- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 183: สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดก็คือหัวใจที่ตายไปแล้ว
บทที่ 183: สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดก็คือหัวใจที่ตายไปแล้ว
บทที่ 183: สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดก็คือหัวใจที่ตายไปแล้ว
พอหลินหยวนได้ฟังมาถึงตรงนี้ เขาก็กำหมัดแน่น
ไอ้พวกลัทธิไททัน ไอ้สัตว์เดรัจฉาน!
ไม่สิ แม้แต่สัตว์เดรัจฉานก็ยังมีจิตสำนึกมากกว่าพวกมันเสียอีก
การกระทำของพวกมันโหดร้ายมาก!
“ดังนั้นเพื่อหยุดยั้งลัทธิไททันพวกนี้ แม่แกจึงยอมเสี่ยงส่งคนที่คอยคุ้มกันเธอไปรักษาความสงบเรียบร้อยภายในเมืองและระงับเหตุวุ่นวายพวกนี้”
ในขณะที่หลินเทียนเชวี่ยเล่าเรื่องนี้ เขาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “แม่ของแก… ใจดีเกินไป ที่จริงเธอรู้มาตลอดว่านี่เป็นสัญญาณบอกว่าลัทธิไททันคิดจะโจมตีเธอ แต่เพื่อความปลอดภัยของพลเรือนผู้บริสุทธิ์ เธอยอมที่จะเอาชีวิตของตัวเองไปเสี่ยง”
“นอกจากนี้เธอเองก็เป็นผู้มีพลังที่แข็งแกร่งคนหนึ่ง ในสายตาของเธอ ถึงแม้ลัทธิไททันคิดจะโจมตีเธอจริง ๆ เธอก็ไม่ได้ไร้ทางสู้เสียทีเดียว แต่น่าเสียดายที่การเดิมพันในครั้งนี้ของเธอพ่ายแพ้”
“ภารกิจในครั้งนี้พวกลัทธิไททันเตรียมตัวมาอย่างดี ผู้นำของพวกมันถึงขั้นมาลงมือด้วยตัวเอง ถึงแม้ว่าแม่แกอยากจะขัดขืน แต่สุดท้ายมันก็ล้มเหลว”
ผู้นำลัทธิไททัน?
หลินหยวนขมวดคิ้วแน่น เขาคิดไม่ถึงว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับผู้นำลัทธิไททัน
แต่ถึงแม้ว่าพวกลัทธิไททันจะมีชื่อเสียงฉาวโฉ่มากแค่ไหน แต่เขาก็แทบไม่เคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับผู้นำของพวกมันเลย
พอนึกถึงเรื่องนี้เด็กหนุ่มก็ถามขึ้นมาว่า “ใครเป็นผู้นำของลัทธิไททันเหรอครับ?”
หลินเทียนเชวี่ยตอบกลับไปว่า “หลิวหรูหลง ไอ้จิ้งจอกเฒ่าที่ทั้งโหดเหี้ยมและเจ้าเล่ห์”
หลินหยวนที่ได้ยินอย่างนั้นก็ขมวดคิ้วแน่นขึ้น จากนั้นเขาก็ถามต่อว่า “เขาแข็งแกร่งแค่ไหนครับ?”
“หลิวหรูหลงแข็งแกร่งมาก ถ้ามันไม่แข็งแกร่ง มันก็คงไม่ได้รับการยกย่องจากเผ่าไททันให้ดำรงตำแหน่งผู้นำของลัทธิไททัน”
“เกือบ 20 ปีก่อน ตอนที่แกเกิดมา พลังของมันก็อยู่ในแรงก์ SSS แล้ว” หลินเทียนเชวี่ยกล่าวเสียงทุ้มต่ำ ถึงแม้ว่าคนของลัทธิไททันทุกคนจะเป็นเครื่องมือของเผ่าไททัน แต่ก็มีเพียงคนที่แข็งแกร่งและพิสูจน์คุณค่าของตัวเองได้แล้วเท่านั้นถึงจะเป็นสุนัขรับใช้ที่ได้รับความเคารพนับถือ
ก่อนที่หลิวหรูหลงจะขึ้นเป็นผู้นำลัทธิไททัน นอกจากเขาจะแข็งแกร่งมากแล้ว เขายังทำเรื่องสกปรกและน่ารังเกียจมากมายให้กับเผ่าไททันจนในที่สุดก็ได้รับความไว้วางใจ
ถ้าหากเมื่อเกือบ 20 ปีก่อนชายคนนั้นเป็นผู้มีพลังแรงก์ SSS อยู่แล้ว ตอนนี้เขาจะต้องทรงพลังยิ่งกว่าเดิม
พอคิดถึงเรื่องนี้หลินหยวนก็รีบถามออกไปว่า “แล้วตอนนี้หลิวหรูหลงอยู่ที่ไหนครับ?”
“ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน” ผู้เป็นพ่อส่ายหัว “หลิวหรูหลงหายตัวไปหลายปี ไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้มันอยู่ที่ไหน มีข่าวลือว่ามันถูกเผ่าไททันทอดทิ้งเหมือนเด็กที่ถูกพ่อแม่ทิ้ง แต่มันก็ไม่กล้ากลับหัวเซี่ย มันจึงเลือกที่จะลี้ภัยไปต่างแดน”
“แต่มีข่าวลืออีกว่ามันได้รับของขวัญจากเผ่าไททันจึงแปลงร่างกลายเป็นไททันที่ทรงพลังได้สำเร็จ”
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีบางคนเชื่อว่าแม้หลิวหรูหลงจะหายตัวไปไม่ปรากฏต่อสาธารณชน แต่เขาก็ยังควบคุมและจัดการทุกอย่างในลัทธิไททันอยู่เบื้องหลังมาโดยตลอด
“ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่าย ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเป้าจากกองทัพ เขาจึงเร้นกายไปแฝงตัวอยู่ในแนวหลัง”
ตอนนี้หลินหยวนไม่กล้าฟันธงว่าข้อสันนิษฐานไหนเป็นเรื่องจริง แต่เขาไม่คาดคิดว่าหลิวหรูหลงจะหายไปจากสายตาของกองทัพจริง ๆ ถึงกระนั้นเขาก็ต้องยอมรับว่านี่เป็นการตัดสินใจที่ค่อนข้างฉลาดมาก
เพราะจากสิ่งที่เขากระทำลงไปนั้นกองทัพไม่มีทางยอมปล่อยเขาไปง่าย ๆ เหมือนกัน
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เด็กหนุ่มก็พูดขึ้นมาว่า “แล้วพ่อคิดว่าหลิวหรูหลงจะยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่าครับ?”
คราวนี้สายตาของหลินเทียนเชวี่ยเปลี่ยนเป็นเย็นชาในขณะที่เขากัดฟันพูดว่า “มันจะต้องมีชีวิตอยู่อยู่แล้ว คนแบบมันจะยอมตายง่าย ๆ ขนาดนั้นได้ยังไง นอกจากนี้ฉันก็หวังว่ามันจะยังอยู่ดีด้วยเหมือนกัน เพราะมีแต่แบบนี้เท่านั้นฉันถึงจะฆ่ามันได้ด้วยมือของฉันเอง!”
ดวงตาของแม่ทัพมังกรเป็นประกายกร้าวพร้อมกับที่มีไฟแค้นลุกโชนในดวงตา
เขาเกลียดหลิวหรูหลง คนร้ายที่ฆ่าภรรยาของเขา
ในเวลานั้นหลินหยวนสัมผัสได้ถึงความโกรธที่โหมกระหน่ำอยู่ในใจพ่อของเขา
เขาจึงถอนหายใจเบา ๆ แล้วถามออกไปเสียงเรียบว่า “แล้วต่อจากนั้นเกิดอะไรขึ้นกับเธอครับ?”
