เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 16 เข้าสู่เนินขจี มอบสมบัติจิตวิญญาณเป็นของขวัญ!

ตอนที่ 16 เข้าสู่เนินขจี มอบสมบัติจิตวิญญาณเป็นของขวัญ!

ตอนที่ 16 เข้าสู่เนินขจี มอบสมบัติจิตวิญญาณเป็นของขวัญ!


ตอนที่ 16 เข้าสู่เนินขจี มอบสมบัติจิตวิญญาณเป็นของขวัญ!

ณ ดินแดนสุขาวดีเนินขจี

แม้วันนี้จะเป็นวันที่เผ่าจิ้งจอกจัดงานเลี้ยง แต่กลับไม่คึกคักอย่างที่หยางเซวียนจินตนาการไว้ นอกจากอสูรจิ้งจอกรูปงามแต่ละนางแล้ว ก็มีเพียงสิ่งมีชีวิตต่างเผ่าพันธุ์ไม่กี่ตนเท่านั้นที่มายังที่แห่งนี้

งานเลี้ยงนี้ถึงขั้นมีผู้บำเพ็ญเพียรต้าหลัวบรรยายธรรมเชียวนะ จะเป็นงานที่สิ่งมีชีวิตใดๆ จะเข้าร่วมได้อย่างไร สิ่งมีชีวิตที่ได้รับเชิญมายังที่แห่งนี้ได้ อย่างน้อยต้องมีระดับพลังบำเพ็ญเซียนทองคำ

หยางเซวียนที่เป็นเซียนเร้นลับมาถึงที่นี่เพียงลำพัง ราวกับหงส์ในฝูงไก่ ทันใดนั้นก็ดึงดูดสายตาของสิ่งมีชีวิตมากมาย บางคนงุนงง บางคนสงสัย ยิ่งมีบางคนไม่พอใจ งานมหามงคลเช่นนี้ เซียนเร้นลับตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะมีคุณสมบัติปรากฏตัวที่นี่ได้อย่างไร

สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ในที่นี้ล้วนเกิดความคิดคล้ายๆ กันขึ้นในใจ ไม่ใช่ว่าพวกเขามีอคติต่อหยางเซวียน แต่เป็นเพราะพวกเขามีสิทธิ์ที่จะคิดเช่นนั้น ใครใช้ให้เด็กรับใช้หรือสัตว์พาหนะของพวกเขามีระดับพลังบำเพ็ญที่ไม่ด้อยไปกว่าหยางเซวียนเล่า

หยางเซวียนไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้ สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย เขาอุ้มลูกเสือขาวลงมาจากบนหัว เดินช้าๆ ไปอยู่หน้าอสูรจิ้งจอกสองตนที่ทำหน้าที่ต้อนรับ หยิบบัตรเชิญในแขนเสื้อออกมา ประสานมือคารวะแล้วกล่าว

“นักพรตน้อยหยางเซวียน มาที่นี่เพื่อร่วมงานเลี้ยงตามคำเชิญของถูซานชิงอวิ๋น”

“หยางเซวียน?!”

อสูรจิ้งจอกทั้งสองเมื่อได้ยินคำว่า 'หยางเซวียน' สีหน้าพลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย อดไม่ได้ที่จะร้องอุทานออกมา

ในไม่ช้าพวกเขาก็ต่างยื่นมือเล็กๆ ที่มีขนจิ้งจอกสีขาวขึ้นมาปิดปากกันและกันก่อนกล่าวขออภัยพร้อมกัน

“ท่านเซียนผู้สูงส่งโปรดรอสักครู่ ข้าจะไปเรียนนายหญิงเดี๋ยวนี้!”

พูดจบอสูรจิ้งจอกน้อยทั้งสองหันหลังกลับมาชนกันเอง หลังจากนั้นก็วิ่งสบถด่าพลางเข้าไปในถ้ำ

หยางเซวียน “...”

