- หน้าแรก
- กระถางสมบัติบันดาลวาสนา
- ตอนที่ 22 สื่อสารกับยมโลก เอ๋าชินขอความช่วยเหลือ!
ตอนที่ 22 สื่อสารกับยมโลก เอ๋าชินขอความช่วยเหลือ!
ตอนที่ 22 สื่อสารกับยมโลก เอ๋าชินขอความช่วยเหลือ!
ตอนที่ 22 สื่อสารกับยมโลก เอ๋าชินขอความช่วยเหลือ!
“ท่านเซียนผู้สูงส่ง นี่คือจิตวิญญาณของนักพรตปีศาจตนนั้น อย่าได้เสียของไปเลย”
เอ๋าชินถือจิตวิญญาณที่ไม่สมบูรณ์ของนักพรตชุดแดงมาอยู่เบื้องหน้าหยางเซวียน ซัดมันเข้าไปในธงกักวิญญาณ กลายเป็นวิญญาณร้ายระดับเซียนทองคำอีกตนหนึ่ง
ด้วยเหตุนี้ผู้ที่ถือธงกักวิญญาณ ไม่ว่าจะเป็นเซียนเร้นลับหรือเซียนสวรรค์ล้วนสามารถควบคุมวิญญาณร้ายระดับเซียนทองคำสองตนได้ และมีพลังต่อสู้ระดับเซียนทองคำ
ในระดับหนึ่ง ธงกักวิญญาณผืนนี้แข็งแกร่งกว่าสมบัติจิตวิญญาณพรสวรรค์ชั้นกลางบางชิ้นเสียอีก
ดังคำกล่าวที่ว่ามีได้ก็ต้องมีเสีย ความแข็งแกร่งของธงกักวิญญาณก็ใช่ว่าจะไม่มีต้นทุน
เหตุที่นักพรตชุดดำผู้นั้นมีบ่วงกรรมติดตัวก็เป็นเพราะธงกักวิญญาณผืนนี้ ยิ่งจำนวนวิญญาณร้ายในธงกักวิญญาณมีมากเท่าไหร่ พลังของธงกักวิญญาณก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น
หากต้องการเพิ่มจำนวนวิญญาณร้าย มีเพียงสองเส้นทางให้เลือกเดิน อย่างแรกคือลงไปยังเก้าบาดาล ไปแย่งชิงวิญญาณของสิ่งมีชีวิตหลังความตายใต้จมูกของเทพปฐพี เห็นได้ชัดว่านักพรตชุดดำไม่มีความกล้าหาญขนาดนั้น
อย่างที่สองคือฉวยโอกาสตอนที่สิ่งมีชีวิตตายแล้ว วิญญาณยังไม่เข้าสู่ยมโลกก็ดูดมันเข้ามาในธง กลายเป็นวิญญาณร้ายตนหนึ่ง
สิ่งมีชีวิตบางตนหลังจากตายแล้ว วิญญาณจะยังคงอยู่ในโลกมนุษย์เป็นเวลานาน หากโชคดีก็อาจจะเจอกับวิญญาณที่ร่อนเร่อยู่ตนหนึ่ง
เพียงแต่วิธีนี้ทั้งเสียเวลาและเสียแรง แดนบรรพกาลก็ใหญ่โตอย่างไม่น่าเชื่อ หากโชคร้าย หลายสิบปีอาจจะไม่เจอเลยสักตน
นักพรตชุดดำผู้นี้จึงใช้วิธีที่ง่ายและรวดเร็วกว่า นั่นคือสังหารสิ่งมีชีวิตผู้บริสุทธิ์แล้วดูดจิตวิญญาณของพวกเขาเข้าไปในธงกักวิญญาณ กลายเป็นวิญญาณร้ายในนั้น
ด้วยเหตุนี้เอง นักพรตชุดดำจึงมีบ่วงกรรมติดตัว นำไปสู่การต้องเผชิญเคราะห์กรรมแห่งการฆ่าฟันในวันนี้ และตายด้วยน้ำมือของหยางเซวียน กลายเป็นวิญญาณร้ายระดับเซียนทองคำตนหนึ่งในธงกักวิญญาณ แม้แต่ธงกักวิญญาณที่เขาหลอมขึ้นมาด้วยเลือดและหยาดเหงื่อทั้งชีวิตก็ตกเป็นของหยางเซวียน
ส่วนบ่วงกรรมที่เกิดจากการหลอมธงกักวิญญาณนั้นไม่เกี่ยวข้องอะไรกับหยางเซวียนแล้ว
ข้าก็แค่จ่ายเงิน 'ซื้อ' ธงกักวิญญาณผืนนี้มา บ่วงกรรมที่เกิดขึ้นในกระบวนการหลอมจะเกี่ยวอะไรกับข้า ข้าเป็นแค่ผู้บริโภคที่ปฏิบัติตามกฎหมายนะ!
