- หน้าแรก
- กระถางสมบัติบันดาลวาสนา
- ตอนที่ 18 กุศลธรรมปรากฏ พลังบำเพ็ญก้าวหน้าอีกครั้ง!
ตอนที่ 18 กุศลธรรมปรากฏ พลังบำเพ็ญก้าวหน้าอีกครั้ง!
ตอนที่ 18 กุศลธรรมปรากฏ พลังบำเพ็ญก้าวหน้าอีกครั้ง!
ตอนที่ 18 กุศลธรรมปรากฏ พลังบำเพ็ญก้าวหน้าอีกครั้ง!
เหนือท้องฟ้าเนินขจี เมฆมงคลรวมตัวกัน ณ ที่แห่งนี้ โปรยปราณมงคลลงมาเป็นสาย ทำให้ผู้คนรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า บาดแผลภายในร่างกายของสิ่งมีชีวิตมากมายได้รับการรักษาเพราะเหตุนี้
“นี่คือ...”
เหล่าเซียนทองคำในโถงใหญ่มองดูนิมิตบนท้องฟ้า สายตาเป็นประกายแวบหนึ่ง ในใจมีข้อสันนิษฐานแล้ว
สิ่งมีชีวิตที่สามารถบำเพ็ญเพียรจนถึงระดับเซียนทองคำได้ อาจเพราะพื้นเพและวิถีที่บำเพ็ญแตกต่างกัน ทำให้มีนิสัยสุดโต่งบางอย่าง และกระทำการบางอย่างที่คนทั่วไปยากจะเข้าใจ
ทว่าเซียนทองคำทุกคนล้วนเป็นผู้ที่มีประสบการณ์และรอบรู้ พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ทั้งในและนอกเก้าดินแดนมาหลายปี เคยเห็นฉากที่คล้ายคลึงกันเช่นนี้มาไม่น้อย
นี่เป็นนิมิตที่จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อกุศลแห่งวิถีมนุษย์ปรากฏลงมาเท่านั้น เพียงแต่ส่วนใหญ่แล้ว ขอบเขตอิทธิพลของนิมิตเช่นนี้ไม่ได้ใหญ่โตขนาดนี้ แม้แต่มหาปราชญ์ของเผ่ามนุษย์บางคนยังยากที่จะก่อให้เกิดนิมิตที่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้
เรื่องนี้ทำให้พวกเขาอดสงสัยไม่ได้ว่าทุกคนที่อยู่ในที่นี้ไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับเผ่ามนุษย์ แล้วใครกันที่สามารถดึงดูดกุศลแห่งวิถีมนุษย์ระดับนี้ให้ปรากฏลงมาได้
“หรือว่าจะเป็นเทพี”
ทุกคนในที่นั้นรวมถึงหยางเซวียนล้วนเกิดความคิดนี้ขึ้นมา มองไปยังถูซานหนี่ว์เจียวโดยไม่ได้นัดหมาย
ในบรรดาผู้คนในเนินขจี ผู้ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเผ่ามนุษย์มากที่สุดคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากถูซานหนี่ว์เจียว นางเป็นถึงภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากของจักรพรรดิมนุษย์ต้าอวี่ การจะวางแผนเพื่อให้ได้มาซึ่งกุศลแห่งวิถีมนุษย์นั้นง่ายกว่าใครๆ
ทว่าหลังจากสัมผัสได้ถึงสายตาของทุกคน ถูซานหนี่ว์เจียวกลับยิ้มแล้วส่ายหน้า
“ทุกท่านประเมินข้าสูงเกินไปแล้ว ข้าไม่มีคุณสมบัติพอที่จะได้รับกุศลส่วนนี้”
เมื่อพูดถึงตอนท้าย ถูซานหนี่ว์เจียวเบ้ปาก น้ำเสียงเจือความอิจฉาเล็กน้อย
หากเป็นไปได้ ข้าย่อมอยากได้กุศลเช่นนี้เหมือนกัน แต่เจ้าคนซื่อบื้ออวี่นั่น ทุกครั้งล้วนให้ความสำคัญกับภาพรวมแล้วปฏิเสธ ข้าจะทำอะไรได้เล่า
ครุ่นคิดไปแล้วหางตาของถูซานหนี่ว์เจียวก็เหลือบมองหยางเซวียนแวบหนึ่ง กลับเกิดความหึงหวงขึ้นมาหลายส่วน
เหตุใดถึงรู้สึกว่าตำแหน่งของท่านเซียนผู้สูงส่งหยางเซวียนในใจของอวี่สำคัญกว่าข้าเสียอีก...