สถานการณ์อะไรกันนี่ ชื่อเสียงของข้าดังมาถึงเนินขจีแล้วหรือ

หยางเซวียนเกาหัว สีหน้าค่อนข้างจนใจ

ในช่วงเวลาสามหมื่นปีนี้ หยางเซวียนไม่ได้ปิดด่าน ยิ่งไม่ได้ตัดขาดจากโลกภายนอก เพื่อหาของขวัญที่เหมาะสม เขาเดินทางมุ่งหน้าไปยังเนินขจีพลางค้นหาของวิเศษตามที่ต่างๆ ระหว่างทางย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงที่จะต้องผ่านหมู่บ้านและเมืองของเผ่ามนุษย์

เขาได้เห็นตลาดค่อยๆ แพร่กระจายไปทั่วทุกพื้นที่ของเผ่ามนุษย์ เหรียญบารมีธรรมกลายเป็นของใช้ในชีวิตประจำวันของเผ่ามนุษย์ ยังได้เห็นเผ่ามนุษย์สร้างวัดเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ธูปเทียนบูชานับวันยิ่งรุ่งเรือง

เขายิ่งเข้าใจว่าชื่อเสียงของตนเองในหมู่เผ่ามนุษย์นั้นสูงขึ้นเรื่อยๆ ชะตาแห่งเผ่ามนุษย์บนร่างกายยิ่งเข้มข้นขึ้น ส่งผลให้ความเร็วในการโคจรวิชาเร้นลับเบญจธรรมเร็วขึ้นไม่น้อย ประสิทธิภาพในการรวบรวมปราณบารมีบริสุทธิ์สูงขึ้นเรื่อยๆ ปราณบารมีบริสุทธิ์บนร่างกายมีมากขึ้นเรื่อยๆ และโชคลาภก็ดีขึ้นเรื่อยๆ

โชคลาภของหยางเซวียนในตอนนี้ แค่คำว่าเดินอยู่ริมถนนแล้วเก็บของล้ำค่าได้ยังไม่เพียงพอที่จะอธิบาย ถึงขั้นมีลางบอกเหตุว่าของวิเศษต่างๆ จะมาหาเขาเอง

ด้วยเหตุนี้เอง หยางเซวียนจึงเก็บของล้ำค่าได้ไม่น้อยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมื่อห้าพันปีก่อนก็ได้เก็บสมบัติจิตวิญญาณที่เหมาะสมชิ้นหนึ่งซึ่งสามารถใช้เป็นของขวัญได้

หยางเซวียนคิดว่าอาจเป็นเพราะชื่อเสียงของเขาในหมู่เผ่ามนุษย์โด่งดังเกินไป อสูรจิ้งจอกน้อยทั้งสองจึงมีปฏิกิริยาเช่นนั้น

อย่างไรเสียถูซานหนี่ว์เจียวเป็นถึงภรรยาของต้าอวี่ ความสัมพันธ์ระหว่างเผ่าจิ้งจอกและเผ่ามนุษย์จึงใกล้ชิดกันมาก แม้ว่าจะติดขัดด้วยสถานการณ์ใหญ่ ทำให้ไม่มีเผ่าจิ้งจอกเข้ารับราชการในราชสำนัก แต่ก็มีเผ่าจิ้งจอกไม่น้อยที่ทำงานในราชสำนักต้าเซี่ย ถูซานชิงอวิ๋นในอดีตก็เป็นเช่นนั้น

เผ่าพันธุ์อื่นอาจจะไม่ค่อยสนใจเรื่องของเผ่ามนุษย์ แต่เผ่าจิ้งจอกไม่มีทางเป็นเช่นนั้นเด็ดขาด

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลังจากได้ยินหยางเซวียนแนะนำตัวเองแล้ว อสูรจิ้งจอกที่อยู่ในเหตุการณ์ทุกตนล้วนแสดงสีหน้ายำเกรงออกมาเล็กน้อย ต่างพากันหลบสายตา ไม่กล้าสบตาด้วย ราวกับนักเรียนจอมซนที่ได้พบกับคุณครูผู้เข้มงวด

ท่าทีเช่นนี้ของเผ่าจิ้งจอกทำให้แขกเหรื่อที่อยู่ในงานยิ่งรู้สึกสงสัย

นี่ไม่ใช่แค่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับเซียนเร้นลับขั้นต้นคนหนึ่งหรอกหรือ จิ้งจอกน้อยระดับเซียนสวรรค์และเซียนแท้จริงมีปฏิกิริยาแบบนี้ยังพอว่า ทำไมอสูรจิ้งจอกระดับเซียนเร้นลับถึงเป็นแบบนี้ไปด้วย

