- หน้าแรก
- กระถางสมบัติบันดาลวาสนา
- ตอนที่ 23 สกุลเงินเผ่ามนุษย์ ปราณมรณะฝังลึก!
ตอนที่ 23 สกุลเงินเผ่ามนุษย์ ปราณมรณะฝังลึก!
ตอนที่ 23 สกุลเงินเผ่ามนุษย์ ปราณมรณะฝังลึก!
ตอนที่ 23 สกุลเงินเผ่ามนุษย์ ปราณมรณะฝังลึก!
ห้าร้อยปีต่อมา ณ บึงเมฆานิมิต
ลำแสงสีทองสายหนึ่งทะยานมาจากแดนไกล พุ่งเข้าไปในทะเลสาบ ร่อนลงเบื้องหน้าวังมังกร ปรากฏเป็นนักพรตในชุดคลุมสีแดง และชายวัยกลางคนศีรษะเป็นมังกรกายเป็นคน
หยางเซวียนและเอ๋าชินนั่นเอง
ในช่วงห้าร้อยปีที่เดินทางไปยังบึงเมฆานิมิต หยางเซวียนได้ทราบเรื่องราวน่าสนใจในแดนบรรพกาลมากมายจากปากของเอ๋าชิน นอกจากจะเพิ่มพูนความรู้แล้ว ยังได้รู้เรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวเองอีกสองเรื่อง
อย่างแรก เหตุผลที่หยางเซวียนได้กลายเป็นแขกผู้มีเกียรติของเผ่ามังกรเป็นเพราะคำสั่งเสียของต้าอวี่จริงๆ
แม้ว่าเรื่องที่ต้าอวี่และผู้ปกครองระดับสูงของเผ่ามังกรปรึกษากันจะไม่ได้เปิดเผย แม้แต่เซียนทองคำอย่างเอ๋าชินก็ยังไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเก้ากระถาง
ทว่าหลังที่ต้าอวี่ไปจากทะเลบูรพาไป จ้าวมังกรสี่สมุทรก็ได้ออกคำสั่งพร้อมกัน ให้เทพเจ้าแห่งโชคลาภของเผ่ามนุษย์ ‘หยางเซวียน’ เป็นแขกผู้มีเกียรติสูงสุดของเผ่ามังกร มีสถานะเทียบเท่ากับเซียนทองคำต้าหลัว
เมื่อเรื่องนี้ประกาศออกมา คนโง่ยังรู้ว่าเผ่ามังกรและเผ่ามนุษย์ได้เกิดความร่วมมือบางอย่างขึ้น และหยางเซวียนมีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้
มังกรหลายตนต่างสงสัยว่าเทพเจ้าแห่งโชคลาภของเผ่ามนุษย์ผู้นี้เป็นใครกันแน่ มีพลังบำเพ็ญระดับใด
มังกรบางตนรู้สึกว่านี่อาจจะเป็นเซียนทองคำ บางตนก็คิดว่าอย่างน้อยต้องเป็นเซียนทองคำไท่อี่ จึงจะได้รับการให้ความสำคัญจากต้าอวี่ถึงเพียงนี้ กระทั่งมีมังกรบางตนรู้สึกว่าอาจเป็นถึงเซียนทองคำต้าหลัวด้วยซ้ำ เพียงแต่ไม่มีใครคาดคิดว่าหยางเซวียนเป็นเพียงเซียนเร้นลับ
ในตอนแรกที่เอ๋าชินสัมผัสได้ถึงปราณของหยางเซวียน เหตุผลที่รีบร้อนมาเร็วขนาดนั้นก็เพราะรู้สึกว่าหยางเซวียนน่าจะเป็นเซียนทองคำไท่อี่ กังวลว่าตัวเองจะเคลื่อนไหวช้าเกินไป ไม่มีโอกาสได้แสดงฝีมือ
ด้วยเหตุนี้ตอนที่หยางเซวียนเสนอให้เขารั้งนักพรตชุดแดงไว้ เขาจึงวางใจจากไปได้ ผลคือคาดไม่ถึงว่าหยางเซวียนเป็นเพียงเซียนเร้นลับ เกือบจะทำให้เขาตกใจจนตาย หากหยางเซวียนบาดเจ็บใต้จมูกของเขา มีหวังโดนจ้าวมังกรจับแขวนแล้วเฆี่ยนตีเป็นแน่
