เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 179: เขาเป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวท่ามกลางความมืดมิด

บทที่ 179: เขาเป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวท่ามกลางความมืดมิด

บทที่ 179: เขาเป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวท่ามกลางความมืดมิด


สายฝนเริ่มโปรยปรายลงจากท้องฟ้า

หยาดฝนหยดลงบนหน้าของหลินหยวนซึ่งมันทำให้รู้สึกเหน็บหนาวอย่างน่าประหลาด

ในขณะนี้เขารู้สึกเหนื่อยล้าและใจต้องการเพียงการได้นอนพักผ่อน

ถ้าหากไม่มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น หลังจากที่ไททันโลกาวินาศทั้ง 4 ตายลง พวกไททันก็คงไม่มีโอกาสที่จะฝ่าแนวป้องกันของหัวเซี่ยเข้าไปได้แล้ว

นั่นหมายความว่า… พวกเขาชนะสงครามครั้งนี้!

“ชนะแล้ว” หลินหยวนหลับตาลงพร้อมกับรอยยิ้มที่ยังคงแต่งแต้มอยู่ที่มุมปาก

ทางด้านหลินเทียนเชวี่ยเองก็นั่งลงข้าง ๆ แล้วพูดยิ้ม ๆ ว่า “แกไม่เหมือนฉันเลยสักนิด ตอนที่ฉันนำทัพไปรบจนได้รับชัยชนะมาครั้งแรก ฉันดื่มฉลองอยู่ 3 วัน 3 คืน ฉันยังไม่นอนนิ่งเท่าแกตอนนี้เลย”

หลินหยวนยิ้มพลางพูดว่า “ครับ สงครามในครั้งนี้เราชนะ แต่ใครจะไปรู้ว่า… จะมีสงครามตามมาอีกกี่ครั้ง”

“ตราบใดที่เผ่าไททันยังไม่ล่มสลายไป หัวเซี่ยก็จะยังคงตกอยู่ในอันตรายไม่สิ้นสุด”

หลังจากที่เด็กหนุ่มพูดจบ หลินเทียนเชวี่ยก็เงียบลง เขาต้องยอมรับเลยว่าเจ้าเด็กนี่พูดถูก พวกเขาต้องสูญเสียอะไรไปมากมายเพื่อชัยชนะในสงครามครั้งนี้

มีทหารมากมายล้มตายอยู่ในสนามรบโดยที่ไม่มีใครมองเห็น นี่เป็นเพียงการโจมตีระลอกแรกของเผ่าไททันเท่านั้น

ถ้าหากพวกเขาต้องการจะรักษาแนวป้องกันนี้เอาไว้ พวกเขาจะต้องป้องกันการโจมตีของเผ่าไททันในทุกระลอกให้ได้

ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาเองก็ได้ยินสิ่งที่ไททันมังกรดำที่บอกว่าเจตจำนงของโลกกำลังจะถูกเผ่าไททันปิดผนึก

เมื่อไหร่ก็ตามที่เจตจำนงของโลกหลับใหล เผ่าไททันก็จะบุกทะลวงหัวเซี่ยอย่างเต็มกำลัง

ถ้าหากไม่มีเจตจำนงของโลก ไททันโลกาวินาศหลายร้อยตัวก็น่าจะเข้าร่วมสนามรบ

ถึงเวลานั้นคงไม่มีชนชาติไหนสามารถต้านทานการรุกรานที่น่าสะพรึงกลัวแบบนี้ได้แน่

อีกทั้งยังมีปริศนามากมายซ่อนอยู่เบื้องหลัง ถ้าถึงเวลานั้นจริง ๆ เผ่ามนุษย์คงจะมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

เมื่อเทียบกับเขาแล้ว ภาระบนบ่าของหลินหยวนนั้นหนักหนาสาหัสกว่ามาก บางครั้งความไม่รู้ก็เป็นความสุขอย่างหนึ่ง ในสายตาของทหารพวกนั้น พวกเขามองเห็นความหวังที่จะได้รับชัยชนะ

