- หน้าแรก
- กระถางสมบัติบันดาลวาสนา
- ตอนที่ 17 ผู้บำเพ็ญเพียรต้าหลัวบรรยายธรรม เซียนเร้นลับกลาง!
ตอนที่ 17 ผู้บำเพ็ญเพียรต้าหลัวบรรยายธรรม เซียนเร้นลับกลาง!
ตอนที่ 17 ผู้บำเพ็ญเพียรต้าหลัวบรรยายธรรม เซียนเร้นลับกลาง!
ตอนที่ 17 ผู้บำเพ็ญเพียรต้าหลัวบรรยายธรรม เซียนเร้นลับกลาง!
หยางเซวียนเห็นสีหน้าแปลกประหลาดของคนรอบๆ จึงตระหนักได้ว่าของขวัญที่ตนเองมอบให้นั้นมีมูลค่าสูงเกินไป
เรื่องนี้เขาก็รู้สึกจนใจอยู่บ้าง ในช่วงสามหมื่นปีนี้ เมื่อปราณบารมีบริสุทธิ์และชะตาแห่งเผ่ามนุษย์เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โชคลาภของเขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ เก็บของดีๆ ได้ไม่น้อย
เหตุผลที่เลือกเชือกชาดบุพเพสันนิวาสเป็นของขวัญก็เพราะว่าสมบัติจิตวิญญาณชิ้นนี้มีคุณภาพสูงพอ เป็นสมบัติจิตวิญญาณพรสวรรค์ชั้นล่างที่มีผนึกสิบสองชั้น แต่ประโยชน์ของเชือกชาดบุพเพสันนิวาสกลับไม่มากนัก ไม่สามารถช่วยเหลือในการต่อสู้และการบรรลุเต๋าได้มากเท่าไหร่
คุณค่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมันคือสามารถเข้าถึงหนทางแห่งบุพเพสันนิวาสที่แฝงอยู่ภายใน นับเป็นสมบัติจิตวิญญาณประจำตัวของผู้เฒ่าจันทรา
ในสายตาของหยางเซวียน มันมีคุณภาพสูงพอ ประโยชน์ใช้สอยในตัวมันเองไม่มากนัก เหมาะที่สุดที่จะใช้เป็นของขวัญ ทั้งไม่เสียมารยาทและไม่โดดเด่นเกินไป
ผลคือคาดไม่ถึงว่าสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่เข้าร่วมงานเลี้ยงแต่ละตนล้วนขี้เหนียวกว่า ดูท่าทางของพวกเขาแล้ว เกรงว่าแม้แต่สมบัติจิตวิญญาณพรสวรรค์ชั้นล่างสักชิ้นก็ยังไม่นำออกมา
เดิมทีหยางเซวียนอยากจะทำตัวเรียบง่าย ตอนนี้กลับกลายเป็นว่ากลายเป็นคนที่โดดเด่นที่สุดไปทันที
ตอนนี้เชือกชาดบุพเพสันนิวาสถูกนำออกมาแล้ว ย่อมไม่มีเหตุผลที่จะเก็บกลับไปอีก
เพื่อบรรเทาบรรยากาศชวนอึดอัดและลดความโดดเด่นลงบ้าง หยางเซวียนประมวลความคิดอย่างรวดเร็ว ในไม่ช้าก็คิดคำพูดที่ยอดเยี่ยมออกมาได้
พลันเห็นหยางเซวียนยิ้มเล็กน้อย ประสานมือคารวะไปยังทิศทางของถ้ำ
“ข้าได้รับบุญคุณจากองค์จักรพรรดิอวี่ในเผ่ามนุษย์ไม่น้อย วันนี้มาที่นี่ นำเชือกชาดบุพเพสันนิวาสนี้มาเป็นของขวัญ ต้องการมอบให้แก่เทพีหนี่ว์เจียวด้วย ของชิ้นเดียวใช้สองประโยชน์ หวังว่าสหายเต๋าทุกท่านจะไม่หัวเราะเยาะ”
เมื่อคนรอบๆ ได้ยินดังนั้น สีหน้าก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย มีความรู้สึกดีๆ ต่อหยางเซวียนมากขึ้นหลายส่วน
