เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 180: ลงชื่อเข้าใช้วันที่ 400

บทที่ 180: ลงชื่อเข้าใช้วันที่ 400

บทที่ 180: ลงชื่อเข้าใช้วันที่ 400


ระบบตอบกลับทันทีว่า “โฮสต์จะต้องเชี่ยวชาญเส้นทางสู่กฎแห่งเทพทั้ง 3!”

หลินหยวนที่ได้รับคำตอบนี้ก็ทำหน้าประหลาดใจ

เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าการที่จะได้รับคำตอบของคำถามพวกนี้จะต้องใช้วิธีนี้

เส้นทางสู่กฎแห่งเทพทั้ง 3?

ถ้าเขาจำไม่ผิด เพียงแค่เขาเรียนรู้กฎเพียงข้อเดียวก็จะทำให้เขากลายเป็นเทพที่แท้จริงได้แล้วใช่ไหม?

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันเด็กหนุ่มจะแข็งแกร่งมาก แต่เขาก็อยู่ห่างไกลจากการบรรลุเป้าหมายนี้

อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าตอนนี้เขาได้เรียนรู้เพียงกฎแห่งเทพธรณีและกฎแห่งเทพสายฟ้าที่ไม่สมบูรณ์เท่านั้น

แล้วดูเหมือนว่าการจะตามหาชิ้นส่วนของกฎแห่งเทพนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

พอคิดได้แบบนี้ หลินหยวนก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่

ถึงแม้เขาจะเป็นผู้มีพลังพิเศษขั้นกึ่งเทพแล้ว แต่ความแข็งแกร่งของเขานั้นกลับดูอ่อนแอมากในสายตาของระบบ

แม้จะขอถามความจริงก็ยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

อีกด้านหนึ่ง

เผ่าไททัน ภายในเมืองจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

ข่าวการพ่ายแพ้ของสงครามทุกส่งไปยังสภาผู้อาวุโสในทันที

ภายในห้องประชุมเงียบสงัดพร้อมกับบรรยากาศที่หดหู่แผ่ซ่านไปทั่ว

ในที่สุดไททันผู้เฒ่าก็พูดขึ้น

“ข้าเชื่อว่าพวกเจ้าทุกคนคงได้รับข่าวกันแล้ว การศึกในครั้งนี้พวกเราพ่ายแพ้”

หลังจากพูดจบมันก็กวาดสายตาที่คมดุและเย็นชามองไปรอบ ๆ

ทำให้ไททันทั้งหมดที่อยู่ในห้องประชุมไม่กล้าสบตาและรีบก้มหน้าลงทันควัน

“ถ้าข้าจำไม่ผิด นี่ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ครั้งแรกของพวกเราใช่ไหม?” ไททันผู้เฒ่าพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก “ในศึกครั้งนี้เราต้องเสียไททันโลกาวินาศไปถึง 4 ตัว และอาวุธมนุษย์อีก 2 ชิ้นที่ควรมีบทบาทสำคัญในสนามรบ”

อาวุธมนุษย์ที่มันกำลังพูดถึงก็คือคุโรคาวะ ชินโซกับโจวเทียนเต้า

เพราะทั้งคู่เป็นมนุษย์ พวกเขาจึงไม่ถูกเจตจำนงของโลกจำกัด

ในสถานการณ์แบบนี้พวกเขาจะสามารถสังหารกองทัพมนุษย์ได้ง่ายขึ้น แถมพวกเขายังมีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์อีกด้วย

เพราะเหตุนี้เองพวกเขาจึงถูกมองว่าเป็น ‘อาวุธ’ ในสายตาเผ่าไททัน

“กับอีแค่แนวป้องกันของประเทศประเทศเดียวมันจะพิชิตยากขนาดนั้นเชียวเหรอ?”

คราวนี้สีหน้าของไททันผู้เฒ่าเปลี่ยนเป็นโกรธเกรี้ยว ในขณะที่มันคำรามราวกับสัตว์ป่า “ความผิดพลาดซ้ำ ๆ ซาก ๆ ไม่สอนบทเรียนอะไรให้พวกเจ้าเลยหรือไง?!”

