- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 180: ลงชื่อเข้าใช้วันที่ 400
บทที่ 180: ลงชื่อเข้าใช้วันที่ 400
บทที่ 180: ลงชื่อเข้าใช้วันที่ 400
ระบบตอบกลับทันทีว่า “โฮสต์จะต้องเชี่ยวชาญเส้นทางสู่กฎแห่งเทพทั้ง 3!”
หลินหยวนที่ได้รับคำตอบนี้ก็ทำหน้าประหลาดใจ
เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าการที่จะได้รับคำตอบของคำถามพวกนี้จะต้องใช้วิธีนี้
เส้นทางสู่กฎแห่งเทพทั้ง 3?
ถ้าเขาจำไม่ผิด เพียงแค่เขาเรียนรู้กฎเพียงข้อเดียวก็จะทำให้เขากลายเป็นเทพที่แท้จริงได้แล้วใช่ไหม?
ถึงแม้ว่าในปัจจุบันเด็กหนุ่มจะแข็งแกร่งมาก แต่เขาก็อยู่ห่างไกลจากการบรรลุเป้าหมายนี้
อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าตอนนี้เขาได้เรียนรู้เพียงกฎแห่งเทพธรณีและกฎแห่งเทพสายฟ้าที่ไม่สมบูรณ์เท่านั้น
แล้วดูเหมือนว่าการจะตามหาชิ้นส่วนของกฎแห่งเทพนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
พอคิดได้แบบนี้ หลินหยวนก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
ถึงแม้เขาจะเป็นผู้มีพลังพิเศษขั้นกึ่งเทพแล้ว แต่ความแข็งแกร่งของเขานั้นกลับดูอ่อนแอมากในสายตาของระบบ
แม้จะขอถามความจริงก็ยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
…
อีกด้านหนึ่ง
เผ่าไททัน ภายในเมืองจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
ข่าวการพ่ายแพ้ของสงครามทุกส่งไปยังสภาผู้อาวุโสในทันที
ภายในห้องประชุมเงียบสงัดพร้อมกับบรรยากาศที่หดหู่แผ่ซ่านไปทั่ว
ในที่สุดไททันผู้เฒ่าก็พูดขึ้น
“ข้าเชื่อว่าพวกเจ้าทุกคนคงได้รับข่าวกันแล้ว การศึกในครั้งนี้พวกเราพ่ายแพ้”
หลังจากพูดจบมันก็กวาดสายตาที่คมดุและเย็นชามองไปรอบ ๆ
ทำให้ไททันทั้งหมดที่อยู่ในห้องประชุมไม่กล้าสบตาและรีบก้มหน้าลงทันควัน
“ถ้าข้าจำไม่ผิด นี่ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ครั้งแรกของพวกเราใช่ไหม?” ไททันผู้เฒ่าพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก “ในศึกครั้งนี้เราต้องเสียไททันโลกาวินาศไปถึง 4 ตัว และอาวุธมนุษย์อีก 2 ชิ้นที่ควรมีบทบาทสำคัญในสนามรบ”
อาวุธมนุษย์ที่มันกำลังพูดถึงก็คือคุโรคาวะ ชินโซกับโจวเทียนเต้า
เพราะทั้งคู่เป็นมนุษย์ พวกเขาจึงไม่ถูกเจตจำนงของโลกจำกัด
ในสถานการณ์แบบนี้พวกเขาจะสามารถสังหารกองทัพมนุษย์ได้ง่ายขึ้น แถมพวกเขายังมีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์อีกด้วย
เพราะเหตุนี้เองพวกเขาจึงถูกมองว่าเป็น ‘อาวุธ’ ในสายตาเผ่าไททัน
“กับอีแค่แนวป้องกันของประเทศประเทศเดียวมันจะพิชิตยากขนาดนั้นเชียวเหรอ?”
คราวนี้สีหน้าของไททันผู้เฒ่าเปลี่ยนเป็นโกรธเกรี้ยว ในขณะที่มันคำรามราวกับสัตว์ป่า “ความผิดพลาดซ้ำ ๆ ซาก ๆ ไม่สอนบทเรียนอะไรให้พวกเจ้าเลยหรือไง?!”
