- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 181: ฆ่าด้วยพลังอาชูร่า รักษาด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์
บทที่ 181: ฆ่าด้วยพลังอาชูร่า รักษาด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์
บทที่ 181: ฆ่าด้วยพลังอาชูร่า รักษาด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์
หลังจากที่หลินหยวนคิดแบบนี้ ดวงตาของเขาก็เป็นประกาย
จากนั้นเขาก็นั่งสมาธิ รอให้พลังปราณที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายสงบลงก่อนจะกินยาเพิ่มพลังบ่มเพาะ 10 ปีเม็ดที่ 2 ลงไป
ถ้าเขาใจร้อนจนเกินไป ธาตุไฟอาจจะเข้าแทรกได้ง่าย ดังนั้นเขาจะกินยาเพิ่มพลังบ่มเพาะ 10 ปีในทุก ๆ ชั่วโมง
หลังจากผ่านไป 10 ชั่วโมง เขาก็จะมีพลังเทียบเท่ากับคนธรรมดาที่ขยันขันแข็งฝึกฝนมานับร้อยปี
พลังบ่มเพาะ 10 ปีจะเท่ากับพลังปราณ 20,000 แต้ม
พลังบ่มเพาะ 100 ปีจะเท่ากับพลังปราณ 200,000 แต้ม!
ปัจจุบันพลังปราณของหลินหยวนจึงเพิ่มขึ้นจาก 750,000 แต้มเป็น 950,000 แต้ม!
ยังขาดอีก 50,000 แต้ม พลังปราณของเขาก็จะทะลุหลักล้าน!
อย่างไรก็ตาม พลังในปัจจุบันของหลินหยวนไม่สามารถใช้แค่แต้มของพลังปราณเป็นตัววัดได้อีกต่อไปแล้ว
มีหนทางเดียวก็คือ ถ้าเขาได้รับชิ้นส่วนเทพอีก 2 ชิ้นที่เหลือ พลังของเขาก็จะเพิ่มขึ้นมากกว่าพลังปราณเพียง 200,000 แต้ม
หากเขาเรียนรู้กฎแห่งเทพได้อย่างสมบูรณ์ พลังที่เพิ่มขึ้นของเขาจะเหนือกว่าการเพิ่มพลังปราณเพียงอย่างเดียว
“ดูเหมือนว่าฉันจะต้องหาวิธีหาชิ้นส่วนเทพมาให้ได้ซะแล้ว” เด็กหนุ่มลูบคางพลางพึมพำกับตัวเอง
ตอนนี้เขารู้เพียงว่าการจะได้ชิ้นส่วนเทพมาก็คือการลงชื่อเข้าใช้พิเศษในเมืองไททัน
แต่ด้วยสถานการณ์ ณ ปัจจุบันของเขา ถ้าเขาคิดจะบุกเข้าไปในดินแดนไททัน เขาก็จะตกเป็นเป้าหมายที่ถูกไล่ล่าในทันที
เพราะตอนนี้เผ่าไททันคงจะเกลียดเขามาก ความเสี่ยงที่จะบุกเข้าไปในดินแดนไททันมันสูงเกินไป แม้แต่หลินหยวนก็ยังไม่กล้าทำแบบนี้
ดังนั้นปัจจุบันการอยู่ในหัวเซี่ยจึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด
แต่ทันใดนั้นเด็กหนุ่มก็รู้สึกถึงพลังที่เอ่อล้นออกมาจากร่างกาย
“นี่คือ… พลังของวิชาจองจำช้างศักดิ์สิทธิ์งั้นเหรอ?” หลินหยวนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
หลังจากได้รับพลังบ่มเพาะเป็นเวลา 1 ศตวรรษ วิชาจองจำช้างศักดิ์สิทธิ์ในที่สุดก็อัปเกรดขึ้นไปอีกขั้น
ตอนนี้จากพลังช้างสารเปลี่ยนกลายเป็นช้างมังกร ทำให้พละกำลังของเขาเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า!
เมื่อหลินหยวนสัมผัสถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ภายในตัว ดวงตาของเขาก็เป็นประกาย
ถ้าเป็นตัวเขาในปัจจุบัน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รวมร่างกับใคร แต่เขาก็ยังสามารถต่อสู้กับไททันปีศาจโลหิตได้สบาย ๆ
หากอับราฮัมนับว่าเป็นไททันโลกาวินาศขั้นสูง นั่นหมายความว่าหลินหยวนก็เป็นมนุษย์กึ่งเทพขั้นสูงแล้ว!
แต่การจะก้าวข้ามขั้นกึ่งเทพไปเป็นเทพจริง ๆ เขาจะต้องเรียนรู้กฎแห่งเทพอย่างน้อย 1 ข้อ
“น่าเสียดายที่ตอนนี้ฉันกลับเข้าไปในดินแดนไททันไม่ได้” หลินหยวนพึมพำกับตัวเอง “ไม่อย่างนั้น ถ้าฉันได้ชิ้นส่วนเทพธรณีหรือเทพสายฟ้าอีกแค่ 2 ชิ้น ฉันก็จะเชี่ยวชาญกฎแห่งเทพอย่างสมบูรณ์”
เขาเคยสัมผัสกับพลังของกฎแห่งเทพมาแล้ว
เพียงแค่ชิ้นส่วนเทพสายฟ้าชิ้นเดียวที่ไม่สมบูรณ์นั้นก็ช่วยเพิ่มพลังสายฟ้าของเขาไปเป็นระดับ S และยังได้รับสกิลที่เรียกว่าเขตแดนสายฟ้าอีกด้วย
เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันที่ไม่เอื้ออำนวย ทางเลือกที่ดีที่สุดของเขาในตอนนี้ก็คือ การเก็บตัวอยู่ในหัวเซี่ยและเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองด้วยการลงชื่อเข้าใช้แบบธรรมดาไปก่อน
ถึงแม้ว่าวิธีนี้จะช้าไปสักหน่อย แต่มันก็ปลอดภัยกว่า
ยิ่งไปกว่านั้น ในความคิดของหลินหยวน หลังจากที่เขาทำให้ฝ่ายไททันพ่ายแพ้ในสงครามครั้งนี้ พวกมันน่าจะหยุดลงมือไปสักระยะหนึ่ง
ดังนั้นช่วงนี้หัวเซี่ยก็ไม่น่าจะต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่อะไร
…
เวลาได้ไหลไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งผ่านไปอีก 1 เดือนครึ่ง
ในช่วงเวลานี้มันก็เป็นไปตามที่หลินหยวนคาดเอาไว้ พวกไททันไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรมากมาย
แม้แต่กองทัพไททันที่เหลืออยู่ก็ถอยทัพไปยังดินแดนของตัวเองเพื่อรักษาระยะห่างจากแนวป้องกันของหัวเซี่ยมากกว่า 100 กิโลเมตร
ด้วยเหตุนี้กองทัพหัวเซี่ยจึงได้โอกาสพักหายใจ
และการที่ไททันถอยทัพกลับไปก็เป็นเหตุผลให้คนในแนวหลังของหัวเซี่ยได้ทำการเฉลิมฉลอง
อย่างน้อยที่สุดพวกเขาก็ไม่ต้องมานั่งกังวลว่าคนรักหรือครอบครัวที่อยู่ในแนวหน้าจะเป็นตายร้ายดีหรือไม่
ขณะเดียวกัน พวกเขารู้ว่าทั้งหมดนี้สำเร็จได้ก็เพราะความพยายามของนักสู้ที่แข็งแกร่งอย่างหลินหยวน รวมถึงทหารมากมายในแนวหน้า!
ซึ่งสันติภาพล้วนมาจากความพยายามต่อสู้ไขว่คว้ามันด้วยตัวเองเสมอมา!
คนที่อยู่ในแนวหน้าที่ยอมเสียสละเลือดเนื้อของตัวเองเพื่อปกป้องคุ้มครองทุกคนก็คือฮีโร่ของพวกเขา!