“พวกเราลำพองตนมากจนเกินไป ดูสีหน้าของพวกเจ้าก่อนที่การต่อสู้จะเริ่มต้นขึ้นสิ ทั้ง ๆ ที่สงครามยังไม่ทันได้เริ่มด้วยซ้ำ พวกเจ้ากลับเตรียมตัวฉลองกันอยู่ที่นี่แล้ว”

“การลำพองตน การดูถูกเหยียดหยามมนุษย์ของพวกเจ้าต่างหากที่ทำให้การต่อสู้ในครั้งนี้ล้มเหลว!”

หลังจากที่ไททันผู้เฒ่าพูดจบ ไททันตัวหนึ่งก็พูดขึ้น

“ท่านผู้อาวุโส ท่านอาจจะกล่าวหาว่าพวกเราเย่อหยิ่งแล้วก็ประเมินศัตรูต่ำเกินไปก็ได้ แต่สำหรับการต่อสู้ในครั้งนี้ พวกเราได้เตรียมการมาอย่างดี”

“เราส่งไททันไปนับแสนตัว ไหนจะทหารตงหยิงที่แข็งแกร่งอีกหลายร้อยคน และยังมีไททันโลกาวินาศอีก 4 ตัว กองกำลังนี้ก็พอที่จะทำลายประเทศหนึ่งได้แล้ว”

คนที่ลุกออกมาพูดเป็นคนแรกคือไททันปีศาจค้างคาวที่มีหัวเป็นค้างคาว

ไททันผู้เฒ่าเหลือบมองอีกฝ่ายแล้วถามว่า “เจ้าคิดว่าสาเหตุที่หลักที่ทำให้เราพ่ายแพ้ในการศึกครั้งนี้คืออะไรล่ะ?”

ไททันปีศาจค้างคาวกัดฟันพูดเสียงกดต่ำว่า “ข้าเชื่อว่าทุกอย่างนี้เป็นเพราะมนุษย์ที่ชื่อ ‘หลินหยวน’ ต่างหาก”

“เพียงแค่มันปรากฏตัว สถานการณ์ทุกอย่างก็พลิกกลับตาลปัตร ลำพังแค่มันคนเดียวก็สังหารไททันโลกาวินาศไปได้ถึง 3 ตัว แม้แต่โจวเทียนเต้ากับคุโรคาวะ ชินโซก็ยังพ่ายแพ้ให้กับมัน”

“ยิ่งไปกว่านั้น กองทัพศพไททันที่มันเรียกออกมายังสร้างความเสียหายมหาศาลให้กับกองทัพของเราด้วย” หลังจากที่มันพูดแบบนี้ออกมา ดวงตาของไททันผู้เฒ่าก็เบิกกว้าง

มันได้อ่านรายงานการรบแล้วรู้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดนั้นเป็นความจริง

ก่อนหน้านี้มันไม่เคยเชื่อเลยว่ามนุษย์จะสามารถพลิกสถานการณ์ในการรบได้ด้วยกำลังของตัวเองเพียงลำพัง

แม้แต่สิ่งมีชีวิตที่น่าเกรงขามอย่างหลินเทียนเชวี่ยก็อาจจะยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ

แต่มนุษย์ที่ชื่อหลินหยวนได้พิสูจน์ให้พวกมันเห็นแล้วว่าคนคนนี้สามารถกอบกู้สถานการณ์ได้ด้วยพลังของตัวเอง

ถ้าหากมันไม่โผล่ออกมา หลินเทียนเชวี่ยจะต้องสิ้นชีพอยู่ท่ามกลางการล้อมสังหารของไททันโลกาวินาศไปแล้ว

และกองทัพไททันของพวกมันก็จะฝ่าแนวป้องกันของหัวเซี่ยรุกคืบเข้าไปด้านในสำเร็จ

สิ่งที่ทำให้มันหวาดหวั่นยิ่งกว่านั้นก็คือ มนุษย์ผู้พลิกสถานการณ์คนนี้อายุไม่ถึง 20 ปีด้วยซ้ำ

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เด็กคนนี้ยังเติบโตได้ไม่เต็มที่

มันยังมีช่องว่างให้อีกฝ่ายได้พัฒนาต่อไปอย่างไร้ขีดจำกัด

อย่างที่มีคนเคยบอกไว้ว่า สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจก็คือปีศาจที่มีศักยภาพไร้ขีดจำกัด!

