- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 179: เขาเป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวท่ามกลางความมืดมิด
บทที่ 179: เขาเป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวท่ามกลางความมืดมิด
บทที่ 179: เขาเป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวท่ามกลางความมืดมิด
สายฝนเริ่มโปรยปรายลงจากท้องฟ้า
หยาดฝนหยดลงบนหน้าของหลินหยวนซึ่งมันทำให้รู้สึกเหน็บหนาวอย่างน่าประหลาด
ในขณะนี้เขารู้สึกเหนื่อยล้าและใจต้องการเพียงการได้นอนพักผ่อน
ถ้าหากไม่มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น หลังจากที่ไททันโลกาวินาศทั้ง 4 ตายลง พวกไททันก็คงไม่มีโอกาสที่จะฝ่าแนวป้องกันของหัวเซี่ยเข้าไปได้แล้ว
นั่นหมายความว่า… พวกเขาชนะสงครามครั้งนี้!
“ชนะแล้ว” หลินหยวนหลับตาลงพร้อมกับรอยยิ้มที่ยังคงแต่งแต้มอยู่ที่มุมปาก
ทางด้านหลินเทียนเชวี่ยเองก็นั่งลงข้าง ๆ แล้วพูดยิ้ม ๆ ว่า “แกไม่เหมือนฉันเลยสักนิด ตอนที่ฉันนำทัพไปรบจนได้รับชัยชนะมาครั้งแรก ฉันดื่มฉลองอยู่ 3 วัน 3 คืน ฉันยังไม่นอนนิ่งเท่าแกตอนนี้เลย”
หลินหยวนยิ้มพลางพูดว่า “ครับ สงครามในครั้งนี้เราชนะ แต่ใครจะไปรู้ว่า… จะมีสงครามตามมาอีกกี่ครั้ง”
“ตราบใดที่เผ่าไททันยังไม่ล่มสลายไป หัวเซี่ยก็จะยังคงตกอยู่ในอันตรายไม่สิ้นสุด”
หลังจากที่เด็กหนุ่มพูดจบ หลินเทียนเชวี่ยก็เงียบลง เขาต้องยอมรับเลยว่าเจ้าเด็กนี่พูดถูก พวกเขาต้องสูญเสียอะไรไปมากมายเพื่อชัยชนะในสงครามครั้งนี้
มีทหารมากมายล้มตายอยู่ในสนามรบโดยที่ไม่มีใครมองเห็น นี่เป็นเพียงการโจมตีระลอกแรกของเผ่าไททันเท่านั้น
ถ้าหากพวกเขาต้องการจะรักษาแนวป้องกันนี้เอาไว้ พวกเขาจะต้องป้องกันการโจมตีของเผ่าไททันในทุกระลอกให้ได้
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาเองก็ได้ยินสิ่งที่ไททันมังกรดำที่บอกว่าเจตจำนงของโลกกำลังจะถูกเผ่าไททันปิดผนึก
เมื่อไหร่ก็ตามที่เจตจำนงของโลกหลับใหล เผ่าไททันก็จะบุกทะลวงหัวเซี่ยอย่างเต็มกำลัง
ถ้าหากไม่มีเจตจำนงของโลก ไททันโลกาวินาศหลายร้อยตัวก็น่าจะเข้าร่วมสนามรบ
ถึงเวลานั้นคงไม่มีชนชาติไหนสามารถต้านทานการรุกรานที่น่าสะพรึงกลัวแบบนี้ได้แน่
อีกทั้งยังมีปริศนามากมายซ่อนอยู่เบื้องหลัง ถ้าถึงเวลานั้นจริง ๆ เผ่ามนุษย์คงจะมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
เมื่อเทียบกับเขาแล้ว ภาระบนบ่าของหลินหยวนนั้นหนักหนาสาหัสกว่ามาก บางครั้งความไม่รู้ก็เป็นความสุขอย่างหนึ่ง ในสายตาของทหารพวกนั้น พวกเขามองเห็นความหวังที่จะได้รับชัยชนะ
เพราะสุดท้ายแล้วแม้แต่ไททันโลกาวินาศที่แข็งแกร่งที่สุดก็ยังถูกเด็กหนุ่มโค่นล้ม พวกเขาไม่รู้เลยว่าหัวเซี่ยกำลังจะเผชิญกับวิกฤตการณ์แบบไหนบ้าง
ทั้งหมดนี้เป็นภาระที่หลินหยวนจะต้องแบกรับเอาไว้
สำหรับในตอนนี้เขาเป็นความหวังเดียวของหัวเซี่ย
เขาเป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวท่ามกลางความมืดมิด
…
ไม่นานกองทัพเผ่าไททันก็ถูกตีแตกพ่าย ปัจจุบันในสมรภูมิมีศพนอนเกลื่อนไปทั่ว
แม้ว่ากองทัพหัวเซี่ยจะต้องสูญเสียอะไรไปหลาย ๆ อย่างในศึกครั้งนี้
แต่สีหน้าทุกคนกลับเปี่ยมล้นไปด้วยรอยยิ้มสดใส
เพราะการต่อสู้นี้พวกเขาเป็นฝ่ายชนะ!!
