- หน้าแรก
- กระถางสมบัติบันดาลวาสนา
- ตอนที่ 29 น้ำเต้าสุราวิญญาณ ตั้งชื่อ ‘โยวเหลียน’
ตอนที่ 29 น้ำเต้าสุราวิญญาณ ตั้งชื่อ ‘โยวเหลียน’
ตอนที่ 29 น้ำเต้าสุราวิญญาณ ตั้งชื่อ ‘โยวเหลียน’
ตอนที่ 29 น้ำเต้าสุราวิญญาณ ตั้งชื่อ ‘โยวเหลียน’
“เอ๊ะ”
หยางเซวียนเพิ่งจะมาถึงส่วนที่ลึกที่สุดของคลังสมบัติก็พลันรู้สึกในใจ ปราณบารมีบริสุทธิ์บนร่างกายปรากฏขึ้น ชี้ไปยังชั้นวางไม้ทางด้านซ้าย
บนชั้นวางไม้นี้มีสมบัติจิตวิญญาณพรสวรรค์วางอยู่สามชิ้น ในนั้นมีชิ้นหนึ่งที่เป็นถึงสมบัติจิตวิญญาณพรสวรรค์ชั้นกลาง แต่สายตาของหยางเซวียนเพียงแค่กวาดผ่านสมบัติจิตวิญญาณพรสวรรค์ชั้นกลางชิ้นนี้ไป สุดท้ายก็ไปหยุดอยู่ที่น้ำเต้าสีครามที่ไม่ค่อยสะดุดตาลูกหนึ่งข้างๆ
น้ำเต้าลูกนี้มีชื่อว่าน้ำเต้าสุราวิญญาณ เป็นสมบัติจิตวิญญาณพรสวรรค์ชั้นล่างที่มีผนึกเพียงแปดชั้น ไม่มีความสามารถในการโจมตีและป้องกันที่แข็งแกร่งนัก ห่างไกลจากการเทียบกับสมบัติจิตวิญญาณพรสวรรค์ชั้นกลาง
หยางเซวียนถือมันไว้ในมือ ตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่าจึงมั่นใจว่าสมบัติจิตวิญญาณที่ปราณบารมีบริสุทธิ์สัมผัสได้คือน้ำเต้าสุราวิญญาณลูกนี้จริงๆ
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ไม่มีเหตุผลที่จะปล่อยไป!
แม้ว่าในด้านการโจมตีและการป้องกัน น้ำเต้าสุราวิญญาณจะเทียบไม่ได้กับสมบัติจิตวิญญาณพรสวรรค์ชั้นกลางชิ้นนั้น และไม่ได้ให้ความช่วยเหลือในการต่อสู้มากนัก
แต่ในฐานะสมบัติจิตวิญญาณพรสวรรค์ น้ำเต้าสุราวิญญาณก็มีมรรคาวิถีหนึ่งสายบรรจุอยู่เช่นกัน สามารถช่วยให้ผู้คนบรรลุเต๋าได้
มรรคาวิถีที่บรรจุในน้ำเต้าสุราวิญญาณอยู่นี้คือมรรคาแห่งการหลอมรวมที่มักปรากฏในนิยายยุคหลัง หากสามารถควบคุมมรรคาแห่งการหลอมรวมได้บางส่วน จะช่วยเพิ่มพลังต่อสู้ได้หรือไม่ยังไม่ต้องพูดถึง แต่อย่างน้อยสามารถให้การเสริมพลังในด้านการฝึกฝนพลังเวทได้ไม่น้อย
นอกจากนี้น้ำเต้าสุราวิญญาณเองก็เป็นสมบัติจิตวิญญาณชนิดหนึ่งที่หยางเซวียนค่อนข้างต้องการ
น้ำเต้าสุราวิญญาณมีมรรคาแห่งการหลอมรวมอยู่ภายใน ดังนั้นความสามารถของมันย่อมเกี่ยวข้องกับสิ่งนี้
ผลของน้ำเต้าสุราวิญญาณมีเพียงอย่างเดียว นั่นคือสามารถหลอมรวมทุกสิ่งทุกอย่างภายในน้ำเต้าให้กลายเป็นสุราวิญญาณที่บริสุทธิ์ได้
น้ำเต้าสุราวิญญาณยังมีพื้นที่เล็กๆ หลายร้อยแห่ง สามารถนำรากวิญญาณและผลวิญญาณนานาชนิดใส่เข้าไปในพื้นที่ที่แตกต่างกันเพื่อหลอมสุราวิญญาณที่แตกต่างกันได้
ทั้งยังสามารถนำรากวิญญาณและผลวิญญาณที่ให้ผลแตกต่างกันใส่เข้าไปในพื้นที่เดียวกัน เพื่อหลอมเป็นสุราวิญญาณผสมที่พิเศษยิ่งขึ้นได้
“เอาอันนี้แหละ!”
