- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 170: หลินหยวนปะทะโจวเทียนเต้า
บทที่ 170: หลินหยวนปะทะโจวเทียนเต้า
บทที่ 170: หลินหยวนปะทะโจวเทียนเต้า
ขอร้องล่ะ อย่าปล่อยให้ความตายของฉันต้องสูญเปล่าเลย
ฉันมีชีวิตมาเกือบครึ่งค่อนอายุขัย แค่นี้มันก็มากเกินพอแล้ว
เจ้าเด็กนั่นยังเด็กอยู่มาก ชีวิตของมันยังอีกยาวไกล ใครจะรู้ว่าในอนาคตมันอาจจะกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งไปยืนอยู่เหนือคนอื่นก็ได้
แต่ในระหว่างที่หัวหน้าหมู่กำลังครุ่นคิดก็มีสายฟ้าฟาดลงมาจากท้องฟ้า แล้วก็มีบางอย่างปรากฏขึ้นเบื้องหน้าโจวเทียนเต้าในพริบตาโดยที่ไม่มีใครมองทัน
“ฉันจะให้แกชดใช้ แกฆ่าไปกี่คนก็เอาเลือดของแกมาชดใช้ซะ!” หลินหยวนพูดด้วยความโกรธเกรี้ยว
จากนั้นเขาก็ใช้พลังสายฟ้าและวิชาจองจำช้างศักดิ์สิทธิ์พร้อมกัน
เงาของช้างในตำนานโผล่มาจากด้านหลัง และสายฟ้าก็แล่นแปลบปลาบอยู่ที่ปลายหมัด
จากนั้นเขาก็ส่งหมัดออกไป โดยที่เป้าหมายก็คือโจวเทียนเต้าที่อยู่ตรงหน้า
ตูม!
หมัดของเขาชกเข้าใส่หน้าอกของศัตรูเต็มแรง และแรงกระแทกนั้นก็ส่งอีกฝ่ายกระเด็นออกไปทันที
แต่ก่อนที่โจวเทียนเต้าจะทันได้ตั้งตัว เขาก็ถูกหลินหยวนกระหน่ำโจมตีอีกครั้ง
“สุสานน้ำแข็ง!” เด็กหนุ่มกำมือขวาแน่นและใช้พลังน้ำแข็ง
ไม่นานก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่แผ่ไอเย็นยะเยือกก็ห่อหุ้มร่างของคู่ต่อสู้
แต่หลินหยวนก็ยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น เขาตะโกนขึ้นอีกครั้งว่า “พิภพกักขัง!”
สิ้นเสียงนั้น พื้นใต้ฝ่าเท้าก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ก่อนที่พื้นดินจำนวนมากจะลอยขึ้นมาบนอากาศก่อตัวเป็นกรงขังร่างของโจวเทียนเต้า
ในขณะนี้เด็กหนุ่มกำลังใช้พลังกฎแห่งเทพธรณี
แม้ว่าเขาจะเรียนรู้กฎแห่งเทพธรณีที่ยังไม่สมบูรณ์นัก แต่มันก็ยังนับได้ว่าเป็นพลังเทพ
โจวเทียนเต้าที่ถูกทั้งสุสานน้ำแข็งและพิภพกักขังเล่นงาน เขาจึงถูกขังเอาไว้กลางอากาศ
แล้วจู่ ๆ หลินหยวนก็เปลี่ยนกลายเป็นเงาพุ่งเข้าใส่คู่ต่อสู้ราวกับลูกศร
ขณะเดียวกัน เขาก็ได้รวบรวมพลังสายฟ้าให้มาอยู่บนฝ่ามือของเขา
เมื่อเด็กหนุ่มมาอยู่ต่อหน้าโจวเทียนเต้า อัสนีกัมปนาทก็ก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว
ตูม!!
ในตอนนี้หลินหยวนเป็นเหมือนเจ้าป่าที่กำลังเดือดดาล เขาปลดปล่อยสายฟ้าในมือเข้าใส่เป้าหมายโดยไม่ลังเล
หลังจากเสียงระเบิดดังก้อง พิภพกักขังก็แตกกระจาย สุสานน้ำแข็งก็พังทลายลง พร้อมกับที่พลังสายฟ้าพุ่งเข้าใส่ตัวโจวเทียนเต้า
ปัง!!