หากจะนับกันจริงๆ ข้าฆ่านักพรตชุดดำ แก้แค้นให้วิญญาณร้ายนับไม่ถ้วนในธงกักวิญญาณก็นับเป็นกุศลอย่างหนึ่ง พวกเขาต้องขอบคุณข้าเสียอีก
ส่วนนักพรตเซียนทองคำทั้งสองคนนี้ เดิมทีก็มีบ่วงกรรมติดตัว ฆ่าไปก็ไม่เกิดบ่วงกรรม มิหนำซ้ำยังทำให้แดนบรรพกาลลดภัยร้ายไปได้สองคน นับเป็นกุศลอย่างหนึ่งเช่นกัน
ทำความดีวันละหนึ่งอย่าง (✓)
“สหายเต๋าทั้งสองท่านมาขวางทางข้า หมายจะชิงสมบัติจิตวิญญาณของข้า แต่ข้ากลับไม่ถือสาหาความเก่าก่อน ช่วยขจัดบ่วงกรรมให้ทั้งสองท่าน ข้าช่างเป็นคนดีจริงๆ! ส่วนเรื่องยุ่งเหยิงนี้ก็ให้ข้าเป็นคนจัดการให้พวกท่านเถอะ!”
หยางเซวียนเงยหน้ามองฟ้า สีหน้าเต็มไปด้วยความทุกข์ระทม เขาเก็บขวดหยกทั้งสองใบกลับมาก่อน จากนั้นหยิบธูปออกมาสามดอก หยดน้ำทองคำบารมีลงไปสามหยด ใช้ปราณบารมีบริสุทธิ์จุดมันขึ้นมา ก่อนใช้เคล็ดวิชาเทวะแลกสมบัติ คำนับลงไปยังเบื้องล่างลึกลงไป
“เบื้องบนวิถีแห่งปฐพี หวังว่าจะสำแดงอิทธิฤทธิ์ นำพาดวงวิญญาณ ณ ที่นี้สู่เก้าบาดาล เวียนว่ายตายเกิด!”
สิ่งมีชีวิตเหล่านี้นับว่าตายเพราะหยางเซวียน หากสามารถทำให้พวกเขาเข้าสู่เก้าบาดาลได้อย่างราบรื่นก็จะสามารถสะสางบ่วงกรรมนี้ได้
หากไม่ได้ก็ไม่เป็นไร สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ถูกนักพรตชุดดำสังหาร เดิมทีก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับหยางเซวียนมากนัก บ่วงกรรมเพียงเท่านี้เขาสามารถรับได้
สรรพชีวิตในแดนบรรพกาล ใครบ้างเล่าจะสามารถไร้ซึ่งบ่วงกรรมแปดเปื้อน
เอ๋าชิน “...”