และในช่วงเวลานี้หลินหยวนทำเพียงแค่ 3 สิ่ง
สิ่งแรก เขาฝึกฝนเพื่อพัฒนาพลังของตัวเองในปัจจุบัน
สิ่งที่ 2 เขาเริ่มเรียนรู้ทักษะการต่อสู้ ถึงความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและผ่านประสบการณ์การต่อสู้มามากมาย แต่ทักษะการต่อสู้ของเขาก็ยังเป็นจุดอ่อนอยู่ดี
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการใช้พลังสายฟ้า หลินเทียนเชวี่ยมีทักษะที่ดีกว่าเขามาก
ถึงอย่างไรตาแก่นั่นก็เป็นคนที่มีไหวพริบสูงมาก ต่อให้ความแข็งแกร่งของหลินหยวนจะเหนือกว่าพ่อตัวเอง แต่สุดท้ายแล้วหลินเทียนเชวี่ยที่คลุกคลีอยู่กับการใช้พลังสายฟ้ามานานหลาย 10 ปีก็ยังมีประสบการณ์ในด้านนี้มากกว่าอยู่ดี
หากเด็กหนุ่มได้เรียนรู้ทุกอย่างจากพ่อ พลังสายฟ้าที่อยู่ในมือของเขาก็น่าจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 20%!
ถ้าวัดจากความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา แม้พลังจะเพิ่มแค่ 20% แต่ก็นับว่าเพิ่มสูงมาก
และสิ่งที่ 3 ที่หลินหยวนทำ แน่นอนว่ามันคือการลงชื่อเข้าใช้
ตลอด 1 เดือนครึ่งที่ผ่านมา เขาลงชื่อเข้าใช้ทุกวัน ถึงรางวัลส่วนใหญ่จะเป็นรางวัลธรรมดาที่เคยได้รับ แต่เมื่อเอามารวมกันแล้ว มันก็มีมูลค่ามหาศาล
อย่างน้อยที่สุดในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเด็กหนุ่มก็ได้สะสมคริสตัลอัปเกรดพลังไว้ทั้งหมด 1,000 ชิ้น
และทุกคนก็ทราบกันดีว่าคริสตัลอัปเกรดพลัง 400 ชิ้นก็อัปเกรดพลังพิเศษจากระดับ A ไปเป็นระดับ S ได้แล้ว
ขณะนี้หลินหยวนอยู่ในห้องของตัวเอง เขาจึงรีบหยิบคริสตัลอัปเกรดพลังทั้งหมดออกมาวางกองข้างนอก
ปัจจุบันมีพลัง 2 อย่างที่ยังไปไม่ถึงระดับ S นั่นก็คือ [รักษา] กับ [เทเลพอร์ต] ซึ่งเป้าหมายของเขาก็คือการอัปเกรดพลังพิเศษทั้ง 2 นี้
หลังจากเตรียมการทั้งหมดเสร็จสิ้น เด็กหนุ่มก็เริ่มดูดซับพลังงานจากกองคริสตัลอัปเกรดพลังทันที
ขณะนี้เขาไม่จำเป็นต้องถือคริสตัลไว้ในมือก็สามารถดูดซับพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ไม่กี่นาทีต่อมา เขาก็ดูดซับคริสตัลอัปเกรดพลังทั้งหมด 1,000 ชิ้น จากนั้นเขาก็ได้แบ่งสันปันส่วนพลังจากคริสตัล 800 ชิ้นไปกับการอัปเกรด [รักษา] และ [เทเลพอร์ต]
สำหรับคริสตัลอัปเกรดพลังอีก 200 ก้อนที่เหลือ เนื่องจากเขาไม่สามารถใช้อัปเกรดพลังได้ เขาจึงใช้คริสตัลทั้งหมดไปกับ [สายฟ้า] เพราะตอนนี้การเพิ่มพลังสายฟ้าก็เป็นเรื่องดีสำหรับเขาเช่นกัน
หลังจากอัปเกรดพลังจนเสร็จแล้ว เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้น
“ติ๊ง! [เทเลพอร์ต] อัปเกรดเป็นระดับ S สำเร็จ! ระยะเวลาคูลดาวน์ลดเหลือ 30 นาที ระยะเทเลพอร์ตสูงสุดเพิ่มขึ้น 2,000 เมตร! สกิลพิเศษ: เทพอสูรสังหารพริบตา!”
