- หน้าแรก
- วิธีฝึกตนของข้าคือให้มารซ้อม
- บทที่ 11: กระบี่ราชันย์ไม้
บทที่ 11: กระบี่ราชันย์ไม้
บทที่ 11: กระบี่ราชันย์ไม้
กระบี่ไม้เล่มหนึ่งซึ่งมีรูปลักษณ์พิเศษอย่างยิ่ง
เหตุใดจึงกล่าวว่ารูปลักษณ์ของมันพิเศษน่ะหรือ
เพราะทันทีที่เห็นกระบี่ไม้เล่มนี้ กู้ชิงเฟิงพลันนึกถึงวัยเด็กที่บิดาไม่อยากซื้อของเล่นให้ จึงหยิบกิ่งไม้มาอย่างขอไปที แล้วใช้มีดปาดแต่งเพียงไม่กี่ครั้งให้เป็นรูปทรงคล้ายกระบี่ ก่อนจะโยนให้เขาเล่น กระบี่ไม้เล่มนั้นช่างคล้ายคลึงกับเล่มนี้เสียจริง
“นี่น่ะหรือกระบี่ราชันย์ไม้” กู้ชิงเฟิงหน้าดำคล้ำเป็นถ่าน
เขาตัดสินใจจะทดสอบกระบี่ราชันย์ไม้เล่มนี้ดู หากอสูรต้นไหวกล้าหลอกลวงเขา พอกลับไปแล้วเขาจะโค่นมันลงแล้วนำมาเหลาเป็นกระบี่ให้จงได้
เคร้ง!
กู้ชิงเฟิงชักดาบยาวประจำกายออกจากเอว โคจรพลังเก้าโคสองพยัคฆ์ฟันเข้าใส่กระบี่ราชันย์ไม้อย่างเต็มแรง!
พลันบังเกิดเสียงดังแกร็ก!
หัก!
ไม่ใช่ดาบยาวที่หัก แต่เป็นกระบี่ราชันย์ไม้ที่หัก!!!
“อสูรต้นไหว! เจ้าตายแน่! อ๊ากกก!” กู้ชิงเฟิงโกรธจนเส้นผมตั้งชี้ฟ้า เขาคาดไม่ถึงเลยว่าจะถูกต้นไม้ต้นหนึ่งหลอกเข้าเสียได้!
“หากข้ากลับไปแล้วไม่โค่นเจ้า...เอ๊ะ! เกิดอะไรขึ้น”
กู้ชิงเฟิงยังพูดไม่ทันจบก็พลันชะงักงัน
เขามองกระบี่ราชันย์ไม้ที่หักเป็นสองท่อนในมืออย่างงุนงง มันกลับสมานตัวและงอกขึ้นมาใหม่ได้เอง!
ยิ่งไปกว่านั้น ส่วนปลายกระบี่ที่หักตกอยู่บนพื้น บัดนี้กลับเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิตจิตใจ มันมุดลงไปในดินอย่างรวดเร็วว่องไว
ทันใดนั้น เหตุการณ์น่าตกตะลึงก็บังเกิด!
ณ จุดที่ปลายกระบี่มุดลงไปในดิน พลันมีเถาวัลย์ขนาดเท่าแขนชายฉกรรจ์นับไม่ถ้วนทะลักออกมา เถาวัลย์เหล่านั้นดูคล้ายหนวดของปลาหมึกยักษ์ โบกสะบัดไปมาพร้อมกับพุ่งเข้าโจมตีกู้ชิงเฟิง
กู้ชิงเฟิงตกใจจนเผลอยกกระบี่ราชันย์ไม้ในมือขึ้นป้องกันตามสัญชาตญาณ
เถาวัลย์เหล่านั้นราวกับได้พบพานนายเหนือหัว พลันหยุดนิ่งในทันที
กู้ชิงเฟิงประหลาดใจยิ่งนัก ดูเหมือนเขาจะเข้าใจวิธีใช้กระบี่ราชันย์ไม้แล้ว จึงอดไม่ได้ที่จะลองชี้กระบี่ไปยังก้อนหินสูงกว่าหนึ่งเมตรที่อยู่ไม่ไกล
ทันใดนั้น เถาวัลย์เหล่านั้นราวกับได้รับคำสั่ง พุ่งเข้าพันรัดก้อนหินก้อนนั้นว่องไวดุจงูหลามออกจากถ้ำ
จากนั้นก็ได้ยินเสียงเปรี๊ยะๆ ดังระงมไม่ขาดสาย