ผลที่ยิ่งคาดไม่ถึงกว่านั้นคือจริงอยู่ที่หยางเซวียนเป็นเซียนเร้นลับ เพียงแต่พลังต่อสู้นั้นมันออกจะเหลือเชื่อไป ‘เล็กน้อย’ ข้ามขั้นไปซัดเซียนทองคำโดยไม่มีแรงกดดันแม้แต่น้อย
ครั้นเขากล่าวถึงเรื่องนี้อีกครั้ง ก็ยังคงรู้สึกเหลือเชื่อและไม่สามารถเข้าใจได้
อย่างที่สองคือเรื่องเกี่ยวกับกุศลแห่งวิถีมนุษย์
เป็นดังที่หยางเซวียนคิดไว้ เหตุผลที่กุศลที่เขาได้รับเพิ่มขึ้นหลายเท่า เป็นเพราะได้ให้ความช่วยเหลือ ‘เล็กน้อย’ ไปบ้างตอนที่ต้าอวี่สร้างระบบตลาดในเก้าดินแดน
หลังจากผ่านการก่อตั้งมาสามหมื่นปี ระบบตลาดได้หลอมรวมเข้ากับเก้าดินแดนอย่างสมบูรณ์ กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของเผ่ามนุษย์
ทั่วทุกแห่งในเก้าดินแดนล้วนสร้างตลาดน้อยใหญ่ที่มีหน้าที่แตกต่างกันไป มีตลาดซื้อขายยาและสมบัติวิเศษ และรวมถึงอาหารการกินด้วย
เมื่อตลาดแพร่หลายออกไป เหรียญบารมีธรรมก็กลายเป็นสิ่งของที่ขาดไม่ได้ในชีวิตของทุกคน ตอนนี้หากคนในเผ่ามนุษย์ไม่พกเหรียญบารมีธรรมติดตัวบ้างก็จะไม่กล้าออกจากบ้าน
ด้านประโยชน์ของเหรียญบารมีธรรมนั้น มีอยู่จุดหนึ่งที่แม้แต่หยางเซวียนก็คาดไม่ถึง
เมื่อเหรียญบารมีธรรมมีมากขึ้นเรื่อยๆ ปราณบารมีบริสุทธิ์ในเก้าดินแดนของเผ่ามนุษย์ก็มีมากกว่าที่อื่นอย่างเห็นได้ชัด หากเปิดเนตรสวรรค์จะสามารถมองเห็นปราณบารมีบริสุทธิ์สีแดงเป็นสายอยู่รอบเผ่ามนุษย์ได้อยู่บ่อยครั้ง
ปราณบารมีบริสุทธิ์ในเก้าดินแดนเข้มข้นขึ้น ส่งผลให้สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในนั้นโชคดีขึ้น การบำเพ็ญเพียรก็ราบรื่นขึ้น
แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะไม่ใหญ่หลวงนัก แต่เมื่อขยายไปทั่วทั้งเก้าดินแดน การยกระดับที่เกิดขึ้นนั้นก็ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย
โดยเฉพาะเผ่ามนุษย์ เหรียญบารมีธรรมเป็นสิ่งที่พวกเขาหลอมขึ้นมา ผลประโยชน์ที่ได้รับจึงมากที่สุด
ความถี่ในการเกิดภัยพิบัติและโรคภัยของคนในเผ่ามนุษย์ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรยิ่งเพิ่มพูน ความยากลำบากในการผ่านทัณฑ์สวรรค์ของเซียนปฐพียิ่งง่ายขึ้นไม่น้อย
โดยเฉพาะในช่วงสี่ห้าพันปีล่าสุดนี้ จำนวนเซียนปฐพีที่เพิ่มขึ้นใหม่ในเผ่ามนุษย์เกือบจะถึงหนึ่งส่วนสิบ
