- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 185: ไททันเทพอาสัญตอนที่ยังมีชีวิต… คือไททันระดับ 10?
บทที่ 185: ไททันเทพอาสัญตอนที่ยังมีชีวิต… คือไททันระดับ 10?
บทที่ 185: ไททันเทพอาสัญตอนที่ยังมีชีวิต… คือไททันระดับ 10?
“เรื่องนี้เอาไว้ก่อน” หลี่หวงเหยียนกระแอมในลำคอก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “จริง ๆ แล้วฉันมาที่นี่ก็เพื่อมาสอบถามสถานการณ์แทนลูกน้องเก่า ๆ ของพ่อนายบางคนเท่านั้น พวกเขาอยู่กับพ่อนายมาเกือบทั้งชีวิต ทุกคนเลยอยากรู้ว่าทำไมพ่อของนายถึงตัดสินใจเกษียณอายุอย่างกะทันหัน เขาคิดจะทำอะไรกันแน่?”
หลินหยวนที่รู้ถึงเจตนาที่แท้จริงจึงเงยหน้ามองออกไปไกล ๆ
นั่นคือทิศทางของดินแดนไททัน และยังเป็นทิศทางที่พ่อของเขากำลังจะมุ่งหน้าไปอีกด้วย
จากนั้นเขาก็ตอบกลับเสียงเรียบ “งั้นก็กลับไปบอกพวกเขาว่าพ่อของผมแค่… ทำในสิ่งที่เขาควรจะทำมาตั้งนานแล้วครับ”
หลี่หวงเหยียนที่ได้ยินคำพูดของหลินหยวนก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าตอบรับ “เข้าใจแล้ว”
ถึงแม้เขาจะไม่รู้แน่ชัดว่าหลินเทียนเชวี่ยกำลังคิดจะทำอะไรอยู่ แต่ในเมื่อเจ้าเด็กนี่พูดออกมาแบบนั้น มันจะต้องเป็นเรื่องที่สำคัญมากแน่นอน
หลังจากที่คิดได้แบบนี้ชายผมแดงก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “เอาล่ะ ฉันจะไปพูดกับลูกน้องเก่าของพ่อนายเอง แต่ฉันขอบอกไว้เลยว่าไม่ว่ายังไง เราก็หวังว่านายพลหลินจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง นั่นคือความปรารถนาเดียวของทหารเก่าพวกนั้น”
หลินหยวนพยักหน้ารับเบา ๆ “ฝากไปขอบคุณพวกเขาแทนผมด้วยนะครับ”
คงไม่มีอะไรล้ำค่าไปกว่ามิตรภาพระหว่างสหายแล้ว
เหล่าลูกน้องเก่าของพ่อที่ร่วมเป็นร่วมตายมาด้วยกัน พวกเขาต่างยินดีที่จะมอบชีวิตของตัวเองให้กับชายคนนี้
ในสายตาของพวกเขา นายพลหลินเปรียบดั่งเทพเจ้า
จากนั้นหลี่หวงเหยียนก็ตบไหล่หลินหยวนเบา ๆ แล้วเดินออกไปเงียบ ๆ
เด็กหนุ่มที่มองส่งอีกฝ่ายจนลับสายตาก็ยืนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งอยู่ในสนามฝึกที่ไร้ผู้คน
เดิมทีเขาตั้งใจจะฝึกพลังสายฟ้าต่อไป แต่โชคร้ายที่เขาไม่มีสมาชิกให้ช่วยฝึกซ้อมมือด้วยเลย ดังนั้นเขาจึงถอนหายใจแล้วเลือกที่จะเดินออกไปจากลานฝึก
ในกองทัพทุกคนต่างเร่งรีบ พวกเขาต่อสู้เพื่อปกป้องประเทศ แม้ว่าเผ่าไททันจะหยุดการโจมตีไปชั่วคราว แต่พวกเขาก็ไม่ได้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อยและยังคงวางกำลังป้องกันอย่างขะมักเขม้น
หลินหยวนเดินผ่านฝูงชนไปช้า ๆ ก่อนที่ร่างจะเปลี่ยนเป็นสายฟ้าหายไปในพริบตา
เขาไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะไปที่ไหน แต่หลังออกจากกองบัญชาการทหารมาแล้ว เขาต้องหาที่พัก
ขณะที่เด็กหนุ่มคิดแบบนี้ ไม่นานเขาก็มาถึงที่ราบซึ่งไร้ผู้คนแห่งหนึ่ง
“ทำไม… เจ้าถึงมาที่นี่…” ในตอนที่หลินหยวนลงจอด เสียงของไททันเทพอาสัญก็ดังขึ้นข้างหู
ดินแดนที่ไร้ผู้คนแห่งนี้คือที่ที่ไททันเทพอาสัญอาศัยอยู่
หลังจากการต่อสู้ หลินหยวนได้ ‘ฝาก’ ไททันเทพอาสัญเอาไว้ที่นี่ชั่วคราว
แล้วตอนนี้เขาก็ว่าง ๆ ไม่มีอะไรทำพอดีจึงตัดสินใจมาหามัน
ก่อนที่เด็กหนุ่มจะทันได้พูดอะไร ไททันเทพอาสัญก็ถามขึ้นมาว่า “เจ้ามาที่นี่เพื่อเอา… อาหารมาให้ข้าหรือเปล่า?”
