เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 199: ฉันจะแบกหัวเซี่ยไว้บนบ่า!

บทที่ 199: ฉันจะแบกหัวเซี่ยไว้บนบ่า!

บทที่ 199: ฉันจะแบกหัวเซี่ยไว้บนบ่า!


หลิวหรูหลงมองเด็กหนุ่มที่กำลังบ้าคลั่งตรงหน้าด้วยสายตาหวาดกลัว

ไอ้หมอนี่มันบ้าไปแล้ว!!

มันบ้าไปแล้วแน่ ๆ!!

ถึงอย่างนั้นคนเป็นผู้นำลัทธิไททันก็ยังไม่ยอมแพ้ เขากัดฟันพูดว่า “สภาผู้อาวุโสรู้แล้วว่าพวกแกอยู่ที่นี่ อีกไม่นานไททันโลกาวินาศมากมายก็จะมาถึง ถ้าแกไม่อยากตายก็รีบหนีไปซะ”

“แกกลัวแล้วเหรอ?” หลินหยวนเยาะเย้ยอีกฝ่าย

“แกต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายกลัว!” หลิวหรูหลงสบตากับคนตรงหน้าอย่างมั่นใจ “แกเคยคิดบ้างไหมว่าถ้าแกกับพ่อแกตายอยู่ที่นี่ แล้วหัวเซี่ยจะเป็นยังไง?”

“ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ เผ่าไททันก็จะฝ่าแนวป้องกันของหัวเซี่ย ทำลายล้างประเทศของแกจนสิ้นซาก!”

หลินหยวนที่ได้ยินอย่างนั้นก็หัวเราะในลำคอ “แกคิดว่าฉันสนใจเรื่องแบบนี้เหรอ?”

“แกกล้าพูดไหมล่ะว่าแกไม่สนใจหัวเซี่ยจริง ๆ?!” ผู้นำลัทธิไททันตะโกนถามเสียงดังลั่น

ท่าทางของเขาบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าเขากำลังเดิมพันกับจิตสำนึกของเด็กหนุ่ม

เขากำลังพนันว่าหลินหยวนจะมีนิสัยแบบเดียวกับหลินเทียนเชวี่ย พ่อของเขาหรือเปล่า

เขาพนันได้เลยว่า 2 พ่อลูกนี้คิดอยากจะแบกรับความรับผิดชอบในการปกป้องประเทศเอาไว้บนบ่าเหมือนกัน

ในเมื่อมีภาระที่ต้องรับผิดชอบแล้ว คนเราจะไม่มีทางคำนึงถึงแค่เรื่องของตัวเอง เขาจะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นอย่างแรก!

ซึ่งมันไม่ใช่การพยายามที่จะฆ่าเขาโดยไม่ฉุกคิดถึงส่วนรวม และไม่คิดถึงว่ามันจะเสี่ยงมากแค่ไหนด้วย

แต่สิ่งที่หลิวหรูหลงไม่คาดคิดก็คือ หลินหยวนกลับตอบคำถามเขาอย่างมั่นใจว่า “แน่นอน ฉันต้องเป็นห่วงหัวเซี่ยอยู่แล้ว แต่ในเมื่อฉันแบกรับความรับผิดชอบนี้เอาไว้แล้ว หัวเซี่ยจึงอยู่บนบ่าของฉัน ถ้าฉันยังมีชีวิตอยู่ หัวเซี่ยก็จะปลอดภัย!”

“แต่ถ้าฉันตาย ฉันก็ขอให้หัวเซี่ยพินาศไปพร้อมกับฉัน!!” น้ำเสียงของเด็กหนุ่มอาจฟังดูเรียบนิ่ง ทว่ามันกลับหนักแน่น

เพราะนี่เป็นความเชื่อมั่นของเขา มันคือความศรัทธาที่เขายึดถือมาโดยตลอด!

ถ้าเขายังอยู่ หัวเซี่ยก็จะยังอยู่เช่นกัน

แต่ถ้าเขาพินาศ หัวเซี่ยก็ต้องพินาศไปพร้อมกับเขา!

พอได้ยินแบบนี้ หลิวหรูหลงก็ชะงักค้างไป เขามองหลินหยวนด้วยสายตาไม่เข้าใจก่อนจะพึมพำกับตัวเองว่า “นี่มันบ้าอะไรวะเนี่ย แกมันบ้าไปแล้ว…”

ตูม!

