- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 168: แสดงพลังของเจ้าให้มนุษย์ได้เห็น โจวเทียนเต้า!
บทที่ 168: แสดงพลังของเจ้าให้มนุษย์ได้เห็น โจวเทียนเต้า!
บทที่ 168: แสดงพลังของเจ้าให้มนุษย์ได้เห็น โจวเทียนเต้า!
เหล่าทหารหัวเซี่ยที่ยืนอยู่ตรงนั้นต่างพากันกัดฟันแน่นเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังที่น่ากลัวซึ่งแผ่มาจากไททันทั้ง 2 ตัวนี้
ทุกคนเคยพบเจอไททันมหันตภัยที่ถูกส่งมาต่อสู้ในสนามรบอยู่หลายครั้ง ด้วยเหตุนี้เองพวกเขาจึงบอกได้เลยว่าไททัน 2 ตัวที่อยู่เบื้องหน้าต้องไม่ใช่เพียงแค่ไททันมหันตภัยแน่นอน
แต่เหนือกว่าไททันมหันตภัย… มันก็คือไททันโลกาวินาศ!!
พอคิดได้แบบนี้สายตาของทุกคนที่มองภาพไททันที่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้จึงเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
“ไททัน 2 ตัวนี้… พวกมันเป็นไททันโลกาวินาศงั้นเหรอ?”
“บ้าเอ๊ย ไททันระดับ 9 ไททันโลกาวินาศมีอยู่บนโลกนี้ด้วย!”
“ปกติแล้วพวกเราไม่เคยเห็นไททันโลกาวินาศเข้าร่วมสนามรบมาก่อนเลย ทำไมจู่ ๆ พวกมันถึงโผล่มาตอนนี้ล่ะ?!”
“หรือว่าพวกมันมาที่นี่ก็เพื่อฆ่าท่านเทพหลิน?”
ทันใดนั้นทหารหัวเซี่ยก็หันไปมองหลินหยวนกันอย่างพร้อมเพรียง
เด็กหนุ่มผมดำคนนี้… จะเป็นคู่ต่อสู้ของไททันทั้ง 2 ตัวนี้ได้จริง ๆ เหรอ?
แต่สิ่งที่พวกเขาคาดไม่ถึงก็คือ บนใบหน้าของหลินหยวนไร้ซึ่งความกลัวใด ๆ
เขาเงยหน้าขึ้นปล่อยผมให้ปลิวไสวไปตามสายลม “หึ ไททันโลกาวินาศ 2 ตัวงั้นเหรอ? ไอ้พวกไททัน… พวกมันให้ค่าฉันมากจริง ๆ แต่แค่นี้มันยังไม่พอหรอกนะ เพราะพวกแกยังไม่แกร่งพอที่จะฆ่าฉัน!!”
เมื่อเฮยหลงได้ยินคำพูดของหลินหยวน สีหน้าของมันก็เปลี่ยนเป็นถมึงทึง
มันยังคงก้าวเดินมาข้างหน้าพร้อมกับยกยิ้มมุมปาก “มนุษย์เอ๋ยมนุษย์ เจ้าเองก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะมาตัดสินเรื่องนี้เช่นกัน”
ทันทีที่ไททันมังกรดำพูดจบ มันก็อ้าปากกว้างก่อนที่เปลวไฟสีดำที่ร้อนระอุจะรวมตัวกันอยู่ภายในปาก
วินาทีต่อมา มันก็พ่นเข้าใส่หลินหยวนอย่างกะทันหัน
กระสุนคำรามมังกรเพลิงทมิฬ!
หลินหยวนที่เห็นลูกไฟขนาดมหึมากำลังพุ่งตรงมาที่ตัวเอง เขาก็ยกมือขึ้นเอ่ยเสียงทุ้มว่า “สุสานน้ำแข็ง!”
พลังน้ำแข็งของเขาถูกดึงออกมาใช้อย่างมหาศาล
แล้วก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ก็ปกคลุมกระสุนคำรามมังกรเพลิงทมิฬเบื้องหน้า สุดท้ายแล้วลูกไฟก็ถูกแช่แข็งเปลี่ยนกลายเป็นก้อนน้ำแข็ง
ปัง!