เพราะสุดท้ายแล้วแม้แต่ไททันโลกาวินาศที่แข็งแกร่งที่สุดก็ยังถูกเด็กหนุ่มโค่นล้ม พวกเขาไม่รู้เลยว่าหัวเซี่ยกำลังจะเผชิญกับวิกฤตการณ์แบบไหนบ้าง

ทั้งหมดนี้เป็นภาระที่หลินหยวนจะต้องแบกรับเอาไว้

สำหรับในตอนนี้เขาเป็นความหวังเดียวของหัวเซี่ย

เขาเป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวท่ามกลางความมืดมิด

ไม่นานกองทัพเผ่าไททันก็ถูกตีแตกพ่าย ปัจจุบันในสมรภูมิมีศพนอนเกลื่อนไปทั่ว

แม้ว่ากองทัพหัวเซี่ยจะต้องสูญเสียอะไรไปหลาย ๆ อย่างในศึกครั้งนี้

แต่สีหน้าทุกคนกลับเปี่ยมล้นไปด้วยรอยยิ้มสดใส

เพราะการต่อสู้นี้พวกเขาเป็นฝ่ายชนะ!!

พวกเขาปกป้องแนวป้องกันของหัวเซี่ยได้สำเร็จ

ผู้คนมากมายจึงโห่ร้องด้วยความดีใจ

ทุกคนเฉลิมฉลองกับชัยชนะที่ยิ่งใหญ่

และข่าวชัยชนะในสงครามครั้งนี้ก็ถูกเผยแพร่ไปทั่วประเทศเหมือนไฟลามทุ่ง

ขณะนี้สื่อทุกสำนักในหัวเซี่ยได้ประกาศชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ในแนวรบ

แล้วข่าวมากมายก็กลายเป็นกระแสนิยม

ขณะที่ทุกคนกำลังเฉลิมฉลองชัยชนะ ผู้คนจำนวนมากต่างก็มุ่งความสนใจไปที่หลินหยวน

พวกเขาเพิ่งได้รู้ว่าเด็กหนุ่มอายุไม่ถึง 20 ปีคนนี้ได้ทุ่มเทความพยายามเพื่อปกป้องประเทศอยู่เงียบ ๆ มากมายแค่ไหน

เพื่อไม่ให้ตัวเองตกเป็นเป้าของเผ่าไททัน เขาจึงอดทนอยู่ในมุมมืดที่ไม่มีใครมองเห็น แม้จะต้องแลกมาด้วยชื่อเสียงที่ป่นปี้ แต่เขาก็พยายามซ่อนมันไว้ให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้

เด็กในวัยเดียวกับเขามีใครสักกี่คนที่มีความคิดแบบนี้กัน?

แต่หลินหยวนกลับเป็นข้อยกเว้น!

เขาพยายามหลบอยู่ในความมืดเพียงลำพัง เพียงแค่อยากจะนำพาอนาคตที่สดใสมาสู่หัวเซี่ย!

ทันใดนั้นชาวหัวเซี่ยกว่าพันล้านคนก็จดจำชื่อของหลินหยวนเอาไว้ในใจ

‘โอ้โห นี่มันลูกผู้ชายตัวจริง โอ๊ย ฉันกลั้นน้ำตาไม่ไหวแล้ว!’

‘ทุกคนเห็นรายงานการรบรึยัง ไททันโลกาวินาศ 4 ตัวเชียวนะ ไอ้พวกไททันนี่มันโหดเหี้ยมมากจริง ๆ ถ้าไม่มีหลินหยวน แนวป้องกันแรกคงแตกพ่ายไปแล้ว’

‘หลินหยวนอะไร นั่นเทพหลินต่างหาก ต่อจากนี้ไปเขาคือพระเจ้าของฉัน!’