“คริสตัลนั่น… อร่อยมาก… ข้าอยากกินอีก”
เมื่อหลินหยวนได้ยินดังนั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป ก่อนที่เขาจะพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ทำไมแกถึงเอาแต่สนใจเรื่องกินอยู่ตลอดเวลา? แกดูดซับหมอกคำสาปหายนะ 2 ลูกนั้นไปหมดแล้วเหรอ?”
ไททันเทพอาสัญร้องโวยวายหาของกินนับตั้งแต่การต่อสู้สิ้นสุดลง มันยืนกรานว่าจะกินคริสตัลแห่งความตายให้ได้ แต่ตอนนี้เด็กหนุ่มไม่มีคริสตัลที่ว่าเหลืออยู่แล้ว
เขาที่ไม่มีทางเลือกจึงต้องใช้ศพของไททันเทพปีศาจและไททันจิตวิญญาณสร้างเป็นหมอกคำสาป 2 ลูกเพื่อประทังความหิวของเจ้าจอมตะกละไปชั่วคราว
ใครจะไปรู้ว่าไอ้หมอนี่จะกินหมดเร็วขนาดนี้
ไททันเทพอาสัญพยักหน้าอย่างไร้เดียงสา แล้วลูบท้องตัวเองเบา ๆ ก่อนจะพูดเสียงห้วน ๆ ว่า “อืม… ข้ากินหมดไปตั้งนานแล้ว!”
หลินหยวนถึงขั้นกุมขมับขณะพูดว่า “ถ้าแกกินหมดแล้วมันก็ไม่มีอะไรให้กินแล้ว! นั่นมันคำสาปหายนะที่สร้างขึ้นจากไททันโลกาวินาศ 2 ลูกเชียวนะ!”
“กระเพาะของแกเป็นหลุมดำหรือไง?”
ไททันเทพอาสัญย่นหน้าพูดด้วยความไม่พอใจว่า “แต่ข้ายังหิวอยู่นี่…”
เด็กหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจสั่งสอนอีกฝ่าย “แกรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงไม่มอบคริสตัลให้กับแก?”
ไททันเทพอาสัญเอียงคอถาม
“เพราะแกไม่ได้ทำอะไรเลยไง อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ว่าในระหว่างการต่อสู้ครั้งนั้น ทันทีที่แกเห็นไททันโลกาวินาศเข้ามาใกล้ แกก็วิ่งหนีไปทันที”
“เพราะแบบนั้นฉันถึงเรียกใช้แกมาช่วยสู้กับไททันโลกาวินาศไม่ได้ใช่ไหมล่ะ”
หลังจากที่หลินหยวนพูดจบ สีหน้าของไททันเทพอาสัญก็หงอยลงทันที “ก็… ตอนนั้นข้ากำลังกินอยู่… ข้ากินไททันไปตั้งเยอะ แต่พวกมันก็อ่อนแอเกินไป… เพราะงั้น… ข้าอยากจะกินให้อิ่ม… ข้าก็เลยกินไปเรื่อย ๆ… กว่าจะรู้ตัว… ข้าก็ไปไกลจากเจ้ามากแล้ว”
เด็กหนุ่มกอดอกจ้องคนพูดด้วยสายตาประเมินและจับคำโกหกของอีกฝ่ายได้ไม่ยาก “ถ้าแกหิวมากนัก ทำไมแกไม่ไปกินไททันโลกาวินาศซะล่ะ แบบนั้นมันจะไม่อิ่มกว่าหรือไง?”