ทุกคนในที่นั้นไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติของถูซานหนี่ว์เจียว หลังจากที่พวกเขาได้ยินคำพูดของนาง ทุกคนต่างตกตะลึงอย่างมาก
ถ้าไม่ใช่ถูซานหนี่ว์เจียว กุศลระดับนี้จะมาจากผู้ใดกัน คงไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งในหมู่พวกเราหรอกนะ
ต้องรู้ไว้ว่าต้องมีคุณูปการที่สำคัญอย่างยิ่งต่อเผ่ามนุษย์ทั้งหมด ทำให้เผ่ามนุษย์เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน จึงจะมีโอกาสได้รับกุศลที่มหาศาลเช่นนี้
เรื่องเช่นนี้แม้แต่ศิษย์ของสำนักใหญ่ยังยากที่จะทำได้ ไม่ต้องพูดถึงเซียนทองคำธรรมดาๆ อย่างพวกเขา
ครืนนน——!
ทุกคนไม่ทันได้คิดมาก ในขณะนี้เมฆมงคลบนท้องฟ้าได้รวมตัวกันจนถึงขีดสุด ปกคลุมพื้นที่หลายสิบล้านลี้ และส่งเสียงฟ้าร้องดังกึกก้อง
ทันใดนั้น กุศลแห่งวิถีมนุษย์จำนวนมหาศาลราวกับสายน้ำในแม่น้ำ ไหลบ่าลงมายังดินแดนสุขาวดีเนินขจีโดยไม่สนใจสิ่งกีดขวางใดๆ ตลอดทาง
ไม่ว่าจะเป็นค่ายกลพิทักษ์ภูเขาของเนินขจีหรือดินหินบนภูเขา ล้วนไม่สามารถขวางกั้นได้แม้แต่น้อย ในที่สุดกุศลทั้งหมดก็ตกลงบนร่างของหยางเซวียน ดึงดูดสายตาตะลึงงันของทุกคน
“อะไรกัน ของข้าหรือ”
แม้แต่หยางเซวียนเองยังชะงักไปเล็กน้อย
เขารู้ว่าตอนนี้มีตลาดอยู่ทั่วเก้าดินแดน เผ่ามนุษย์ไม่เพียงแต่มีระบบการค้าขั้นพื้นฐาน แต่ยังมีความมั่นคงมากขึ้นเพราะเหตุนี้ ใช้เวลาไม่นานเขาก็จะสามารถได้รับกุศลแห่งวิถีมนุษย์อีกครั้ง และปริมาณของกุศลธรรมจะต้องมากกว่าครั้งแรกอย่างแน่นอน แต่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าจะมีกุศลแห่งวิถีมนุษย์ปรากฏมากมายถึงเพียงนี้ มากกว่าที่คาดการณ์ไว้หลายเท่า
เรื่องของตัวเองย่อมรู้ดีที่สุด หยางเซวียนกล้ายืนยันว่าเพียงแค่เรื่องการสร้างตลาด ไม่มีทางที่จะได้รับกุศลแห่งวิถีมนุษย์มากมายถึงเพียงนี้อย่างแน่นอน!