พวกเขาปกป้องแนวป้องกันของหัวเซี่ยได้สำเร็จ
ผู้คนมากมายจึงโห่ร้องด้วยความดีใจ
ทุกคนเฉลิมฉลองกับชัยชนะที่ยิ่งใหญ่
และข่าวชัยชนะในสงครามครั้งนี้ก็ถูกเผยแพร่ไปทั่วประเทศเหมือนไฟลามทุ่ง
ขณะนี้สื่อทุกสำนักในหัวเซี่ยได้ประกาศชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ในแนวรบ
แล้วข่าวมากมายก็กลายเป็นกระแสนิยม
ขณะที่ทุกคนกำลังเฉลิมฉลองชัยชนะ ผู้คนจำนวนมากต่างก็มุ่งความสนใจไปที่หลินหยวน
พวกเขาเพิ่งได้รู้ว่าเด็กหนุ่มอายุไม่ถึง 20 ปีคนนี้ได้ทุ่มเทความพยายามเพื่อปกป้องประเทศอยู่เงียบ ๆ มากมายแค่ไหน
เพื่อไม่ให้ตัวเองตกเป็นเป้าของเผ่าไททัน เขาจึงอดทนอยู่ในมุมมืดที่ไม่มีใครมองเห็น แม้จะต้องแลกมาด้วยชื่อเสียงที่ป่นปี้ แต่เขาก็พยายามซ่อนมันไว้ให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้
เด็กในวัยเดียวกับเขามีใครสักกี่คนที่มีความคิดแบบนี้กัน?
แต่หลินหยวนกลับเป็นข้อยกเว้น!
เขาพยายามหลบอยู่ในความมืดเพียงลำพัง เพียงแค่อยากจะนำพาอนาคตที่สดใสมาสู่หัวเซี่ย!
ทันใดนั้นชาวหัวเซี่ยกว่าพันล้านคนก็จดจำชื่อของหลินหยวนเอาไว้ในใจ
‘โอ้โห นี่มันลูกผู้ชายตัวจริง โอ๊ย ฉันกลั้นน้ำตาไม่ไหวแล้ว!’
‘ทุกคนเห็นรายงานการรบรึยัง ไททันโลกาวินาศ 4 ตัวเชียวนะ ไอ้พวกไททันนี่มันโหดเหี้ยมมากจริง ๆ ถ้าไม่มีหลินหยวน แนวป้องกันแรกคงแตกพ่ายไปแล้ว’
‘หลินหยวนอะไร นั่นเทพหลินต่างหาก ต่อจากนี้ไปเขาคือพระเจ้าของฉัน!’