เมื่อตระหนักถึงเรื่องนี้ เผ่ามนุษย์จึงมีความกระตือรือร้นในการส่งเสริมเรื่องเหรียญบารมีธรรมมากขึ้น
ยิ่งเมื่อสามพันกว่าปีก่อนต้าอวี่ใช้นามของจักรพรรดิมนุษย์ประกาศกฎหมายฉบับหนึ่ง กำหนดให้เหรียญบารมีธรรมเป็นสกุลเงินเดียวของเผ่ามนุษย์ การซื้อขายใดๆ ต้องใช้เหรียญบารมีธรรมในการทำธุรกรรมเท่านั้น
นับจากนั้นเป็นต้นมา เผ่ามนุษย์ก็ได้มีสกุลเงินที่เป็นทางการครั้งแรก มีมาตรฐานในการวัดมูลค่าอย่างแท้จริง การสร้างตลาดและการกำหนดสกุลเงินได้วางรากฐานเรื่องการค้าของเผ่ามนุษย์อย่างสมบูรณ์ ผลกระทบของการสร้างระบบการค้าที่มีต่อเผ่ามนุษย์ ไม่ใช่แค่การสร้างตลาดจะเทียบได้
เรื่องนี้ก็เหมือนกับที่ไช่หลุนประดิษฐ์กระดาษเพียงเพื่อสร้างเครื่องมือสำหรับรองรับอารยธรรม แต่การประดิษฐ์อักษรของชางเจี๋ยคือการวางรากฐานของอารยธรรม หยางเซวียนสร้างระบบการค้า แม้จะเทียบไม่ได้กับการประดิษฐ์อักษรของชางเจี๋ย แต่ก็นับเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่
ยิ่งต้าอวี่ใช้นามของจักรพรรดิมนุษย์สถาปนาให้เหรียญบารมีธรรมเป็นสกุลเงินเดียวของเผ่ามนุษย์ ยิ่งเป็นการเพิ่มคุณค่าของเรื่องนี้ให้สูงขึ้นไปอีก
ด้วยเหตุนี้เอง หยางเซวียนจึงสามารถได้รับกุศลแห่งวิถีมนุษย์มากมายถึงเพียงนั้น
“ไม่รู้ว่าจะพูดว่าต้าอวี่มีใจบริสุทธิ์ดุจทารก หรือว่าเป็นผู้ที่มากด้วยเล่ห์เหลี่ยม เขาทำเช่นนี้ ไม่ใช่เป็นการผูกข้าไว้กับเผ่ามนุษย์หรอกหรือ...”
หลังจากทราบเรื่องนี้ หยางเซวียนก็ส่ายหน้าพลางหัวเราะอย่างขมขื่น ทว่าสำหรับเขาแล้ว เรื่องนี้นับว่ามีประโยชน์มากกว่าโทษ อย่างน้อยตำแหน่งเทพเจ้าแห่งโชคลาภของสวรรค์ก็มั่นคงแล้ว
ต้าอวี่ทำถึงขนาดนี้แล้ว สรวงสวรรค์จะยังมอบตำแหน่งเทพเจ้าแห่งโชคลาภให้คนอื่นได้อีกหรือ นั่นไม่ใช่เป็นการหาเรื่องเผ่ามนุษย์หรอกหรือ
ต่อให้เขามอบให้ก็ไม่มีใครอยากจะรับ ตอนนี้หยางเซวียนคือเทพเจ้าแห่งโชคลาภของเผ่ามนุษย์ นอกจากหยางเซวียนแล้ว ไม่ว่าใครจะมาเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภของสวรรค์ ก็ไม่มีทางได้รับธูปเทียนบูชาจากเผ่ามนุษย์แม้แต่น้อย ทั้งยังต้องถูกเผ่ามนุษย์เกลียดชัง นี่ไม่ใช่การหาเรื่องลำบากใส่ตัวหรอกหรือ
นอกจากนี้เส้นทางแห่งเต๋าในอนาคตของหยางเซวียน เดิมทีก็มีความสัมพันธ์ไม่น้อยกับเผ่ามนุษย์ เขาย่อมยินดีที่จะเห็นมันเป็นเช่นนี้
“ท่านเซียนผู้สูงส่ง ถึงแล้ว!”
