- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 184: แม่ทัพมังกรประกาศอำลาตำแหน่งอย่างเป็นทางการ
บทที่ 184: แม่ทัพมังกรประกาศอำลาตำแหน่งอย่างเป็นทางการ
บทที่ 184: แม่ทัพมังกรประกาศอำลาตำแหน่งอย่างเป็นทางการ
ถึงหลินหยวนจะไม่เข้าใจความเจ็บปวดของหลินเทียนเชวี่ย แต่เขาก็พอจะจินตนาการได้ว่าอีกฝ่ายจะต้องใช้ความอดทนมากแค่ไหนในการยับยั้งชั่งใจเอาไว้
ถ้าเป็นตัวเขาเอง หากฉู่อวี้ถูกพวกลัทธิไททันฆ่าตาย เขาคงจะเสียสติบุกเข้าไปในดินแดนไททันและสังหารไอ้พวกลัทธิไททันทุกคนที่พบ
สุดท้ายแล้วเขาก็จะสับคนที่ฆ่าฉู่อวี้เป็นชิ้น ๆ แล้วโยนให้หมากิน
แต่เหตุผลที่หลินเทียนเชวี่ยไม่ทำแบบนี้เป็นเพราะว่าเขาอยากจะปกป้องประเทศนี้เอาไว้
นี่เป็นความปรารถนาของเขา แล้วมันก็เป็นความปรารถนาสุดท้ายของคนรักของเขาด้วย
แต่บัดนี้ในที่สุดเขาก็มีผู้สืบทอดตำแหน่งแล้ว นั่นก็คือลูกชายที่เติบใหญ่ของตน
ในตอนที่ไม่มีใครสังเกตเห็น ลูกชายของเขาได้เติบโตเป็นผู้ที่ทรงพลังมากกว่าตัวเขาเองเสียอีก
หลินเทียนเชวี่ยจึงไม่ลังเลเลยที่จะส่งมอบความรับผิดชอบที่ใหญ่หลวงนี้ให้กับหลินหยวน
“อีกไม่กี่วันข้างหน้าฉันจะลาออกจากตำแหน่งด้วยตัวเอง” ชายวัยกลางคนกล่าว “นับจากนี้ไปจะไม่มีแม่ทัพมังกรอีกต่อไปแล้ว”
เขาเคยเป็นแม่ทัพมังกร เป็นบุคคลที่น่าเกรงขามยามที่อยู่ในสนามรบ เป็นบุคคลที่เหล่าไททันต้องเกรงขาม
แต่บัดนี้หลินเทียนเชวี่ยต้องการจะปลดปล่อยพันธะที่อยู่ในใจของตัวเองให้หมดสิ้น
เขาเคยต่อสู้เพื่อประเทศชาติ ตอนนี้เขากำลังจะไปล้างแค้นเพื่อตัวเอง
หลินเทียนเชวี่ยเงยหน้าขึ้นสบตากับหลินหยวนแล้วพูดว่า “หลินหยวน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ความรับผิดชอบทั้งหมดจะเป็นของแก แกควรรู้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ ก่อนอื่นฉันต้องขอโทษแกด้วย ช่วยยกโทษให้กับความเห็นแก่ตัวของฉันด้วยเถอะ แต่ฉันรอวันนี้มันนานมากแล้ว ฉันขอให้แกปล่อยฉันไปเถอะ”
“ไม่ว่าฉันจะอยู่หรือตาย แกก็ไม่จำเป็นจะต้องมานั่งกังวล คิดซะว่าฉันตายไปแล้วก็ได้ แล้วอย่าลืมปกป้องประเทศนี้เอาไว้ เพราะนี่ไม่ใช่แค่ความปรารถนาของฉัน แต่มันเป็นความปรารถนาสุดท้ายของแม่แกด้วย”
เมื่อเด็กหนุ่มได้ยินคำพูดของผู้เป็นพ่อ เขาก็เข้าใจว่าชายตรงหน้าได้เตรียมพร้อมรับความตายเอาไว้แล้ว
เจ้าตัวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหลิวหรูหลงอยู่ที่ไหน แต่เขาก็พร้อมจะบุกฝ่าฟันเข้าไปในดินแดนไททันเพียงลำพัง
เพราะตอนนี้หลินเทียนเชวี่ยไม่ใช่แม่ทัพมังกรของหัวเซี่ยอีกต่อไปแล้ว เขาเป็นเพียงสามีคนหนึ่งที่รักภรรยาสุดหัวใจ และสิ่งที่เขาอยากจะทำในตอนนี้ก็คือ การแก้แค้นให้กับภรรยาผู้ล่วงลับ!