ตราบใดที่ปีศาจตนนี้ยังมีชีวิตอยู่ มันก็จะเป็นระเบิดเวลาสำหรับไททัน นับเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรง!

ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีใดก็ตาม พวกมันจะต้องกำจัดเจ้าเด็กนี่ให้ได้!

ปัญหาก็คือต้องทำอย่างไรล่ะ?

ถ้าหากหลินหยวนยังอ่อนแอ พวกมันยังมีวิธีนับพันนับหมื่นเอามาใช้ฆ่าอีกฝ่ายได้ง่าย ๆ

ด้วยพลังในปัจจุบันของชายคนนี้ ถ้าไม่มีไททันโลกาวินาศหรือระดับสูงกว่านั้น 3 ตัวประสานพลังกันโจมตี คงไม่มีทางที่พวกมันจะทำอะไรฝ่ายตรงข้ามได้เลย

อีกทั้งศัตรูก็ยังอยู่ในแผ่นดินหัวเซี่ย นอกจากจะมีทหารหัวเซี่ยคอยคุ้มกันอยู่มากมายแล้ว มันยังได้รับการคุ้มครองจากหลินเทียนเชวี่ยที่มักจะโผล่มายุ่งวุ่นวายตลอดเวลาอีกด้วย

ในเมื่อเป็นแบบนี้ ถ้าหลินหยวนไม่เข้าร่วมสนามรบ ฝ่ายไททันแทบจะไม่มีหนทางกำจัดมันได้เลย

ไททันผู้เฒ่าที่คิดได้แบบนี้ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “ข้าจะนำเรื่องนี้ไปเรียนปรึกษาท่านจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ ก่อนหน้านั้นพวกเจ้าแต่ละคนต้องรับผิดชอบกับการที่สงครามพ่ายแพ้ในครั้งนี้ แล้วลดความสูญเสียลงให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้”

หลังจากที่มันพูดจบ ลูกศิษย์ไททันทั้งหมดที่อยู่ตรงหน้าก็ห่อตัวดูเล็กลงในทันที

พวกมันเข้าใจแล้วว่าถึงแม้จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จะเป็นผู้บัญชาการสูงสุดในการรบบนโลกนี้

แต่พระองค์ก็ได้มอบอำนาจทั้งหมดให้กับสภาผู้อาวุโสของพวกมันในการตัดสินใจเรื่องทุกอย่าง

นอกจากการรายงานสถานการณ์การต่อสู้ให้กับจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ทราบอย่างต่อเนื่องแล้ว ผู้อาวุโสใหญ่ก็แทบไม่เคยปล่อยให้มีเรื่องไปรบกวนพระองค์เลย

พวกมันไม่คาดคิดเลยว่าเรื่องนี้จะบานปลายถึงขั้นต้องไปปรึกษาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

ดูเหมือนว่า… มนุษย์ที่ชื่อ ‘หลินหยวน’ จะถึงคราวเคราะห์แล้ว

7 วันต่อมา

“ระบบ ฉันต้องการลงชื่อเข้าใช้” หลินหยวนเอ่ยเสียงเรียบในขณะที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่างในห้องส่วนตัวของเขา

ปัจจุบันเขาอยู่ในหัวเซี่ย แถมยังถูกจำกัดไม่ให้ออกไปไหนมาไหน เขาจึงทำได้แค่ลงชื่อเข้าใช้ตามปกติเท่านั้น

แต่แม้ว่ารางวัลการลงชื่อเข้าใช้ปกติจะค่อนข้างธรรมดา แต่รางวัลสำหรับการลงชื่อเข้าใช้ครบ 100 วันก็ยังนับว่าสูงอยู่มาก