ท่านเซียนผู้สูงส่งผู้นี้ช่างเปี่ยมเมตตา เพียงแต่ความรู้ความเห็นออกจะตื้นเขินไปหน่อย
พลังแห่งวิถีแห่งปฐพีเป็นสิ่งที่ใครก็สามารถชักนำได้เสียที่ไหน แม้แต่เซียนทองคำไท่อี่ยังไม่กล้าพูดว่าจะสามารถชักนำพลังแห่งวิถีแห่งปฐพีได้
เจ้าแค่พูดประโยคเดียว วิถีแห่งปฐพีจะมีปฏิกิริยาตอบสนองได้อย่างไร อย่างน้อยก็ต้องตั้งแท่นบูชาทำพิธี... ห๊ะ
ในขณะนั้นเอง บริเวณหุบเขาเบื้องล่างพลันมีไอเย็นยะเยือกปกคลุม ปรากฏวังวนสีดำหนึ่งขึ้นมาดูดกลืนวิญญาณทั้งหมดเข้าไป
ในเวลาเดียวกัน ธูปสามดอกในมือของหยางเซวียนก็มอดไหม้อย่างรวดเร็ว
เมื่อวิญญาณทั้งหมดถูกดูดเข้าไปหมดแล้ว ธูปสามดอกนั้นก็มอดไหม้หมดในจังหวะเดียวกัน “ชักนำพลังแห่งวิถีแห่งปฐพีได้จริงๆ...”
เอ๋าชินถึงกับอึ้งไป ความเร็วในการตบหน้านี้ช่างรวดเร็วนัก
ชั่ววินาทีก่อนเขายังรู้สึกว่าวิธีการของหยางเซวียนดูเป็นเด็กเล่นเกินไป ไม่มีทางที่จะชักนำพลังแห่งวิถีแห่งปฐพีได้เด็ดขาด
ต่อให้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยอย่างการนำทางดวงวิญญาณ ก็ไม่ใช่สิ่งที่เซียนเร้นลับจะสามารถชักนำได้
ทว่าในวินาทีต่อมา วิถีแห่งปฐพีก็ตอบสนอง นำทางดวงวิญญาณทั้งหมดไปยังยมโลก
ระดับความเหลือเชื่อของเรื่องนี้นั้นไม่ต่างกับการที่เด็กน้อยคนหนึ่งถือผลไม้บูชาหนึ่งผลไปหาสถานที่โล่งแจ้งสักแห่ง แล้วเชิญให้สรวงสวรรค์สำแดงอิทธิฤทธิ์!
“ท่านเซียนผู้สูงส่งผู้นี้มีที่มาที่ไปอย่างไรกันแน่ แรกเริ่มแค่พูดประโยคเดียวก็แย่งชิงธงกักวิญญาณของนักพรตชุดดำไปได้ จากนั้นพูดอีกประโยคก็ทำให้จิตวิญญาณของนักพรตชุดดำออกจากร่าง เข้าไปในธงกักวิญญาณ”
“ตอนนี้พูดอีกประโยคหนึ่งกับธูปสามดอก ก็ชักนำพลังแห่งวิถีแห่งปฐพี นำทางดวงวิญญาณสู่เก้าบาดาลได้”
“นี่ตกลงว่าเป็นเพราะพื้นเพของเขาพิเศษ หรือเป็นเพราะอิทธิฤทธิ์ของเขาแปลกประหลาดกันแน่”
จนกระทั่งไอเย็นยะเยือกเบื้องล่างสลายไป เอ๋าชินก็ยังคงมีสีหน้าตกตะลึงและไม่เข้าใจ เรื่องเช่นนี้ เกินขอบเขตความเข้าใจของเขาไปจริงๆ
“ช้าก่อน วิถีแห่งปฐพี ดวงวิญญาณ ถ้าอย่างนั้นก็...”
สีหน้าของเอ๋าชินพลันตื่นเต้นขึ้นมา ประสานมือคารวะต่อหยางเซวียนอย่างนอบน้อม
“ท่านเซียนผู้สูงส่งพอจะมีเวลาว่างหรือไม่ พอจะไปกับข้าที่บึงเมฆานิมิตสักครั้งได้หรือไม่”
“เรื่องอะไร เจ้าลองเล่าให้ข้าฟังสิ”
หยางเซวียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง ตัดสินใจว่าจะลองฟังดูก่อน หากเป็นเรื่องที่พอจะทำได้ก็จะไม่ปฏิเสธ จะได้ตอบแทนบุญคุณที่เอ๋าชินยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือพอดี
“เรื่องเป็นเช่นนี้ เพื่อปกป้องสิ่งมีชีวิตในบึงเมฆานิมิต เมื่อแสนปีก่อนในระหว่างที่ตั้งครรภ์เจ้าแม่มังกรแห่งบึงเมฆานิมิต นางได้ร่วมมือกับจ้าวมังกรแห่งบึงเมฆาขับไล่ราชันย์อสูรที่มารุกราน และในการต่อสู้ครั้งนั้นเองที่ได้บาดเจ็บต่อพลังต้นกำเนิด ทำให้กระทบกระเทือนถึงบุตรมังกรในครรภ์...