ไททันเทพอาสัญตอบด้วยความมั่นใจว่า “ข้ามองไม่เห็น… เพราะข้าไม่มีตา”
“...เหตุผลแกฟังขึ้นมาก เอาล่ะ ฉันจะไม่เถียงเรื่องนี้กับแกแล้ว ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ถ้าแกหลบเลี่ยงไม่ยอมต่อสู้อีก ฉันจะตัดเสบียงอาหารของแก แต่ถ้าแกทำตัวดี ฉันจะเอาหมอกคำสาปให้แกกินจนอิ่ม และฉันก็อาจจะเอาคริสตัลแห่งความตายให้แกก็ได้”
เมื่อไททันเทพอาสัญได้ยินสิ่งที่หลินหยวนพูด มันก็ตื่นเต้นขึ้นมา “ไม่ต้องห่วง… ตอนนี้ข้า… สามารถเอาชนะไททันเลือดตัวนั้นได้แล้ว”
เด็กหนุ่มที่ได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจว่ามันต้องการจะสื่ออะไร
ไททันเลือดที่เจ้าตัวพูดถึงจะต้องเป็นไททันปีศาจโลหิตแน่ ๆ ดูเหมือนว่าที่มันเลือกหลบเลี่ยงการต่อสู้ก็เพราะว่ามันกลัวอับราฮัม
แต่เขาต้องยอมรับเลยว่าพรสวรรค์ของไททันเทพอาสัญสูงมากจริง ๆ และอัตราการเติบโตของมันก็เร็วมากอีกด้วย
ภายในเวลาไม่กี่วัน มันก็มีพลังแข็งแกร่งมากพอที่จะเทียบชั้นกับไททันปีศาจโลหิตได้แล้ว นั่นหมายความว่าไททันเทพอาสัญก็มีพลังเท่ากับไททันโลกาวินาศขั้นสูง
แต่แน่นอนว่าสิ่งนี้เกี่ยวข้องกับหมอกคำสาปหายนะ 2 ลูกที่หลินหยวนสร้างให้มัน
ไททันเทพอาสัญตัวนี้จะเติบโตแบบก้าวกระโดดได้ก็ต่อเมื่อได้รับสารอาหารที่เพียงพอ
แต่เรื่องนี้ก็ยิ่งทำให้เด็กหนุ่มอยากรู้มากยิ่งขึ้นว่าตอนที่ไททันเทพอาสัญยังมีชีวิตอยู่ มันเป็นไททันระดับไหนกัน?
แม้ว่ามันจะตายแล้ว… เพียงแค่ศพของมันก็ยังกลายมาเป็นไททันโลกาวินาศขั้นสูงได้อีก!
หรือว่าตอนที่มันยังมีชีวิตอยู่ มันเป็นไททันระดับ 10 ไททันพิภพวายปราณอย่างที่ไททันมังกรดำพูดถึง?
แต่ศพของไททันระดับ 10 จะมาโผล่อยู่บนโลกนี้ได้อย่างไร? ตามหลักเหตุผลแล้ว บนโลกนี้ไม่ควรมีอะไรที่ทำอันตรายไททันระดับ 10 ได้อยู่แล้ว
ดูเหมือนว่าต้นกำเนิดของไททันเทพอาสัญจะมีเงื่อนงำอะไรบางอย่างซ่อนอยู่
หลินหยวนถึงกับตั้งข้อสันนิษฐานว่าอีกฝ่ายไม่ได้ถูกมนุษย์ฆ่าตาย แต่… ถูกไททันด้วยกันเองฆ่า!
