- หน้าแรก
- เสด็จพ่อ ข้ากลับมาล้างบัลลังก์
- ตอนที่ 3: ฆ่าคนปิดปาก
ตอนที่ 3: ฆ่าคนปิดปาก
ตอนที่ 3: ฆ่าคนปิดปาก
ในไม่ช้า ผู้บัญชาการทหารองครักษ์หลวงก็เดินเข้ามา คุกเข่าลงกับพื้นแล้วกล่าว
"แม่ทัพผู้นี้ขอถวายบังคมฝ่าบาท!"
ซ่างกวนสงมองไปยังผู้บัญชาการทหารองครักษ์หลวงแล้วเอ่ยถามด้วยเสียงทุ้ม
"องค์รัชทายาทก่อกบฏ แต่เจ้าจับกุมพระองค์ได้คาหนังคาเขา และยังเป็นผู้ทำให้พระองค์ลงนามในคำสารภาพด้วยใช่หรือไม่?"
"เรียนท่านอัครเสนาบดี ข้าน้อยเป็นผู้จับกุมองค์รัชทายาทด้วยตนเอง และยังเป็นผู้เห็นพระองค์ลงนามในคำสารภาพกับตา!"
ผู้บัญชาการทหารองครักษ์หลวงกล่าวด้วยเสียงเคร่งขรึม
ซ่างกวนสงเหลือบมองฉินอวี่อย่างเย็นชา เผยรอยยิ้มที่มีความหมายลึกซึ้ง จากนั้น เขาก็หยิบจดหมายสารภาพฉบับหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ ชูขึ้นสูงแล้วกล่าวว่า
"ฝ่าบาท! นี่คือจดหมายสารภาพที่องค์ชายได้ลงนามไว้ในตอนนั้นพ่ะย่ะค่ะ!"
บัดนี้มีทั้งพยานและหลักฐาน ฉินอวี่ต้องตายอย่างแน่นอน!
ฉินอวี่กลอกตามองซ่างกวนสง แล้วหันไปมองผู้บัญชาการทหารองครักษ์หลวงที่คุกเข่าอยู่
"ในเมื่อเจ้าเป็นผู้จับกุมองค์ชายผู้นี้ เช่นนั้นเจ้าจับกุมข้าได้ที่ใด? ข้าลงนามในคำสารภาพอย่างไร? ในตอนนั้นมีทหารองครักษ์หลวงคนใดอยู่บ้าง? ข้างกายข้าย่อมต้องมีคนอยู่บ้างใช่หรือไม่? แล้วคนเหล่านั้นไปไหนหมด? จงเล่ามาให้หมดทุกคำ!"
สีหน้าของซ่างกวนสงเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง!
ปล่อยให้มันถามต่อไปไม่ได้ มิเช่นนั้นเรื่องกบฏจะต้องถูกเปิดโปง!
"ฝ่าบาท! องค์รัชทายาทก่อกบฏ หลักฐานมัดตัวแน่นหนา กระหม่อมเชื่อว่ามิจำเป็นต้องฟังคำแก้ตัวของพระองค์อีกต่อไป!"
ซ่างกวนสงรีบคุกเข่าลงเบื้องหน้าฮ่องเต้เหลียงแล้วทูลเสียงดัง
"เราอยากจะฟัง!"
ฮ่องเต้เหลียงทอดพระเนตรไปยังซ่างกวนสงแล้วตรัสอย่างเย็นชา ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายแห่งการสังหารออกมา แรงกดดันแห่งจักรพรรดิทำให้ทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้นหวาดกลัวจนไม่กล้าหายใจแรง ซ่างกวนสงกลืนน้ำลายอึกใหญ่แล้วหุบปากลงอย่างเชื่อฟัง!
"คือว่า..."
เมื่อผู้บัญชาการทหารองครักษ์หลวงเห็นสัญญาณสายตาของซ่างกวนสง เขาก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่งและไม่สามารถเอ่ยคำใดออกมาได้เป็นเวลานาน
"ฮ่าๆ! เพียงแค่เล่าเรื่องที่เจ้าประสบมาด้วยตนเอง มันยากเย็นถึงเพียงนี้เชียวรึ?"