... แม้ว่าหลังจากนั้นจ้าวมังกรและเจ้าแม่มังกรจะใช้สมบัติฟ้าดินมากมายบำรุงไข่มังกร ตามหลักแล้วไม่น่าจะมีปัญหา แต่ตอนนี้เลยกำหนดวันที่ไข่มังกรจะฟักมาแล้วกว่าหนึ่งหมื่นปี แต่ไข่มังกรกลับไม่มีการเคลื่อนไหวแต่อย่างใด ด้วยเหตุนี้จ้าวมังกรจึงขอความช่วยเหลือไปทั่วทิศ ยอดฝีมือมากมายมาให้ความช่วยเหลือที่นี่ แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้บุตรมังกรถือกำเนิดได้...
... ข้าน้อยมังกรเห็นว่าท่านเซียนผู้สูงส่งมีความสามารถในการชักนำวิถีแห่งปฐพี สื่อสารกับยมโลกได้ ไม่ทราบว่าจะเชิญท่านเซียนผู้สูงส่งไปสักครั้งได้หรือไม่ ไม่ว่าเรื่องนี้จะสำเร็จหรือไม่ เผ่ามังกรล้วนมีของขวัญล้ำค่ามอบให้”
กล่าวจบเอ๋าชินก็จ้องไปยังหยางเซวียน สีหน้าเต็มไปด้วยแววคาดหวัง
นับตั้งแต่มหันตภัยมังกรหงส์เป็นต้นมา เพราะเผ่ามังกรถูกบ่วงกรรมรบกวน แม้แต่การสืบทอดทายาทก็ยังได้รับผลกระทบอย่างใหญ่หลวง
เจ้าแม่มังกรแห่งบึงเมฆานิมิตตั้งครรภ์บุตรมังกรได้ยากยิ่งนัก ย่อมต้องทะนุถนอมเป็นอย่างดี เรียกได้ว่าไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร ก็ต้องทำให้บุตรมังกรถือกำเนิดอย่างสำเร็จให้ได้
ตามที่เอ๋าชินรู้มา เมื่อไม่กี่วันก่อนจ้าวมังกรได้เดินทางไปยังทะเลบูรพาด้วยตนเอง ต้องการจะเชิญเซียนสำนักยุติให้มาช่วยเหลือ ผลลัพธ์เป็นอย่างไร จะสามารถเชิญเซียนสำนักยุติมาได้หรือไม่ เขาเองก็ไม่แน่ใจ
ด้วยเหตุนี้เองหลังจากที่ได้เห็นว่าหยางเซวียนมีความสามารถในการชักนำพลังแห่งวิถีแห่งปฐพีและสื่อสารกับยมโลกได้ เอ๋าชินจึงได้คิดที่จะเชิญเขาไปยังบึงเมฆานิมิต
หากสามารถช่วยให้บุตรมังกรถือกำเนิดได้จริงๆ ย่อมเป็นเรื่องดีทั้งต่อเผ่ามังกรและหยางเซวียน
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะไปกับสหายเต๋าสักครั้ง ส่วนจะช่วยได้หรือไม่นั้น ข้าต้องได้เห็นบุตรมังกรก่อนจึงจะรู้”
หยางเซวียนลูบกำไลขนจิ้งจอกบนข้อมือ ประกอบกับคำพูดก่อนหน้านี้ของเอ๋าชิน ในใจรู้สึกว่าการเดินทางครั้งนี้คงไม่มีอันตราย จึงตัดสินใจว่าจะไปดูสักหน่อย
“เช่นนั้นต้องขอบคุณท่านเซียนผู้สูงส่งแล้ว!”
เอ๋าชินดีใจอย่างยิ่ง ทันใดนั้นก็เหินลำแสงขึ้น พาหยางเซวียนมุ่งหน้าไปยังบึงเมฆานิมิต...