- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 178: อย่าเสียแรงเปล่าเลย
บทที่ 178: อย่าเสียแรงเปล่าเลย
บทที่ 178: อย่าเสียแรงเปล่าเลย
อับราฮัมที่เห็นหลินหยวนฟันดาบเข้าใส่ตน มันก็คำรามพร้อมกับปล่อยหมัดที่สะสมพลังไว้เต็มพิกัดออกไป
ทว่าการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามนั้นเหนือจินตนาการของมันไปมาก
ฉับ!
คมดาบสายฟ้าพิฆาตเซียนอันคมกริบตัดแขนของไททันปีศาจโลหิตไปอย่างง่ายดายเหมือนมีดร้อน ๆ ที่ผ่าเนย
แล้วเลือดปริมาณมหาศาลก็พุ่งออกมาจากบาดแผล
อับราฮัมได้แต่เบิกตากว้างมองสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า และสุดท้ายความรู้สึกหวาดกลัวก็เริ่มเข้ามาครอบงำจิตใจ
มันคาดไม่ถึงเลยว่าการโจมตีในครั้งนี้ของเจ้ามนุษย์ตัวจ้อยจะทรงพลังได้มากถึงขนาดนี้
แต่หลินหยวนก็ไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น เขาเหวี่ยงดาบในมือไปที่คอของไททันปีศาจโลหิตเต็มแรง
ฉูดดด!!
เลือดสีแดงเข้มพุ่งกระจายไปกลางอากาศพร้อมกับที่หัวของอับราฮัมร่วงลงกับพื้น
แม้กระทั่งก่อนตาย ดวงตาของไททันปีศาจโลหิตก็ยังคงเบิกกว้างด้วยความเคียดแค้น
มันไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะต้องมาตายด้วยน้ำมือของเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ต่ำต้อย
หลังจากปลิดชีพไททันปีศาจโลหิตสำเร็จแล้ว หลินหยวนก็รู้สึกว่าพลังของเขาถูกสูบออกไปจากร่างจนหมด ทำให้เขาร่วงหล่นจากกลางอากาศ
ถึงแม้ว่าการโจมตีนั้นจะทรงพลังมากแค่ไหน แต่มันก็สร้างความเสียหายมหาศาลให้กับเขาเหมือนกัน
ในขณะนี้ทั้งพลังกายและพลังจิตของเขาได้ถูกใช้จนถึงขีดจำกัดแล้ว
หลังจากที่หลินหยวนร่วงลงกระแทกพื้น สภาวะรวมร่างของเขาก็หมดลงเช่นกัน ทำให้ร่างของฉู่อวี้แยกออกจากเขาทันที
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการใช้พลังงานมากเกินไป เธอเองก็หมดสติไปเรียบร้อย
“พวกนายไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” เมื่อการต่อสู้จบ หลี่หวงเหยียนก็รีบวิ่งไปหาทั้งคู่
ท่าทางของเขาบ่งบอกว่าเขาไม่คิดเลยว่าหลินหยวนจะเอาชนะไททันปีศาจโลหิตได้ด้วยการรวมร่างเข้ากับฉู่อวี้
แต่เขาทำได้อย่างไรกัน?
ก่อนหน้านี้หลี่หวงเหยียนไม่เคยเห็นวิธีการต่อสู้ที่น่าเหลือเชื่อแบบนี้มาก่อน
นี่อาจจะเป็นพลังใหม่ที่หลินหยวนเรียนรู้มาหรือเปล่า?
“ผมไม่เป็นไรครับ แค่รู้สึกเหนื่อยนิดหน่อย” เด็กหนุ่มที่หอบหายใจหนัก ๆ พยายามพยุงตัวเองให้ยืนขึ้น
น่าเสียดายที่สภาพเขาในตอนนี้แม้แต่การจะลุกขึ้นยืนมันก็ทำได้ยากมาก
หลี่หวงเหยียนที่เห็นอย่างนั้นรีบเข้าไปห้ามอีกฝ่าย “อย่าเพิ่งรีบลุก นายพักผ่อนก่อนเถอะ ไททันปีศาจโลหิตมันตายแล้ว ถ้ามีไททันตัวอื่นคิดจะโผล่มาโจมตีนาย ฉันจะขวางพวกมันเอาไว้เอง!”