คนในที่นี้ใครบ้างจะไม่รู้ว่าจุดประสงค์ที่เผ่าจิ้งจอกจัดงานเลี้ยงครั้งนี้ก็เพื่อเฉลิมฉลองการเป็นพันธมิตรระหว่างเผ่าจิ้งจอกและเผ่ามนุษย์ ได้รับการบำรุงจากชะตาแห่งเผ่ามนุษย์ ฟื้นฟูพลังชีวิตกลับคืนมาได้บ้าง
ในเมื่อเกี่ยวข้องกับเผ่ามนุษย์ ผู้ที่เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงนี้ย่อมต้องเป็นถูซานหนี่ว์เจียว ภรรยาของจักรพรรดิมนุษย์ผู้นี้ ของขวัญที่มอบให้แก่งานเลี้ยงก็คือการมอบให้แก่ถูซานหนี่ว์เจียวมิใช่หรือ
พวกเขาทุกคนรู้ดีว่าที่หยางเซวียนพูดเช่นนี้ก็เพื่อหาทางลงให้พวกเขา ไม่ให้พวกเขาดูด้อยกว่าหยางเซวียนในเรื่องของขวัญ
หยางเซวียนนึกถึงพวกเขา พวกเขาย่อมรู้สึกซาบซึ้งใจ
นอกจากเซียนทองคำไม่กี่คนแล้ว คนอื่นๆ ที่อยู่ในงานล้วนส่งยิ้มอย่างเป็นมิตรให้หยางเซวียน
ส่วนเซียนทองคำไม่กี่คนนั้น จุดสนใจของพวกเขาแตกต่างออกไป
หยางเซวียนสามารถนำสมบัติจิตวิญญาณพรสวรรค์ออกมาเป็นของขวัญได้ บนร่างกายของเขาคงจะมีสมบัติจิตวิญญาณพรสวรรค์ที่ล้ำค่ายิ่งกว่านี้
เขาเป็นเพียงเซียนเร้นลับตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ถ้าหาก...
สายตาของเซียนทองคำสองสามคนนี้เป็นประกายแวบหนึ่ง แต่กลับไร้ซึ่งท่าทีผิดปกติ ไม่มีจิตสังหารเล็ดลอดออกมาสักนิด
“ท่านเซียนผู้สูงส่งช่างน่าสนใจจริงๆ”
ในขณะนั้นเอง เสียงใสกังวานไพเราะเสียงหนึ่งดังสะท้อนไปทั่วดินแดนสุขาวดีเนินขจี ทันใดนั้นสตรีรูปงามผมขาวนางหนึ่งในชุดกระโปรงยาวสีขาวปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าของหยางเซวียน นางเหลือบมองเสือขาวน้อยในอ้อมแขนของเขาก่อน กล่าวหยอกล้ออย่างยิ้มๆ
“ตลอดช่วงสามหมื่นกว่าปีมานี้ อวี่ชื่นชมท่านเซียนผู้สูงส่งอยู่เสมอ เดิมทีข้าคิดว่าท่านเซียนผู้สูงส่งคงจะเหมือนกับโป๋อี้และคนอื่นๆ เป็นมหาปราชญ์ของเผ่ามนุษย์ที่ไม่ค่อยยิ้มแย้ม วันนี้ได้พบจึงได้รู้ถึงความแตกต่างของท่านเซียนผู้สูงส่ง ในเมื่อของสิ่งนี้เป็นน้ำใจของท่านเซียนผู้สูงส่ง ข้าย่อมไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ”
ถูซานหนี่ว์เจียวพูดพลางยกมือหยกขึ้นเบาๆ รับของขวัญที่หยางเซวียนมอบให้ จากนั้นก็กวาดสายตาไปทั่วร่างของเหล่าเซียนทองคำและเซียนทองคำไท่อี่ ไม่ได้ปิดบังแววตักเตือนแม้แต่น้อย
ใครก็ตามที่กล้าอาศัยความเหนือกว่ารังแกผู้ที่อ่อนแอกว่า แตะต้องหยางเซวียนแม้แต่น้อย ก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ!