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้หลินหยวนก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนที่เขาจะพูดว่า “พ่อ ไม่ว่าพ่ออยากทำอะไร พ่อก็ทำตามที่ต้องการได้เลย ผมจะรับผิดชอบทุกอย่างเอง”
เขาคิดไม่ออกว่าจะหาเหตุผลอะไรมากขวางพ่อตัวเองได้อีกแล้ว
หลังจากที่ชายวัยกลางคนได้ยินลูกชายพูดอย่างนั้น เขาก็เผยรอยยิ้มโล่งใจออกมา
ตลอดเกือบ 20 ปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยรู้สึกผ่อนคลายเท่านี้มาก่อน
ในเมื่อเขาตัดสินใจเด็ดเดี่ยวแล้ว มันก็ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งเขาได้อีก ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร เขาก็ไม่มีวันเสียใจ!
…
ไม่กี่วันต่อมา หลินเทียนเชวี่ยก็ลาออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพมังกร
ด้วยเหตุนี้เอง อดีตแม่ทัพมังกรจึงได้ปลดประจำการอย่างเป็นทางการ
หลังจากข่าวนี้แพร่ออกไป ทั่วประเทศก็เกิดความโกลาหล เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าในสถานการณ์แบบนี้หลินเทียนเชวี่ยจะลาออก
ทุกคนจำได้ดีว่า ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาพักรักษาตัวอยู่ในเมืองหนานเจียง เขาก็ยังคงดำรงตำแหน่งอยู่ในกองทัพเหมือนปกติ
ประเด็นนี้จึงทำให้ประชาชนจำนวนมากเริ่มถกเถียงกัน
‘ทำไมล่ะ? ฉันจำได้ว่าแม่ทัพหลินเพิ่งจะอายุ 40 กว่า ๆ เองนะ เขาแข็งแกร่งตั้งขนาดนั้น พลังของเขาได้มาถึงจุดสิ้นสุดแล้วเหรอ ทำไมเขาถึงเลือกเกษียณกะทันหันแบบนี้?’
‘นายพลหลินต่อสู้เพื่อประเทศมานานหลายปีแล้ว ถ้าเขาเลือกเกษียณตอนนี้แล้วมันจะทำไม เขาอยากจะใช้ชีวิตที่เหลืออย่างสงบสุขบ้างไม่ได้หรือไง?’
‘ไม่ใช่ ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น ฉันแค่แปลกใจ นายพลหลินสร้างคุณูปการยิ่งใหญ่ให้กับหัวเซี่ยมาตลอด ไม่ว่าเขาจะเลือกทางไหน ฉันก็จะสนับสนุนเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข!’
‘เม้นต์บนพูดถูก ในเมื่อนายพลหลินเลือกที่จะเกษียณตอนนี้ เขาจะต้องมีเหตุผลของเขา เราที่อยู่ตรงนี้คงไม่มีทางรู้เหตุผลนั้นหรอก อย่าคาดเดาอะไรกันอีกเลย มันมีแต่จะทำให้เหล่าฮีโร่ที่สละตัวเองเพื่อปกป้องประเทศรู้สึกหมดไฟ’
‘เฮ้อ นับจากนี้ไปหัวเซี่ยจะไม่มีแม่ทัพมังกรอีกต่อไป’
‘ถ้าเผ่าไททันรู้ว่านายพลหลินเกษียณแล้วเปิดฉากโจมตีเราจะเป็นยังไง?’
‘ไม่ต้องห่วงไปหรอก ลืมไปแล้วหรือไงว่าลูกชายนายพลหลินก็เก่งกาจไม่แพ้กัน เขาเป็นคนที่ต่อสู้กับไททันโลกาวินาศได้ด้วยตัวคนเดียว แค่มีเขาคอยปกป้องแนวป้องกัน แม้นายพลหลินจะเกษียณอายุไป เผ่าไททันก็ไม่กล้าลงมือทำอะไรหรอกน่า’
‘นี่แหละคือตัวอย่างของลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น เพียงแค่คนคนเดียวคอยปกป้องพรมแดนประเทศแค่นั้นก็สามารถข่มขวัญกองทัพไททันนับล้านได้แล้ว!’