‘ฉันไม่คิดเลยว่าพวกเราจะเข้าใจผิดเขาไปมากขนาดนี้… เฮ้อ พอมานึกถึงตอนที่ฉันดูถูกเขาก่อนหน้านี้… ฉันอยากจะตบหน้าตัวเองสักที’
‘เขาเป็นเด็กที่อายุไม่ถึง 20 ด้วยซ้ำ แต่เขาก็รับมือกับไททันโลกาวินาศได้ตั้ง 4 ตัวเลยนะ นี่มันอัจฉริยะของแท้’
‘นั่นไง บอกแล้วว่าลูกชายของแม่ทัพมังกรไม่มีทางกระจอก ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น’
‘นับจากนี้ไปใครที่กล้ามาว่าร้ายท่านเทพหลิน ฉันจะนับว่าเป็นศัตรูของฉัน!’
…
ตัดภาพกลับมาที่หลินหยวน เจ้าตัวยังไม่รู้เลยว่าภาพลักษณ์ของเขาในสายตาของชาวหัวเซี่ยเปลี่ยนไปมากแค่ไหน
แต่ถึงแม้จะไม่มีใครยกย่องความสำเร็จของเขา เขาก็ไม่เคยรู้สึกเสียใจที่ได้ต่อสู้เพื่อประเทศชาติของตัวเอง
ในใจของเขานั้น มันเปี่ยมไปด้วยความรักต่อประเทศชาติอย่างจริงใจ
หลังสงครามจบลง เด็กหนุ่มถูกส่งตัวไปยังห้องผู้ป่วยส่วนตัวของกองทัพ
ถึงอาการบาดเจ็บของเขาจะหายจนเกือบหมดแล้วเพราะพลังรักษาของเขา แต่เขาก็ยังต้องการเวลาพักผ่อนอยู่ดี
ในขณะนี้หลินหยวนที่นอนอยู่บนเตียงโรงพยาบาลสีขาวกำลังเปิดหน้าต่างค่าสถานะของตัวเอง
[โฮสต์: หลินหยวน
แรงก์: กึ่งเทพ
ร่างกายพิเศษ: ร่างจอมมาร, ฉงถงระดับสูง, ร่างอาชูร่า
วิชาที่เรียนรู้: วิชาจองจำช้างศักดิ์สิทธิ์
กฎแห่งเทพ: กฎแห่งเทพธรณี [ไม่สมบูรณ์], กฎแห่งเทพสายฟ้า [ไม่สมบูรณ์]
อุปกรณ์: ธนูล่าตะวัน [สิ่งประดิษฐ์กึ่งเทพ], ดาบสายฟ้าพิฆาตเซียน [สิ่งประดิษฐ์กึ่งเทพ]
สกิลพิเศษ: ลมหายใจสายฟ้า, วิคหะเยียวยา, พิภพเยือกแข็ง, สังเวยอันเดด, หัวใจมรณะ, เนตรสัจจะ, ร่างเทพสายฟ้า, สุสานน้ำแข็ง, รักษาฉับพลัน, คำสาปหายนะ, อัสนีกัมปนาท, ระบำเงา, พายุดาบน้ำแข็ง
พลังปราณ: 756,523
พลังจิต: 51,368
พลังพิเศษ: [สายฟ้า] ระดับ S
[รักษา] ระดับ A
[น้ำแข็ง] ระดับ S
[อันเดด] ระดับ S
[เทเลพอร์ต] ระดับ A]
หลังผ่านการต่อสู้ในครั้งนี้ ค่าสถานะของหลินหยวนเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก
พลังปราณของเขาเพิ่มขึ้นถึง 2 แสนแต้ม
ที่พลังของเขาพุ่งขึ้นสูงขนาดนี้ส่วนใหญ่นั้นมาจากผลของร่างอาชูร่า
หลังจากที่เด็กหนุ่มใช้งานร่างอาชูร่า เขาก็จะได้รับพลังปราณมาจากการฆ่าไททันทุกตัว
แล้วในครั้งนี้เขาได้ฆ่าไททันโลกาวินาศไปถึง 3 ตัว ได้แก่ ไททันมังกรดำ, ไททันจิตวิญญาณและไททันปีศาจโลหิต
พลังปราณที่หลินหยวนสะสมมาจากไททันทั้ง 3 ตัวนั้นมีค่ามากสำหรับเขา ดังนั้นผลประโยชน์ที่ได้รับจากการต่อสู้ในครั้งนี้สำหรับเขานั้นมีค่ามหาศาลมาก
จากนั้นเขาก็ปิดหน้าต่างสถานะและหลับตาลงเงียบ ๆ
ในห้องผู้ป่วยตอนนี้มีเพียงเขาคนเดียว มันทำให้เขารู้สึกสงบสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
และหลังจากที่เงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็กระซิบขึ้นมาว่า “ระบบ เจตจำนงของโลกสร้างคุณขึ้นมาหรือเปล่า?”