เมื่อถูกถูซานหนี่ว์เจียวมองเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นเซียนทองคำหรือเซียนทองคำไท่อี่ก็ล้วนก้มหน้าก้มตาอย่างว่าง่าย
เซียนทองคำเหล่านั้นที่เดิมทีมีความคิดอื่นต่อหยางเซวียน หลายคนล้มเลิกความคิดไปแล้ว พวกเขาไม่อาจล่วงเกินถูซานหนี่ว์เจียวได้ จักรพรรดิมนุษย์ต้าอวี่พวกเขายิ่งไม่อาจล่วงเกิน
หลังจากเตือนสิ่งมีชีวิตเหล่านี้แล้ว ถูซานหนี่ว์เจียวก็พาหยางเซวียนเข้าไปในโถงด้วยตนเอง จัดให้นั่งในตำแหน่งที่มีเพียงเซียนทองคำไท่อี่เท่านั้นที่มีสิทธิ์นั่ง
ถูซานหนี่ว์เจียวยืนอยู่บนเวทีสูง กวาดสายตามองทุกคนครั้งหนึ่ง หลังจากกล่าวไม่กี่ประโยค งานเลี้ยงนี้ก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ เหล่าอสูรจิ้งจอกจำนวนมากทยอยกันเข้ามา นำเสนอผลวิญญาณและสุราวิญญาณล้ำค่ามากมายให้ทุกคนได้ลิ้มลอง โดยเฉพาะในพื้นที่ของเซียนทองคำไท่อี่ สุราวิญญาณยิ่งมีค่ามหาศาล
แม้แต่เซียนทองคำไท่อี่ หลังจากดื่มไปหนึ่งถ้วย พลังเวทก็สามารถเพิ่มขึ้นได้หลายส่วน สำหรับเซียนเร้นลับแล้ว ผลลัพธ์นี้ยิ่งชัดเจน
สุราวิญญาณเพิ่งจะเข้าปาก พลังเวทในร่างกายก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ในช่วงสองหมื่นกว่าปีที่ผ่านมา ระดับเต๋าของหยางเซวียนได้บรรลุถึงขั้นเซียนเร้นลับกลางมานานแล้ว ตอนนี้เมื่อดื่มสุราวิญญาณเข้าไป จึงไม่มีอุปสรรคใดๆ ต่อการเพิ่มขึ้นของพลังเวท
สุราวิญญาณหนึ่งกาลงท้อง พลังบำเพ็ญของหยางเซวียนก็มาถึงขอบเขตของเซียนเร้นลับกลางแล้ว หากได้อีกสักกา พลังบำเพ็ญของเขาจะต้องทะลวงเข้าสู่เซียนเร้นลับกลางได้อย่างแน่นอน!
ถูซานหนี่ว์เจียวสังเกตเห็นเรื่องนี้ นางไม่สนใจว่ามันจะทำให้คนอื่นรู้สึกไม่ยุติธรรมหรือไม่ ทันใดนั้นก็โบกมือให้สาวใช้ข้างกายยกสุราวิญญาณหนึ่งกามาวางไว้บนโต๊ะของหยางเซวียน
“ขอบคุณเทพี!”
หยางเซวียนก็ไม่เกรงใจ หลังจากขอบคุณถูซานหนี่ว์เจียวแล้วก็รินสุราวิญญาณลงในถ้วย ดื่มเข้าไปทีละถ้วย พลังเวทในร่างกายก็เข้มข้นขึ้นตามไปด้วย
เมื่อสุราวิญญาณถ้วยสุดท้ายลงท้อง หูของหยางเซวียนราวกับได้ยินเสียงดังแคร็ก พลังบำเพ็ญทะลวงเข้าสู่เซียนเร้นลับกลาง ปราณกลมกลืนและทรงพลังยิ่งขึ้น
เมื่อเห็นหยางเซวียนทะลวงระดับพลังบำเพ็ญ ถูซานหนี่ว์เจียวก็ยกยิ้มบางพลางคิดจะตีเหล็กตอนร้อน เริ่มส่วนที่สำคัญที่สุดของงานเลี้ยงนี้ ‘การบรรยายธรรมของผู้บำเพ็ญเพียรต้าหลัว’