ทันใดนั้นก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นพร้อมกับสายฟ้าฟาดลงมา

ในที่สุดหมัดของหลินหยวนก็ทำลายกำแพงโปร่งแสงตรงหน้าจนแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ

ซึ่งสำหรับผู้นำลัทธิไททัน เขาได้สูญเสียการป้องกันทั้งหมดไปแล้ว!!

“ถึงเวลาตายของแกแล้ว” ดวงตาของหลินหยวนเย็นเยียบพร้อมที่จะมอบความตายให้กับบุคคลเบื้องหน้า

ภายใต้แรงกดดันอันหนักหน่วง หลิวหรูหลงถอยหลังหนีไปก้าวหนึ่งแล้วพูดด้วยความตกใจว่า “เราตกลงกันได้! ถ้าแกยอมปล่อยฉันไป ฉันจะบอกแกว่าวิญญาณของเย่ชิงเสวี่ยอยู่ที่ไหน!”

“แต่ถ้าแกฆ่าฉัน แกก็จะไม่มีวันได้เจอแม่แกอีก!”

ผู้นำลัทธิไททันคนนี้เชี่ยวชาญในการกุมจุดอ่อนของมนุษย์และนำมาใช้ประโยชน์มากที่สุด เขาเชื่อมั่นว่าเจ้าเด็กนี่ไม่มีทางปฏิเสธข้อเสนอของเขาเด็ดขาด

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หลิวหรูหลงไม่คาดคิดก็คือ หลังจากที่เขาพูดจบ สีหน้าของหลินหยวนกลับไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด

“อะไรที่ทำให้แกคิดว่าฉันจะต้องเชื่อคำพูดของแกด้วย? ตัวแกแค่อยากจะมีชีวิตรอดแกจะพูดอะไรก็ได้ แต่ฉันอยากให้แกตาย ดังนั้นนับจากนี้ไป ทุกสิ่งที่แกพูดจะเป็นคำสั่งเสียของแก”

ในขณะที่เด็กหนุ่มพูดแบบนั้น สายฟ้าที่มีพลังปะทุอย่างรุนแรงก็ก่อตัวอยู่ในมือของเขา

อีกทั้งเขาไม่ได้พยายามปกปิดไอสังหารที่แผ่ออกมาจากตัวเขาเลยแม้แต่น้อย ทำให้ออร่าที่เย็นชาและอาฆาตแค้นตรึงลงบนร่างของศัตรู

หลิวหรูหลงที่เห็นอย่างนั้นก็เหยียดยิ้มเยาะเย้ยตัวเอง

เพราะในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าตัวเองไม่มีทางหนีรอดไปได้อีกแล้ว

ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเขาอาศัยไหวพริบและความคุ้นเคยกับธรรมชาติของมนุษย์เพื่อหลีกหนีความตายมาได้นับครั้งไม่ถ้วน จนในที่สุดเขาก็ไต่เต้าขึ้นมานั่งในตำแหน่งปัจจุบัน

แต่บัดนี้เขากำลังจะตายด้วยน้ำมือของเด็กหนุ่มตรงหน้า

“ฮ่า ๆๆๆ!” จู่ ๆ หลิวหรูหลงก็หัวเราะออกมาเสียงดังลั่น มันเป็นเสียงหัวเราะเหมือนคนที่เสียสติไปแล้ว

“แกแข็งแกร่งกว่าพ่อแกมาก และแกก็ยังบ้าบิ่นยิ่งกว่าเขาอีก ถ้าเทียบกับเขาแล้ว แกเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุด บนโลกนี้ไม่มีใครอยู่ได้โดยปราศจากความบ้าคลั่ง การที่ฉันได้ตายด้วยน้ำมือของแกก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว!”

หลินหยวนมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะถามว่า “นั่นคือคำสั่งเสียของแกใช่ไหม?”

หลังจากผู้นำลัทธิไททันได้ยินอย่างนั้น เขาก็ค่อย ๆ หลับตาลงรอรับความตาย “หากชาติหน้ามีอยู่จริง ฉันก็ไม่อยากให้ตัวเองต้องมีชีวิตที่ดิ้นรนขนาดนี้ ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากจะมีชีวิตที่สงบสุข!”