วันนี้เป็นวันที่หลินหยวนลงชื่อเข้าใช้ครบ 400 วันแล้ว

วินาทีต่อมา เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้น

“ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี คุณลงชื่อเข้าใช้สำเร็จเป็นเวลา 400 วัน ได้รับรางวัล: คริสตัลอัปเกรดพลัง x50, รางวัลพิเศษ: ยาเพิ่มพลังบ่มเพาะ 10 ปี x10”

เมื่อเด็กหนุ่มได้ยินเสียงแจ้งเตือน ดวงตาของเขาก็ฉายแววประหลาดใจ

ยาเพิ่มพลังบ่มเพาะ 10 ปีงั้นเหรอ?

นี่เป็นยาอายุวัฒนะที่หลังจากกินเข้าไปแล้วจะทำให้พลังบ่มเพาะเพิ่มขึ้น 10 ปีหรือเปล่า?

หลังจากที่เกิดคำถามนี้ขึ้นในหัว หลินหยวนก็รีบหยิบยาเม็ดกลม ๆ ที่เขาได้รับออกมาจากช่องเก็บของ

ยาเพิ่มพลังบ่มเพาะ 10 ปีนี้มีสีแดงคล้ายเลือดดูน่าเย้ายวนใจ

[ยาเพิ่มพลังบ่มเพาะ 10 ปี (ไอเทมพิเศษ)]

[คำอธิบาย: หลังจากกินยานี้ คุณจะได้รับพลังบ่มเพาะอย่างขันแข็งนับ 10 ปีของคนธรรมดา]

พอหลินหยวนอ่านคำอธิบายจบ เขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะหยิบยานั้นยัดเข้าปาก

หลังจากที่หลินหยวนกลืนเม็ดยาเพิ่มพลังบ่มเพาะเข้าไป เขาก็รู้สึกเหมือนมีกระแสน้ำอุ่นค่อย ๆ แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายตามกระดูกและเส้นเอ็น

ความรู้สึกนี้มันผ่อนคลายราวกับว่ารูขุมขนทั้งหมดในร่างกายของเขาถูกเปิดออก มันให้ความรู้สึกที่สบายจนเกินจะพรรณนา

“ฮู้ว~” พอยาออกฤทธิ์เต็มที่ หลินหยวนก็เป่าปากเบา ๆ เขารู้สึกได้ถึงพลังปราณที่เพิ่มขึ้น

ปัจจุบันพลังปราณของเขาเพิ่มขึ้นประมาณ 2 หมื่นแต้ม ตอนแรกเขาคิดว่ามันน้อยเกินไป

แต่พอมาคิดดูดี ๆ อีกที การที่คนธรรมดาคนหนึ่งจะบ่มเพาะพลังปราณได้ถึง 2 หมื่นแต้มหลังจากที่ฝึกฝนอย่างหนักมาเป็นเวลา 10 ปีก็ถือว่าเยอะมากแล้ว

เป็นเพราะพลังปราณของเขาพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วผิดมนุษย์มนาจึงทำให้เขาไม่เข้าใจถึงความก้าวหน้าของคนธรรมดาสักเท่าไหร่

ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากเด็กหนุ่มกินยาเพิ่มพลังบ่มเพาะเข้าไป เขาก็รู้สึกว่าเขาเข้าใจวิชาจองจำช้างศักดิ์สิทธิ์ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

วิชาจองจำช้างศักดิ์สิทธิ์ในฐานะวิชาที่ต้องฝึกฝนก็สามารถพัฒนาขึ้นได้โดยการกินยาเพิ่มพลังบ่มเพาะ

แม้ว่าความก้าวหน้าจะไม่ได้มากนัก แต่สำหรับหลินหยวน นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

เพราะถึงอย่างไรเขาก็มียาบ่มเพาะพลัง 10 ปีเหลืออีก 9 เม็ด

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าหากเขากินมันทั้งหมดในคราวเดียว เขาก็จะได้รับพลังบ่มเพาะ 100 ปีเต็ม!

จบบทที่ บทที่ 180: ลงชื่อเข้าใช้วันที่ 400

คัดลอกลิงก์แล้ว