‘ฉันไม่คิดเลยว่าพวกเราจะเข้าใจผิดเขาไปมากขนาดนี้… เฮ้อ พอมานึกถึงตอนที่ฉันดูถูกเขาก่อนหน้านี้… ฉันอยากจะตบหน้าตัวเองสักที’

‘เขาเป็นเด็กที่อายุไม่ถึง 20 ด้วยซ้ำ แต่เขาก็รับมือกับไททันโลกาวินาศได้ตั้ง 4 ตัวเลยนะ นี่มันอัจฉริยะของแท้’

‘นั่นไง บอกแล้วว่าลูกชายของแม่ทัพมังกรไม่มีทางกระจอก ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น’

‘นับจากนี้ไปใครที่กล้ามาว่าร้ายท่านเทพหลิน ฉันจะนับว่าเป็นศัตรูของฉัน!’

ตัดภาพกลับมาที่หลินหยวน เจ้าตัวยังไม่รู้เลยว่าภาพลักษณ์ของเขาในสายตาของชาวหัวเซี่ยเปลี่ยนไปมากแค่ไหน

แต่ถึงแม้จะไม่มีใครยกย่องความสำเร็จของเขา เขาก็ไม่เคยรู้สึกเสียใจที่ได้ต่อสู้เพื่อประเทศชาติของตัวเอง

ในใจของเขานั้น มันเปี่ยมไปด้วยความรักต่อประเทศชาติอย่างจริงใจ

หลังสงครามจบลง เด็กหนุ่มถูกส่งตัวไปยังห้องผู้ป่วยส่วนตัวของกองทัพ

ถึงอาการบาดเจ็บของเขาจะหายจนเกือบหมดแล้วเพราะพลังรักษาของเขา แต่เขาก็ยังต้องการเวลาพักผ่อนอยู่ดี

ในขณะนี้หลินหยวนที่นอนอยู่บนเตียงโรงพยาบาลสีขาวกำลังเปิดหน้าต่างค่าสถานะของตัวเอง

[โฮสต์: หลินหยวน

แรงก์: กึ่งเทพ

ร่างกายพิเศษ: ร่างจอมมาร, ฉงถงระดับสูง, ร่างอาชูร่า

วิชาที่เรียนรู้: วิชาจองจำช้างศักดิ์สิทธิ์

กฎแห่งเทพ: กฎแห่งเทพธรณี [ไม่สมบูรณ์], กฎแห่งเทพสายฟ้า [ไม่สมบูรณ์]

อุปกรณ์: ธนูล่าตะวัน [สิ่งประดิษฐ์กึ่งเทพ], ดาบสายฟ้าพิฆาตเซียน [สิ่งประดิษฐ์กึ่งเทพ]

สกิลพิเศษ: ลมหายใจสายฟ้า, วิคหะเยียวยา, พิภพเยือกแข็ง, สังเวยอันเดด, หัวใจมรณะ, เนตรสัจจะ, ร่างเทพสายฟ้า, สุสานน้ำแข็ง, รักษาฉับพลัน, คำสาปหายนะ, อัสนีกัมปนาท, ระบำเงา, พายุดาบน้ำแข็ง

พลังปราณ: 756,523

พลังจิต: 51,368

พลังพิเศษ: [สายฟ้า] ระดับ S

[รักษา] ระดับ A

[น้ำแข็ง] ระดับ S

[อันเดด] ระดับ S

[เทเลพอร์ต] ระดับ A]

หลังผ่านการต่อสู้ในครั้งนี้ ค่าสถานะของหลินหยวนเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก

พลังปราณของเขาเพิ่มขึ้นถึง 2 แสนแต้ม

ที่พลังของเขาพุ่งขึ้นสูงขนาดนี้ส่วนใหญ่นั้นมาจากผลของร่างอาชูร่า

หลังจากที่เด็กหนุ่มใช้งานร่างอาชูร่า เขาก็จะได้รับพลังปราณมาจากการฆ่าไททันทุกตัว

แล้วในครั้งนี้เขาได้ฆ่าไททันโลกาวินาศไปถึง 3 ตัว ได้แก่ ไททันมังกรดำ, ไททันจิตวิญญาณและไททันปีศาจโลหิต

พลังปราณที่หลินหยวนสะสมมาจากไททันทั้ง 3 ตัวนั้นมีค่ามากสำหรับเขา ดังนั้นผลประโยชน์ที่ได้รับจากการต่อสู้ในครั้งนี้สำหรับเขานั้นมีค่ามหาศาลมาก

จากนั้นเขาก็ปิดหน้าต่างสถานะและหลับตาลงเงียบ ๆ

ในห้องผู้ป่วยตอนนี้มีเพียงเขาคนเดียว มันทำให้เขารู้สึกสงบสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

และหลังจากที่เงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็กระซิบขึ้นมาว่า “ระบบ เจตจำนงของโลกสร้างคุณขึ้นมาหรือเปล่า?”

