เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23: พูดตามตรง... พวกท่านทุกคนที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้

บทที่ 23: พูดตามตรง... พวกท่านทุกคนที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้

บทที่ 23: พูดตามตรง... พวกท่านทุกคนที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้


กู้ชิงเฟิงมองดูทุกสิ่งด้วยความสงบนิ่ง ในใจมิได้บังเกิดความรู้สึกใดๆ

เขาล่วงรู้ธาตุแท้ของมนุษย์ดี ทราบว่าในบรรดาคนเหล่านี้มีเพียงส่วนน้อยที่มีเจตนาแอบแฝง แต่คนส่วนใหญ่ก็แค่ไม่อยากเห็นตนเป็นผู้ชนะ

เพราะความอิจฉา!

พวกเขาอิจฉาที่ตนมีศาสตราวุธวิญญาณ

อิจฉาที่ตนสามารถอาศัยศาสตราวุธวิญญาณเพื่อคว้าตำแหน่งผู้ขับไล่มารระดับเหลืองมาได้

พวกเขาคงคิดว่า นอกจากศาสตราวุธวิญญาณแล้ว กู้ชิงเฟิงก็หาได้มีดีอันใดไม่

“พอได้แล้ว” เหอเฟิงหัวเอ่ยห้ามปรามเสียงประณามของทุกคน

“กู้ชิงเฟิง เจ้ามีอะไรจะพูดหรือไม่”

สีหน้าของเหอเฟิงหัวยังคงสงบนิ่ง แต่แววตากลับแฝงไปด้วยความดูแคลนที่มองลงมาจากที่สูง ประหนึ่งกำลังเย้ยหยันที่กู้ชิงเฟิงไม่เจียมตัวกล้าปฏิเสธตนในครานั้น

กู้ชิงเฟิงยิ้ม “พวกเจ้าทุกคนคิดว่าข้าชนะได้เพราะพึ่งพาศัสตราวุธวิญญาณ แต่หารู้ไม่ว่า... ข้าเพียงแค่ไม่อยากทำลายความมั่นใจของพวกเจ้าจนเกินไป

เพราะหากพวกเจ้าพ่ายแพ้ให้ข้าที่มีศาสตราวุธวิญญาณในมือ ก็ยังพอมีข้ออ้างปลอบใจตนเองได้ว่าแพ้ให้แก่ศาสตราวุธวิญญาณ แต่หากไร้ซึ่งศาสตราวุธวิญญาณแล้วพวกเจ้ายังพ่ายแพ้ให้แก่คนที่มีพลังเพียงขอบเขตชำระกายาขั้นสาม... ข้าเกรงว่าพวกเจ้าจะรับความพ่ายแพ้นี้ไม่ไหว!”

เมื่อทุกคนได้ฟังคำพูดอันโอหังของกู้ชิงเฟิง ความคิดแรกที่ผุดขึ้นในใจของทุกคนคือ... กู้ชิงเฟิงเสียสติไปแล้ว!

ขอบเขตชำระกายาขั้นเก้าแพ้ให้ขอบเขตชำระกายาขั้นสาม?

ช่างเป็นเรื่องน่าขันที่สุดในใต้หล้า!

“ฮ่าๆๆ! ข้าไม่ได้ฟังผิดไปใช่หรือไม่? เจ้าเด็กนี่มันหมายความว่าต่อให้ไม่ใช้ศาสตราวุธวิญญาณก็ยังชนะได้อย่างนั้นรึ?”

“มันคิดว่าแค่เคยอาศัยศาสตราวุธวิญญาณเอาชนะผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตชำระกายาขั้นเก้าไปได้ไม่กี่คน จะทำให้ตนสามารถเอาชนะด้วยฝีมือแท้จริงได้หรืออย่างไร?”

“หากไร้ซึ่งศาสตราวุธวิญญาณ เจ้ามันก็แค่เศษสวะ! ช่างไม่เจียมตัว!”

“เฮ้อ” กู้ชิงเฟิงถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วกล่าวเรียบๆ ว่า “เดิมทีข้าอยากจะคบหากับพวกเจ้าเยี่ยงคนธรรมดา แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงความเย็นชาและเย้ยหยัน เอาเถอะ ข้าไม่เสแสร้งแล้ว เปิดไพ่เลยแล้วกัน ความจริงแล้ว... ข้าไร้เทียมทานในขอบเขตชำระกายามาตั้งนานแล้ว!”