“ติ๊ง! [รักษา] อัปเกรดเป็นระดับ S สำเร็จ! ความเร็วในการรักษาตัวเอง +35% พลังชีวิต +25% สกิลพิเศษ: เซียนอารักษ์!”
หลังจากอัปเกรดพลังทั้ง 2 เป็นระดับ S แล้ว หลินหยวนก็ได้สกิลพิเศษมาเพิ่มอีก 2 อย่าง
[เทพอสูรสังหารพริบตา (สกิลพิเศษ)]
[คำอธิบาย: ทะลุทะลวงผ่านความว่างเปล่าด้วยความเร็วนับพันเท่าของความเร็วเสียง]
[หลังจากเทเลพอร์ตเสร็จสิ้น ผู้ใช้จะปลดปล่อยพลังออกมาเป็นทวีคูณ ฟาดฟันแสงกระบี่ที่ไร้ตัวตนออกไปในพริบตา]
—
[เซียนอารักษ์ (สกิลพิเศษ)]
[คำอธิบาย: ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บสาหัสในทันทีและมอบพรศักดิ์สิทธิ์ให้แก่ผู้ใช้เพื่อช่วยเพิ่มพลังชีวิต]
หลินหยวนยอมรับเลยว่าสกิลทั้ง 2 นี้มีประโยชน์กับเขามาก
ยามที่ต่อสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่ง หากมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น สกิลพิเศษทั้ง 2 นี้จะช่วยชีวิตเขาเอาไว้ได้เลยทีเดียว
“ในที่สุดพลังทั้งหมดก็ไต่ไปถึงระดับ S” ขณะนี้เด็กหนุ่มมีสีหน้าพึงพอใจมาก
พลังสายฟ้า, พลังรักษา, พลังน้ำแข็ง, พลังอันเดดและพลังเทเลพอร์ต ทั้งหมดไปถึงระดับ S แล้ว!
นั่นหมายความว่าความแข็งแกร่งในด้านพลังพิเศษของเขาก้าวไปอีกขั้น
ในขณะที่หลินหยวนกำลังลุกขึ้นยืนก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมา
“ใครครับ?” เด็กหนุ่มสะดุ้งตกใจเล็กน้อยก่อนจะถามออกไปตามสัญชาตญาณ
จากนั้นเสียงของหลินเทียนเชวี่ยก็ดังมาจากนอกประตู “ฉันเอง เปิดประตูสิ”
หลินหยวนที่ได้ยินเสียงของพ่อก็รีบเดินไปเปิดประตูทันที
“ทำไมจู่ ๆ พ่อถึงมาหาผมได้ล่ะครับ?” เด็กหนุ่มถามอีกฝ่ายด้วยความสับสน
“อะไรกัน พ่ออย่างฉันจะมาหาแกบ้างไม่ได้หรือไง?” หลินเทียนเชวี่ยหยอกล้อ “ฉันได้ยินข่าวมาว่าแกหมกตัวอยู่ในห้องมาหลายวันแล้วก็เลยมาเยี่ยมแกสักหน่อย”
หลินหยวนมองพ่อตัวเองอย่างสงสัย “ผมไม่คิดว่าพ่อจะใส่ใจผมขนาดนั้น”
“ทำไมล่ะ?” ชายวัยกลางคนถาม
“ก็ตอนที่ผมขึ้นชั้นมัธยมใหม่ ๆ พ่อบอกว่าจะมารับผมที่โรงเรียน แต่สุดท้ายพ่อก็ไปรอรับผมอยู่ที่ประตูโรงเรียนประถมตั้ง 3 ชั่วโมง ตอนนั้นพ่อไม่รู้เหรอว่าผมเรียนจบชั้นประถมมาครึ่งปีแล้ว?”
“แล้วก็วันที่พลังพิเศษของผมจะตื่น ผมตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ตอน 6 โมงเช้า แต่พ่อดันลืมก็เลยปิดนาฬิกาปลุกให้ผมได้นอนต่ออีกสักหน่อย ขอถามหน่อยเถอะ มีพ่อที่ไหนบ้างที่เป็นแบบนี้”