- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 186: ไททันเทพอาสัญกำลังค่อย ๆ ฟื้นคืนชีพอยู่หรือเปล่า?
บทที่ 186: ไททันเทพอาสัญกำลังค่อย ๆ ฟื้นคืนชีพอยู่หรือเปล่า?
บทที่ 186: ไททันเทพอาสัญกำลังค่อย ๆ ฟื้นคืนชีพอยู่หรือเปล่า?
“ฟังให้ดี แกมีภารกิจ 2 อย่างที่ต้องไปทำ” เด็กหนุ่มพูดพร้อมกับทำหน้าจริงจัง “ภารกิจแรกคือติดตามพ่อฉันไปคอยปกป้องเขาให้ดีโดยที่ไม่ให้ใครจับได้ ภารกิจที่ 2 ก็คือ ไม่ว่าแกจะใช้วิธีการไหน แกจะต้องหาสำนักงานใหญ่ของลัทธิไททันมาให้ฉัน”
“ถ้าแกทำภารกิจทั้ง 2 นี้สำเร็จ ฉันจะให้รางวัลแกเพิ่ม! เข้าใจหรือเปล่า?”
ไททันเทพอาสัญพยักหน้าจะรับรัว ๆ ทันที “ข้าเข้าใจ…”
“ดีมาก ถ้าอย่างนั้นฉันจะให้รางวัลแกบางส่วนล่วงหน้าก่อน” หลินหยวนพูดจบแล้วก็เปิดประตูมิติอันเดดนำศพไททันปีศาจโลหิตออกมา จากนั้นก็ใช้คำสาปหายนะเปลี่ยนศพตรงหน้าให้กลายเป็นหมอกคำสาประดับโลกาวินาศ!
พอเด็กหนุ่มเตรียมอาหารเสร็จเรียบร้อย เขาก็ควบคุมหมอกสีดำให้ไปปกคลุมร่างของไททันตัวสูงใหญ่
และไททันเทพอาสัญก็ดูดกินหมอกสีดำรอบตัวเหมือนกับปลาได้น้ำ!
ขณะที่ไททันกระเพาะหลุมดำกำลังดูดซับหมอกคำสาปเข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่อง รัศมีรอบกายมันก็ขยายใหญ่ขึ้น
พลังที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ทำให้แม้แต่หลินหยวนก็ยังรู้สึกอิจฉา เพราะเขาไม่เคยเห็นใครที่มีความสามารถในการพัฒนาเท่ากับไททันตัวนี้มาก่อน
มันแข็งแกร่งขึ้นได้ง่าย ๆ เพียงแค่กินศพและดูดซับคำสาป
คำสาปหายนะ สกิลของพลังอันเดดที่ทรงพลังอย่างน่าเหลือเชื่อตอนนี้ได้กลายเป็นอาหารเลิศรสของไททันเทพอาสัญไปแล้ว
มันทำให้หลินหยวนอดรู้สึกเศร้าใจไม่ได้
แล้วเขาก็ต้องยอมรับเลยว่าไททันเทพอาสัญนั้นมีกระเพาะที่เป็นเหมือนหลุมดำที่ไม่มีวันเติมเต็ม
เพียงไม่กี่นาที มันก็ดูดซับหมอกคำสาประดับโลกาวินาศทั้ง 2 ลูกจนหมด
จากนั้นมันก็เรอออกมาเสียงดังด้วยความพึงพอใจ
“เอิ๊ก~!”
หลินหยวนเหลือบมองอีกฝ่ายด้วยหางตาแล้วพูดว่า “ในเมื่อตอนนี้แกกินอิ่มแล้วก็ไปทำงานได้แล้ว ถ้าไม่ผิดไปจากที่ฉันคาด พ่อฉันจะออกเดินทางคืนนี้ แกค่อยหาโอกาสเหมาะ ๆ ตามเขาไปก็แล้วกัน”
“แล้วในระหว่างที่แกปกป้องเขาอยู่ก็พยายามรักษาระยะห่างไว้ อย่าให้เขาสังเกตเห็นแกล่ะ”
เด็กหนุ่มรู้ว่าด้วยนิสัยของหลินเทียนเชวี่ย เขาไม่มีทางยอมรับความช่วยเหลือจากคนอื่นอย่างแน่นอน
ไททันเทพอาสัญพยักหน้าแล้วตอบกลับว่า “ไม่ต้องห่วง… ข้า… มีวิธี”
หลินหยวนมองอีกฝ่ายด้วยสายตาประหลาดใจพลางถามว่า “แกมีวิธีอะไร?”