ฉินอวี่เอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน
"ข้า! ข้าคือ..."
ผู้บัญชาการทหารองครักษ์หลวงตื่นตระหนกอย่างสมบูรณ์
"หึ! ที่เจ้าเล่าไม่ได้ก็เพราะว่าข้า องค์ชายผู้นี้ ไม่ได้ก่อกบฏเลยแม้แต่น้อย! คนที่ก่อกบฏที่แท้จริงคือคนอื่น บอกมา! มันคือผู้ใด?"
สีหน้าของฉินอวี่เปลี่ยนไปในทันใด แววตาของเขาอำมหิตราวกับคมมีดที่กำลังจะควักหัวใจ!
ผู้บัญชาการทหารองครักษ์หลวงหน้าซีดเผือดในทันที ร่างกายสั่นเทา เขายกมือขึ้นอย่างสั่นๆ หันกลับไปและกำลังจะชี้ไปยังบางคน
ซ่างกวนสงก็พลันชักดาบจากเอวของผู้บัญชาการทหารองครักษ์หลวงออกมา แล้วฟันศีรษะของเขาขาดกระเด็นในดาบเดียว
ฉัวะ!
ศีรษะของผู้บัญชาการทหารองครักษ์หลวงกลิ้งหลุนๆ ไปบนพื้น ร่างไร้ศีรษะพ่นโลหิตสูงถึงสามฉื่อก่อนจะล้มลงบนพื้นอย่างหนัก!
"ฝ่าบาท! คนผู้นี้ช่างอุกอาจยิ่งนัก! ก่ออาชญากรรมกบฏแล้วยังกล้าใส่ร้ายองค์รัชทายาทอีก! กระหม่อมจึงได้สังหารเขา ขอฝ่าบาทโปรดมีพระราชโองการให้ประหารทั้งตระกูลของมันด้วย! ไม่สิ! ต้องประหารเก้าชั่วโคตร!"
ซ่างกวนสงคุกเข่าลงกับพื้น ชี้ไปยังร่างไร้ศีรษะแล้วกล่าวอย่างเย็นชา
"ท่านอัครเสนาบดีช่างเด็ดขาดยิ่งนัก ทุกเรื่องราวนำหน้าเสด็จพ่อของข้าไปหนึ่งก้าวเสมอ สมแล้วที่เป็นเสาหลักของประเทศชาติ!"
ฉินอวี่กล่าวอย่างประชดประชัน
เขากัดฟันอย่างลับๆ ขาดอีกเพียงก้าวเดียวก็จะสามารถพิสูจน์ได้แล้วว่าคนที่ก่อกบฏคือซ่างกวนสงและฉินหมั่ง แต่เจ้าเฒ่าซ่างกวนสงผู้นี้กลับเหี้ยมโหดเกินไป เพื่อรักษาชีวิตของตนเอง ถึงกับสังหารคนของตนเองได้อย่างง่ายดาย!
"ฝ่าบาท! สิ่งที่กระหม่อมเกลียดที่สุดในชีวิตคือเหล่าคนชั่วทรยศที่ก่อการกบฏ ดังนั้นกระหม่อมจึงไม่อาจยับยั้งชั่งใจได้ และได้สังหารคนผู้นี้ ณ ที่นั้น ขอฝ่าบาทโปรดลงโทษกระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ!"
ซ่างกวนสงกัดฟันกรอด
ผู้บัญชาการทหารองครักษ์หลวงคือคนสนิทที่เขาไว้ใจที่สุด และเป็นเพราะผู้บัญชาการผู้นี้เป็นคนของเขา เขาจึงสามารถนำทัพเข้าวังได้อย่างสำเร็จ และหลบหนีไปได้อย่างปลอดภัยหลังจากการก่อกบฏล้มเหลว!