ถึงอย่างไรเขาก็เป็นผู้มีพลังพิเศษแรงก์ SSS
ขอเพียงแค่ศัตรูที่โผล่มาไม่ใช่ไททันโลกาวินาศ หลี่หวงเหยียนก็มั่นใจมากว่าเขาจะสามารถปกป้องทั้ง 2 คนเอาไว้ได้
แต่หลินหยวนกลับพูดว่า “คุณไม่จำเป็นต้องปกป้องผมหรอก คุณช่วยผมหน่อยได้ไหม ช่วยไปดูหน่อยว่าพ่อผมที่ต่อสู้อยู่ตรงนั้นเป็นยังไงบ้าง”
ชายผมแดงที่ได้ยินแบบนี้ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
ในเวลาแบบนี้เจ้าเด็กนี่ก็ยังเป็นห่วงความปลอดภัยของพ่อตัวเอง นี่สินะสายสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูก
ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะไม่ค่อยได้พูดคุยกันมากนัก แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ยังลึกซึ้งอย่างน่าเหลือเชื่อ
จากนั้นหลี่หวงเหยียนก็พยักหน้า “ได้ ฉันจะไปดูให้เอง”
ในไม่ช้าร่างของเขาก็มีเปลวเพลิงลุกโชนและทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าในขณะที่สายตามองไปยังบริเวณที่หลินเทียนเชวี่ยกำลังต่อสู้
แต่สิ่งที่ชายหนุ่มไม่คาดคิดก็คือไททันเทพปีศาจถูกแม่ทัพมังกรปราบปรามเอาไว้จนแทบไม่มีแรงสู้กลับ
เขาจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ทั้ง 2 ฝ่ายปะทะกัน พวกเขาต่อสู้กันอย่างสูสี
หลังจากเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่ 10 วัน ไททันเทพปีศาจกลับไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลินเทียนเชวี่ยอีกต่อไปแล้ว
อาจกล่าวได้ว่าอัตราการพัฒนาของชายคนนี้เหนือจินตนาการของเผ่าไททันไปมาก
ถ้าหากไม่มีหลินหยวน หลินเทียนเชวี่ยคงจะเป็นสัตว์ประหลาดที่เปล่งประกายที่สุดในยุคนี้ แล้วเขาจะเป็นมนุษย์กึ่งเทพที่น่าจับตามองที่สุดของมวลมนุษยชาติ!
แต่หลังจากที่เขากลับไปบอกข่าวนี้กับหลินหยวน…
เด็กหนุ่มก็ยิ้มมุมปากทันที “หึ ไม่คิดเลยว่าพ่อผมจะร้ายกาจขนาดนี้”
หลี่หวงเหยียนเองก็หัวเราะออกมา “ฮ่า ๆๆ ไม่ต้องห่วงหรอก นายพลหลินของเราแข็งแกร่งขนาดนี้มาโดยตลอด ก่อนที่เขาจะได้เป็นแม่ทัพมังกร พวกไททันก็เคยปิดล้อมโจมตีเขามานับ 10 ครั้ง แต่แผนการทั้งหมดนี้กลับล้มเหลว”
“แล้วทุกครั้งที่เขาถูกล้อมสังหาร นายพลหลินก็จะบุกเข้าไปในดินแดนไททันเพื่อกำจัดไททันระดับสูงนับร้อยเพียงลำพัง”
“แล้วเขาก็พูดอยู่หลายครั้งว่า ถ้าไม่โต้กลับฝ่ายนั้นไป มันจะเป็นการเสียมารยาท”