“ดูนี่นะ” ไททันเทพอาสัญยกมือขึ้น จากนั้นปราณศพสีขาวหม่นก็ควบแน่นเปลี่ยนกลายเป็นลูกตาสีขาวบนฝ่ามือของมัน โดยที่ลูกตานั้นขยับไปมาเหมือนกับว่ากำลังสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบ
วินาทีต่อมา ปีกอีกคู่หนึ่งที่คล้ายกับปีกค้างคาวก็โผล่ออกมาจากลูกตาสีขาวนั้น แล้วมันก็กระพือปีกทะยานขึ้นไปในอากาศแล้วบินออกไปในระยะไกลอย่างรวดเร็ว
จากที่หลินหยวนสังเกต ลูกตาดวงนี้ไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้ไททันเทพอาสัญเลย สิ่งนี้ทำให้มันสามารถติดตามการเคลื่อนไหวของหลินเทียนเชวี่ยได้โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว
อีกทั้งออร่าที่มาจากลูกตานั้นก็จางมากจนคนที่ถูกติดตามไม่มีทางสังเกตเห็น
ขณะนี้หลินหยวนมองภาพเบื้องหน้าด้วยแววตาประหลาดใจ เขานึกไม่ถึงเลยว่าไททันเทพอาสัญจะมีลูกเล่นอะไรแบบนี้ด้วยเหมือนกัน
“ไม่เลวเลย” เด็กหนุ่มพยักหน้าชื่นชมวิธีการแก้ไขปัญหาของไททันเทพอาสัญ
“ฮี่ ๆ…”
ไททันเทพอาสัญที่ได้รับคำชมจากหลินหยวนก็เกาหัวพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์
จู่ ๆ เด็กหนุ่มก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้จึงถามว่า “ว่าแต่แกสามารถสร้างลูกตาพวกนี้ได้กี่ดวง? แล้วมีระยะทางจำกัดเท่าไหร่?”
ฝ่ายที่ถูกถามยกมือขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่ลูกตาสีขาวหม่นจะถูกควบแน่นออกมาบนมือและตอบว่า “ของพวกนี้… ทั้งหมด… ข้าใช้พลังวิญญาณเรียกออกมา… ได้ไม่จำกัด… และไม่จำกัดระยะทาง… แต่ถ้าข้าเรียกมันออกมามากเกินไป… วิญญาณของข้าก็จะเสียหาย… เพื่อเป็นการชดเชย… ข้าจะต้องกินให้มากขึ้น”
หลินหยวนทำหน้าเอือมระอาทันที
ไอ้หมอนี่มันกินจุจริง ๆ
หลังจากพูดคุยกันมานาน ในที่สุดเจ้าจอมตะกละก็วกกลับไปพูดเรื่องอาหารอีกครั้ง
แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือ ไททันเทพอาสัญมีวิญญาณจริง ๆ อย่างนั้นเหรอ?
พอคิดถึงเรื่องนี้หลินหยวนจึงรีบถามออกไป “แกไม่ได้เป็นศพหรือไง ทำไมถึงมีวิญญาณได้ล่ะ?”
“มันเป็นวิญญาณที่เพิ่งเกิดใหม่…” ไททันเทพอาสัญตอบตามตรง “ไม่งั้น… ข้าคงทำแบบนี้ไม่ได้”
“หลังจากที่ข้าได้กินศพไปเยอะแยะและดูดซับหมอกคำสาปไปอีกไม่น้อย ข้าก็รู้สึกว่ามีบางอย่างในตัวที่ค่อย ๆ ตื่นขึ้น… มันเหมือนกับเมล็ดพันธุ์ที่กำลังงอกงาม… จากนั้นก็มีอะไรมากมายผุดเข้ามาในหัวของข้า… รวมถึงวิธีการใช้พลังวิญญาณสร้างลูกตาเพื่อใช้สังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวข้า… และสามัญสำนึกของข้าก็บอกว่านี่คือวิญญาณของข้า…”
“ขอเพียงวิญญาณแข็งแกร่งขึ้น ข้าก็จะจดจำเรื่องราวต่าง ๆ ได้มากขึ้น…”
เมื่อหลินหยวนได้ยินคำพูดของไททันเทพอาสัญ เขาก็รู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าลงกลางหัว
เขาไม่คาดคิดเลยว่าไททันที่เห็นแก่กินตัวนี้จะมีวิญญาณอยู่ในตัวจริง ๆ
ยิ่งไปกว่านั้นมันไม่ใช่วิญญาณที่เพิ่งเกิดใหม่ แต่เป็นวิญญาณที่หลับใหลอยู่ในตัวของมันตลอดเวลา
และข้อสรุปนี้ทำให้หลินหยวนตกใจมาก!