จากนั้นหลินหยวนก็ปล่อยหมัดออกไปต่อยก้อนน้ำแข็งจนแตกเป็นเสี่ยง ๆ
ถัดมา เสียงของเด็กหนุ่มก็ดังผ่านเศษน้ำแข็งที่แตกกระจายไปว่า “พลังน้อยนิดแบบนี้แกคิดว่าแกจะฆ่าฉันได้หรือไง?”
กองทัพหัวเซี่ยที่ได้ยินคำพูดของหลินหยวนต่างพากันส่งเสียงโห่ร้องทันที
“ท่านเทพหลินสุดยอดมาก!”
“ท่านเทพหลินผู้ไร้เทียมทาน!”
“กับอีแค่ไททันโลกาวินาศ อย่าไปกลัวมัน!”
ขณะนี้สีหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าหลินหยวนจะมีพลังมากพอที่จะต่อกรกับไททันโลกาวินาศได้สบาย ๆ แบบนี้
ที่ด้านหลังของสนามรบ หลี่หวงเหยียนเองก็เงยหน้ามองคนที่กำลังลอยอยู่บนท้องฟ้า
ในระหว่างที่เขาได้รับการรักษาจากฉู่อวี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะพึมพำกับตัวเองว่า “เธอพูดถูก หลินหยวนมีพลังมากพอที่จะพลิกสถานการณ์การต่อสู้ในครั้งนี้ได้ แต่แค่ลำพังเขาคนเดียว เขาจะรับมือกับไททันโลกาวินาศได้จริงเหรอ?”
ขณะนี้ดวงตาของชายผมแดงเต็มไปด้วยความกังวล
เพราะถึงอย่างไรศัตรูก็เป็นถึงไททันระดับ 9 ไททันโลกาวินาศ!
แม้แต่พวกไททันด้วยกันเองก็ยังนับว่าพวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังที่สุด
“ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่ฉันเชื่อว่าเขาจะชนะแน่” ฉู่อวี้ตอบกลับ “ฉันเชื่อในตัวเขาค่ะ”
…
หลังจากหลินหยวนสามารถรับการโจมตีของไททันมังกรดำได้แบบง่ายดาย สีหน้าของมันก็ยิ่งดุดันมากขึ้น
“ข้าไม่คิดมาก่อนเลยว่าเผ่าพันธุ์ต่ำต้อยอย่างมนุษย์จะมีคนที่มีพลังอย่างเจ้าอยู่ด้วย” เฮยหลงจ้องเด็กหนุ่มเขม็งในขณะที่พูดด้วยน้ำเสียงกดต่ำลงว่า “ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเจ้าถึงฆ่าฉู่เซียวสำเร็จ”
หลินหยวนที่ไม่อยากพูดพร่ำทำเพลงให้มากความก็ยกดาบสายฟ้าพิฆาตเซียนในมือชี้ไปที่ฝ่ายตรงข้าม “ในเมื่อแกมาหาฉันเพราะฉู่เซียว งั้นฉันก็จะส่งแกไปลงนรกเป็นเพื่อนเขาเอง!”
“ฮ่า ๆๆๆๆ!” ไททันมังกรดำที่ได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายก็หัวเราะออกมาดังลั่น
ที่มันหลุดหัวเราะออกมานั้นเป็นเพราะความอวดดีของหลินหยวน และท่าทางนั้นบ่งบอกว่ามันไม่ได้แยแสคำพูดของเขาเลย
“บอกตามตรงนะ เจ้าเป็นมนุษย์ที่โอหังที่สุดเท่าที่ข้าเคยเจอมาเลย ถ้าอย่างนั้นก็ทำให้ข้าดูหน่อยสิว่าเจ้าเก่งเหมือนปากหรือไม่!”
จากนั้นเฮยหลงก็หันไปสบตากับไททันจิตวิญญาณที่อยู่ด้านข้าง “ถึงตาเจ้าแล้ว”
ไททันจิตวิญญาณจึงพยักหน้าตอบกลับว่า “ข้าเฝ้ารอวันนี้มาเนิ่นนาน… นานมากจริง ๆ”
“มนุษย์ที่ได้รับพลังจากไททันของพวกเรา สมควรที่จะกลายเป็นอาวุธของพวกเราทั้งหมด!”