มือเขาที่เปื้อนเลือดจากการเดินมาไกลขนาดนี้ โดยที่เลือดทั้งหมดเป็นเลือดของเพื่อนร่วมชาติ

ความปรารถนาในหัวใจของมนุษย์นั้นมีมากมายไร้ที่สิ้นสุด เป็นเหมือนกล่องแพนโดรา*ที่เมื่อถูกเปิดออกมาแล้วก็ไม่สามารถปิดได้อีก

*กล่องแพนโดรา มาจากเทพนิยายกรีกโบราณ หมายถึงสิ่งที่นำมาซึ่งความชั่วร้าย ความทุกข์ยาก และปัญหามากมายที่ไม่คาดคิด

เขาไม่รู้ว่ามันเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่พอรู้ตัวอีกทีเขาก็ไร้หนทางหันหลังกลับแล้ว

เปรี๊ยะ!

วินาทีต่อมา สายฟ้าทำลายล้างก็พุ่งเข้าใส่เขา

ตูม!

เสียงดังกึกก้องดังขึ้นในขณะที่สายฟ้าพุ่งทะลุหน้าอกจนทิ้งรูเอาไว้บนร่างของผู้นำลัทธิไททัน

ในเวลาเดียวกัน แสงแห่งชีวิตในดวงตาของหลิวหรูหลงก็ค่อย ๆ หรี่ลงจนมอดดับไป

หลังจากดับลมหายใจผู้นำลัทธิไททันเรียบร้อยแล้ว หลินหยวนก็มายืนอยู่ข้างหลินเทียนเชวี่ย

“ผมขอโทษ… ผมน่าจะถามถึงที่อยู่ของวิญญาณแม่”

เด็กหนุ่มพูดกับพ่อตัวเองเบา ๆ แต่หลินเทียนเชวี่ยไม่ได้คิดที่จะตำหนิลูกชายเลย เขาทำเพียงแค่กางแขนโอบกอดอีกฝ่ายเอาไว้

“ขอบใจแกมาก” เสียงของชายวัยกลางคนฟังดูนุ่มนวลกว่าปกติ

หลังจากที่หลิวหรูหลงถูกฆ่าตาย เขาไม่ได้รู้สึกถึงความสุขที่ได้แก้แค้นเลยสักนิด หัวใจของเขาตอนนี้กลับรู้สึกว่างเปล่าไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ

ในเวลานี้ความกังวลเพียงอย่างเดียวของเขาก็คือที่อยู่ของเย่ชิงเสวี่ย ภรรยาของเขา

เขาไม่ได้ตำหนิที่หลินหยวนลงมือเด็ดขาด เพราะเขารู้ดีอยู่แก่ใจว่าการกระทำของลูกชายนั้นถูกต้อง

เพราะยิ่งเขาลังเล ทุกอย่างก็จะยิ่งวุ่นวาย

เมื่อเผชิญหน้ากับจิ้งจอกเฒ่าอย่างหลิวหรูหลง เราไม่อาจรู้เลยว่าคำพูดไหนเป็นความจริงหรือโกหก ทางออกที่ดีที่สุดก็คือการปลิดชีพอีกฝ่ายด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว

“หลินหยวน ฉันสัมผัสได้ว่ามีไททันระดับสูงมาที่นี่…มีมากกว่า 1 ตัวด้วย” ขณะนั้นฉู่อวี้ทะยานเข้ามาหาเด็กหนุ่มพร้อมกับพูดว่า “เรารีบออกไปจากที่นี่กันเถอะ”

หลินหยวนเข้าใจดีว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เหมาะสมจะพักผ่อนมากนัก เขาจึงพยักหน้าตอบตกลงทันที “อืม”

แต่ในขณะที่ทั้ง 2 กำลังพูดคุยกันก็มีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น!