พอได้รู้เช่นนี้ แม้แต่เด็กหนุ่มเองก็ยังไม่สามารถควบคุมความรู้สึกของตัวเองได้ เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดเสียงจริงจังว่า “แกอย่าเพิ่งขัดขืนนะ ฉันจะลองพาแกเข้าไปในมิติอันเดด”
หลังจากพูดจบหลินหยวนก็ใช้พลังอันเดดเปิดประตูมิติอันเดดขึ้นต่อหน้าไททันเทพอาสัญ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือมิติอันเดดกลับผลักไททันเทพอาสัญออกไป!
นั่นหมายความว่า… ไททันตัวนี้เข้ามิติอันเดดไม่ได้อีกต่อไปแล้ว!
ถ้าหลินหยวนไม่ได้คิดไปเอง… มันหมายความว่า… ไททันเทพอาสัญกำลังค่อย ๆ ฟื้นคืนชีพ!!
เรื่องแบบนี้… มันน่าเหลือเชื่อเกินไปหน่อยไหม?
หลินหยวนคาดไม่ถึงเลยว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริง ๆ
การที่ศพสามารถลุกขึ้นมามีชีวิตได้นั้นมันก็น่าตกใจมากเกินพอแล้ว
แต่สัญญาณทั้งหมดนี้บ่งชี้ว่าไททันเทพอาสัญนอกจากจะมีจิตสำนึกแล้ว จิตวิญญาณของมันก็ค่อย ๆ ตื่นขึ้นมาเช่นกัน
เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก ๆ อยู่หลายครั้งเพื่อสงบสติอารมณ์
จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ นั่งลงพยายามทำความเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด
อย่างแรกสุด ไททันเทพอาสัญเป็นไททันที่มีพลังมหาศาล มันอาจจะเคยเป็นไททันระดับ 10 มาก่อน
แต่ไททันระดับนี้จะถูกฆ่าตายง่าย ๆ ได้อย่างไรกัน?
คนที่ฆ่ามันอาจจะเป็นไททันระดับ 10 อีกตัวหนึ่งในเผ่าไททันหรือไม่ก็เป็นสิ่งมีชีวิตอื่นที่แข็งแกร่งกว่ามนุษย์
แต่ถึงแม้ว่าไททันเทพอาสัญจะถูกฆ่าตายไปแล้ว แต่ชีวิตก็ไม่ได้ดับสูญไปเลย ร่างของมันที่เหลือกักเก็บพลังวิญญาณเอาไว้รอโอกาสที่จะฟื้นคืนชีพ
ด้วยเหตุนี้เอง ไททันเทพอาสัญจึงได้มีจิตสำนึกและกระหายพลังอย่างมหาศาล
เพราะเพียงแค่มันได้ดูดซับพลังมากพอ พลังพวกนั้นก็จะค่อย ๆ ไปปลุกวิญญาณให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมา!
เพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องนี้เกิดขึ้น ไททันที่ฆ่ามันจึงผนึกมันเอาไว้ในสุสานไททัน
หรือจะพูดให้ถูกก็คือ การผนึกไททันเทพอาสัญไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อทำให้มันเชื่องหรือเปลี่ยนมันให้เป็นอาวุธมาจัดการกับมนุษยชาติ แต่มันเป็นการป้องกันไม่ให้มันฟื้นคืนชีพขึ้นมาต่างหาก!