หากหยางเซวียนสามารถใช้โอกาสนี้ยกระดับพลังบำเพ็ญขึ้นไปอีกขั้นได้ นั่นคงจะเป็นการดีที่สุด หากไม่ได้จริงๆ ก็ยังช่วยให้เขามีพลังบำเพ็ญที่มั่นคงได้
หลังจากตัดสินใจแล้ว ถูซานหนี่ว์เจียวก็มีสีหน้าจริงจัง เมฆมงคลปรากฏขึ้นเหนือศีรษะ ริมฝีปากแดงระเรื่อขยับเบาๆ เปล่งเสียงแห่งเต๋าออกมา
วินาทีต่อมา ภายในโถงมีดอกไม้สรรค์โปรยปราย ปทุมทองคำผุดจากปฐพี ปรากฏนิมิตแปลกประหลาดมากมาย มรรคาวิถีต่างๆ ก่อตัวปกคลุมผู้คนในที่นั้นไว้
เต๋าที่แต่ละคนบำเพ็ญเพียรแตกต่างกัน ตำแหน่งที่อยู่ไม่เหมือนกัน เต๋าที่ได้ยินก็แตกต่างกันไป
ตำแหน่งที่อยู่ใกล้ถูซานหนี่ว์เจียวที่สุดจะได้ยินชัดเจนและเข้าใจลึกซึ้งที่สุด ยิ่งระยะทางไกลออกไป ผลลัพธ์ยิ่งแย่ลง เมื่อไปถึงนอกโถงใหญ่ ในบริเวณที่เด็กรับใช้และสัตว์พาหนะระดับเซียนเร้นลับอยู่ จะได้ยินเพียงเสียงแห่งเต๋าที่เลือนลาง
ภายใต้การจัดการของถูซานหนี่ว์เจียว หยางเซวียนได้นั่งในพื้นที่ของเซียนทองคำไท่อี่ ผลของการฟังธรรมจึงดีที่สุด
แม้ว่าเขายังไม่ใช่เซียนทองคำ ยังไม่ได้สถาปนาเต๋าของตน แต่ก็ได้ตัดสินใจเลือกเส้นทางที่ตัวเองจะเดินแล้ว ในไม่ช้าก็ฟังอย่างเคลิบเคลิ้มลุ่มหลง ได้บรรลุในเรื่องมากมาย ไม่เพียงแต่พลังบำเพ็ญจะมั่นคงอย่างรวดเร็ว ระดับเต๋ายังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สามพันปีต่อมา ถูซานหนี่ว์เจียวเก็บเมฆมงคลเหนือศีรษะกลับคืน สิ้นสุดการบรรยายธรรมในครั้งนี้
สามร้อยปีต่อมา ผู้คนในที่นั้นต่างทยอยตื่นขึ้นมา ประสานมือคารวะต่อถูซานหนี่ว์เจียว
“ขอบคุณเทพีที่บรรยายธรรมให้พวกเราฟัง!”
หยางเซวียนก็เช่นกัน พลังบำเพ็ญของเขามั่นคงอย่างสมบูรณ์จากการฟังธรรมสามพันปีนี้ ระดับเต๋ายิ่งพุ่งสูงขึ้นถึงเซียนเร้นลับปลาย ต่อจากนี้ขอเพียงมีสมบัติฟ้าดินเพียงพอ ใช้เวลาไม่นาน พลังบำเพ็ญของเขาก็จะก้าวหน้าไปอีกขั้น เข้าสู่เซียนเร้นลับปลาย
แต่หากจะพูดถึงผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของการฟังธรรมในครั้งนี้ นั่นคือการทำให้เส้นทางที่เขาต้องเดินชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้เขาไม่ต้องเดินผิดทางไปหลายหมื่นปี อุปสรรคในการทะลวงสู่ระดับเซียนทองคำในอนาคตก็ลดลงมาก
การบรรยายธรรมของผู้บำเพ็ญเพียรต้าหลัวสิ้นสุดลง งานมหามงคลนี้ก็มาถึงช่วงสุดท้าย ผู้คนในที่นั้นต่างลุกขึ้น เตรียมตัวอำลาจากไป ตั้งใจจะกลับไปยังสถานบำเพ็ญเพียรของตนเพื่อปิดด่านย่อยสิ่งที่ได้รับมา
ทว่าในขณะนั้นเอง บนท้องฟ้าพลันปรากฏเมฆมงคลขึ้นหลายก้อน ดึงดูดความสนใจของผู้คน...