“พวกเราลำพองตนมากจนเกินไป ดูสีหน้าของพวกเจ้าก่อนที่การต่อสู้จะเริ่มต้นขึ้นสิ ทั้ง ๆ ที่สงครามยังไม่ทันได้เริ่มด้วยซ้ำ พวกเจ้ากลับเตรียมตัวฉลองกันอยู่ที่นี่แล้ว”
“การลำพองตน การดูถูกเหยียดหยามมนุษย์ของพวกเจ้าต่างหากที่ทำให้การต่อสู้ในครั้งนี้ล้มเหลว!”
หลังจากที่ไททันผู้เฒ่าพูดจบ ไททันตัวหนึ่งก็พูดขึ้น
“ท่านผู้อาวุโส ท่านอาจจะกล่าวหาว่าพวกเราเย่อหยิ่งแล้วก็ประเมินศัตรูต่ำเกินไปก็ได้ แต่สำหรับการต่อสู้ในครั้งนี้ พวกเราได้เตรียมการมาอย่างดี”
“เราส่งไททันไปนับแสนตัว ไหนจะทหารตงหยิงที่แข็งแกร่งอีกหลายร้อยคน และยังมีไททันโลกาวินาศอีก 4 ตัว กองกำลังนี้ก็พอที่จะทำลายประเทศหนึ่งได้แล้ว”
คนที่ลุกออกมาพูดเป็นคนแรกคือไททันปีศาจค้างคาวที่มีหัวเป็นค้างคาว
ไททันผู้เฒ่าเหลือบมองอีกฝ่ายแล้วถามว่า “เจ้าคิดว่าสาเหตุที่หลักที่ทำให้เราพ่ายแพ้ในการศึกครั้งนี้คืออะไรล่ะ?”
ไททันปีศาจค้างคาวกัดฟันพูดเสียงกดต่ำว่า “ข้าเชื่อว่าทุกอย่างนี้เป็นเพราะมนุษย์ที่ชื่อ ‘หลินหยวน’ ต่างหาก”
“เพียงแค่มันปรากฏตัว สถานการณ์ทุกอย่างก็พลิกกลับตาลปัตร ลำพังแค่มันคนเดียวก็สังหารไททันโลกาวินาศไปได้ถึง 3 ตัว แม้แต่โจวเทียนเต้ากับคุโรคาวะ ชินโซก็ยังพ่ายแพ้ให้กับมัน”
“ยิ่งไปกว่านั้น กองทัพศพไททันที่มันเรียกออกมายังสร้างความเสียหายมหาศาลให้กับกองทัพของเราด้วย” หลังจากที่มันพูดแบบนี้ออกมา ดวงตาของไททันผู้เฒ่าก็เบิกกว้าง
มันได้อ่านรายงานการรบแล้วรู้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดนั้นเป็นความจริง
ก่อนหน้านี้มันไม่เคยเชื่อเลยว่ามนุษย์จะสามารถพลิกสถานการณ์ในการรบได้ด้วยกำลังของตัวเองเพียงลำพัง
แม้แต่สิ่งมีชีวิตที่น่าเกรงขามอย่างหลินเทียนเชวี่ยก็อาจจะยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ
แต่มนุษย์ที่ชื่อหลินหยวนได้พิสูจน์ให้พวกมันเห็นแล้วว่าคนคนนี้สามารถกอบกู้สถานการณ์ได้ด้วยพลังของตัวเอง
ถ้าหากมันไม่โผล่ออกมา หลินเทียนเชวี่ยจะต้องสิ้นชีพอยู่ท่ามกลางการล้อมสังหารของไททันโลกาวินาศไปแล้ว
และกองทัพไททันของพวกมันก็จะฝ่าแนวป้องกันของหัวเซี่ยรุกคืบเข้าไปด้านในสำเร็จ
สิ่งที่ทำให้มันหวาดหวั่นยิ่งกว่านั้นก็คือ มนุษย์ผู้พลิกสถานการณ์คนนี้อายุไม่ถึง 20 ปีด้วยซ้ำ
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เด็กคนนี้ยังเติบโตได้ไม่เต็มที่
มันยังมีช่องว่างให้อีกฝ่ายได้พัฒนาต่อไปอย่างไร้ขีดจำกัด
อย่างที่มีคนเคยบอกไว้ว่า สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจก็คือปีศาจที่มีศักยภาพไร้ขีดจำกัด!