คำว่า ‘เธอ’ ที่เด็กหนุ่มหมายถึงก็คือเย่ชิงเสวี่ย
เขารู้ดีว่าการถามคำถามนี้ออกไปมันเป็นเหมือนกับการเปิดบาดแผลในใจของพ่อให้ปริออก แต่เขาก็ต้องถาม เพราะเย่ชิงเสวี่ยไม่ได้เป็นแค่ภรรยาของพ่อ แต่เธอยังเป็นแม่ของเขาอีกด้วย
แม้ว่าหลินหยวนจะไม่เคยพบหน้าแม่ของตัวเองมาก่อนในชีวิตนี้ แต่ความผูกพันทางสายเลือดของพวกเขาไม่มีวันจางหาย
“ต่อมาแม่แกก็ถูกคนของลัทธิไททันที่มีหลิวหรูหลงเป็นผู้นำลักพาตัวไป” สีหน้าของหลินเทียนเชวี่ยกลับมาหดหู่อีกครั้ง เขาพูดเสียงเบาลงว่า “เดิมทีเดียวพวกมันก็คิดจะลักพาตัวแกไปด้วยเหมือนกัน แต่ก่อนที่พวกมันจะทันได้ลงมือ กองทัพก็กลับมาทันเวลา ดังนั้นหลิวหรูหลงจึงเลือกที่จะทิ้งแกโดยไม่ลังเล ไอ้สารเลวนั่นนอกจากจะโหดเหี้ยมแล้ว มันยังตัดสินใจได้เด็ดขาดมากด้วย”
“หลังจากที่เย่ชิงเสวี่ยถูกลักพาตัวไป เธอก็กลายเป็นตัวต่อรองในการเจรจาระหว่างฉันกับลัทธิไททัน หลิวหรูหลงไว้ชีวิตเย่ชิงเสวี่ยเพื่อแลกกับการที่ฉันเข้าร่วมลัทธิไททัน และสัญญาว่าจะมอบตำแหน่งรองผู้นำให้กับฉัน”
“และเพื่อให้มั่นใจว่าเย่ชิงเสวี่ยยังมีชีวิตอยู่ ฉันจึงขอนัดพบกับพวกมัน ตอนนั้นทันทีที่ฉันเห็นใบหน้าซีดเซียวของเธอ หัวใจของฉันก็ปวดร้าว เรามีเวลาคุยกันสั้นมากก็เลยได้พูดคุยกันแค่ไม่กี่ประโยค และฉันก็จำคำพวกนั้นได้ขึ้นใจ”
จู่ ๆ ชายวัยกลางคนก็หัวเราะแล้วกระซิบว่า “ประโยคแรกของเธอคือพูดถึงแก”
‘เทียนเชวี่ย ดูแลหยวนเอ๋อร์ให้ดีนะ’ ในฐานะแม่ ถึงแม้ว่าตัวเองจะตกอยู่ในอันตราย แต่เธอก็ไม่เคยลืมลูกของตัวเอง
พอได้ยินแบบนี้หลินหยวนก็รู้สึกโศกเศร้าในใจ
ที่แท้แม่ของเขาก็รักเขามากไม่ต่างจากแม่คนไหนในโลก แค่เขาไม่เคยรู้เพียงเท่านั้น
จากนั้นหลินเทียนเชวี่ยก็กล่าวว่า “2 ประโยคสุดท้ายที่เธอพูดก็คือ”
‘เทียนเชวี่ย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าทรยศหัวเซี่ย ชีวิตของฉันไม่ได้คุ้มค่าถึงขนาดนั้น’
‘เทียนเชวี่ย ฉันจะรักคุณตลอดไป’
หลังจากแม่ทัพมังกรเอ่ย 3 ประโยคนี้ น้ำตาอุ่น ๆ ก็ไหลรินออกมาจากหางตา
เขายิ้มออกมาทั้ง ๆ ที่น้ำตาอาบแก้ม
ปกติแล้วลูกผู้ชายไม่ร้องไห้ต่อหน้าใคร แต่ในครั้งนี้เขากลั้นเอาไว้ไม่ไหวจริง ๆ เพราะสิ่งที่น่าเศร้าที่สุดก็คือ การที่หัวใจของเขาได้ตายไปแล้ว
ในตอนที่เย่ชิงเสวี่ยเอ่ย 3 ประโยคนี้ หลินเทียนเชวี่ยก็รู้ได้ทันทีว่าในชาตินี้พวกเขาจะไม่ได้พบกันอีก การพบกันในครั้งนี้จะเป็นการอำลาตลอดกาล
ขณะนั้นหลินหยวนรู้สึกเจ็บปวดเหมือนมีมีดมากรีดหัวใจ
มันเจ็บปวดมาก
ไม่มีความเจ็บปวดไหนบนโลกเทียบได้กับความเจ็บปวดนี้
แม้แต่การหายใจก็ยังทำให้หัวใจของเขาเจ็บแปลบ
เขานึกไม่ถึงว่าหลินเทียนเชวี่ยจะแบกรับความเกลียดชังและความเสียใจแบบนี้มานานหลายปี
เย่ชิงเสวี่ยไม่อยู่แล้ว เธอถูกลัทธิไททันสังหาร
หลินเทียนเชวี่ยนึกภาพไม่ออกเลยว่าเธอต้องเผชิญกับอะไรบ้างก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะดับสูญ
เธอจะต้องทุกข์ทรมานและสิ้นหวังอย่างแสนสาหัสหรือเปล่า?