แรงปะทะมหาศาลส่งผลให้ฝ่ายที่ถูกโจมตีกระเด็นถอยหลังไปอีกครั้ง และคราวนี้เขาก็กระแทกลงกับพื้นเต็มแรงจนเกิดหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่
ในเวลาเดียวกัน ทหารหัวเซี่ยทั้งหมดที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างก็มองไปที่หลินหยวนไม่ละสายตา
สำหรับพวกเขา… ผู้ชายคนนี้ดูสง่างาม ทรงพลังเหมือนกับเทพเซียน
ในตอนนั้นชายวัยกลางคนที่รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิดเองก็ตกอยู่ในภวังค์
เพราะเขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะยังมีชีวิตรอด
“หัวหน้าหมู่!” จู่ ๆ ทหารหนุ่มก็วิ่งร้องไห้เข้ามากอดเขา
“ไอ้บ้า แกจะร้องไห้ทำไมเนี่ย!” สีหน้าของทหารวัยกลางคนซีดเผือดลงในขณะที่เขาตบหัวคนตรงหน้า “ฉันยังไม่ตายสักหน่อย แกจะร้องไห้หาสวรรค์วิมานอะไรล่ะ”
“เปล่าครับ ไม่ใช่… ผมแค่… ผมแค่ดีใจ…” ทหารหนุ่มคนนั้นทั้งหัวเราะและร้องไห้ไปพร้อมกัน แต่มันเป็นเสียงหัวเราะที่จริงใจและเปี่ยมไปด้วยความสุข
…
ระหว่างที่เหล่าทหารหัวเซี่ยกำลังทึ่งกับความแข็งแกร่งของหลินหยวน โจวเทียนเต้าก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นจากหลุม ขณะที่ปีกสีขาวบริสุทธิ์ทั้ง 12 ยังคงเปล่งประกายแสงศักดิ์สิทธิ์
ชั่วขณะหนึ่ง แววตาแห่งความประหลาดใจฉายผ่านดวงตาของทหารทุกคน
“ไม่มีทางน่า มันยังไม่ตายอีกเหรอ ไอ้หมอนี่… จะแข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”
“ดูจากรูปร่างหน้าตาแล้ว เขาเป็นชาวหัวเซี่ย แล้วทำไมเขาถึงเลือกเข้าข้างเผ่าไททัน?”
“ยังจำเป็นต้องถามอีกเหรอ ต่อให้ไอ้หมอนี่จะไม่ได้อยู่ฝ่ายไททัน แต่มันก็ยังทรยศต่อหัวเซี่ยอยู่ดี มันฆ่าทหารของพวกเราโดยไม่ปรานีเลยสักนิด”
“ใช่แล้ว มันไปเข้าร่วมกับฝ่ายศัตรู คนทรยศต้องถูกตัดหัว!”
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากฝูงชน โจวเทียนเต้าก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ขณะเดียวกัน แสงศักดิ์สิทธิ์ที่เปล่งออกมาจากปีกของเขาก็กำลังรักษาอาการบาดเจ็บทั่วร่างนั้นอยู่
นี่เป็นพลังที่เขาได้รับสืบทอดมาจากไททันเซราฟ
ยามนี้สายตาเฉยเมยของโจวเทียนเต้าก็ยังคงจับจ้องไปที่หลินหยวน
“เจ้า… คิดจะขวางข้าอย่างนั้นเหรอ?”
หลินหยวนที่เห็นสภาพของโจวเทียนเต้าก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว ทั้ง ๆ ที่เขาโจมตีเข้าใส่คู่ต่อสู้เต็มแรงตั้งหลายครั้ง แต่เขาก็ทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้เลย
ผู้ชายคนนี้เป็นใครกันแน่?
“ในเมื่อเจ้าคิดจะมาขวางข้า งั้นข้าเองก็ต้องฆ่าเจ้าเหมือนกัน!” น้ำเสียงของโจวเทียนเต้าที่เปล่งออกมานั้นเหมือนกระแสน้ำนิ่ง
วินาทีต่อมา ปีกเซราฟที่อยู่ข้างหลังก็กระพือเปลี่ยนร่างเขากลายเป็นเงาพุ่งเข้าใส่ฝ่ายตรงข้าม
หลินหยวนที่เผชิญหน้ากับโจวเทียนเต้าที่กำลังคลั่ง เขาก็รีบยกดาบสายฟ้าพิฆาตเซียนในมือขึ้นปัดป้อง
เป๊ง! เป๊ง! เป๊ง! เป๊ง!
เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่ทำให้เด็กหนุ่มตกใจก็คือ ดาบในมือของชายคนนี้ดูเหมือนจะทำจากวัสดุพิเศษ
ในด้านของความแข็งแกร่ง มันไม่ได้ด้อยไปกว่าดาบสายฟ้าพิฆาตเซียนของเขาเลย
หรือจะพูดให้ถูกก็คือ อาวุธในมือของคู่ต่อสู้เทียบได้กับสิ่งประดิษฐ์กึ่งเทพของเขา!
ฉัวะ!
ขณะที่หลินหยวนจดจ่ออยู่กับการปัดป้องดาบของโจวเทียนเต้าอย่างเต็มกำลัง ปีกเซราฟที่คล้ายใบมีดก็ฟันเข้าใส่เขาอย่างกะทันหันจึงเกิดบาดแผลลึกบนไหล่ขวา
ทันใดนั้นความเจ็บปวดก็แล่นริ้วเข้ามาในสมองทำให้เด็กหนุ่มรู้ว่า นอกจากดาบของศัตรูแล้ว ปีกทั้ง 12 ข้างที่อยู่ด้านหลังก็เป็นอาวุธของเขาเช่นกัน
โจวเทียนเต้านั้น… แข็งแกร่งยิ่งกว่าที่เขาคิดเอาไว้เสียอีก!
พอคิดแบบนี้หลินหยวนก็ไม่ลังเลเลยที่จะใช้ฉงถงระดับสูง
“เพลิงจักรพรรดิชาดหิรัณย์!” แล้วเปลวเพลิงสีแดงทองก็ลุกโชนในดวงตาของเขา
แม้ว่าคู่ต่อสู้จะแข็งแกร่งแค่ไหน แต่เขาเองก็มีวิธีการมากมายที่จะจัดการกับอีกฝ่าย
ในเมื่อคู่ต่อสู้มีพลังที่สูสีกับเขา ถ้าอย่างนั้นก็มาดูกันว่าใครจะแข็งแกร่งกว่ากัน!!
หลินหยวนยอมรับเลยว่าปฏิกิริยาการตอบโต้ของโจวเทียนเต้านั้นรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ
เพราะทันทีที่เขาใช้เพลิงจักรพรรดิชาดหิรัณย์ อีกฝ่ายก็ถอยหนีไปทันที
จากนั้นปีกเซราฟที่อยู่ข้างหลังโจวเทียนเต้าก็หุบเข้ามาด้านหน้าก่อตัวเป็นเกราะป้องกันตนเอง
พอเป็นแบบนี้ เพลิงจักรพรรดิชาดหิรัณย์ของหลินหยวนก็สร้างความเสียหายอะไรให้กับศัตรูไม่ได้
อย่างน้อยที่สุด ในตอนที่เขาใช้งานฉงถงระดับสูง วิสัยทัศน์รอบตัวของเขานั้นก็จะถูกยกระดับไปอีกขั้น ทำให้เขาคาดเดาการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างง่ายดาย
“ก็มาสิวะ!” หลินหยวนตะโกนลั่นก่อนจะแปลงร่างเป็นเทพสายฟ้า
จากนั้นร่างของเขาก็เปลี่ยนเป็นสายฟ้าฟาดพุ่งเข้าใส่คู่ต่อสู้
ถึงโจวเทียนเต้าจะเผชิญหน้ากับการโจมตีของเด็กหนุ่ม แต่เขาก็ยังคงนิ่งเฉย
“โล่อมตะ” เขาเงยหน้าขึ้นพร้อมพูดออกมาอย่างไม่สะทกสะท้าน
หลังจากที่คำสุดท้ายหลุดออกมาจากปาก จู่ ๆ แสงสว่างรูปไม้กางเขนที่ดูศักดิ์สิทธิ์ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
จากนั้นคลื่นพลังศักดิ์สิทธิ์ก็แผ่ขยายออกไปทุกทิศทาง มันเป็นเหมือนกำแพงที่มองไม่เห็นขวางกั้นหลินหยวนเอาไว้
พื้นที่ภายในโล่อมตะนั้นเปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่มีใครเข้ามากล้ำกรายได้เลย
ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งพลังของไททันเซราฟ
เซราฟ เทพผู้พิทักษ์ที่มีพลังสมบูรณ์แบบในทุกด้านจนได้รับการยกย่องว่าเป็นเทพในตำนาน ด้วยเหตุนี้เองโจวเทียนเต้าจึงมีความสมบูรณ์แบบทั้งในด้านเกมรุกและเกมรับ
ทันใดนั้นเขาก็พูดเสียงเรียบเฉย “พลังของเจ้าแข็งแกร่งมาก หากเจ้ายอมสวามิภักดิ์ให้กับเผ่าไททัน พวกเราจะให้เกียรติเจ้าอย่างแน่นอน”
สิ่งที่หลินหยวนคาดไม่ถึงก็คือ เสียงที่เปล่งออกมานั้นแท้จริงแล้วเป็นเสียงของไททันจิตวิญญาณที่เป็นไททันโลกาวินาศ
แม้มันจะเป็นเสียงที่ฟังดูมีเสน่ห์น่าหลงใหล แต่ถ้าหากพลังจิตของเด็กหนุ่มไม่ได้แข็งแกร่งมากพอ คำพูดไม่กี่คำนี้อาจจะสะกดจิตเขาให้ทำตามได้ง่าย ๆ
ในตอนนั้นเอง เขาก็ค้นพบว่าแท้จริงแล้วโจวเทียนเต้าที่อยู่ตรงหน้าเขานั้นกำลังถูกควบคุม!
“จริงเหรอ?” หลินหยวนถามยิ้ม ๆ “แต่ฉันเก่งในทุก ๆ ด้านเลยนะ ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของฉันก็คือ ฉันไม่ชอบเป็นหมารับใช้ให้คนอื่น!”
โจวเทียนเต้าที่อยู่ภายใต้การควบคุมของไททันจิตวิญญาณพูดเสียงเย็นว่า “ข้ารู้สึกว่าชาวหัวเซี่ยอย่างพวกเจ้านี่มันดื้อรั้นกันสุด ๆ ผู้สืบทอดไททันที่เจ้ากำลังต่อสู้ด้วยนั้นครั้งหนึ่งก็เคยดื้อรั้นไม่แพ้เจ้า แต่ในตอนนี้เขาก็เป็นเพียงหุ่นเชิดในมือของข้าไม่ใช่เหรอ?”
“ในเมื่อเจ้าไม่ยอมรับข้อเสนอของข้า ก็อย่าโทษที่ข้าต้องใช้กำลัง!” สิ้นเสียงพูดนั้น จู่ ๆ แสงสีทองสว่างก็ฉายออกมาจากร่างของโจวเทียนเต้า
มันสว่างพร่างพราวเหมือนพระหรรษทานในพิธีล้างบาปที่ศักดิ์สิทธิ์
จากนั้นเขาก็โยนดาบทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ แล้วหอกศักดิ์สิทธิ์สีเงินสว่างก็ปรากฏเข้ามาแทนที่
ในตอนนั้นแม้แต่ลูกตาของโจวเทียนเต้าก็ยังเปลี่ยนเป็นสีเงินที่ดูลึกลับ
วินาทีนี้เขาเป็นเหมือนเทพที่หลุดออกมาจากคัมภีร์ไบเบิลอย่างแท้จริง
“มนุษย์เอ๋ย ต่อไป… ข้าจะแสดงอาวุธสุดยอดที่ข้าฝึกฝนมาให้เจ้าดู!!” เสียงของไททันจิตวิญญาณยังคงดังก้องอยู่ในหูของหลินหยวน
สิ้นเสียงคำพูดนั้น ร่างของโจวเทียนเต้าก็แปรเปลี่ยนเป็นเงาสีขาว โดยก่อนที่เด็กหนุ่มจะทันได้ตั้งตัว อีกฝ่ายก็พุ่งทะยานเข้ามาประชิดเขาเรียบร้อยแล้ว
ขณะนั้นหลินหยวนหรี่ตามองดูคนตรงหน้าเพราะเขาไม่คาดคิดเลยว่าคู่ต่อสู้จะรวดเร็วได้ถึงขนาดนี้
วินาทีต่อมา หอกศักดิ์สิทธิ์ในมือของโจวเทียนเต้าก็พุ่งเข้าใส่เขา!