และบัดนี้ไททันเทพอาสัญก็ได้ดูดซับพลังงานจนเพียงพอแล้ว วิญญาณที่หลับใหลอยู่ในร่างของมันจึงค่อย ๆ ตื่นขึ้นมาช้า ๆ
แม้ว่านี่จะเป็นเพียงการคาดเดาของหลินหยวนก็ตาม แต่ถ้าหากมันไม่ผิดไปจากที่เขาคิด เรื่องราวทั้งหมดจะลงเอยแบบนี้
เรื่องดังกล่าวทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกปวดหัวขึ้นมาเลยทีเดียว เพราะเขาไม่รู้เลยว่าไททันเทพอาสัญเป็นอะไรมาก่อนที่จะตาย
ถ้ามันเป็นไททันที่มีอคติต่อมนุษย์ การที่หลินหยวนมอบพลังให้มันจนมันฟื้นคืนชีพคงจะกลายเป็นหายนะอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่ถ้าหากมีไททันระดับสูงอีกตัวฆ่ามันจริง ๆ บางทีเขาอาจจะใช้ความบาดหมางระหว่างทั้ง 2 เพื่อยืมพลังของไททันเทพอาสัญต่อสู้กับเผ่าไททันต่อไป
แล้วตอนนี้ก็โชคดีที่ว่าวิญญาณที่เหลืออยู่ในร่างของไททันเทพอาสัญยังฟื้นคืนกลับมาไม่เต็มที่
สุดท้ายแล้วก่อนหน้านี้มันก็ได้กินศพไปตั้งมากมาย แถมหลินหยวนก็ยังอัดฉีดหมอกคำสาปให้มันอีกเป็นจำนวนมากจนวิญญาณของมันแทบจะฟื้นขึ้นมาเต็มที่
แต่การฟื้นคืนชีพมันจะง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?
ทันทีที่คิดถึงเรื่องนี้เด็กหนุ่มก็ตัดสินใจดำเนินการตามแผนเดิมต่อไป
จากนั้นเขาก็พูดว่า “ถ้าอย่างนั้นแกเสกลูกตาให้ฉันหน่อย”
“ตกลง” ไททันเทพอาสัญพยักหน้าก่อนจะเสกลูกตาขึ้นมาแล้วยื่นให้หลินหยวน
“ฟังให้ดีนะ ต่อจากนี้ไปลูกตานี้จะเป็นช่องทางการสื่อสารระหว่างแกกับฉัน” เด็กหนุ่มยกลูกตาขึ้นมาพลางพูดว่า “ให้ปิดมันเอาไว้ เว้นแต่ว่าถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ถ้าพ่อฉันตกอยู่ในอันตรายก็เปิดมันออก”
“ถ้ามีอันตรายอะไรที่แม้แต่แกก็รับมือไม่ได้ ให้ใช้ลูกตานี้นำทางฉันไปหาพ่อ เข้าใจไหม?”
สำหรับหลินหยวน นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่เขาจะปกป้องพ่อของเขาเอาไว้ได้
ปัจจุบันตัวตนของไททันเทพอาสัญรู้กันเฉพาะในสมาชิกระดับสูงไม่กี่คนในเผ่าไททันเท่านั้น
ดังนั้นการที่มันเข้าไปในดินแดนไททัน มันคงไม่เป็นอันตรายสักเท่าไหร่
เพียงเท่านี้มันก็จะทำหน้าที่ดูแลหลินเทียนเชวี่ยได้ดีมากยิ่งขึ้น
แต่ถ้าหากพ่อตกอยู่ในอันตราย เด็กหนุ่มก็จะรีบไปหาเขาโดยไม่ลังเล
ถึงแม้ว่าหลินเทียนเชวี่ยจะเคยบอกไปแล้วว่าอยากให้หลินหยวนแบกความรับผิดชอบในการปกป้องประเทศเอาไว้ด้วยชีวิต และไม่ให้เขาสนใจว่าตนจะเป็นหรือตาย
แต่ในมุมของหลินหยวน ถ้าเขาไม่สามารถปกป้องได้แม้กระทั่งพ่อแม่ของตัวเอง แล้วเขาจะปกป้องประเทศได้อย่างไรกัน?
*******************************************
SkySaffron: ตอนนี้คืออยากรู้ตัวตนของเจ้าจอมตะกละนี่มาก มันต้องไม่ธรรมดาแน่!