อสูรจิ้งจอกระดับเซียนทองคำไม่กี่ตนนั้นยังถึงกับแววตาหลบเลี่ยง สีหน้าแข็งทื่อ

ทั้งหมดนี้ล้วนเผยให้เห็นกลิ่นอายที่แปลกประหลาด ทำให้ผู้คนไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ในแดนบรรพกาล ความแข็งแกร่งคือสิ่งที่น่าเคารพที่สุด ต่อให้คนผู้นี้เป็นลูกชายแท้ๆ ของจักรพรรดิมนุษย์ต้าอวี่ก็ไม่ควรทำให้เผ่าจิ้งจอกมีปฏิกิริยาเช่นนี้ เซียนทองคำสองสามตนอดทนต่อความสงสัยในใจไม่ไหว บ้างก็เปิดเนตรสวรรค์ บ้างก็หยิกนิ้วคำนวณ อยากสำรวจที่มาที่ไปของหยางเซวียน

แต่ในวินาทีต่อมา พวกเขาทุกคนล้วนรู้สึกเจ็บแปลบที่ดวงตา ไม่กล้ากระทำการไร้มารยาทเช่นนี้อีกต่อไป

นี่มันตัวประหลาดอะไรกัน?!!

พวกเขาเพิ่งจะเริ่มประเมินก็เห็นไอหมอกสีเทาหลายสายปิดกั้นความลับสวรรค์โดยอัตโนมัติ ทำให้มองเห็นไม่ชัดเจน

สิ่งเดียวที่มองเห็นได้คือวงล้อทองคำแห่งบารมีธรรมและวงล้อทองคำแห่งกุศลธรรมที่อยู่เคียงกันเบื้องหลังศีรษะของหยางเซวียน เปล่งแสงสีทองแดงออกมา

เบื้องหลังของหยางเซวียนยังมีการคุ้มครองจากชะตาแห่งเผ่ามนุษย์ หลังจากสัมผัสได้ถึงการสอดแนมของคนเหล่านี้ พลันกลายร่างเป็นมังกรทองตัวหนึ่ง แยกเขี้ยวกางกรงเล็บ

หากไม่ใช่เพราะพวกเขาถอยได้เร็วพอ เกรงว่าคงจะต้องถูกชะตาแห่งเผ่ามนุษย์สะท้อนกลับ

หากเป็นที่อื่น พวกเขาอาศัยว่ามีระดับพลังบำเพ็ญสูง คงไม่ใส่ใจชะตาแห่งเผ่ามนุษย์บนร่างของหยางเซวียนมากนัก แต่ในอาณาเขตเก้าดินแดน หากไม่จำเป็น ไม่มีใครอยากเป็นศัตรูกับผู้ที่มีชะตาแห่งเผ่ามนุษย์คุ้มครอง

ยิ่งไปกว่านั้น บนร่างของหยางเซวียนยังมีวงล้อทองคำแห่งบารมีธรรมอันใหญ่หลวงอีกวงหนึ่ง!

เรื่องนี้ทำให้พวกเขาค่อนข้างงุนงง หยางเซวียนเป็นเพียงเซียนเร้นลับคนหนึ่ง เหตุใดจึงมีกุศลแห่งวิถีมนุษย์ เหตุใดจึงมีบารมีธรรมที่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนั้น และเหตุใดจึงได้รับการคุ้มครองจากชะตาแห่งเผ่ามนุษย์โดยสมัครใจ

ยังไม่ต้องพูดถึงกุศลแห่งวิถีมนุษย์และบารมีธรรม แค่ระดับของชะตาแห่งเผ่ามนุษย์ขนาดนั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่เซียนทองคำทั่วไปจะเทียบได้แล้ว

หากต้องการได้รับชะตาแห่งเผ่ามนุษย์ระดับนี้ จะต้องมีคุณูปการที่สำคัญต่อเผ่ามนุษย์ทั้งหมดจึงจะมีโอกาสทำได้ เซียนเร้นลับตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะสามารถทำเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร

คนเหล่านี้ล้วนแต่เพิ่งออกจากด่านหลังจากได้รับบัตรเชิญจากเนินขจี ไม่รู้ชื่อเสียงของหยางเซวียนในหมู่เผ่ามนุษย์เลยแม้แต่น้อย เรื่องนี้จึงทำให้พวกเขายิ่งไม่เข้าใจมากขึ้น

จะให้พวกเขาสืนค้นอีกครั้งนั้นไม่กล้าเด็ดขาด การถูกชะตาแห่งเผ่ามนุษย์สะท้อนกลับไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

เมื่อเซียนทองคำและเซียนทองคำไท่อี่ที่เหลือเห็นปฏิกิริยาของคนเหล่านี้ ในใจก็ยิ่งสงสัยมากขึ้น ทันใดนั้นก็คิดจะหาอสูรจิ้งจอกมาสอบถามสักหน่อย