เมื่อเถาวัลย์คลายออก ก้อนหินก้อนนั้นก็หายไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงกองผงธุลีบนพื้น
ดวงตาของกู้ชิงเฟิงทอประกายขณะมองกระบี่ราชันย์ไม้ในมือ พลางครุ่นคิดในใจ ‘ที่แท้...นี่คือวิธีใช้ที่ถูกต้องของกระบี่ราชันย์ไม้นี่เอง
ของวิเศษเช่นนี้ ต้องรีบหยดโลหิตทำพันธสัญญาโดยเร็ว’
กู้ชิงเฟิงลองใช้กระบี่ราชันย์ไม้กรีดนิ้วเบาๆ ทว่ากลับกรีดไม่เข้า ทิ้งไว้เพียงรอยขีดสีขาวจางๆ เท่านั้น
เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนมีกายาทองแดงกระดูกเหล็กและวิชาเสื้อเกราะเหล็กขั้นสมบูรณ์ แม้กระบี่ราชันย์ไม้เล่มนี้จะเป็นศาสตราวุธวิญญาณระดับดำ แต่เห็นได้ชัดว่าไม่ได้โดดเด่นเรื่องความคม ความคมของมันเทียบได้เพียงอาวุธธรรมดาทั่วไปเท่านั้น
เรื่องนี้ทำให้กู้ชิงเฟิงปวดหัวอยู่บ้าง กรีดนิ้วไม่เข้า แล้วจะหยดโลหิตทำพันธสัญญาได้อย่างไร
ในขณะนั้นเอง กระบี่ราชันย์ไม้ราวกับสัมผัสได้ถึงความกลัดกลุ้มของเขา พลันมีเถาวัลย์เล็กละเอียดสองสามเส้นงอกออกมาจากคมกระบี่ เถาวัลย์นั้นแหลมคมดุจเข็ม แทงทะลุผิวหนังบนแขนของเขาอย่างแรง
“โอ๊ย! ให้ตายสิ! เจ็บโว้ย!” กู้ชิงเฟิงร้องลั่น
ภาพนี้ทำให้เขานึกถึงความเจ็บปวดน่าสะพรึงกลัวในอดีต คล้ายตอนถูกเข็มแหลมทิ่มแทงเพื่อเจาะเลือด
เมื่อโลหิตของเขาถูกดูดออกไป ความรู้สึกเชื่อมโยงกันทางสายเลือดพลันส่งผ่านมาจากกระบี่ราชันย์ไม้ ในวินาทีนั้น กู้ชิงเฟิงก็สัมผัสได้อย่างถ่องแท้ว่าความรู้สึกที่ควบคุมได้ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายนั้นเป็นอย่างไร
กระบี่ราชันย์ไม้ราวกับเป็นส่วนต่อขยายของแขนขาของเขาเอง
“นี่น่ะหรือศาสตราวุธวิญญาณ มีจิตวิญญาณจริงๆ ด้วย...เฮ้ย! ยังจะดูดอีกหรือวะ!” กู้ชิงเฟิงรู้สึกได้ว่าโลหิตของตนกำลังไหลเข้าสู่กระบี่ราชันย์ไม่อย่างต่อเนื่อง
กระบี่ราชันย์ไม้ราวกับอสูรผู้หิวโหยมานานนับศตวรรษ สูบกลืนโลหิตของกู้ชิงเฟิงอย่างบ้าคลั่ง
ไม่นาน กู้ชิงเฟิงก็รู้สึกเวียนศีรษะหน้ามืดตาลาย เขารีบตะโกน “หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้! มิฉะนั้นข้าจะจับเจ้าฝังดินอีกครั้ง!”
เมื่อสิ้นคำพูดนี้ กระบี่ราชันย์ไม้จึงหยุดดูดเลือดในที่สุด
ฟู่...
กู้ชิงเฟิงหอบหายใจอย่างหนักหน่วง
“ให้ตายสิ! ร้ายกาจเกินไปแล้ว!”
