- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 200: เงื่อนไขของหลินหยวน
บทที่ 200: เงื่อนไขของหลินหยวน
บทที่ 200: เงื่อนไขของหลินหยวน
หลินหยวนพอจะรู้เรื่องเกี่ยวกับสภาผู้อาวุโสของเผ่าไททันอยู่บ้าง ถ้าเขาจำไม่ผิด มันเป็นเหมือนองค์กรที่ใหญ่ที่สุดในเผ่าไททัน
การตัดสินใจ การวางกลยุทธ์เกือบทั้งหมดจะต้องได้รับการอนุมัติจากสภาผู้อาวุโสก่อนจึงจะสามารถดำเนินการขั้นต่อไปได้
หากจะพูดให้ถูกก็คือ ในเผ่าไททัน สภาผู้อาวุโสเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจสูงสุด และไททันผู้เฒ่าที่อยู่ตรงหน้าก็คือคนที่กุมอำนาจสูงสุดเอาไว้
ถ้าเด็กหนุ่มไม่เข้าใจผิด การที่มันตำหนิไททันเกล็ดม่วงด้วยคำพูดที่รุนแรงนั้นมันเป็นเพียงแค่การประกาศจุดยืนของตัวมันเท่านั้น
ไททันชราตัวนี้กำลังแสดงถึงสถานะและตำแหน่งให้ทุกคนได้ประจักษ์
แม้แต่ไททันโลกาวินาศก็ยังต้องยอมก้มหัวให้มัน ซึ่งแสดงให้เห็นได้มากกว่าการพูดเสียอีก
หลังจากนั้นผู้อาวุโสใหญ่ก็หันมามองหลินหยวนอีกครั้ง แต่คราวนี้หน้าตาของมันไม่ได้บึ้งตึงเหมือนก่อนหน้านี้ แถมยังมีรอยยิ้มประดับที่มุมปากด้วย “ถ้าข้าเดาไม่ผิด เจ้าคือหลินหยวนใช่ไหม?”
“ในเมื่อแกรู้อยู่แล้ว ทำไมต้องถามอีกล่ะ?” เด็กหนุ่มถามกลับ
ถึงแม้ว่าไททันผู้เฒ่าจะเห็นว่าหลินหยวนกำลังยียวน แต่มันก็ยังไม่แสดงท่าทีสะทกสะท้านอะไร
มันกลับยิ้มพูดว่า “ข้าเองก็เคยเรียนรู้วัฒนธรรมของพวกเจ้ามาบ้าง บรรพบุรุษของพวกเจ้าเคยสอนเอาไว้ไม่ใช่เหรอว่า บัณฑิตย่อมเคารพผู้อื่นและอ่อนน้อมถ่อมตน ข้าเชื่อว่าเจ้าคงจะเข้าใจสิ่งที่ข้าพูดนะ”
หลินหยวนที่ได้ยินแบบนั้นก็เข้าใจในทันทีว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไร
ถ้าเขาเดาไม่ผิด ผู้อาวุโสใหญ่ของสภาผู้อาวุโสคงกำลังพยายามเกลี้ยกล่อมให้เขายอมแพ้อยู่แน่นอน
และในเวลาเดียวกัน ไททันโลกาวินาศก็โผล่ออกมาจากประตูมิติมากขึ้นเรื่อย ๆ
ตอนนี้จำนวนของพวกมันเพิ่มขึ้นถึง 20 ตัว
อย่างที่ทุกคนเข้าใจกันดีว่าไททันโลกาวินาศนั้นยืนอยู่บนยอดพีระมิดในเผ่าพันธุ์
แต่ในขณะนี้พวกมันทั้งหมดกำลังจับจ้องไปที่เด็กหนุ่มราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูที่น่าเกรงขาม
นี่แสดงให้เห็นว่าสภาผู้อาวุโสให้ค่ากับหลินหยวนมากแค่ไหน
ดูเหมือนว่าเผ่าไททันจะทุ่มเทอย่างหนักเพื่อกำจัดเด็กหนุ่มให้สิ้นซาก
และการกระทำนี้ล้วนเป็นผลมาจากฝีมือการต่อสู้ของหลินหยวนเอง
จู่ ๆ ฉู่อวี้ก็เข้ามาดึงแขนเด็กหนุ่มเบา ๆ เป็นการส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง
เธอต้องการบอกเขาว่า ถ้าพวกเขายิ่งอยู่นานเท่าไหร่ ไททันโลกาวินาศก็จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
หากหลินหยวนยังไม่รีบฝ่าวงล้อมออกไปตอนนี้ มันอาจจะสายเกินไป
สถานการณ์ในปัจจุบันของพวกเขาอันตรายมาก เพราะฝ่ายพวกเขานั้นมีเพียงหลินหยวน, ฉู่อวี้, หลินเทียนเชวี่ย, เถาวัลย์กลืนดาว และไททันเทพอาสัญ
พลังของพวกเขาเทียบเท่ากับผู้มีพลังกึ่งเทพ 5 คนเท่านั้น
แต่ไททันโลกาวินาศที่อยู่ต่อหน้าพวกหลินหยวนตอนนี้มีจำนวนมากถึง 20 ตัว หากเกิดการต่อสู้ขึ้น พวกเขาแต่ละคนจะต้องรับมือกับไททันโลกาวินาศ 4 ตัวด้วยกัน
บอกได้เพียงว่าในจำนวนนี้พวกเขาแทบจะไม่มีโอกาสชนะอยู่แล้ว ถ้ามีไททันมาสมทบอีก ทุกคนไม่มีทางรอดแน่
ถ้าพวกเขาฝ่าวงล้อมออกไปตอนนี้ อย่างน้อยก็ยังคงมีความหวังอยู่ริบหรี่
แต่หากรอให้เวลาผ่านไปนานกว่านี้ ความหวังนั้นก็จะสลายหายไป
ถึงหลินหยวนจะเข้าใจความหมายของฉู่อวี้ แต่เขาก็ยังส่ายหัวเบา ๆ ส่งสัญญาณให้เธอรอก่อน
“แกคิดจะโน้มน้าวให้ฉันเข้าร่วมเผ่าไททันงั้นเหรอ?” เด็กหนุ่มหันไปสบตากับไททันผู้เฒ่า ก่อนจะพูดกับอีกฝ่ายแบบไม่อ้อมค้อม
ผู้อาวุโสใหญ่ที่ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้างขึ้น “หากเจ้ายินดีเข้าร่วมกับเผ่าไททัน เจ้าจะอยู่ภายใต้ข้าเพียงคนเดียว และข้าไม่มีทางเอาเปรียบเจ้าแน่นอน”
ถ้าเป็นในยามปกติ พวกไททันคงอยากจะสับหลินหยวนเป็นหมื่น ๆ ชิ้นเพราะสิ่งที่เขาทำเอาไว้แน่นอน
แต่การที่จู่ ๆ ไททันผู้เฒ่าก็ชักชวนเขาให้เข้าร่วมเผ่าไททันนั้นเป็นเพราะมันมีเจตนาแอบแฝงบางอย่าง
นั่นเป็นเพราะหลินหยวนแข็งแกร่งมากจริง ๆ การพูดชักชวนให้คนที่แข็งแกร่งเช่นนี้ให้มาอยู่ฝ่ายเดียวกันย่อมทำให้มีคนหนุนหลังที่แข็งแกร่งเพิ่ม
สถานการณ์ในปัจจุบันของไททันผู้เฒ่าในสภาผู้อาวุโส มันกำลังถูกเคลือบแคลงสงสัยเป็นอย่างมาก
หากมันไม่มีจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์คอยหนุนหลังอยู่ มันคงจะสูญเสียตำแหน่งผู้อาวุโสใหญ่ไปนานแล้ว
อย่างไรก็ตาม การฝากความหวังเอาไว้กับคนที่อยู่เหนือมันเพียงคนเดียวนั้นไม่ใช่ทางเลือกที่ชาญฉลาดนัก
ไม่ว่าอย่างไรมันก็จะต้องสร้างฐานอำนาจของตัวเองเอาไว้ด้วยเช่นกัน
เพียงเท่านี้ถึงแม้ว่ามันจะเสียกำลังสนับสนุนใหญ่อย่างไททันจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ไป แต่ก็ไม่มีใครกล้าแตะต้องตัวมันง่าย ๆ
และมนุษย์ที่ชื่อว่าหลินหยวนก็เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมมาก
ประการแรก เขาเป็นมนุษย์ที่ไม่มีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรในเผ่าไททัน
ขอเพียงอีกฝ่ายยอมจำนน เขาก็จะจงรักภักดีกับมันเพียงคนเดียว
ประการที่ 2 เด็กหนุ่มคนนี้แข็งแกร่งมากถึงขั้นไม่มีใครเทียบได้เลย เพราะเขาถึงขั้นจัดการกับผู้นำลัทธิไททันได้เพียงลำพัง
มันรู้ดีถึงความสามารถของหลิวหรูหลง แต่ชายคนนั้นกลับรับการโจมตีของหลินหยวนได้ไม่ถึง 5 นาทีด้วยซ้ำ
แค่นี้ก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นแล้วว่าหลินหยวนแข็งแกร่งมากแค่ไหน
พอไททันผู้เฒ่าเห็นว่าเด็กหนุ่มไม่ยอมตอบ มันจึงพูดอีกครั้งว่า “ขอเพียงเจ้ายอมสวามิภักดิ์ให้กับข้า ข้าจะปล่อยก็เขาไปดีหรือไม่? หรือเจ้าจะปฏิเสธก็ได้ แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น ทุกคนรวมถึงเจ้าจะต้องตายอยู่ที่นี่!”
เมื่อหลินหยวนได้ยินอย่างนั้น เขาก็กัดฟันกระซิบว่า “ถ้าฉันยอมสวามิภักดิ์ แกจะปล่อยพวกเขาไปใช่ไหม?”
ฉู่อวี้ที่ได้ยินสิ่งที่เด็กหนุ่มพูดก็ทำหน้าประหลาดใจ
เธอไม่คาดคิดว่าหลินหยวนจะพูดอะไรแบบนั้นออกมา เธอพูดอย่างร้อนรนว่า “หลินหยวน นายไม่จำเป็นต้องเจรจากับพวกมันหรอก ต่อให้พวกเราต้องตายอยู่ที่นี่ เราก็จะไม่เสียใจ”
เด็กสาวรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนแบบไหน
การปล่อยให้เขาเข้าร่วมกับเผ่าไททันนั้นเป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวดยิ่งกว่าการฆ่าเขาให้ตายเสียอีก
อย่างไรก็ตาม หลินหยวนกลับโบกมือส่งสัญญาณบอกให้เธอหยุดพูด
ส่วนทางด้านหลินเทียนเชวี่ย ตอนนี้ดวงตาของเขาพร่ามัวเล็กน้อย เขาไม่รู้ว่าหลินหยวนคิดจะทำอะไร แต่เขาก็รู้ดีว่าลูกชายของเขาต้องมีแผนการอะไรบางอย่างแน่นอน
“ตายไปก็ไม่เสียใจงั้นรึ?” เมื่อไททันผู้เฒ่าได้ยินแบบนั้น มันก็อดที่จะเยาะเย้ยไม่ได้ “อีก 3 เดือน เจตจำนงของโลกก็จะหลับใหล ตอนนี้มนุษย์ทำได้แค่นับถอยหลังสู่ความหายนะเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แล้วเจ้ายังคิดว่าตายไปก็ไม่เสียใจอยู่อีกงั้นรึ?”
อีก 3 เดือนเจตจำนงของโลกจะหลับใหล?!
พอได้ยินแบบนี้ดวงตาของหลินหยวนก็หรี่ลงเล็กน้อย
เขาไม่คาดคิดว่าวันนั้นจะมาถึงเร็วขนาดนี้
เดิมทีเขาคาดการณ์เอาไว้ว่าโลกจะหลับใหลในอีกอย่างน้อย 6 เดือนหรือ 1 ปี
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเผ่าไททันจะลงมือนำหน้าพวกเขาไปหลายก้าว
สุดท้ายแล้วเด็กหนุ่มก็กัดฟันพูดเสียงหนักแน่นว่า “ฉันตกลง!”