ในกระทู้ข่าวต่าง ๆ มีคนจำนวนมากเข้ามาถกเถียงกันอย่างดุเดือด แต่มันก็โชคดีที่หลินหยวนอยู่ที่นี่ ดังนั้นถึงแม้ว่าหลินเทียนเชวี่ยจะลาออกจากตำแหน่ง แต่ประชาชนก็ไม่ได้กังวลอะไรมากนัก พวกเขากลับดีใจแทนเจ้าตัวเสียมากกว่า
ในสายตาของชาวหัวเซี่ยเหล่านี้ แม่ทัพมังกรต่อสู้กับไททันมาเกือบทั้งชีวิต ในที่สุดเขาก็จะได้ใช้ชีวิตในบั้นปลายอย่างสงบสุขเสียที
แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ การลาออกของหลินเทียนเชวี่ยไม่ใช่เพื่อการเกษียณอายุไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในบั้นปลาย หากแต่มันเป็นจุดหมายปลายทางที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม
นั่นก็คือดินแดนของไททัน
ปัจจุบันมีเพียงหลินหยวนและเฉินหลงเซี่ยง ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้
นอกจากนี้แล้วก็ไม่มีใครรู้อีกเลย เพราะคราวนี้มันเป็นข่าวที่มีความสำคัญมาก ไม่มีใครสามารถรับประกันได้เลยว่ายังมีคนทรยศแฝงตัวอยู่ในกองทัพคอยส่งข่าวให้เผ่าไททันอยู่อีกหรือเปล่า
ถ้าหากพวกไททันรู้เรื่องนี้เข้า พวกมันคงจะวางกับดักรอให้หลินเทียนเชวี่ยเข้าไปติดกับอย่างแน่นอน
เพื่อความปลอดภัยของชายคนนั้น ทั้งหลินหยวนกับเฉินหลงเซี่ยงจึงเลือกจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ
…
7 วันต่อมา
ที่ลานฝึกของกองทัพหัวเซี่ย
หลินหยวนมาที่นี่เพื่อทดสอบพลังสายฟ้าของเขา
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด หลินเทียนเชวี่ยจะออกเดินทางไปยังดินแดนไททันในคืนนี้ แต่เด็กหนุ่มกลับรู้สึกสงบอย่างน่าประหลาด
เพราะชีวิตย่อมมีการจากลาอยู่เสมอไม่ว่าจะจากเป็นหรือจากตาย
สำหรับเขาแล้ว ขอเพียงพ่อของเขายังมีชีวิตอยู่ แค่นั้นมันก็เพียงพอ
ส่วนหลิวหรูหลง เขายังฆ่าอีกฝ่ายแทนพ่อได้!
ถ้าเขามีพละกำลังเพียงพอ เขาจะทำการโจมตีตอบโต้เผ่าไททัน!
ขอเพียงแค่เขาหาตัวหลิวหรูหลงเจอ เขาจะฆ่ามันด้วยมือตัวเอง!
อย่างไรก็ตาม หลินหยวนไม่เคยพูดอะไรกับหลินเทียนเชวี่ยเลย เพราะเขารู้ดีว่าด้วยนิสัยของพ่อ เขาไม่มีทางยอมรับข้อตกลงนี้อย่างแน่นอน
เพราะนี่เป็นการแก้แค้นส่วนตัวของเขา เขาควรจะทำมันด้วยตัวเอง เพราะเด็กหนุ่มรู้นิสัยข้อนี้ของพ่อตัวเองดี เขาจึงไม่เคยห้ามปรามอีกฝ่าย
ทันใดนั้นหลี่หวงเหยียนก็โน้มตัวมาข้างหน้าและกระซิบพูดข้างหูหลินหยวนว่า “นี่หลินหยวน ขอถามหน่อยสิ การที่นายพลหลินเกษียณจากกองทัพอย่างกะทันหันเป็นเพราะมีภารกิจพิเศษหรือเปล่า?”
