เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 200: เงื่อนไขของหลินหยวน

บทที่ 200: เงื่อนไขของหลินหยวน

บทที่ 200: เงื่อนไขของหลินหยวน


หลินหยวนพอจะรู้เรื่องเกี่ยวกับสภาผู้อาวุโสของเผ่าไททันอยู่บ้าง ถ้าเขาจำไม่ผิด มันเป็นเหมือนองค์กรที่ใหญ่ที่สุดในเผ่าไททัน

การตัดสินใจ การวางกลยุทธ์เกือบทั้งหมดจะต้องได้รับการอนุมัติจากสภาผู้อาวุโสก่อนจึงจะสามารถดำเนินการขั้นต่อไปได้

หากจะพูดให้ถูกก็คือ ในเผ่าไททัน สภาผู้อาวุโสเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจสูงสุด และไททันผู้เฒ่าที่อยู่ตรงหน้าก็คือคนที่กุมอำนาจสูงสุดเอาไว้

ถ้าเด็กหนุ่มไม่เข้าใจผิด การที่มันตำหนิไททันเกล็ดม่วงด้วยคำพูดที่รุนแรงนั้นมันเป็นเพียงแค่การประกาศจุดยืนของตัวมันเท่านั้น

ไททันชราตัวนี้กำลังแสดงถึงสถานะและตำแหน่งให้ทุกคนได้ประจักษ์

แม้แต่ไททันโลกาวินาศก็ยังต้องยอมก้มหัวให้มัน ซึ่งแสดงให้เห็นได้มากกว่าการพูดเสียอีก

หลังจากนั้นผู้อาวุโสใหญ่ก็หันมามองหลินหยวนอีกครั้ง แต่คราวนี้หน้าตาของมันไม่ได้บึ้งตึงเหมือนก่อนหน้านี้ แถมยังมีรอยยิ้มประดับที่มุมปากด้วย “ถ้าข้าเดาไม่ผิด เจ้าคือหลินหยวนใช่ไหม?”

“ในเมื่อแกรู้อยู่แล้ว ทำไมต้องถามอีกล่ะ?” เด็กหนุ่มถามกลับ

ถึงแม้ว่าไททันผู้เฒ่าจะเห็นว่าหลินหยวนกำลังยียวน แต่มันก็ยังไม่แสดงท่าทีสะทกสะท้านอะไร

มันกลับยิ้มพูดว่า “ข้าเองก็เคยเรียนรู้วัฒนธรรมของพวกเจ้ามาบ้าง บรรพบุรุษของพวกเจ้าเคยสอนเอาไว้ไม่ใช่เหรอว่า บัณฑิตย่อมเคารพผู้อื่นและอ่อนน้อมถ่อมตน ข้าเชื่อว่าเจ้าคงจะเข้าใจสิ่งที่ข้าพูดนะ”

หลินหยวนที่ได้ยินแบบนั้นก็เข้าใจในทันทีว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไร

ถ้าเขาเดาไม่ผิด ผู้อาวุโสใหญ่ของสภาผู้อาวุโสคงกำลังพยายามเกลี้ยกล่อมให้เขายอมแพ้อยู่แน่นอน

และในเวลาเดียวกัน ไททันโลกาวินาศก็โผล่ออกมาจากประตูมิติมากขึ้นเรื่อย ๆ

ตอนนี้จำนวนของพวกมันเพิ่มขึ้นถึง 20 ตัว

อย่างที่ทุกคนเข้าใจกันดีว่าไททันโลกาวินาศนั้นยืนอยู่บนยอดพีระมิดในเผ่าพันธุ์

แต่ในขณะนี้พวกมันทั้งหมดกำลังจับจ้องไปที่เด็กหนุ่มราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูที่น่าเกรงขาม

นี่แสดงให้เห็นว่าสภาผู้อาวุโสให้ค่ากับหลินหยวนมากแค่ไหน

ดูเหมือนว่าเผ่าไททันจะทุ่มเทอย่างหนักเพื่อกำจัดเด็กหนุ่มให้สิ้นซาก

และการกระทำนี้ล้วนเป็นผลมาจากฝีมือการต่อสู้ของหลินหยวนเอง

จู่ ๆ ฉู่อวี้ก็เข้ามาดึงแขนเด็กหนุ่มเบา ๆ เป็นการส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง

เธอต้องการบอกเขาว่า ถ้าพวกเขายิ่งอยู่นานเท่าไหร่ ไททันโลกาวินาศก็จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

หากหลินหยวนยังไม่รีบฝ่าวงล้อมออกไปตอนนี้ มันอาจจะสายเกินไป

สถานการณ์ในปัจจุบันของพวกเขาอันตรายมาก เพราะฝ่ายพวกเขานั้นมีเพียงหลินหยวน, ฉู่อวี้, หลินเทียนเชวี่ย, เถาวัลย์กลืนดาว และไททันเทพอาสัญ

พลังของพวกเขาเทียบเท่ากับผู้มีพลังกึ่งเทพ 5 คนเท่านั้น

แต่ไททันโลกาวินาศที่อยู่ต่อหน้าพวกหลินหยวนตอนนี้มีจำนวนมากถึง 20 ตัว หากเกิดการต่อสู้ขึ้น พวกเขาแต่ละคนจะต้องรับมือกับไททันโลกาวินาศ 4 ตัวด้วยกัน

บอกได้เพียงว่าในจำนวนนี้พวกเขาแทบจะไม่มีโอกาสชนะอยู่แล้ว ถ้ามีไททันมาสมทบอีก ทุกคนไม่มีทางรอดแน่

ถ้าพวกเขาฝ่าวงล้อมออกไปตอนนี้ อย่างน้อยก็ยังคงมีความหวังอยู่ริบหรี่

แต่หากรอให้เวลาผ่านไปนานกว่านี้ ความหวังนั้นก็จะสลายหายไป

ถึงหลินหยวนจะเข้าใจความหมายของฉู่อวี้ แต่เขาก็ยังส่ายหัวเบา ๆ ส่งสัญญาณให้เธอรอก่อน

“แกคิดจะโน้มน้าวให้ฉันเข้าร่วมเผ่าไททันงั้นเหรอ?” เด็กหนุ่มหันไปสบตากับไททันผู้เฒ่า ก่อนจะพูดกับอีกฝ่ายแบบไม่อ้อมค้อม

ผู้อาวุโสใหญ่ที่ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้างขึ้น “หากเจ้ายินดีเข้าร่วมกับเผ่าไททัน เจ้าจะอยู่ภายใต้ข้าเพียงคนเดียว และข้าไม่มีทางเอาเปรียบเจ้าแน่นอน”

ถ้าเป็นในยามปกติ พวกไททันคงอยากจะสับหลินหยวนเป็นหมื่น ๆ ชิ้นเพราะสิ่งที่เขาทำเอาไว้แน่นอน

แต่การที่จู่ ๆ ไททันผู้เฒ่าก็ชักชวนเขาให้เข้าร่วมเผ่าไททันนั้นเป็นเพราะมันมีเจตนาแอบแฝงบางอย่าง

นั่นเป็นเพราะหลินหยวนแข็งแกร่งมากจริง ๆ การพูดชักชวนให้คนที่แข็งแกร่งเช่นนี้ให้มาอยู่ฝ่ายเดียวกันย่อมทำให้มีคนหนุนหลังที่แข็งแกร่งเพิ่ม

สถานการณ์ในปัจจุบันของไททันผู้เฒ่าในสภาผู้อาวุโส มันกำลังถูกเคลือบแคลงสงสัยเป็นอย่างมาก

หากมันไม่มีจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์คอยหนุนหลังอยู่ มันคงจะสูญเสียตำแหน่งผู้อาวุโสใหญ่ไปนานแล้ว

อย่างไรก็ตาม การฝากความหวังเอาไว้กับคนที่อยู่เหนือมันเพียงคนเดียวนั้นไม่ใช่ทางเลือกที่ชาญฉลาดนัก