“แต่แกต้องยอมรับเงื่อนไขของฉัน 2 ข้อก่อน”
คำตอบของหลินหยวนทำให้ผู้อาวุโสใหญ่ยิ้มกว้างออกมาทันที
มันรอคอยคำตอบของมนุษย์คนนี้มานานแล้ว การทำสงครามนั้นมีแต่จะต้องเสียหายทั้ง 2 ฝ่าย
ต่อให้ตอนนี้เด็กหนุ่มหนีรอดไปได้ แต่พอเจตจำนงของโลกหลับใหลไปแล้ว พวกเขาก็ยังจะต้องเผชิญกับหายนะอยู่ดี
หลังจากนั้นไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหนบนโลก สุดท้ายแล้วมันก็มีแต่ทางตัน ยามที่ต้องเผชิญกับทางตันแบบนี้มันไม่มีทางที่จะทำอะไรได้เลยจริง ๆ
ในสายตาของไททันผู้เฒ่า หลินหยวนถูกแรงกดดันที่หนักหน่วงบังคับให้ยอมจำนน
ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่การจำใจ แต่มันก็ไม่สำคัญ
ในฐานะผู้อาวุโสใหญ่แห่งสภาผู้อาวุโส มีหรือที่มันจะไร้หนทาง
ขอเพียงแค่มันพาตัวหลินหยวนกลับไปยังเมืองเสินหวง แล้วบังคับให้อีกฝ่ายดื่ม ‘โลหิตศักดิ์สิทธิ์’ เข้าไป ทุกอย่างก็จะเป็นไปตามแผน
นี่เป็นโลหิตพิเศษที่ผสานระหว่างโลหิตของไททันศักดิ์สิทธิ์นับ 10 ตนที่หายาก แต่ผลกระทบของมันนั้นมีอานุภาพมหาศาล
สิ่งมีชีวิตใดก็ตามที่ดื่มโลหิตศักดิ์สิทธิ์เข้าไป ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือไททัน พวกมันย่อมจะต้องภักดีต่อผู้เป็นนายอย่างสุดหัวใจ
และไททันผู้เฒ่าตัวนี้ก็ได้ใช้วิธีดังกล่าวควบคุมไททันโลกาวินาศให้รับใช้มันมาหลายตัวแล้ว ตอนนี้ถึงคราวของเจ้ามนุษย์คนนี้บ้าง!
พอคิดถึงเรื่องนี้ ผู้อาวุโสใหญ่จึงถามออกไปว่า “เจ้าบอกมาสิว่าเจ้าต้องการอะไร?”
หลินหยวนสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดเสียงทุ้มต่ำว่า “ก่อนอื่นฉันอยากจะเห็นพวกเขาเดินออกจากดินแดนไททันไปแบบเป็น ๆ ด้วยตาของตัวเอง ส่วนเงื่อนไขที่ 2 ก็คือ หลังจากที่เจตจำนงของโลกหลับใหล แล้วเผ่าไททันบุกทำลายมนุษย์ ฉันไม่อยากให้ครอบครัวและมิตรสหายของฉันได้รับอันตรายอะไร”
หลังจากผู้อาวุโสใหญ่ได้ยินข้อเสนอของหลินหยวน มันก็ยิ้มออกมาแบบกลั้นเอาไว้ไม่อยู่
มันไม่ได้กลัวข้อเสนอของหลินหยวนเลย มันกลัวว่าอีกฝ่ายจะดื้อรั้นมุ่งมั่นที่จะต่อสู้กับพวกมันให้ตายไปข้างมากกว่า
ขอเพียงแค่อีกฝ่ายมีข้อเสนอ ทุกอย่างมันก็จะง่ายขึ้น!
*******************************************
SkySaffron: ไม่น้าาา หลินหยวนต้องยอมโดนจับเป็นตัวประกันจริง ๆ เหรอเนี่ย