ฝ่ายที่ถูกถามพยักหน้าแล้วตอบว่า “ครับ เขากำลังทำภารกิจพิเศษอยู่ เหมือนกับว่าเขากำลังสืบสวนอะไรบางอย่าง”
ชายผมแดงรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันทีก่อนจะถามต่อว่า “ภารกิจพิเศษอะไรเหรอ? เขากำลังสืบสวนอะไรกันแน่?”
“สืบสวนก็คือสืบสวน ทำไมวันนี้คุณถึงพูดมากจัง?” หลินหยวนกลอกตาด้วยความรำคาญ “ในเมื่อนี่เป็นภารกิจลับ เขาจะยอมบอกเรื่องนี้กับคนอื่นไหมล่ะครับ?”
หลี่หวงเหยียนที่ถูกต่อว่าก็พูดด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง “แต่เราเป็นพี่น้องที่ผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันนะ นายคิดว่าฉันเป็นคนทรยศหรือไง?”
“แล้วฉันก็ปากแข็งมากนะ นายพลหลินเคยบอกความลับที่ดำมืดไว้กับฉันตั้งมากมาย ฉันยังไม่เคยเอาไปพูดกับใครเลยนะ”
หลินหยวนที่ได้ยินอย่างนั้นก็ประหลาดใจเล็กน้อยและถามออกไปว่า “เขาบอกความลับอะไรกับคุณเหรอครับ?”
ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ แล้วตอบว่า “เขาบอกว่าตอนป.3 นายชอบฉี่รดที่นอนตอนกลางคืน ทำให้เขาต้องซักผ้าปูที่นอนให้ตลอด”
“...”
คิดไว้แล้วไม่มีผิด ไอ้ตาแก่นั่น โกหกไปซะทุกเรื่อง!
หลี่หวงเหยียนเหมือนจะพูดอะไรต่อ แต่ทันในนั้นก็ได้ยินเสียงไฟฟ้าแตกเปรี๊ยะ ๆ
“หืม? เสียงอะไรน่ะ?” เขาสะดุ้งน้อย ๆ แล้วหันไปทางต้นเสียง ทันใดนั้นเขาก็ต้องตกใจ “ไอ้บ้าเอ๊ย! ฉันแค่ล้อเล่นเอง นายจะเรียกสายฟ้าออกมาทำม้ายยย!”
หลินหยวนเหยียดยิ้มมุมปากในขณะที่พูดว่า “คุณคิดว่ายังไงล่ะ?”
ปัง!
สายฟ้าฟาดลงมาอย่างจัง ทำให้เนื้อตัวของชายผมแดงยับเยินมีควันลอยฟุ้งพร้อมกับที่ผมตั้งชัน
ส่วนทางด้านหลินหยวนปัดมือตัวเองเบา ๆ พลางพูดด้วยน้ำเสียงพึงพอใจว่า “ค่อยสบายใจขึ้นหน่อย”
“แกจะโหดเหี้ยมเกินไปแล้วนะไอ้หนู!” หลี่หวงเหยียนโวยวายใส่อีกฝ่าย “ถึงยังไงถ้าตามลำดับอาวุโสแล้ว นายควรจะเรียกฉันว่าอาไม่ใช่หรือไง? อีกอย่าง นายลืมไปแล้วเหรอว่าครั้งหนึ่งฉันเคยมอบโอกาสให้นาย?”
หลินหยวนโต้กลับเสียงสูงว่า “คุณอย่าเอาความแก่กว่ามาข่มผมเลย อย่าคิดว่าแค่คุณช่วยผมนิดหน่อยแล้วจะทำอะไรก็ได้นะ ถ้าคุณกล้าเอาเรื่องที่ผมฉี่รดที่นอนไปเล่าให้ใครฟัง มันจะไม่จบแค่สายฟ้าเล็ก ๆ แบบเมื่อกี้แน่”
คนที่อาวุโสกว่าพอได้ยินแบบนี้เขาก็ย่นคอลงพลางตอบเสียงอ้อมแอ้มว่า “ฉันรู้แล้วน่า”
เด็กหนุ่มที่เห็นสีหน้าสำนึกผิดของอีกฝ่ายก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเขาได้เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังไปกี่คนแล้วกันแน่
เพราะถ้ามันไม่เป็นความจริง ทำไมเขาถึงดูไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไหร่?