เสียงของเอ๋าชินดังขัดจังหวะความคิดของหยางเซวียน เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง เขาก็พบว่าตัวเองมาถึงเบื้องหน้าพระราชวังแห่งหนึ่ง
ทั้งพระราชวังล้วนใช้ศิลาวิญญาณพรสวรรค์ปูทาง ด้านบนอบอวลไปด้วยปราณวิญญาณพรสวรรค์ เพียงแค่เหยียบย่างลงไปก็รู้สึกสบายไปทั้งตัว
วังมังกรแกะสลักขึ้นจากหยกวิญญาณพรสวรรค์ ประดับประดาด้วยไข่มุกนับไม่ถ้วน ส่องสว่างใต้ทะเลสาบจนสว่างไสวดุจกลางวัน รอบข้างยังมีพฤกษาวิญญาณแปลกประหลาดมากมายเติบโตอยู่ เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตที่ไม่สิ้นสุด
เดินไปครู่หนึ่ง เอ๋าชินก็พาหยางเซวียนมาถึงห้องหนึ่งที่อบอวลไปด้วยปราณวิญญาณ ที่นี่มีมังกรตัวเมียตนหนึ่งกำลังซบอยู่ในอ้อมแขนของมังกรสีครามวัยกลางคนตนหนึ่ง สายตาเต็มไปด้วยความกังวลมองไปยังใจกลางห้อง
เมื่อมองตามสายตาของนางไป หยางเซวียนเห็นไข่มังกรฟองหนึ่งที่แสงสว่างค่อนข้างหม่นหมอง วางอยู่บนรังที่สานขึ้นจากหญ้าวิญญาณพรสวรรค์
ข้างไข่มังกรฟองนี้ยังมีชายชราผมขาวโพลนในชุดนักพรตสีเขียวคนหนึ่ง แผ่ปราณทรงพลังออกมา ปรากฏว่าเป็นเซียนทองคำไท่อี่คนหนึ่ง ยามนี้เขากำลังถือขวดเล็กสีขาวใบหนึ่ง หยดของเหลววิญญาณสีเขียวลงไปหนึ่งหยด
ชั่วพริบตาที่ของเหลววิญญาณหยดนี้ไหลออกจากขวดเล็ก ปราณวิญญาณแห่งชีวิตภายในห้องก็เพิ่มสูงขึ้นหลายเท่าอย่างเห็นได้ชัด หญ้าวิญญาณรอบๆ ก็สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ไข่มังกรที่แสงสว่างหม่นหมองฟองนั้นมีพลังชีวิตเพิ่มขึ้นหลายส่วนเพราะเหตุนี้
เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ เจ้าแม่มังกรและจ้าวมังกรต่างเผยสีหน้าคาดหวัง ทว่าในไม่ช้าความคาดหวังของพวกเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นความผิดหวัง
พลังชีวิตของไข่มังกรฟองนั้นพลันสลายไปอย่างรวดเร็ว กลับมาหม่นหมองไร้แสงเช่นเดิมอีกครั้ง
ชายชราในชุดสีเขียวก็สีหน้าเปลี่ยนไปมาก รีบหยดของเหลววิญญาณสีเขียวลงไปอีกสามหยด
ในขณะเดียวกัน รัศมีเทพทั่วร่างของชายชราก็สว่างวาบ โคจรหลักแห่งเต๋า รวบรวมจุดแสงสีเขียวขึ้นมาจุดหนึ่ง แล้วหยดลงไปในไข่มังกรพร้อมกับของเหลววิญญาณอีกสามหยด
วินาทีต่อมา ไข่มังกรมีพลังชีวิตพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง แต่ในทันใดนั้นพลังชีวิตเหล่านี้ก็สลายไปอย่างรวดเร็ว กลับคืนสู่สภาพเดิม
หากมองดูอย่างละเอียดจะเห็นได้ว่าบนไข่มังกรในตอนนี้ปรากฏเส้นสีดำขึ้นหลายสาย แผ่ปราณมรณะออกมา
ชายชราถอนหายใจอย่างจนใจ ส่ายหน้าด้วยความเสียดาย
“นักพรตเฒ่าพยายามเต็มที่แล้ว ไข่มังกรฟองนี้บาดเจ็บที่ต้นกำเนิดตั้งแต่ตอนอยู่ในครรภ์ ปราณมรณะฝังรากลึก แม้ว่าแก่นแท้ไม้หยินจะมีพลังชีวิตมหาศาล แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นกำเนิดและขจัดปราณมรณะได้ บางทีอาจจะมีเพียงเซียนสำนักยุติที่มีอิทธิฤทธิ์พลิกผันความเป็นความตายเช่นนี้...”