ในเมื่อเลือกน้ำเต้าสุราวิญญาณแล้ว ของดีอีกสองชิ้นก็ไม่มีอะไรต้องลังเล
หลังจากที่หยางเซวียนเลือกอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายก็หยิบรากวิญญาณพรสวรรค์ชั้นล่างที่ปราณวิญญาณเข้มข้นมาสองต้น
“ท่านจ้าวมังกร ข้าเลือกเสร็จแล้ว”
“ท่านเซียนผู้สูงส่ง ในคลังสมบัติของข้านี้ยังมีสมบัติจิตวิญญาณพรสวรรค์อีกไม่น้อย ท่านเซียนผู้สูงส่งอย่าได้เกรงใจข้าเลย!”
จ้าวมังกรขมวดคิ้วแน่น ลากหยางเซวียนไปยังส่วนที่ลึกที่สุดของคลังสมบัติโดยไม่ให้เขาปฏิเสธ ชี้ไปยังสมบัติจิตวิญญาณบนชั้นวางแล้วแนะนำ
“ของสิ่งนี้มีชื่อว่าทวนหยินเร้นลับ เป็นสมบัติจิตวิญญาณพรสวรรค์ที่ล้ำค่าที่สุดในคลังสมบัติ มีผนึกพรสวรรค์สิบแปดชั้น”
หลังจากนั้นก็ชี้ไปยังสมบัติจิตวิญญาณบนชั้นวางอีกอันแล้วเอ่ย
“สองชิ้นนี้ก็เป็นสมบัติจิตวิญญาณล้ำค่าในคลังเช่นกัน ล้วนเป็นสมบัติจิตวิญญาณพรสวรรค์ชั้นล่างที่มีผนึกสิบสองชั้น ชิ้นหนึ่งสำหรับป้องกัน ชิ้นหนึ่งสำหรับหลบหนี ท่านเซียนผู้สูงส่งสามารถนำสมบัติจิตวิญญาณทั้งสามชิ้นนี้ไปได้เลย พวกมันได้ติดตามท่านเซียนผู้สูงส่งนับเป็นวาสนาของพวกมัน ดีกว่าการนอนกินฝุ่นอยู่ในคลังสมบัตินี้ตั้งเยอะ ท่านเซียนผู้สูงส่งอย่าได้เกรงใจเป็นอันขาด!”
หยางเซวียน “...”
ไม่ใช่สิ ท่านจะมายัดเยียดให้ข้าทำไมกัน นี่คือสมบัติจิตวิญญาณพรสวรรค์นะ ท่านใช้มันเพื่อมอบรางวัลให้แก่เผ่ามังกรแห่งบึงเมฆานิมิตไม่ดีกว่าหรือ ทำไมต้องมามอบให้คนนอกอย่างข้าด้วย...
หยางเซวียนให้ความสำคัญกับบ่วงกรรมเสมอมา ไม่ใช่คนโลภมากไม่รู้จักพอ เมื่อเจอของดี เขาย่อมอยากได้เช่นกัน แต่คงไม่ยัดของดีทุกอย่างใส่กระเป๋าตัวเอง จะดูตามสถานการณ์ก่อน
อย่างที่เขาได้พบกับรากวิญญาณไม่น้อยหลังจากที่แปลงร่างแล้ว เมื่อพิจารณาว่าตนเองไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และไม่มีเงื่อนไขที่จะย้ายปลูกรากวิญญาณ จึงเลือกที่จะเก็บผลวิญญาณไปบางส่วน หรือไม่ก็ทิ้งลำต้นไว้ ไม่ได้กระทำการถอนรากถอนโคน ตัดหนทางรอด และสูบน้ำออกจากบ่อเพื่อจับปลา
แน่นอนว่าตอนที่หยางเซวียนจากไป เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้รากวิญญาณเหล่านี้ถูกรบกวนจากสิ่งมีชีวิตอื่น เขามักจะวางค่ายกลซ่อนตัวไว้รอบๆ
ค่ายกลนี้มีชื่อว่าค่ายกลบดบังฟ้า เป็นสิ่งที่หยางเซวียนสร้างขึ้นตามลายเต๋าพรสวรรค์ของลูกปัดกลสวรรค์ มีความสามารถในการปิดกั้นความลับสวรรค์และซ่อนเร้นรูปร่าง แม้แต่เซียนทองคำก็ยังยากที่จะค้นพบ