บรรยากาศพลันเงียบสงัดลงอย่างน่าประหลาด

หนึ่งวินาที สองวินาที...

ทันใดนั้น เสียงหัวเราะดังลั่นก็ระเบิดก้องออกมาจากฝูงชน

“ฮ่าๆๆ... เขาพูดว่าอะไรนะ? เขาบอกว่าตนเองไร้เทียมทานในขอบเขตชำระกายางั้นรึ?”

“ข้าจะขำตายอยู่แล้ว คนที่มีพลังแค่ขอบเขตชำระกายาขั้นสาม กล้าพูดจาโอ้อวดว่าตนเองไร้เทียมทานในขอบเขตชำระกายา?”

“ดื่มไปกี่จอกกัน ถึงได้เมามายปานนี้?”

“กู้ชิงเฟิง ตามที่เจ้าพูด... หมายความว่าเจ้ายินยอมที่จะไม่ใช้ศาสตราวุธวิญญาณแล้วใช่หรือไม่?” เหอเฟิงหัวรีบเอ่ยถามขึ้นทันควัน

กู้ชิงเฟิงพยักหน้าแล้วกล่าวเรียบๆ ว่า “ขอพูดตามตรง... พวกท่านทุกคนที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้ รวมทั้งหมดแล้ว... ล้วนเป็นขยะ! ต่อให้ไม่ใช้ศาสตราวุธวิญญาณ ข้าก็ยังชนะได้อย่างง่ายดาย!”

ล้วนเป็นขยะ!? ชนะได้อย่างง่ายดาย!?

คำพูดอันโอหังของกู้ชิงเฟิงดังก้องอยู่ในหัวของทุกคน ทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างเดือดดาลจนพากันสบถด่า

คนที่มีพลังเพียงขอบเขตชำระกายาขั้นสาม กลับกล้าด่าว่าทุกคนเป็นขยะ พวกเขาจะไม่โกรธได้อย่างไร

บางคนถึงกับตะโกนให้หูป้านชิงสั่งสอนกู้ชิงเฟิงให้หนัก!

ผู้ดูแลเห็นสถานการณ์เริ่มจะควบคุมไม่อยู่ จึงต้องก้าวออกมาห้ามปรามทุกคน

“เงียบ! ทุกคนเงียบ! การประลองจะเริ่มขึ้นแล้ว!”

“สหายหู สู้กับมัน! สังหารเจ้าขยะที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำนี่เสีย!”

“ใช่! จัดการมัน! อัดมันให้ยับ!”

หูป้านชิงมองฝูงชนที่โกรธเกรี้ยวเบื้องล่าง บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันขึ้นมา “กู้ชิงเฟิง ดูเหมือนว่าความโอหังของเจ้าจะจุดไฟโทสะให้มหาชนแล้วสินะ”

“โอหังรึ? ข้าเพียงแค่กล่าวความจริงเท่านั้น”

สีหน้าของหูป้านชิงฉายแววโกรธเกรี้ยว กล่าวความจริงรึ? นั่นมิใช่เท่ากับว่ากำลังด่าข้าว่าเป็นขยะด้วยหรอกหรือ?

“ดี! วันนี้ข้าจะดูซิว่า ปากของเจ้าจะแข็งกว่า หรือหมัดของข้าจะแข็งกว่ากันแน่!” หูป้านชิงโกรธจนหัวเราะออกมา

“โอ้? ได้ยินมาว่าเจ้าถนัดเพลงดาบที่สุด เหตุใดจึงเปลี่ยนมาใช้หมัดเล่า?” กู้ชิงเฟิงกล่าวเรียบๆ

“เพื่อรับมือกับเจ้า ข้ายังมิอยากให้ดาบของข้าต้องเปรอะเปื้อน! รับมือ!”

หูป้านชิงไม่ต้องการพูดจาไร้สาระอีกต่อไป แขนของเขางอกลับไปด้านหลังเพื่อรวบรวมพลังอย่างรวดเร็ว ราวกับสปริงที่ถูกบีบอัดจนถึงขีดสุด

บึ้ม!