“บนโลกนี้ไม่มีอะไรยุติธรรมทั้งสิ้น เอาล่ะ โจวเทียนเต้า ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องออกไปแสดงพลังให้พวกมันเห็นสักที”
สิ้นเสียงของไททันจิตวิญญาณ เสียงเย็นชาฟังดูไร้อารมณ์ก็ดังมาจากไหล่
“ขอรับนายท่าน” เจ้าของเสียงนั้นคือมนุษย์ที่ยืนอยู่บนไหล่ของมัน
ในขณะเดียวกัน หลี่หวงเหยียนที่ยืนอยู่เบื้องหลังสนามรบพอได้ยินชื่อโจวเทียนเต้า สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
“เป็นไปได้ยังไง!” เขาจ้องมองร่างที่ทะยานออกจากไหล่ของไททันจิตวิญญาณด้วยสายตาที่ยากจะเชื่อ
ฉู่อวี้ที่สังเกตเห็นท่าทางตกตะลึงของชายหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมอง แล้วเธอก็เข้าใจในทันที
โจวเทียนเต้า… นั่นมันชื่อของผู้สืบทอดมรดกไททันเซราฟไม่ใช่เหรอ?!
หลี่หวงเหยียนไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าโจวเทียนเต้าผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยหายตัวไปในระหว่างการสู้รบจะปรากฏตัวขึ้นที่นี่อีกครั้ง
และในเวลาเดียวกัน เขาก็กำลังต่อสู้เพื่อเผ่าไททันด้วย
ขณะนี้ในที่สุดฉู่อวี้ก็นึกออกแล้วว่าโจวเทียนเต้าเป็นใคร
เธอเงยหน้าขึ้นมองร่างที่ลอยอยู่เหนือฟ้าและยกมือขึ้นปิดปากด้วยความประหลาดใจ “เขาคือผู้สืบทอดมรดกไททันเซราฟใช่ไหมคะ?”
ถ้าเธอจำไม่ผิด หลี่หวงเหยียนเคยบอกเธอไว้ว่าชายคนนั้นนอกจากจะเป็นผู้สืบทอดมรดกไททันเซราฟแล้ว เขายังมีอัตราความเข้ากันได้สูงถึง 98%
ครั้งหนึ่งโจวเทียนเต้าเคยเป็นดาบที่คมกริบของหัวเซี่ย
เขาได้สังหารเหล่าไททันไปนับไม่ถ้วน
แล้วผู้ชายคนนี้จะแปรพักตร์ได้อย่างไรกัน?
ตลอดหลายปีที่เขาหายตัวไป เกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่?
ชั่วขณะนั้นสีหน้าของฉู่อวี้เต็มไปด้วยความสับสนและมึนงง
ในระหว่างที่ทุกคนตกตะลึงกับการปรากฏตัวของโจวเทียนเต้า เจ้าตัวก็ได้เปลี่ยนเป็นเส้นแสงพุ่งเข้าใส่กองทัพหัวเซี่ย
วินาทีต่อมา ปีกเซราฟที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงสีแดงเข้มก็งอกออกมาจากหลังของเขา
ปีก 6 คู่ได้ขยายออกมาจากกระดูกสันหลังแผ่กว้างออกไปทั้ง 2 ข้าง ถ้านับดูให้ดี ปีกเซราฟมีทั้งหมด 12 ปีก
ในขณะนั้นโจวเทียนเต้าเปรียบเสมือนทูตสวรรค์ที่จุติมายังโลกมนุษย์ รอบกายของเขานั้นมีแรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัว
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!