บัดนี้ เขาถูกฉินอวี่บีบให้ต้องสังหารคนสนิทที่ตนเองฟูมฟักมากับมือ เขาอยากจะสับฉินอวี่เป็นหมื่นๆ ชิ้น!
"คดีกบฏขององค์รัชทายาทให้ยุติลงเพียงเท่านี้ ผู้ใดกล้าเอ่ยถึงเรื่องนี้อีก จะถูกสังหารโดยปราศจากความปรานี!"
ฮ่องเต้เหลียงตรัสด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก จิตสังหารเอ่อล้นอยู่ในพระทัย!
คดีกบฏของฉินอวี่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของซ่างกวนสง หากฉินอวี่ถูกใส่ร้าย ซ่างกวนสงก็ย่อมมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน
แม้ว่าฉินอวี่จะเป็นเศษสวะที่ขี้ขลาดและไร้ความสามารถ แต่เขาก็ยังเป็นโอรสของพระองค์!
หลังจากวิกฤตการณ์เป่ยเหลียงคลี่คลาย จะต้องมีการสืบสวนเรื่องนี้อย่างละเอียด!
ผู้ใดที่กล้าใส่ร้ายองค์รัชทายาท จะต้องถูกประหารทั้งตระกูล!
"เสด็จพ่อ! โปรดปลดลูกลงเป็นสามัญชนและเนรเทศไปยังชายแดนด้วยพ่ะย่ะค่ะ!"
ฉินอวี่กล่าวเสียงดังอีกครั้งอย่างไม่ถ่อมตนหรือหยิ่งผยอง
"ไอ้ลูกโง่! เราประกาศไปแล้วว่าเรื่องกบฏให้ยุติลงเพียงเท่านี้ เจ้าก็จงอยู่ในเมืองหลวงต่อไป!"
ฮ่องเต้เหลียงทุบลงบนบัลลังก์มังกรอย่างแรง แต่น้ำเสียงของพระองค์กลับอ่อนลงมาก
"เสด็จพ่อ! จักรพรรดิพิทักษ์ประตูเมือง กษัตริย์ยอมม้วยเพื่อแผ่นดิน! ในฐานะองค์รัชทายาท ลูกสมควรไปยังชายแดน เพื่อพิทักษ์พรมแดนของประเทศแทนเสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ!"
ฉินอวี่กล่าวเสียงดัง
จักรพรรดิพิทักษ์ประตูเมือง กษัตริย์ยอมม้วยเพื่อแผ่นดิน!
เหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋นและบู๊ทั่วทั้งราชสำนักต่างตกตะลึง ถ้อยคำอันอาจหาญเช่นนี้จะออกมาจากปากขององค์ชายผู้ไร้ประโยชน์คนนี้ได้อย่างไร!
ฮ่องเต้เหลียงทรงพึมพำกับตนเอง ในพระทัยรู้สึกสะท้านสะเทือนอย่างหาที่เปรียบมิได้ พระองค์มีโอรสมากมาย แต่ละคนเก่งกาจในการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น แต่กลับไม่มีผู้ใดเคยคิดที่จะแบ่งเบาความกังวลของพระองค์เลย!
ฉินอวี่ ผู้ที่พระองค์มองว่าเป็นเศษสวะ กลับมีหัวใจที่จะรับใช้บ้านเมืองถึงเพียงนี้!
เมื่อทรงนึกถึงครั้งที่ฉินอวี่ถูกเหล่าองค์ชายอื่นรังแก และถูกฉินหมั่งบังคับให้กินอาหารสุนัขบนพื้น และการที่พระองค์ผู้เป็นบิดาไม่เคยใส่ใจฉินอวี่เลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังรู้สึกว่าฉินอวี่ทำให้ราชวงศ์ต้องเสียหน้า ดวงตาของฮ่องเต้เหลียงก็พลันชื้นแฉะ...
พระองค์หันหลังไป ใช้แขนเสื้อเช็ดความชื้นที่หางพระเนตร แล้วทอดพระเนตรไปยังฉินอวี่ด้วยแววตาที่อ่อนโยนขึ้นเล็กน้อย