เขาไม่กล้าคิด ไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการเลย
นับตั้งแต่วินาทีที่เขาปฏิเสธข้อเสนอของลัทธิไททัน นั่นเป็นเวลาที่เย่ชิงเสวี่ยต้องตาย เพราะไม่มีใครอยากจะเก็บสิ่งต่อรองที่ไร้ค่าเอาไว้
ในที่สุดหลินหยวนก็เงยหน้าขึ้นสบตากับหลินเทียนเชวี่ย
ตอนนี้เขาเข้าใจเหตุผลแล้วว่า แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายแบบนี้ทำไมพ่อถึงเลือกที่จะก้าวเข้าไปในดินแดนไททัน
เพราะผู้ชายคนนี้ต้องการแก้แค้น
ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งคนที่คิดจะแก้แค้นเอาไว้ได้
จากนั้นเด็กหนุ่มก็พูดออกมาเสียบเรียบแต่หนักแน่นว่า “ถ้าพ่อจะไป ผมก็จะไปกับพ่อด้วย เราจะไปตามหาหลิวหรูหลง ฆ่ามันเพื่อแก้แค้นให้แม่ของผม”
แต่หลินเทียนเชวี่ยกลับส่ายหัวปฏิเสธคำพูดของลูกชาย “ไม่ได้ เรื่องนี้แกปล่อยให้ฉันจัดการคนเดียวเถอะ”
“จริง ๆ แล้วตลอดหลายปีที่ผ่านมาฉันคิดจะแก้แค้นอยู่หลายครั้ง แต่ฉันไม่เคยลงมือทำเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะฉันรับความเสี่ยงนั้นไม่ได้และฉันก็ตายไม่ได้ด้วย”
“ฉันเป็นเสาหลักของกองทัพ เสาหลักของประเทศ… พวกเขาจะต้องมีฉัน”
“ฉันเป็นเหมือนสัญลักษณ์ เป็นขวัญกำลังใจให้กับผู้คนและกองทัพ ขอเพียงแค่ฉันยังมีชีวิตอยู่ เกราะป้องกันหัวเซี่ยจะยังแข็งแกร่ง ไอ้พวกไททันไม่มีวันทำลายลงได้ ดังนั้นไม่ว่ายังไงฉันจะล้มไม่ได้เด็ดขาด ต่อให้ทุกคนในสนามรบจะตายไปแล้ว แต่ฉันก็ยังต้องยืนหยัด”
“ถ้าฉันอยากจะปกป้องประเทศนี้ ฉันจะต้องแบกรับความรับผิดชอบทั้งหมดเอาไว้ เพราะเหตุนี้เองฉันจึงจำเป็นจะต้องดับไฟแค้นของตัวเองอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน”
ไฟแห่งความแค้นไม่ใช่สิ่งที่มอดดับได้ง่าย ๆ
ยิ่งมันถูกเก็บกดไว้มากเท่าไหร่ มันก็จะยิ่งมีกำลังมากขึ้นเท่านั้น
*******************************************
SkySaffron: ดึงอารมณ์เศร้าสุด ๆ สงสารแม่มาก พ่อต้องอดทนเสียสละมานานแค่ไหน