ในความคิดของเขามีเพียงไททันระดับเดียวกันเท่านั้นที่จะสามารถฆ่าไททันเทพอาสัญตอนที่มันยังมีชีวิตอยู่ได้
ถึงอย่างนั้นนี่ก็ไม่ใช่ประเด็นที่เขาควรจะมาคิดถึงในตอนนี้ ที่เขามาหามันเพราะเขามีเป้าหมายบางอย่าง
จากนั้นหลินหยวนก็มองตรงไปที่ไททันเทพอาสัญแล้วพูดว่า “เอาแบบนี้ไหม เรามาทำข้อตกลงกัน ฉันจะขอให้แกไปที่ดินแดนไททันแล้วทำอะไรบางอย่างให้กับฉัน ถ้าแกทำได้สำเร็จ ฉันจะให้หมอกคำสาประดับโลกาวินาศ 5 ลูก แล้วก็คริสตัลแห่งความตาย 1 ชิ้นเป็นรางวัล”
ถึงแม้ว่าเด็กหนุ่มจะไม่มีของพวกนั้นอยู่ในมือ แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคกับการที่เขาจะทำสัญญากับเจ้าหมอนี่
แต่สิ่งที่เขาคาดไม่คิดถึงก็คือ ไททันเทพอาสัญตัวนี้มันไม่ปรานีกันเลยสักนิด มันส่ายหัวทันทีแล้วยกนิ้วขึ้น 10 นิ้ว “หมอกคำสาประดับโลกาวินาศ 10 ลูก… บวกกับคริสตัลแห่งความตาย 2 ชิ้น!”
“...”
หลังจากที่หลินหยวนได้ยินคำพูดของไททันเทพอาสัญ เขาก็พูดไม่ออกในขณะที่มุมปากกระตุกแรง ๆ หลายที
เขาไม่คาดคิดเลยว่าเจ้าตัวแสบจะกล้าต่อรองราคากับเขาโดยไม่ฟังรายละเอียดของภารกิจเลย
ไอ้หมอนี่ดูเหมือนจะไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร แต่ในความเป็นจริงมันฉลาดเป็นกรด
อย่างไรก็ตาม หลินหยวนก็ไม่ได้สนใจที่จะต่อรองกับอีกฝ่ายมากนัก “โอเค เอาตามที่แกว่า”
มันเป็นแค่สัญญาปากเปล่า ดังนั้นไม่ว่ามันจะมากแค่ไหนก็ไม่สำคัญ
ทางด้านไททันเทพอาสัญที่เห็นว่าเขายอมตกลงก็ตกใจเล็กน้อย
เพราะว่ามันไม่คาดคิดมาก่อนว่าหลินหยวนจะยอมตอบตกลงเร็วขนาดนี้ จนกระทั่งมันสงสัยว่าข้อเสนอที่มันยื่นไปต่ำเกินไปหรือเปล่า
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ไททันเทพอาสัญก็พูดขึ้นมาอย่างลังเลว่า “แล้วถ้าเป็น… หมอกคำสาประดับโลกาวินาศ 30 ลูก… กับคริสตัลแห่งความตาย 3 ชิ้นล่ะ?”
“...นี่แกพูดเล่นใช่ไหม?”
พอไททันเทพอาสัญเห็นว่าหลินหยวนกำลังโมโห มันก็หดคอลงทันที
เพราะถึงอย่างไรในสายตาของมัน มนุษย์ตรงหน้าก็เป็นโรงอาหารที่ต้องรักษาไว้
“เอาล่ะ ขอแค่แกทำภารกิจสำเร็จ ฉันไม่มีทางให้แกเสียแรงเปล่าหรอก” หลินหยวนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แต่ถ้าแกไม่พยายามเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ แล้วทำแบบขอไปที ฉันจะฉีกแกเป็นชิ้น ๆ”
ไททันเทพอาสัญที่สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวของอีกฝ่ายก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่น
ในตอนนี้มันสัมผัสได้ถึงพลังที่น่าสะพรึงกลัวจากในตัวของหลินหยวนได้อย่างแม่นยำ
มันจำได้ว่าตอนที่มันเจอกับมนุษย์คนนี้ในสุสานไททัน เขายังอ่อนแอมากอยู่เลย
แต่บัดนี้อีกฝ่ายมีพลังมากพอที่จะฆ่ามันได้แล้ว
เป็นเพราะไททันเทพอาสัญสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามจากตัวหลินหยวน มันจึงยอมถอยให้