เขาปล่อยหมัดออกไป แขนที่เหมือนสปริงเหยียดตรงในทันใด ก่อเกิดพลังทำลายล้างอันมหาศาลและเสียงแหวกอากาศดังสนั่น

หมัดยังไม่ทันถึงตัว แต่ลมปราณจากหมัดกลับพุ่งเข้าปะทะก่อนแล้ว

อานุภาพของหมัดนี้ สามารถทลายศิลาและบดขยี้หินผาได้

เห็นได้ชัดว่าหูป้านชิงโกรธจริงแล้ว เขาตัดสินใจแล้วว่าจะอัดกู้ชิงเฟิงให้พิการไปเสีย

เมื่อเผชิญหน้ากับหมัดที่เปี่ยมด้วยพลังทำลายล้างมหาศาล มุมปากของกู้ชิงเฟิงกลับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน เขาไม่คิดจะหลบหลีกแม้แต่น้อย กลับกันยังแอ่นอกเข้าใส่

หาที่ตาย!

แววตาของหูป้านชิงฉายประกายเย็นเยียบ เขาไม่สนใจว่ากู้ชิงเฟิงจะมีไพ่ตายอันใดซุกซ่อนไว้ เขารู้เพียงว่าในขอบเขตชำระกายา ไม่มีผู้ใดสามารถรับหมัดของเขาตรงๆ โดยไม่ป้องกันได้! ไม่มีเลยแม้แต่คนเดียว!

ทุกคนราวกับได้เห็นภาพกู้ชิงเฟิงถูกหมัดซัดจนร่างกระเด็น เลือดสาดกระจายคาที่แล้ว

วินาทีต่อมา!

หมัดของหูป้านชิงประทับลงบนหน้าอกของกู้ชิงเฟิงอย่างจัง!

ปัง!

เสียงปะทะดังสนั่นสะเทือนไปทั่วทั้งลานประลอง!

ตามมาด้วยเสียงกระดูกแตกละเอียดและเสียงกรีดร้องโหยหวน!

“อ๊า!!!”

เสียงกรีดร้องอันน่าเวทนาดังออกมาจากปากของหูป้านชิง

“มือข้า! มือของข้า!!!”

ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้ทุกคนตกตะลึงจนสิ้น!

ทุกคนต่างตกตะลึงจนอ้าปากค้าง รู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังเห็นภาพหลอน

หมัดอันทรงพลังมหาศาลนั้น กู้ชิงเฟิงกลับใช้เพียงหน้าอกรับไว้ตรงๆ ทั้งร่างไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย! ไร้ซึ่งรอยขีดข่วน!

ในทางกลับกัน หูป้านชิงกลับกรีดร้องโหยหวนพลางกุมมือขวาของตนไว้ราวกับจะขาดใจ

“เป็นไปได้อย่างไร!” เหอเฟิงหัวลุกพรวดขึ้นจากที่นั่งผู้ตัดสิน จ้องเขม็งไปยังกลางลานประลองด้วยสีหน้าตื่นตะลึง

ด้วยสายตาอันเฉียบคมของผู้มีประสบการณ์โชกโชน เขาก็พลันเห็นแสงสีเขียวอมทองที่เรืองรองออกมาจากหน้าอกของกู้ชิงเฟิง ร่างกายของเขาพลันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง!

และโพล่งออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ “วิชาเสื้อเกราะเหล็กขั้นสมบูรณ์!”

ในวินาทีนี้ เหอเฟิงหัวรู้สึกราวกับว่าสามัญสำนึกของตนกำลังถูกท้าทายอย่างรุนแรง เคล็ดวิชาดาษดื่นอย่างวิชาเสื้อเกราะเหล็กนี้เขาย่อมรู้จักดี แม้กระทั่งตอนหนุ่มๆ เขาก็เคยฝึกฝนมาก่อน

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเข้าใจวิชาเสื้อเกราะเหล็กเป็นอย่างดี มันเป็นวิชาที่ต้องทุ่มเทความพยายามอย่างหนักแต่ได้ผลตอบแทนน้อยนิด หากปราศจากการฝึกฝนอย่างทรหดนานนับสิบปี ก็ไม่มีทางบรรลุขั้นสมบูรณ์ได้เลย!

และสัญลักษณ์ของวิชาเสื้อเกราะเหล็กขั้นสมบูรณ์ก็คือแสงสีเขียวอมทองนั่นเอง!

แต่กู้ชิงเฟิงอายุเท่าใดกัน? เขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มอายุสิบกว่าปีเท่านั้น! ต่อให้เริ่มฝึกฝนตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ก็ยังเป็นไปไม่ได้ที่จะฝึกวิชาเสื้อเกราะเหล็กจนถึงขั้นสมบูรณ์!