“ถ้าไม่ใช่เพราะเฝิงเจิ้งกั๋วที่ทรยศไปเข้าร่วมกับไททัน นายพลหลินคงไม่หายตัวไปนานหลายปีแบบนี้”
หลินหยวนที่ได้ยินคำบอกเล่าของหลี่หวงเหยียนก็อดไม่ได้ที่จะเม้มปาก
เพราะเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าพ่อของเขาจะมีวีรกรรมอะไรแบบนี้ด้วยเหมือนกัน
ดูเหมือนว่าเขาไม่จำเป็นจะต้องมานั่งกังวลอีกแล้ว
พอคิดถึงเรื่องนี้เด็กหนุ่มก็ทรุดตัวลงนอนราบกับพื้นปล่อยให้พลังรักษาเยียวยาบาดแผลในร่างกายของเขาไปเรื่อย ๆ
ไม่กี่วินาทีต่อมา จู่ ๆ สายฟ้าที่ทรงพลังก็พุ่งออกมาจากสนามรบที่อยู่ไม่ไกลพร้อมกับคลื่นพลังที่แผ่ขยายมาจากจุดศูนย์กลาง
จากนั้นทุกอย่างก็กลับมาเงียบลงอย่างรวดเร็ว
หลินหยวนรู้ว่าแรงระเบิดที่ทรงพลังแบบนี้คงหมายความว่าพ่อของเขาจบการต่อสู้เรียบร้อยแล้ว
ไม่นานหลังจากนั้นร่างหนึ่งก็พุ่งตรงเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว
“ไอ้ลูกชาย พ่อมาช่วยเอ็งแล้ว!!” เสียงของหลินเทียนเชวี่ยดังก้องไปทั่วสนามรบ ในขณะที่มือข้างหนึ่งของเขาถือหัวของอาซาเอาไว้
สภาพหน้าตาของไททันเทพปีศาจก็คือดวงตาเบิกกว้าง มีเลือดสีดำไหลออกมาจากกะโหลกที่ถูกตัดขาด
อาซาที่ก่อนหน้านี้เคยบีบให้หลินหยวนตกอยู่ในสถานการณ์คับขันบัดนี้ได้ตายด้วยน้ำมือของแม่ทัพมังกรแล้ว
ในแง่หนึ่งอาจมองได้ว่าหลินเทียนเชวี่ยได้แก้แค้นแทนลูกชายของตน
ขณะที่ชายวัยกลางคนกำลังพุ่งเข้ามา เสียงของหลินหยวนที่ฟังดูเหนื่อยล้าก็ดังขึ้น “พ่ออย่าเสียแรงเปล่าเลย ไม่มีใครอยู่รอให้พ่อช่วยหรอกครับ”
พอหลินเทียนเชวี่ยได้ยินเสียงของลูกชาย เขาก็ชะงักไปเล็กน้อย
จากนั้นเขาก็มองไปทางต้นเสียงและเห็นหลินหยวนกำลังนอนแผ่หลาอยู่บนพื้น
แต่สิ่งที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่านั้นก็คือ ศพไททันปีศาจโลหิตที่นอนอยู่ไม่ไกลจากเด็กหนุ่ม
หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ… ไอ้เด็กนี่จบการต่อสู้เร็วกว่าที่เขาคิดเสียอีก!
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่น่าเกรงขามอย่างไททันปีศาจโลหิต เขาก็ยังจบการต่อสู้ลงอย่างรวดเร็ว ตอนนี้หลินเทียนเชวี่ยคิดไม่ออกเลยว่าอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งมากขนาดไหน
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าหลินหยวนจะแข็งแกร่งมากแค่ไหน แต่เจ้าเด็กคนนี้ก็ยังคงเป็นลูกชายของเขาอยู่ดี!