ตราบใดที่ปีศาจตนนี้ยังมีชีวิตอยู่ มันก็จะเป็นระเบิดเวลาสำหรับไททัน นับเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรง!
ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีใดก็ตาม พวกมันจะต้องกำจัดเจ้าเด็กนี่ให้ได้!
ปัญหาก็คือต้องทำอย่างไรล่ะ?
ถ้าหากหลินหยวนยังอ่อนแอ พวกมันยังมีวิธีนับพันนับหมื่นเอามาใช้ฆ่าอีกฝ่ายได้ง่าย ๆ
ด้วยพลังในปัจจุบันของชายคนนี้ ถ้าไม่มีไททันโลกาวินาศหรือระดับสูงกว่านั้น 3 ตัวประสานพลังกันโจมตี คงไม่มีทางที่พวกมันจะทำอะไรฝ่ายตรงข้ามได้เลย
อีกทั้งศัตรูก็ยังอยู่ในแผ่นดินหัวเซี่ย นอกจากจะมีทหารหัวเซี่ยคอยคุ้มกันอยู่มากมายแล้ว มันยังได้รับการคุ้มครองจากหลินเทียนเชวี่ยที่มักจะโผล่มายุ่งวุ่นวายตลอดเวลาอีกด้วย
ในเมื่อเป็นแบบนี้ ถ้าหลินหยวนไม่เข้าร่วมสนามรบ ฝ่ายไททันแทบจะไม่มีหนทางกำจัดมันได้เลย
ไททันผู้เฒ่าที่คิดได้แบบนี้ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “ข้าจะนำเรื่องนี้ไปเรียนปรึกษาท่านจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ ก่อนหน้านั้นพวกเจ้าแต่ละคนต้องรับผิดชอบกับการที่สงครามพ่ายแพ้ในครั้งนี้ แล้วลดความสูญเสียลงให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้”
หลังจากที่มันพูดจบ ลูกศิษย์ไททันทั้งหมดที่อยู่ตรงหน้าก็ห่อตัวดูเล็กลงในทันที
พวกมันเข้าใจแล้วว่าถึงแม้จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จะเป็นผู้บัญชาการสูงสุดในการรบบนโลกนี้
แต่พระองค์ก็ได้มอบอำนาจทั้งหมดให้กับสภาผู้อาวุโสของพวกมันในการตัดสินใจเรื่องทุกอย่าง
นอกจากการรายงานสถานการณ์การต่อสู้ให้กับจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ทราบอย่างต่อเนื่องแล้ว ผู้อาวุโสใหญ่ก็แทบไม่เคยปล่อยให้มีเรื่องไปรบกวนพระองค์เลย
พวกมันไม่คาดคิดเลยว่าเรื่องนี้จะบานปลายถึงขั้นต้องไปปรึกษาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
ดูเหมือนว่า… มนุษย์ที่ชื่อ ‘หลินหยวน’ จะถึงคราวเคราะห์แล้ว
…
7 วันต่อมา
“ระบบ ฉันต้องการลงชื่อเข้าใช้” หลินหยวนเอ่ยเสียงเรียบในขณะที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่างในห้องส่วนตัวของเขา
ปัจจุบันเขาอยู่ในหัวเซี่ย แถมยังถูกจำกัดไม่ให้ออกไปไหนมาไหน เขาจึงทำได้แค่ลงชื่อเข้าใช้ตามปกติเท่านั้น
แต่แม้ว่ารางวัลการลงชื่อเข้าใช้ปกติจะค่อนข้างธรรมดา แต่รางวัลสำหรับการลงชื่อเข้าใช้ครบ 100 วันก็ยังนับว่าสูงอยู่มาก
วันนี้เป็นวันที่หลินหยวนลงชื่อเข้าใช้ครบ 400 วันแล้ว
วินาทีต่อมา เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้น
“ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี คุณลงชื่อเข้าใช้สำเร็จเป็นเวลา 400 วัน ได้รับรางวัล: คริสตัลอัปเกรดพลัง x50, รางวัลพิเศษ: ยาเพิ่มพลังบ่มเพาะ 10 ปี x10”
เมื่อเด็กหนุ่มได้ยินเสียงแจ้งเตือน ดวงตาของเขาก็ฉายแววประหลาดใจ
ยาเพิ่มพลังบ่มเพาะ 10 ปีงั้นเหรอ?