หรือว่า... ในโลกนี้จะมีอัจฉริยะด้านการฝึกวิชากำลังภายนอกอยู่จริง?

ฝูงชนเบื้องล่างพลันเดือดพล่านราวกับน้ำในกระทะร้อน ส่งเสียงฮือฮาอื้ออึงขึ้นมาในทันที!

ภาพที่เห็นตรงหน้ามันสั่นคลอนโลกทัศน์ของพวกเขาจนเกินไปแล้ว

“นี่มันเป็นไปได้อย่างไร! กู้ชิงเฟิงมีพลังแค่ขอบเขตชำระกายาขั้นสาม! แค่ขั้นสามนะ! เขากลับรับหมัดของผู้มีพลังขอบเขตชำระกายาขั้นเก้าตรงๆ แถมยังทำลายหมัดของอีกฝ่ายได้อีก!?”

“ภาพหลอน ต้องเป็นภาพหลอนแน่ๆ”

“สวรรค์! นี่ตกลงใครกันแน่ที่อยู่ขั้นสาม แล้วใครอยู่ขั้นเก้า? พวกเขาสลับระดับกันหรืออย่างไร?”

ผู้ชมบางส่วนที่อยู่ใกล้แท่นผู้ตัดสินได้ยินคำพูดของเหอเฟิงหัว เมื่อหันไปมองแสงสีเขียวอมทองบนหน้าอกของกู้ชิงเฟิงอีกครั้ง ก็พลันเข้าใจในบัดดล

“กู้ชิงเฟิงผู้นี้ฝึกฝนวิชาเสื้อเกราะเหล็กจนถึงขั้นสมบูรณ์ได้ ช่างน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!”

“อะไรนะ? วิชาเสื้อเกราะเหล็กขั้นสมบูรณ์?!”

“มิน่าเล่าเขาถึงรับหมัดของหูป้านชิงได้ ที่แท้ก็เป็นเพราะวิชาเสื้อเกราะเหล็กขั้นสมบูรณ์นี่เอง”

“วิชาเสื้อเกราะเหล็กนี่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้เชียวรึ? ถึงกับทำให้คนข้ามระดับไปท้าสู้ได้ถึงหกระดับ? ไม่ได้การแล้ว กลับไปข้าต้องฝึกบ้าง”

“แข็งแกร่งกับผีน่ะสิ! วิชาเสื้อเกราะเหล็กข้าก็เคยฝึก มันเป็นแค่วิชาควายถึกที่ต้องอาศัยเวลาเข้าแลก หากไม่ฝึกฝนเป็นสิบๆ ปี ไม่มีทางบรรลุขั้นสมบูรณ์ได้หรอก”

“แล้วทำไมกู้ชิงเฟิงถึงฝึกสำเร็จเล่า?”

“เรื่องนี้เจ้ามาถามข้า แล้วข้าจะไปถามผู้ใดเล่า?”

บนลานประลอง

กู้ชิงเฟิงไม่สนใจฝูงชนที่กำลังตกตะลึงอยู่เบื้องล่าง เขามองหูป้านชิงที่กำลังกรีดร้องไม่หยุดด้วยสายตาเรียบเฉย แล้วเอ่ยถาม “สิ้นหวังหรือไม่?”

หูป้านชิงหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลท่วมกาย เอ่ยเสียงสั่นเทา “เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้! เจ้ามีพลังแค่ขอบเขตชำระกายาขั้นสาม เหตุใดจึงแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้!”

“ก็แค่วิชาเสื้อเกราะเหล็กขั้นสมบูรณ์เท่านั้น... อยากเรียนหรือไม่เล่า? ข้าสอนให้เจ้าเอาก็ได้”

กู้ชิงเฟิงไม่ได้ใช้กายาวชิระของตนเอง เพราะมันไม่จำเป็นเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่วิชาเสื้อเกราะเหล็กขั้นสมบูรณ์ ก็ไม่มีผู้ใดในขอบเขตชำระกายาสามารถทำลายการป้องกันของเขาได้แล้ว

“บัดซบ! ไอ้สารเลว! ข้าจะฆ่าเจ้า!”

หูป้านชิงฝืนทนความเจ็บปวดรวดร้าว ใช้มือซ้ายชักดาบยาวที่เอวออกมา

จบบทที่ บทที่ 23: พูดตามตรง... พวกท่านทุกคนที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้

คัดลอกลิงก์แล้ว