“หรือว่าเป็นเพราะเรื่องค่ายกลเก้ากระถาง แต่ช่วงเวลาก็ไม่ถูกนี่นา ตอนนี้กระถางเก้าดินแดนยังไม่ได้เริ่มหล่อเลย แล้วกุศลของค่ายกลเก้ากระถางจะตกลงมาก่อนได้อย่างไร ถ้าอย่างนั้น...ต้าอวี่คงใช้ลูกเล่นบางอย่างตอนที่ส่งเสริมตลาด ทำให้ตลาดมีอิทธิพลมากขึ้น จึงเกิดภาพเช่นนี้ขึ้นมา ถ้าอย่างนั้นปัญหาคือต้าอวี่ทำอะไรกันแน่ ถึงทำให้กุศลแห่งวิถีมนุษย์เพิ่มขึ้นหลายเท่า”
หยางเซวียนขมวดคิ้วเล็กน้อย คิดจนหัวแทบแตกก็ยังคิดไม่ออก
ตอนนี้โอกาสหาได้ยาก หยางเซวียนจึงเลิกคิดมาก เริ่มหลอมรวมกุศลแห่งวิถีมนุษย์
ในแดนบรรพกาล กุศลธรรมเป็นหนึ่งในทรัพยากรบำเพ็ญเพียรที่ล้ำค่าที่สุ และไม่มีผลข้างเคียงใดๆ
เมื่อกุศลแห่งวิถีมนุษย์เข้าสู่ร่างกาย พลังบำเพ็ญของหยางเซวียนก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เพียงชั่วพริบตาเดียว พลังบำเพ็ญที่เพิ่งทะลวงสู่เซียนเร้นลับขั้นกลางเมื่อสามพันปีก่อนก็ได้เลื่อนขึ้นสู่เซียนเร้นลับปลาย
ทว่ามันยังไม่จบ!
แม้ว่าระดับเต๋าของหยางเซวียนจะอยู่เพียงเซียนเร้นลับปลาย แต่กุศลธรรมไม่ใช่สิ่งที่สมบัติฟ้าดินทั่วไปจะเทียบได้
บนร่างของหยางเซวียนยังมีการคุ้มครองจากชะตาแห่งเผ่ามนุษย์ หลังจากที่เขาทะลวงสู่เซียนเร้นลับปลายแล้ว พลังบำเพ็ญยังคงเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง ในขณะเดียวกันก็เกิดความรู้แจ้งมากมาย ระดับเต๋าก็สูงขึ้นตามไปด้วย
ในที่สุดพลังบำเพ็ญของหยางเซวียนก็ทะลวงสู่เซียนเร้นลับสมบูรณ์ ห่างจากเซียนทองคำเพียงแค่ก้าวเดียว ระดับเต๋าก็ตามหลังอยู่เพียงเล็กน้อย ปิดด่านสักพักก็จะตามทัน ถึงกระนั้นหยางเซวียนก็ยังใช้กุศลแห่งวิถีมนุษย์ไปไม่ถึงหนึ่งส่วนสิบ
หากเขาต้องการ ด้วยกุศลแห่งวิถีมนุษย์บนร่างกายของเขา อีกทั้งยังมีการคุ้มครองจากชะตาแห่งเผ่ามนุษย์ และพื้นฐานของเขาเองก็มั่นคงอย่างยิ่ง เขาสามารถลองทะลวงสู่ระดับเซียนทองคำได้อย่างสมบูรณ์ แต่เขาไม่ได้ทำเช่นนั้น กระทั่งคิดก็ยังไม่เคย
เซียนทองคำแตกต่างจากเซียนแท้จริงและเซียนเร้นลับ ไม่ใช่ว่าพลังบำเพ็ญถึงแล้วจะทะลวงได้เลย หากต้องการบรรลุเป็นเซียนทองคำจะต้องผ่านทัณฑ์สวรรค์ของเซียนทองคำให้ได้ จึงจะมีชีวิตยืนยาวและไม่ต้องกังวลเรื่องอายุขัยอีกต่อไป
นอกจากศิษย์ของสำนักใหญ่แล้ว ทั่วทั้งแดนบรรพกาลใครจะกล้าพูดว่ามั่นใจเต็มร้อย
ไม่รู้ว่ามีเซียนเร้นลับจำนวนเท่าใดที่ต้องสิ้นชีพภายใต้ทัณฑ์สวรรค์ของเซียนทองคำ ตัวตายวิญญาณสลาย
หากโชคดีอาจยังพอหลงเหลือเศษเสี้ยววิญญาณกลับเข้าสู่สังสารวัฏได้ หากโชคร้ายก็คือร่างสลายวิญญาณดับสิ้น
ด้วยเหตุนี้เอง ในแดนบรรพกาลจึงมีสิ่งมีชีวิตจำนวนมากที่พลังบำเพ็ญบรรลุถึงเซียนเร้นลับสมบูรณ์มานานแล้ว แต่เพราะไม่มั่นใจว่าจะผ่านทัณฑ์สวรรค์ของเซียนทองคำไปได้ จึงหยุดอยู่ที่ระดับเซียนเร้นลับเป็นเวลาหลายล้านปี