ในระหว่างที่เขาพุ่งเข้าใส่ฝูงชน ปีกเซราฟที่บริสุทธิ์ทั้ง 12 ก็เปรียบดังใบมีดคมที่เฉือนเข้าใส่ร่างของทหารหัวเซี่ยที่อยู่รอบ ๆ พร้อมกันนั้นเลือดก็พุ่งกระจายเต็มสนามรบจนเหมือนมีดอกไม้สีแดงฉานผลิบานอยู่รอบตัว
เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูระดับนี้ ทหารหัวเซี่ยไม่มีเวลาแม้กระทั่งให้หวาดกลัวก่อนที่วิญญาณของพวกเขาจะแตกสลายเป็นผุยผง
ในเวลานี้สีหน้าของโจวเทียนเต้ากลับดูนิ่งเฉยท่ามกลางหยดเลือดจากปีกเซราฟ ทำให้ตัวเขานั้นดูไม่เหมือนทูตสวรรค์อีกต่อไป เขากลายเป็นเทพปีศาจตกสวรรค์เสียมากกว่า
เมื่อหลินหยวนมองทหารหัวเซี่ยล้มตายเป็นใบไม้ร่วง ดวงตาของเขาก็ลุกโชนไปด้วยไฟแห่งโทสะ
แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าโจวเทียนเต้าเป็นใคร แต่เขาจะไม่ยอมให้อีกฝ่ายฆ่าทหารหัวเซี่ยต่อหน้าต่อตาเขาเด็ดขาด!
“ตายซะ!” เด็กหนุ่มเปลี่ยนเป็นสายฟ้าพุ่งตรงเข้าหาคู่ต่อสู้ด้วยความเร็วสูง
ทันใดนั้นลูกไฟสีดำก็พุ่งเข้ามาหาเขาอีกครั้ง
กระสุนคำรามมังกรเพลิงทมิฬ!
หลินหยวนที่ถูกโจมตีอย่างกะทันหันรีบยกมือขึ้นเรียกพลังสายฟ้าจากนั้นก็พุ่งไปข้างหน้า
ตูม!
ที่บริเวณกลางท้องฟ้า อัสนีกัมปนาทกับกระสุนคำรามมังกรเพลิงทมิฬปะทะกันจนเกิดคลื่นระเบิดระดับปรมาณู
หลังจากคลื่นพลังนี้สลายไป ลูกไฟสีดำก็แตกกระจายต่อหน้าหลินหยวน ขณะเดียวกัน เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของไททันมังกรดำก็ดังก้องไปทั่ว
“ไอ้หนู ทำไมเจ้าถึงรีบร้อนไปช่วยคนอื่นเช่นนี้ล่ะ? คู่ต่อสู้ของเจ้าคือข้าต่างหาก!”
สิ้นเสียงพูด ปีกมังกรสีดำขนาดมหึมาคู่หนึ่งก็งอกออกมาจากด้านหลังของเฮยหลง
วินาทีถัดมา ไททันมังกรดำก็กระพือปีกพุ่งทะยานขึ้นสู่อากาศโดยมีหลินหยวนเป็นเป้าหมาย
“อย่ามาขวางทางฉัน!!” หลินหยวนเปล่งเสียงคำรามคล้ายสัตว์ป่า ขณะเดียวกันเขาก็ใช้วิชาจองจำช้างศักดิ์สิทธิ์อย่างเต็มกำลัง
วินาทีถัดมา เงาช้างในตำนานก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของเขา หลังจากใช้วิชานี้ พลังของเด็กหนุ่มก็พุ่งขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว
เขายืดตัวขึ้นพร้อมกับปลดปล่อยพลังออกมาและต่อยไททันมังกรดำด้วยความตั้งใจที่จะฆ่ามันในหมัดเดียว
ตูม!
เสียงระเบิดดังสนั่น พร้อมกับพื้นดินใต้ฝ่าเท้าของหลินหยวนจมลึกเป็นหลุมขนาดใหญ่
ในเวลาเดียวกัน ร่างมหึมาของเฮยหลงก็ถูกแรงกระแทกกระเด็นถอยไปข้างหลังหลายก้าว
หลังจากกลับมายืนได้อย่างมั่นคง แววตาของมันก็มีความกลัวฉายชัด
ไททันมังกรดำไม่คาดคิดว่าเจ้าหมอนี่จะมีพลังที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้
พอหลินหยวนทำให้ฝ่ายตรงข้ามกระเด็นถอยหลังไปไกล เขาก็ไม่รอช้าหันหลังกลับเตรียมจะมุ่งหน้าไปหยุดยั้งโจวเทียนเต้าที่กำลังสังหารหมู่ทหารหัวเซี่ยด้วยความเป็นกังวล
*******************************************
SkySaffron: ผู้สืบทอดมรดกอีกคนออกโรงแล้ว!