ในตอนที่หลินหยวนได้รับข้อมูลจากไททันมังกรดำ เขาก็เกิดความสงสัยขึ้นในใจ

วิธีการที่ดีที่สุดในการไขข้อสงสัยของเขาก็คือการถามระบบไปตามตรง

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เขาเอ่ยคำถามนี้ออกไป ระบบกลับเงียบไม่มีเสียงอะไรตอบกลับมา

หลังจากเด็กหนุ่มลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เปลี่ยนวิธีการถาม

“ระบบ ขอถามหน่อยได้ไหมว่า… ทำไมคุณถึงเลือกฉัน?”

วินาทีถัดมา เสียงระบบก็ดังขึ้น “ระบบนี้มีข้อจำกัดบางประการ การเลือกโฮสต์เป็นแบบสุ่มเท่านั้น การที่คุณถูกเลือกเป็นโฮสต์เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแบบสุ่มโดยไม่เฉพาะเจาะจงว่าเป็นใคร”

พอได้รับคำตอบจากระบบ หลินหยวนก็พยักหน้าเบา ๆ

เป็นไปตามที่เขาคาดไว้ เขาถูกเลือกมาแบบสุ่ม ๆ

เด็กหนุ่มรู้ดีว่าก่อนที่เขาจะได้รับระบบมา เขาเป็นเพียงคนธรรมดาทั่วไปที่มีพรสวรรค์ค่อนข้างจะสูงกว่าคนในวัยเดียวกัน

แต่พอระบบตอบคำถามของเขา นั่นหมายความว่าเขาสามารถถามคำถามต่อไปได้

จากนั้นหลินหยวนก็รีบถามต่อว่า “ระบบ คุณช่วยบอกที่มาของคุณให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม?”

“ขออภัย โฮสต์ไม่มีอำนาจพอ ไม่สามารถเปิดเผยเรื่องนี้ได้”

“...” ฝ่ายที่ได้ยินเงียบไปอีกครั้ง

ไม่มีอำนาจงั้นเหรอ?

เด็กหนุ่มยังไม่อยากยอมแพ้จึงถามเพิ่มเติม “ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ คนที่สร้างคุณขึ้นมาคือเจตจำนงของโลกใช่ไหม?”

“ขออภัย โฮสต์ไม่มีอำนาจพอ ไม่สามารถเปิดเผยเรื่องนี้ได้”

“...”

นี่มันนกแก้วนกขุนทองที่ไหนเนี่ย ท่องบทเดิมเป๊ะ ๆ

หลินหยวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจลองใช้วิธีอื่น

“หรือว่า… มีเผ่าพันธุ์ที่ก้าวหน้ากว่าสร้างคุณขึ้นมาและส่งคุณมายังโลก?”

“ขออภัย โฮสต์ไม่มีอำนาจพอ ไม่สามารถเปิดเผยเรื่องนี้ได้”

พอแผนการล้มเหลว 3 ครั้งติด ในที่สุดหลินหยวนก็ยอมแพ้

สุดท้ายเขาจึงกัดฟันถามกว่า “แล้วฉันต้องทำยังไงถึงจะมีอำนาจมากพอ?”

*******************************************

SkySaffron: มีเรื่องปริศนาเพิ่มเข้ามาเรื่อย ๆ แถมระบบก็ไม่บอกอะไรเลย

จบบทที่ บทที่ 179: เขาเป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวท่ามกลางความมืดมิด

คัดลอกลิงก์แล้ว