักครั้ง!”

พูดจบจ้าวกงหมิงก็กลายเป็นสายลมบริสุทธิ์สายหนึ่ง หายไปในวังมังกร ทว่าในวินาทีต่อมา ร่างของเขาก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าหยางเซวียนอีกครั้ง

“ดูความจำของข้าสิ จะจากไปแบบนี้ได้อย่างไร”

จ้าวกงหมิงตบหัวตัวเอง ทันใดนั้นก็ดีดแสงสีทองจุดหนึ่งเข้าไปในหว่างคิ้วของหยางเซวียน

“น้องชาย เจ้าไม่มีอาจารย์ คิดว่าวิชาเหาะเหินคงไม่สูงส่งนัก หากเจอกับอันตราย เกรงว่าจะหนีรอดได้ยาก อิทธิฤทธิ์ทั้งสองวิชานี้คือแสงทองทะยานปฐพีและย่อปฐพีนับนิ้ว แม้จะไม่ใช่อิทธิฤทธิ์ของแดนวิสุทธิ์เบื้องสูงก็ถือเป็นอิทธิฤทธิ์เหาะเหินที่นับได้ในแดนบรรพกาล ถ้าน้องชายสามารถฝึกฝนสองวิชานี้จนเชี่ยวชาญได้ พี่ชายก็จะสามารถปิดด่านได้อย่างวางใจ”

พูดจบ จ้าวกงหมิงก็ซัดสายลมบริสุทธิ์สายหนึ่งออกมา คุ้มกันอยู่ข้างกายหยางเซวียน เหลือบมองจ้าวมังกรและคนอื่นๆ ที่อยู่ไม่ไกล ก่อนกลายเป็นสายลมบริสุทธิ์หายไปอีกครั้ง กลับไปยังเขาขอบเขตตระหง่านเพื่อปิดด่านบำเพ็ญเพียร

เดิมทีหยางเซวียนไม่ต้องการจะสร้างบ่วงกรรมกับจ้าวกงหมิงอีก แต่เรื่องนี้เกิดขึ้นกะทันหันเกินไป เขาไม่มีโอกาสปฏิเสธแม้แต่น้อย

ตอนนี้ในหัวของเขาปรากฏอิทธิฤทธิ์ลึกล้ำสองอย่างขึ้นมา ทำให้เขาดื่มด่ำไปกับมันในทันที...

จบบทที่ ตอนที่ 27 นับเป็นพี่น้อง กงหมิงมอบเคล็ดวิชา!

คัดลอกลิงก์แล้ว