จู่ ๆ อากาศโดยรอบก็มีรอยร้าวปรากฏขึ้น

แล้วรอยร้าวที่เกิดขึ้นนี้ถูกสร้างขึ้นโดยพลังของไททันมิติ

ที่นอกเมืองหนานเจียง เผ่าไททันก็เคยใช้วิธีนี้เทเลพอร์ตไททันจำนวนมากมาทำลายเมือง

แต่วิธีการนี้ก็มีข้อจำกัดอยู่ไม่น้อย เพราะยิ่งไททันมีระดับสูงมากเท่าไหร่ และไททันมีจำนวนมากแค่ไหน ประตูมิติก็ยิ่งต้องการพลังงานมากขึ้นเท่านั้น

ในกรณีนี้พวกมันจะต้องใช้ไททันมิติจำนวนมากเพื่อสร้างประตูมิติขึ้นมา

ในสายตาของเผ่าไททัน ไททันมิตินับได้ว่าเป็นของใช้สิ้นเปลืองที่มีราคาแพงมากอย่างหนึ่ง

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคราวนี้เผ่าไททันจะต้องลงทุนมหาศาลแค่ไหนเพื่อกักขังหลินหยวนไว้ที่นี่

“ประตูมิติมากมายขนาดนี้… พวกแกให้ความสำคัญกับฉันมากจริง ๆ” ดวงตาของเด็กหนุ่มเป็นประกายเย็นชา

เขารู้ดีว่าสถานการณ์ในปัจจุบันของเขานั้นเสี่ยงอันตรายมากแค่ไหน แต่ในเมื่อเขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงการต่อสู้ในครั้งนี้ไปได้ เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลองดูสักตั้ง

ทันใดนั้นเสียงของคนสูงวัยก็ดังขึ้นมา “ข้าไม่คิดเลยว่า… มนุษย์ที่ทำให้เผ่าไททันปั่นป่วนจะยังเยาว์วัยเช่นนี้”

ทันทีที่เสียงดังขึ้น หลินหยวนก็ขมวดคิ้วหันไปมองทางต้นเสียงตามสัญชาตญาณ

แล้วเขาก็เห็นไททันที่มีใบหน้าเหี่ยวย่นดูแก่มากตัวหนึ่ง

แต่ถึงกระนั้นออร่าของไททันตัวนี้ก็ยังคงดูน่าเกรงขามและมีสง่าราศีไม่เสื่อมคลาย

ดูเหมือนว่าไททันชราตัวนี้จะมีตำแหน่งที่สูงมากในเผ่าไททัน

และทันใดนั้นไททันโลกาวินาศอีกตัวหนึ่งที่ตัวปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีม่วงเข้มก็พูดเยาะเย้ยว่า “ท่านผู้อาวุโสใหญ่ เราอย่าเสียเวลากับไอ้เด็กเหลือขอคนนี้เลย วันนี้จะเป็นวันตายของมัน!”

แต่ไททันที่ถูกเรียกว่าท่านผู้อาวุโสใหญ่กลับพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อย “ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ไปฆ่ามันสิ ทำได้หรือเปล่าล่ะ?”

แล้วสีหน้าของไททันเกล็ดม่วงก็ชะงักค้างไป

นี่ท่านล้อเล่นหรือไง?

มันเองก็รู้ถึงความแข็งแกร่งของมนุษย์ตรงหน้าเป็นอย่างดี ถ้าเจ้ามนุษย์นี่ฆ่าง่ายขนาดนั้น ทำไมพวกมันถึงต้องแห่กันมาที่นี่หมดล่ะ?

“ในเมื่อเจ้าฆ่ามันไม่ได้ เจ้าก็อย่าได้มาพูดจาอวดดีตรงนี้” ไททันผู้เฒ่าเหลือบมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเฉยเมยพร้อมกับเอ่ยเสียงเย็นชา

ทันใดนั้นไททันเกล็ดม่วงก็เหมือนจะรู้ว่าตัวเองทำผิดจึงรีบคุกเข่าลงข้างหนึ่งแล้วกล่าวว่า “ข้าผิดไปแล้ว ขอท่านผู้อาวุโสใหญ่ลงโทษข้าด้วย!”

ขณะเดียวกัน เมื่อหลินหยวนได้ยินบทสนทนาระหว่างไททันทั้ง 2 เขาก็ขมวดคิ้วแน่น

เขาไม่คาดคิดว่าไททันที่ดูอายุมากขนาดนี้แท้จริงแล้วเป็นผู้อาวุโสใหญ่แห่งสภาผู้อาวุโส!

จบบทที่ บทที่ 199: ฉันจะแบกหัวเซี่ยไว้บนบ่า!

คัดลอกลิงก์แล้ว