ส่วนรากวิญญาณเองก็มีคุณสมบัติของวิเศษที่ซ่อนตัวเอง หากไม่ใช่ผู้ที่มีวาสนาลึกซึ้ง ต่อให้เดินผ่านข้างๆ ก็อาจมองไม่เห็น บวกกับค่ายกลที่หยางเซวียนวางไว้อย่าง ‘ใส่ใจ’ ต่อให้เป็นเซียนทองคำไท่อี่ก็ยังไม่สามารถค้นพบรากวิญญาณเหล่านี้ได้
ครั้งนี้ก็เช่นกัน หยางเซวียนย่อมมองเห็นสมบัติจิตวิญญาณทั้งสามชิ้นที่จ้าวมังกรแนะนำเช่นกัน แต่เขาก็เข้าใจว่านี่คือรากฐานของวังมังกรแห่งบึงเมฆานิมิต เป็นของดีที่จ้าวมังกรเก็บไว้ให้บุตรมังกร หรือใช้เพื่อมอบรางวัลให้แก่เผ่ามังกร
หากเขาเอาของดีเหล่านี้ไปทั้งหมด นั่นไม่เท่ากับเป็นการแย่งชิงวาสนาของคนอื่นโดยเปล่าประโยชน์ สร้างบ่วงกรรม และทำให้คนอื่นเกลียดชังหรอกหรือ และก็ไม่แน่ว่าจะเป็นเรื่องดีอะไร
น่าเสียดายที่เห็นได้ชัดว่าความไม่เต็มใจของเขาไม่มีประโยชน์อะไร จ้าวมังกรตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ทำท่าทีราวกับว่า ‘หากเจ้าไม่รับ ข้าก็จะไม่ให้เจ้าไป!’
นี่ทำให้หยางเซวียนถึงกับไปไม่เป็น ทำไมพวกท่านสองคนถึงได้กระตือรือร้นกันขนาดนี้
ชักจะไม่เข้าใจแดนบรรพกาลนี้แล้ว ซื่อตรง ช่างซื่อตรงจริงๆ!
ยังคงเป็นคนอย่างต้าเฮยและเอ้อร์หงที่รับมือง่าย ตบทีเดียวให้ตายก็สิ้นเรื่อง...
ในที่สุดหลังจากยื้อยุดกันอยู่พักหนึ่ง หยางเซวียนต้องรับทวนหยินเร้นลับและน้ำเต้าสุราวิญญาณ สมบัติจิตวิญญาณสองอย่างนี้ไป พร้อมกับรากวิญญาณพรสวรรค์อีกสามต้น และผลวิญญาณอีกสิบกว่าผล จ้าวมังกรจึงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ปล่อยให้หยางเซวียนเดินออกจากคลังสมบัติของวังมังกร
“ท่านเซียนผู้สูงส่งหยางเซวียนช่างเป็นยอดคนโดยแท้ หากเปลี่ยนเป็นสิ่งมีชีวิตอื่น ข้าเพิ่งเสนอว่ายินดีจะมอบสมบัติจิตวิญญาณให้สามชิ้น พวกเขาก็คงจะต่อรองราคา ขอสมบัติจิตวิญญาณจากข้าห้าชิ้นแปดชิ้น และยังต้องแถมโอสถเซียนอีกสองสามขวด รากวิญญาณอีกสองสามต้น ...
... คนอย่างท่านเซียนผู้สูงส่งที่ยึดมั่นในเจตจำนงเดิมของตนช่างหาได้ยากในแดนบรรพกาล ไม่ว่าจะเป็นสิ่งล่อใจให้เข้าร่วมสำนักยุติ หรือสมบัติจิตวิญญาณพรสวรรค์ที่วางอยู่บนมือ เขาก็สามารถยึดมั่นในเจตจำนงเดิมของตน ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งภายนอก ท่านเซียนผู้สูงส่งมีจิตแห่งเต๋าเช่นนี้ หากไม่มีอะไรผิดพลาด ในอนาคตมีหวังถึงขั้นต้าหลัว!!”