ทว่าในขณะนั้นเอง ร่างสีครามร่างหนึ่งวิ่งออกมาอย่างร้อนรน มาถึงเบื้องหน้าหยางเซวียน ประสานมือคารวะแล้วกล่าวขออภัย

“คนรุ่นหลังในเผ่าไม่รู้มารยาท หวังว่าท่านเซียนผู้สูงส่งจะไม่ถือสา”

“ไม่เป็นไร เผ่าจิ้งจอกเป็นเช่นนี้ถึงจะแสดงธาตุแท้ออกมา”

หยางเซวียนโบกมือ ย่อมไม่เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจอยู่แล้ว หลังจากนั้นก็หยิบเชือกแดงเส้นหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อส่งให้ แล้วกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“ของสิ่งนี้เป็นสิ่งที่นักพรตน้อยบังเอิญได้มาเมื่อไม่กี่วันก่อน มีชื่อว่า ‘เชือกชาดบุพเพสันนิวาส’ เป็นสมบัติจิตวิญญาณพรสวรรค์ชั้นล่างที่มีผนึกสิบสองชั้น”

“ผู้ที่ถือเชือกชาดบุพเพสันนิวาสสามารถใช้มันเพื่อผูกบุพเพสันนิวาสได้ แต่ไม่มีความสามารถในการโจมตีและป้องกันที่แข็งแกร่งนัก หวังว่าสหายเต๋าจะไม่หัวเราะเยาะ”

ถูซานชิงอวิ๋น “...”

เหล่าอสูรจิ้งจอก “...”

เซียนทองคำและเซียนทองคำไท่อี่ที่เหลือ “...”

หัวเราะเยาะหรือ เจ้าลองฟังสิ่งที่ตัวเองพูดหน่อยดีไหม

นี่คือสมบัติจิตวิญญาณพรสวรรค์ชั้นล่างเชียวนะ ต่อให้เชือกชาดบุพเพสันนิวาสจะไม่โดดเด่นด้านโจมตีและป้องกัน มันก็เป็นสมบัติจิตวิญญาณพรสวรรค์ที่ล้ำค่า!

ต้องรู้ว่าต่อให้เป็นเซียนทองคำไท่อี่ก็หยิบแค่ผลวิญญาณพรสวรรค์ผลสองผลมาเป็นของขวัญเท่านั้น ผลวิญญาณพรสวรรค์แค่ผลสองผลจะเทียบกับสมบัติจิตวิญญาณพรสวรรค์ได้อย่างไร

ถ้าเชือกชาดบุพเพสันนิวาสของเจ้ายังต้องทำให้คนหัวเราะเยาะ แล้วพวกเราเหล่านี้จะนับเป็นอะไร

หยางเซวียนสังเกตเห็นสีหน้าที่แปลกประหลาดของเหล่าสิ่งมีชีวิตรอบๆ เช่นกัน จึงเข้าใจว่าของขวัญของตนเองอาจจะล้ำค่าไปสักหน่อย

ไม่ใช่สิ พวกเจ้าแต่ละคนไม่เป็นเซียนทองคำก็เป็นเซียนทองคำไท่อี่ไม่ใช่หรือ ทำไมมาฟังเซียนทองคำต้าหลัวบรรยายธรรม ถึงกับไม่ยอมมอบสมบัติจิตวิญญาณพรสวรรค์ชั้นต่ำสักชิ้นเลยหรือ

หยางเซวียนจนใจ เขาไม่อยากทำตัวโดดเด่นเกินไปจึงได้เลือกสมบัติจิตวิญญาณพรสวรรค์ชั้นล่างชิ้นนี้ที่ไม่มีประโยชน์กับตัวเองและมีพลังไม่มากมาเป็นของขวัญ

ผลคือคาดไม่ถึงว่าสิ่งมีชีวิตที่มาร่วมงานเลี้ยงเหล่านี้กลับขี้เหนียวกว่าเขาเสียอีก แต่ของก็หยิบออกมาแล้ว จะมีเหตุผลให้เก็บกลับไปได้อย่างไร

หยางเซวียนประมวลความคิดในหัวอย่างรวดเร็ว ในไม่ช้าก็คิดคำพูดที่ยอดเยี่ยมออกมาได้...

จบบทที่ ตอนที่ 16 เข้าสู่เนินขจี มอบสมบัติจิตวิญญาณเป็นของขวัญ!

คัดลอกลิงก์แล้ว