นานวันเข้าเซียนเร้นลับจำนวนมากสูญเสียความกล้ากระทั่งจะเรียกทัณฑ์สวรรค์ของเซียนทองคำมา
ไม่ใช่ว่าหยางเซวียนไม่มีความกล้าที่จะเรียกทัณฑ์สวรรค์ของเซียนทองคำ แต่เพียงแค่ยังไม่มั่นใจในตอนนี้
ทัณฑ์สวรรค์ของเซียนทองคำเป็นอุปสรรคหนึ่งบนเส้นทางบำเพ็ญเพียรของเขา จะไม่เตรียมตัวให้ดีได้อย่างไร
อีกอย่างอย่างไรเสียที่นี่ก็เป็นถิ่นของเผ่าจิ้งจอก ไม่ใช่สถานที่ที่ดีที่สุดในการข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์อย่างแน่นอน
หยางเซวียนเป็นคนมีเหตุผลมาเสมอ ไม่มีทางสูญเสียความระแวดระวังเพียงเพราะความปรารถนาดีที่ถูซานหนี่ว์เจียวแสดงออกมา
ตามความคิดของเขาในตอนนี้ เขาตั้งใจจะรอให้พลังบำเพ็ญมั่นคง ระดับเต๋าเพิ่มขึ้นถึงเซียนเร้นลับสมบูรณ์ และหลอมรวมสมบัติจิตวิญญาณบนร่างกายให้เสร็จสมบูรณ์ยิ่งขึ้น แล้วค่อยพิจารณาเรื่องการข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์
ส่วนสถานที่สำหรับข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์ หยางเซวียนก็คิดไว้แล้วเช่นกัน
ตอนนี้เขามีพลังบำเพ็ญถึงขั้นเซียนเร้นลับสมบูรณ์แล้ว และยังได้รับตำแหน่งเทพเจ้าแห่งโชคลาภของเผ่ามนุษย์อีกด้วย ในเก้าดินแดนของเผ่ามนุษย์ยิ่งมีชื่อเสียงโด่งดัง ได้รับสมญานามมหาปราชญ์ บรรลุเงื่อนไขเบื้องต้นทั้งหมดของสวรรค์แล้ว
สถานที่สำหรับข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์นี้ หยางเซวียนตั้งใจจะให้เป็นที่สวรรค์ชั้นฟ้า สวรรค์ชั้นฟ้าอยู่ในขอบเขตอำนาจการบริหารจัดการของแดนบรรพกาลแทนสรวงสวรรค์ การเรียกทัณฑ์สวรรค์ที่นั่นอาจทำให้ความรุนแรงของทัณฑ์สวรรค์ของเซียนทองคำลดลงได้บ้าง
นอกจากนี้หลังจากได้รับตำแหน่งเทพเจ้าแห่งโชคลาภของสวรรค์แล้ว ยังจะได้รับการคุ้มครองจากชะตาแห่งสวรรค์อีกด้วย ถึงตอนนั้นเมื่อมีการคุ้มครองซ้อนกันทั้งจากชะตาแห่งเผ่ามนุษย์และชะตาแห่งสวรรค์ กอปรกับสมบัติจิตวิญญาณมากมายบนร่างของหยางเซวียน อัตราความสำเร็จในการข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์ย่อมสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
หลังจากตัดสินใจได้แล้ว หยางเซวียนก็หยุดการบำเพ็ญเพียร รวบรวมกุศลธรรมที่เหลือไปที่ท้ายทอย หลอมรวมเข้ากับวงล้อทองคำแห่งกุศลธรรรมที่ไม่สมบูรณ์แต่เดิม ทำให้มันกลมกลึงยิ่งขึ้น และขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่า ปรากฏเคียงข้างวงล้อทองคำแห่งบารมีธรรม ลอยอยู่ด้านหลังศีรษะของเขา สุดท้ายก็เลือนหายไป นิมิตรอบๆ เนินขจีก็หายไปในเวลานี้เช่นกัน ทุกสิ่งกลับคืนสู่ความสงบ...