นี่เป็นยาอายุวัฒนะที่หลังจากกินเข้าไปแล้วจะทำให้พลังบ่มเพาะเพิ่มขึ้น 10 ปีหรือเปล่า?
หลังจากที่เกิดคำถามนี้ขึ้นในหัว หลินหยวนก็รีบหยิบยาเม็ดกลม ๆ ที่เขาได้รับออกมาจากช่องเก็บของ
ยาเพิ่มพลังบ่มเพาะ 10 ปีนี้มีสีแดงคล้ายเลือดดูน่าเย้ายวนใจ
[ยาเพิ่มพลังบ่มเพาะ 10 ปี (ไอเทมพิเศษ)]
[คำอธิบาย: หลังจากกินยานี้ คุณจะได้รับพลังบ่มเพาะอย่างขันแข็งนับ 10 ปีของคนธรรมดา]
พอหลินหยวนอ่านคำอธิบายจบ เขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะหยิบยานั้นยัดเข้าปาก
หลังจากที่หลินหยวนกลืนเม็ดยาเพิ่มพลังบ่มเพาะเข้าไป เขาก็รู้สึกเหมือนมีกระแสน้ำอุ่นค่อย ๆ แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายตามกระดูกและเส้นเอ็น
ความรู้สึกนี้มันผ่อนคลายราวกับว่ารูขุมขนทั้งหมดในร่างกายของเขาถูกเปิดออก มันให้ความรู้สึกที่สบายจนเกินจะพรรณนา
“ฮู้ว~” พอยาออกฤทธิ์เต็มที่ หลินหยวนก็เป่าปากเบา ๆ เขารู้สึกได้ถึงพลังปราณที่เพิ่มขึ้น
ปัจจุบันพลังปราณของเขาเพิ่มขึ้นประมาณ 2 หมื่นแต้ม ตอนแรกเขาคิดว่ามันน้อยเกินไป
แต่พอมาคิดดูดี ๆ อีกที การที่คนธรรมดาคนหนึ่งจะบ่มเพาะพลังปราณได้ถึง 2 หมื่นแต้มหลังจากที่ฝึกฝนอย่างหนักมาเป็นเวลา 10 ปีก็ถือว่าเยอะมากแล้ว
เป็นเพราะพลังปราณของเขาพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วผิดมนุษย์มนาจึงทำให้เขาไม่เข้าใจถึงความก้าวหน้าของคนธรรมดาสักเท่าไหร่
ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากเด็กหนุ่มกินยาเพิ่มพลังบ่มเพาะเข้าไป เขาก็รู้สึกว่าเขาเข้าใจวิชาจองจำช้างศักดิ์สิทธิ์ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
วิชาจองจำช้างศักดิ์สิทธิ์ในฐานะวิชาที่ต้องฝึกฝนก็สามารถพัฒนาขึ้นได้โดยการกินยาเพิ่มพลังบ่มเพาะ
แม้ว่าความก้าวหน้าจะไม่ได้มากนัก แต่สำหรับหลินหยวน นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
เพราะถึงอย่างไรเขาก็มียาบ่มเพาะพลัง 10 ปีเหลืออีก 9 เม็ด
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าหากเขากินมันทั้งหมดในคราวเดียว เขาก็จะได้รับพลังบ่มเพาะ 100 ปีเต็ม!