ไม่ว่าอย่างไรมันก็จะต้องสร้างฐานอำนาจของตัวเองเอาไว้ด้วยเช่นกัน

เพียงเท่านี้ถึงแม้ว่ามันจะเสียกำลังสนับสนุนใหญ่อย่างไททันจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ไป แต่ก็ไม่มีใครกล้าแตะต้องตัวมันง่าย ๆ

และมนุษย์ที่ชื่อว่าหลินหยวนก็เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมมาก

ประการแรก เขาเป็นมนุษย์ที่ไม่มีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรในเผ่าไททัน

ขอเพียงอีกฝ่ายยอมจำนน เขาก็จะจงรักภักดีกับมันเพียงคนเดียว

ประการที่ 2 เด็กหนุ่มคนนี้แข็งแกร่งมากถึงขั้นไม่มีใครเทียบได้เลย เพราะเขาถึงขั้นจัดการกับผู้นำลัทธิไททันได้เพียงลำพัง

มันรู้ดีถึงความสามารถของหลิวหรูหลง แต่ชายคนนั้นกลับรับการโจมตีของหลินหยวนได้ไม่ถึง 5 นาทีด้วยซ้ำ

แค่นี้ก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นแล้วว่าหลินหยวนแข็งแกร่งมากแค่ไหน

พอไททันผู้เฒ่าเห็นว่าเด็กหนุ่มไม่ยอมตอบ มันจึงพูดอีกครั้งว่า “ขอเพียงเจ้ายอมสวามิภักดิ์ให้กับข้า ข้าจะปล่อยก็เขาไปดีหรือไม่? หรือเจ้าจะปฏิเสธก็ได้ แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น ทุกคนรวมถึงเจ้าจะต้องตายอยู่ที่นี่!”

เมื่อหลินหยวนได้ยินอย่างนั้น เขาก็กัดฟันกระซิบว่า “ถ้าฉันยอมสวามิภักดิ์ แกจะปล่อยพวกเขาไปใช่ไหม?”

ฉู่อวี้ที่ได้ยินสิ่งที่เด็กหนุ่มพูดก็ทำหน้าประหลาดใจ

เธอไม่คาดคิดว่าหลินหยวนจะพูดอะไรแบบนั้นออกมา เธอพูดอย่างร้อนรนว่า “หลินหยวน นายไม่จำเป็นต้องเจรจากับพวกมันหรอก ต่อให้พวกเราต้องตายอยู่ที่นี่ เราก็จะไม่เสียใจ”

เด็กสาวรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนแบบไหน

การปล่อยให้เขาเข้าร่วมกับเผ่าไททันนั้นเป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวดยิ่งกว่าการฆ่าเขาให้ตายเสียอีก

อย่างไรก็ตาม หลินหยวนกลับโบกมือส่งสัญญาณบอกให้เธอหยุดพูด

ส่วนทางด้านหลินเทียนเชวี่ย ตอนนี้ดวงตาของเขาพร่ามัวเล็กน้อย เขาไม่รู้ว่าหลินหยวนคิดจะทำอะไร แต่เขาก็รู้ดีว่าลูกชายของเขาต้องมีแผนการอะไรบางอย่างแน่นอน

“ตายไปก็ไม่เสียใจงั้นรึ?” เมื่อไททันผู้เฒ่าได้ยินแบบนั้น มันก็อดที่จะเยาะเย้ยไม่ได้ “อีก 3 เดือน เจตจำนงของโลกก็จะหลับใหล ตอนนี้มนุษย์ทำได้แค่นับถอยหลังสู่ความหายนะเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แล้วเจ้ายังคิดว่าตายไปก็ไม่เสียใจอยู่อีกงั้นรึ?”

อีก 3 เดือนเจตจำนงของโลกจะหลับใหล?!

พอได้ยินแบบนี้ดวงตาของหลินหยวนก็หรี่ลงเล็กน้อย

เขาไม่คาดคิดว่าวันนั้นจะมาถึงเร็วขนาดนี้

เดิมทีเขาคาดการณ์เอาไว้ว่าโลกจะหลับใหลในอีกอย่างน้อย 6 เดือนหรือ 1 ปี

แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเผ่าไททันจะลงมือนำหน้าพวกเขาไปหลายก้าว

สุดท้ายแล้วเด็กหนุ่มก็กัดฟันพูดเสียงหนักแน่นว่า “ฉันตกลง!”