อันที่จริง กู้ชิงเฟิงไม่รู้ว่าศาสตราวุธวิญญาณนั้นใช่ว่าจะยอมรับเจ้าโดยง่าย เจ้าของศาสตราวุธวิญญาณจำเป็นต้องมีพลังฝีมือทัดเทียมกันจึงจะควบคุมมันได้ มิฉะนั้นอาจถูกศาสตราวุธวิญญาณสูบพลังจนสิ้นใจตายในระหว่างทำพันธสัญญาได้
โดยทั่วไปแล้ว ศาสตราวุธวิญญาณต้องใช้ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตลมปราณภายในเป็นอย่างน้อยจึงจะควบคุมได้ ต้องมีลมปราณภายในโคจรอยู่ในร่างจึงจะสามารถรองรับการสูบกลืนของศาสตราวุธวิญญาณได้
แต่กู้ชิงเฟิงอยู่เพียงขอบเขตชำระกายา ในร่างจึงยังไม่มีลมปราณภายในแม้แต่น้อย ดังนั้นจึงทำได้เพียงให้มันดูดเลือด ยังดีที่ร่างกายของกู้ชิงเฟิงนั้นแตกต่างจากคนทั่วไป เขามีพลังเก้าโคสองพยัคฆ์และกายาทองแดงกระดูกเหล็ก สมรรถภาพทางกายของเขาเทียบเท่าผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตลมปราณภายใน จึงทนรับการสูบกลืนนี้ไหว หาไม่แล้ว...ป่านนี้คงกลายเป็นศพแห้งเหี่ยวไปแล้ว
กู้ชิงเฟิงพักอยู่ครู่ใหญ่จึงค่อยได้สติกลับคืนมา บัดนี้แววตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความยินดีปรีดา
เพราะระหว่างทำพันธสัญญา เขาได้รับข้อมูลเกี่ยวกับความสามารถของกระบี่ราชันย์ไม้ส่งตรงเข้าสู่จิตสำนึก
กระบี่ราชันย์ไม้เล่มนี้สมแล้วที่เคยเป็นศาสตราวุธวิญญาณระดับดินขั้นสูง ความสามารถของมันแข็งแกร่งอย่างแท้จริง ทั้งยังแฝงลูกเล่นไว้อีกมากมาย แม้ว่าตอนนี้ระดับจะลดลง ความสามารถส่วนใหญ่ใช้ไม่ได้ และอานุภาพก็ลดลงไปมาก แต่ก็ยังเหนือกว่าศาสตราวุธวิญญาณระดับดำขั้นต่ำทั่วไปอยู่หลายขุม
ที่สำคัญที่สุดคือ กระบี่ราชันย์ไม้สามารถงอกใหม่ได้เหมือนกิ่งก้านของต้นไม้ที่ถูกตัดออกไป ขอเพียงมอบ ‘สารอาหาร’ ให้มันอย่างเพียงพอ ไม่ช้าก็เร็ว มันย่อมสามารถฟื้นคืนสู่ระดับดินขั้นสูงได้!
“เจ้าอสูรต้นไหวนั่นก็นับว่ายังมีประโยชน์อยู่บ้าง ไม่ได้หลอกข้าจริงๆ ด้วย กระบี่ราชันย์ไม้เล่มนี้ช่างร้ายกาจนัก” กู้ชิงเฟิงมองกระบี่ราชันย์ไม้ด้วยความยินดี
‘เพื่อเป็นรางวัล...ไว้หาโอกาสเหมาะๆ ช่วยปลดปล่อยอสูรต้นไหวให้เป็นอิสระเสียเลยดีกว่า อย่างไรเสียการถูกขังอยู่ในคุกปราบมารก็มีแต่ความทุกข์ทรมาน สู้เปลี่ยนมันมาเป็นสารอาหารให้กระบี่ราชันย์ไม้ไม่ดีกว่าหรือไร เจ้าเฒ่านั่นเคยดูดกลืนพลังวิญญาณของกระบี่ราชันย์ไม้ไปไม่น้อย หากสังหารมันเสีย ย่อมทำให้กระบี่ราชันย์ไม้ฟื้นคืนสภาพได้เร็วขึ้นอีกมากโขเป็นแน่’
กู้ชิงเฟิงคิดในใจอย่างลิงโลด
น่าสงสารอสูรต้นไหวเฒ่าที่กำลังเปี่ยมด้วยความยินดี มันคิดว่าการมอบกระบี่ราชันย์ไม้ออกไปจะสามารถเอาใจกู้ชิงเฟิงได้ เพื่อที่ชีวิตในคุกปราบมารของตนจะสุขสบายขึ้นอีกหน่อย
ใครเลยจะคาดคิดว่าเพียงพ้นสายตา กู้ชิงเฟิงก็วางแผนกำจัดมันทิ้งทันที
นี่เป็นเพราะกู้ชิงเฟิงเนรคุณหรือ
หาใช่ไม่
ประการแรก ทั้งสองไม่ได้มีบุญคุณอะไรต่อกัน ที่ตั้งของกระบี่ราชันย์ไม้เป็นสิ่งที่กู้ชิงเฟิงเค้นเอาความจริงออกมาด้วยตนเอง
ประการที่สอง เดิมทีอสูรต้นไหวก็คิดจะสังหารกู้ชิงเฟิง หากเขาไม่มีระบบช่วยเหลือ ป่านนี้คงตายไปแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย
ประการที่สาม อสูรต้นไหวได้สังหารผู้คนทั้งหมู่บ้านสกุลจางไปจริงๆ
และข้อที่สำคัญที่สุด อมนุษย์มิใช่เผ่าพันธุ์เรา ย่อมมีจิตใจที่แตกต่าง!
กู้ชิงเฟิงเก็บกระบี่ราชันย์ไม้เข้าที่ ก่อนจะเตรียมตัวออกจากศาลเจ้าพ่อเขา
แต่ในขณะนั้นเอง เขาก็รู้สึกเย็นวาบที่กลางศีรษะ เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ก็สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่ปะทะใบหน้า... ที่แท้ฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมาแล้ว