เมื่อคิดถึงตรงนี้ จ้าวมังกรก็เกิดความอยากจะลากหยางเซวียนกลับไปยังคลังสมบัติของวังมังกรอีกครั้ง ต้องการจะฉวยโอกาสตอนที่อีกฝ่ายมีพลังบำเพ็ญเพียงระดับเซียนเร้นลับ กระชับความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
แต่มองดูสีหน้ากระอักกระอ่วนของหยางเซวียน เขาก็ล้มเลิกความคิดนี้ไป
หากการมอบสมบัติไม่เหมาะสม บางทีอาจทำเช่นนี้ได้...
สายตาของจ้าวมังกรเป็นประกายแวบหนึ่ง รับบุตรมังกรมาจากมือของเจ้าแม่มังกร เดินมาอยู่เบื้องหน้าหยางเซวียน เผยรอยยิ้มที่สดใสเต็มใบหน้า
“ไม่ทราบว่าท่านเซียนผู้สูงส่งจะพอจะตั้งชื่อให้ลูกสาวข้าได้หรือไม่ หากไม่ใช่เพราะท่านเซียนผู้สูงส่ง ลูกสาวข้าคงจะวิญญาณกลับสู่ยมโลกไปแล้ว หากสามารถได้รับการตั้งชื่อจากท่านเซียนผู้สูงส่ง เชื่อว่าเส้นทางแห่งเต๋าในอนาคตของลูกสาวข้าจะราบรื่นยิ่งนัก!”
มังกรน้อยสีครามในอ้อมแขนของจ้าวมังกรเงยหน้าขึ้นในตอนนี้ ดวงตาสีดำสนิทเผยแววคาดหวังออกมา
“...ขอข้าคิดดูก่อน”
ยามนี้หยางเซวียนอยากจะรีบออกจากวังมังกรไปเก็บตัวอยู่ที่สวรรค์ชั้นฟ้า แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธคำขอนี้ของจ้าวมังกร
หลังจากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง แสงสว่างวาบขึ้นในหัวของหยางเซวียน เขายิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าว “ครั้งนี้ก็นับว่าธิดามังกรได้เดินทางไปยังยมโลกมาครั้งหนึ่ง มีวาสนากับยมโลก ควรจะมีคำว่า ‘โยว’ ยมโลกนั้นอันตราย ข้าหวังว่าในอนาคตธิดามังกรจะสามารถเป็นดั่งดอกบัวที่โผล่พ้นโคลนตมโดยไม่เปรอะเปื้อน ชำระล้างด้วยระลอกคลื่นใสโดยไม่กลายเป็นปีศาจ ไม่ได้รับผลกระทบจากสิ่งภายนอก ในชื่อควรจะมีคำว่า ‘เหลียน’ จึงขอตั้งชื่อธิดามังกรว่า ‘โยวเหลียน’ ไม่ทราบว่าจ้าวมังกรและเจ้าแม่มังกรคิดเห็นเป็นอย่างไร”
“โผล่พ้นโคลนตมโดยไม่เปรอะเปื้อน ชำระล้างด้วยระลอกคลื่นใสโดยไม่กลายเป็นปีศาจ...”
จ้าวมังกรและเจ้าแม่มังกรชะงักไปเล็กน้อย มองหน้ากัน ต่างก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“ขอบคุณท่านเซียนผู้สูงส่งที่ตั้งชื่อให้ นับจากนี้ไปลูกสาวข้าจะชื่อว่าโยวเหลียน!”
สมแล้วที่เป็นท่านเซียนผู้สูงส่งหยางเซวียน ไม่คิดเลยว่าจะมีความสามารถถึงเพียงนี้ ชื่อโยวเหลียนไพเราะและมีความหมาย ดีกว่าชื่อชิงหลานหงลวี่ตั้งเยอะ
“ท่านทั้งสองพอใจก็ดีแล้ว เรื่องที่นี่จบแล้ว ข้าขอตัวลาก่อน!”
หยางเซวียนหัวเราะยาวๆ ไม่เปิดโอกาสให้จ้าวมังกรพูดต่อ ใช้วิชาแสงทองทะยานปฐพีหายตัวไปจากวังมังกร มุ่งหน้าสู่สวรรค์ชั้นฟ้า
โลกมนุษย์อันตรายเกินไป ข้าไปเก็บตัวอยู่ที่สวรรค์ชั้นฟ้าดีๆ ดีกว่า!
เพียงแต่บางคนมีลักษณะอย่างหนึ่งที่เรียกว่าลักษณะดึงดูดเรื่องวุ่นวาย เมื่อไปถึงสวรรค์ชั้นฟ้าแล้วจะสามารถเก็บตัวอย่างสงบสุขได้จริงๆ หรือ