“แต่แกต้องยอมรับเงื่อนไขของฉัน 2 ข้อก่อน”

คำตอบของหลินหยวนทำให้ผู้อาวุโสใหญ่ยิ้มกว้างออกมาทันที

มันรอคอยคำตอบของมนุษย์คนนี้มานานแล้ว การทำสงครามนั้นมีแต่จะต้องเสียหายทั้ง 2 ฝ่าย

ต่อให้ตอนนี้เด็กหนุ่มหนีรอดไปได้ แต่พอเจตจำนงของโลกหลับใหลไปแล้ว พวกเขาก็ยังจะต้องเผชิญกับหายนะอยู่ดี

หลังจากนั้นไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหนบนโลก สุดท้ายแล้วมันก็มีแต่ทางตัน ยามที่ต้องเผชิญกับทางตันแบบนี้มันไม่มีทางที่จะทำอะไรได้เลยจริง ๆ

ในสายตาของไททันผู้เฒ่า หลินหยวนถูกแรงกดดันที่หนักหน่วงบังคับให้ยอมจำนน

ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่การจำใจ แต่มันก็ไม่สำคัญ

ในฐานะผู้อาวุโสใหญ่แห่งสภาผู้อาวุโส มีหรือที่มันจะไร้หนทาง

ขอเพียงแค่มันพาตัวหลินหยวนกลับไปยังเมืองเสินหวง แล้วบังคับให้อีกฝ่ายดื่ม ‘โลหิตศักดิ์สิทธิ์’ เข้าไป ทุกอย่างก็จะเป็นไปตามแผน

นี่เป็นโลหิตพิเศษที่ผสานระหว่างโลหิตของไททันศักดิ์สิทธิ์นับ 10 ตนที่หายาก แต่ผลกระทบของมันนั้นมีอานุภาพมหาศาล

สิ่งมีชีวิตใดก็ตามที่ดื่มโลหิตศักดิ์สิทธิ์เข้าไป ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือไททัน พวกมันย่อมจะต้องภักดีต่อผู้เป็นนายอย่างสุดหัวใจ

และไททันผู้เฒ่าตัวนี้ก็ได้ใช้วิธีดังกล่าวควบคุมไททันโลกาวินาศให้รับใช้มันมาหลายตัวแล้ว ตอนนี้ถึงคราวของเจ้ามนุษย์คนนี้บ้าง!

พอคิดถึงเรื่องนี้ ผู้อาวุโสใหญ่จึงถามออกไปว่า “เจ้าบอกมาสิว่าเจ้าต้องการอะไร?”

หลินหยวนสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดเสียงทุ้มต่ำว่า “ก่อนอื่นฉันอยากจะเห็นพวกเขาเดินออกจากดินแดนไททันไปแบบเป็น ๆ ด้วยตาของตัวเอง ส่วนเงื่อนไขที่ 2 ก็คือ หลังจากที่เจตจำนงของโลกหลับใหล แล้วเผ่าไททันบุกทำลายมนุษย์ ฉันไม่อยากให้ครอบครัวและมิตรสหายของฉันได้รับอันตรายอะไร”

หลังจากผู้อาวุโสใหญ่ได้ยินข้อเสนอของหลินหยวน มันก็ยิ้มออกมาแบบกลั้นเอาไว้ไม่อยู่

มันไม่ได้กลัวข้อเสนอของหลินหยวนเลย มันกลัวว่าอีกฝ่ายจะดื้อรั้นมุ่งมั่นที่จะต่อสู้กับพวกมันให้ตายไปข้างมากกว่า

ขอเพียงแค่อีกฝ่ายมีข้อเสนอ ทุกอย่างมันก็จะง่ายขึ้น!

*******************************************

SkySaffron: ไม่น้าาา หลินหยวนต้องยอมโดนจับเป็นตัวประกันจริง ๆ เหรอเนี่ย

จบบทที่ บทที่ 200: เงื่อนไขของหลินหยวน

คัดลอกลิงก์แล้ว