“ไอ้เด็กอวดดี”
พอคิดถึงเรื่องนี้หลินเทียนเชวี่ยก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มภาคภูมิใจในขณะที่บินเข้าไปหาลูกชายเพียงคนเดียวของตน
“แกยังไม่ตายสินะ” หลังจากที่หลินเทียนเชวี่ยไปลงจอดอยู่ข้างกายหลินหยวน เขาก็ใช้เท้าเขี่ยอีกคนเบา ๆ
“...นี่พ่อเป็นพ่อผมจริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย” เด็กหนุ่มอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจหนัก ๆ หนึ่งที
“ฉันแค่ดีใจที่แกยังไม่ตาย” ชายวัยกลางคนยิ้มกว้าง “ใครจะไปคิดว่าลูกชายมันจะเก่งกว่าพ่อมันอีก”
“แกก็รู้ใช่ไหมว่าพ่อแกเก่งแค่ไหน แต่คลื่นลูกเก่าอย่างฉันถูกคลื่นลูกใหม่อย่างแกซัดจนหงายเลยเนี่ย”
หลินหยวนได้ยินอย่างนั้นก็หัวเราะเบา ๆ “ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น”
ศึกในครั้งนี้ใกล้จะจบลงแล้ว ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกโล่งใจไม่น้อย
สำหรับหลินหยวน นี่เป็นการต่อสู้ที่หนักหน่วงที่สุดเท่าที่เขาเคยเผชิญมา
ไม่ว่าจะเป็นคุโรคาวะ ชินโซ มนุษย์กึ่งเทพ
โจวเทียนเต้า ผู้สืบทอดมรดกไททันเซราฟที่ถูกควบคุม แล้วยังเป็นมนุษย์กึ่งเทพอีก
ไททันมังกรดำ ไททันโลกาวินาศ
ไททันจิตวิญญาณ ไททันโลกาวินาศ
ไททันเทพปีศาจ ไททันโลกาวินาศ
นอกจากนี้ยังมีไททันปีศาจโลหิตอีกด้วย ซึ่งพลังของไททันตัวนี้เหนือกว่าไททันโลกาวินาศทั่วไปมาก
แม้แต่ตัวหลินหยวนเองก็ยังแทบไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะเอาชนะศัตรูที่แข็งแกร่งได้มากมายในการต่อสู้ครั้งนี้
แต่นี่ก็ไม่ใช่ผลงานของเขาเองทั้งหมด
ถ้าหลินเทียนเชวี่ยไม่เข้ามาช่วยแบกรับแรงกดดัน เด็กหนุ่มคงไม่สามารถต้านทานการโจมตีของไททันโลกาวินาศ 2 ตัวได้เพียงลำพัง
ยิ่งไปกว่านั้น ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ถึงแม้ว่าเผ่าไททันจะดูแข็งแกร่งมากแค่ไหน แต่แท้จริงแล้วพวกมันไม่ได้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
จะบอกว่าไททันมังกรดำกับไททันจิตวิญญาณเป็นฝ่ายเดียวกันก็ไม่ผิด แต่ไททันเทพปีศาจกับไททันปีศาจโลหิตไม่ใช่พวกเดียวกับพวกมัน ทั้ง 2 ฝ่ายดูเหมือนจะไม่ถูกกันด้วย
ถ้าไททันโลกาวินาศทั้ง 4 ร่วมมือกันได้ดีและรวมพลังกันโจมตี หลินหยวนจินตนาการไม่ออกเลยว่าเขาจะเอาอะไรไปสู้กับพวกมัน
หลังจากไททันโลกาวินาศถูกฆ่าตายไปหมดแล้ว ขวัญกำลังใจของทหารในกองทัพก็พุ่งทะยานขึ้นอีกครั้ง
“พี่น้องทุกคน ฆ่าไททันพวกนี้ให้หมด!”
“ตอนนี้ไททันโลกาวินาศตายแล้ว ถึงเวลาที่เราต้องโต้กลับ!”
“ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า!”
“แสดงให้ไอ้พวกไททันเห็นว่าหัวเซี่ยของเราเป็นยังไง!”
“พวกเราชาวหัวเซี่ยยอมสู้จนตัวตาย!!”
ทหารทุกคนต่างแสดงความกล้าหาญและพุ่งเข้าโรมรันกองทัพไททันอย่างบ้าคลั่ง
ถึงแม้ว่าประชาชนชาวหัวเซี่ยพวกนี้ยามปกติแล้วจะดูอ่อนโยนใจดี แต่ถึงเวลาที่ต้องสู้ พวกเขาทั้งดุดันและเด็ดเดี่ยว
เมื่อเผชิญหน้ากับสงคราม ทหารทุกคนเป็นเหมือนมังกรที่พร้อมสู้จนตัวตาย
นี่คือจิตวิญญาณของนักสู้ของทหารทุกคน
แม้ในสนามรบจะเป็นการต่อสู้ที่สิ้นหวังมากแค่ไหน แต่พวกเขาก็ยังไม่ยอมแพ้
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อมีหลินหยวนอยู่ด้วย พวกเขาก็มองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
ศึกในครั้งนี้จะต้องถูกจารึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน!!