ในตอนที่หลินหยวนได้รับข้อมูลจากไททันมังกรดำ เขาก็เกิดความสงสัยขึ้นในใจ
วิธีการที่ดีที่สุดในการไขข้อสงสัยของเขาก็คือการถามระบบไปตามตรง
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เขาเอ่ยคำถามนี้ออกไป ระบบกลับเงียบไม่มีเสียงอะไรตอบกลับมา
หลังจากเด็กหนุ่มลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เปลี่ยนวิธีการถาม
“ระบบ ขอถามหน่อยได้ไหมว่า… ทำไมคุณถึงเลือกฉัน?”
วินาทีถัดมา เสียงระบบก็ดังขึ้น “ระบบนี้มีข้อจำกัดบางประการ การเลือกโฮสต์เป็นแบบสุ่มเท่านั้น การที่คุณถูกเลือกเป็นโฮสต์เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแบบสุ่มโดยไม่เฉพาะเจาะจงว่าเป็นใคร”
พอได้รับคำตอบจากระบบ หลินหยวนก็พยักหน้าเบา ๆ
เป็นไปตามที่เขาคาดไว้ เขาถูกเลือกมาแบบสุ่ม ๆ
เด็กหนุ่มรู้ดีว่าก่อนที่เขาจะได้รับระบบมา เขาเป็นเพียงคนธรรมดาทั่วไปที่มีพรสวรรค์ค่อนข้างจะสูงกว่าคนในวัยเดียวกัน
แต่พอระบบตอบคำถามของเขา นั่นหมายความว่าเขาสามารถถามคำถามต่อไปได้
จากนั้นหลินหยวนก็รีบถามต่อว่า “ระบบ คุณช่วยบอกที่มาของคุณให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม?”
“ขออภัย โฮสต์ไม่มีอำนาจพอ ไม่สามารถเปิดเผยเรื่องนี้ได้”
“...” ฝ่ายที่ได้ยินเงียบไปอีกครั้ง
ไม่มีอำนาจงั้นเหรอ?
เด็กหนุ่มยังไม่อยากยอมแพ้จึงถามเพิ่มเติม “ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ คนที่สร้างคุณขึ้นมาคือเจตจำนงของโลกใช่ไหม?”
“ขออภัย โฮสต์ไม่มีอำนาจพอ ไม่สามารถเปิดเผยเรื่องนี้ได้”
“...”
นี่มันนกแก้วนกขุนทองที่ไหนเนี่ย ท่องบทเดิมเป๊ะ ๆ
หลินหยวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจลองใช้วิธีอื่น
“หรือว่า… มีเผ่าพันธุ์ที่ก้าวหน้ากว่าสร้างคุณขึ้นมาและส่งคุณมายังโลก?”
“ขออภัย โฮสต์ไม่มีอำนาจพอ ไม่สามารถเปิดเผยเรื่องนี้ได้”
พอแผนการล้มเหลว 3 ครั้งติด ในที่สุดหลินหยวนก็ยอมแพ้
สุดท้ายเขาจึงกัดฟันถามกว่า “แล้วฉันต้องทำยังไงถึงจะมีอำนาจมากพอ?”
*******************************************
SkySaffron: มีเรื่องปริศนาเพิ่มเข้ามาเรื่อย ๆ แถมระบบก็ไม่บอกอะไรเลย