- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 167: หลินหยวน ผู้พิทักษ์ของหัวเซี่ย
บทที่ 167: หลินหยวน ผู้พิทักษ์ของหัวเซี่ย
บทที่ 167: หลินหยวน ผู้พิทักษ์ของหัวเซี่ย
หลังจากใช้สกิลระบำเงา หลินหยวนก็เคลื่อนไหวท่ามกลางกลุ่มร่างไร้วิญญาณของทหารตงหยิงแบบที่ไม่มีใครตามทัน
ในทุกก้าวเขาเทเลพอร์ตไปยังเป้าหมายแบบฉับพลัน
ทุกครั้งที่เขาโจมตี คมดาบของเขาก็จะตัดหัวศัตรูจนขาดสะบั้น
ทว่าการโจมตีของพวกทหารตงหยิงที่ไร้จิตสำนึกนั้นไม่สามารถทำอะไรหลินหยวนได้เลยแม้แต่น้อย
ในที่สุดพวกเขาก็เข้าใจสักทีว่าชายผมดำชาวหัวเซี่ยคนนี้ไร้เทียมทาน
บัดนี้หลินหยวนมองกลุ่มทหารตงหยิงตรงหน้าด้วยสายตาเฉยเมยแล้วพูดว่า “ในเมื่อพวกแกหนีไปไหนไม่ได้ ก็จงตายไปซะ”
“ถ้าชาติหน้ามีจริง ขออย่าให้คนอย่างพวกแกเกิดมาอยู่ในแผ่นดินหัวเซี่ยของพวกเรา”
หลังจากพูดจบเขาก็ยกธนูล่าตะวันในมือขึ้นและดึงสายธนูออกสุดแรง
วินาทีต่อมา ลูกศรสายฟ้าดอกแล้วดอกเล่าก็ควบแน่นอยู่บนสายธนู
ฉึก! ฉึก! ฉึก! ฉึก! ฉึก!
พอหลินหยวนปล่อยสาย ลูกศรสายฟ้าก็พุ่งทะลวงร่างของทหารตงหยิงที่ตกเป็นเป้าหมาย
ในชั่วพริบตา ทหารตงหยิงหลายสิบคนก็ล้มตายลงต่อหน้าเขา
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ทำให้ทหารหัวเซี่ยทุกคนยิ่งรู้สึกตื่นเต้นกันเข้าไปใหญ่
“ฆ่าไอ้พวกตงหยิงให้หมด!”
“เห็นหรือยังว่าหัวเซี่ยของเรามีนักรบที่เก่งกาจมากมาย ให้พวกมันได้รู้ว่าไม่ว่าใครก็ไม่อาจรุกล้ำดินแดนหัวเซี่ยของเราได้ทั้งนั้น!”
“ขับไล่ไททันออกไปให้หมด! กำจัดไอ้ต่างดาวพวกนี้ และคืนความสงบให้กับพวกเรา!”
ขณะนี้ทหารหัวเซี่ยเกือบทุกคนหันมาตะโกนเชียร์หลินหยวน
เด็กหนุ่มคนนี้สังหารทหารตงหยิงไปหลายร้อยคนด้วยกำลังของตัวเอง
และนี่ก็ได้ทำให้ขวัญกำลังใจของทหารหัวเซี่ยพุ่งสูงทะลุปรอท
ในขณะเดียวกัน ประชาชนหัวเซี่ยในแนวหลังที่กำลังเฝ้าดูการต่อสู้ก็ต่างพากันคาดเดาตัวตนที่แท้จริงของหลินหยวนไปต่าง ๆ นานา
“ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนเคยเห็นหน้าผู้ชายคนนี้มาก่อนนะ…”
“ใช่ พอเธอพูดแบบนี้ ฉันก็รู้สึกคุ้น ๆ เหมือนกัน”
“เดี๋ยวนะ นั่นมันลูกชายของแม่ทัพหลินไม่ใช่เหรอ ไอ้ทหารหนีทัพที่ถูกเปิดโปงเรื่องปฏิเสธการเข้าร่วมกองทัพ”
“ฉันเพิ่งจะเปิดดูข่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เป็นเขาจริง ๆ ด้วย!!”
“แล้วยังมีผู้มีพลังที่ควบคุมศพไททันที่เคยโผล่มาช่วยศึกที่นอกเมืองหนานเจียงนั่นด้วย”
“ถ้าอย่างนั้นฮีโร่คนนั้นก็คือหลินหยวนสินะ!!”
“โอ๊ย นี่พวกเราเข้าใจเขาผิดมาตั้งนาน”
หลังจากคนคนนั้นพูดจบ ผู้ชมต่างพากันเงียบเสียงลง
ผู้ที่อุ้มฟืนเพื่อส่วนรวม ไม่ควรปล่อยให้เขาต้องหนาวตายในพายุหิมะ*
*ผู้ที่อุ้มฟืนเพื่อส่วนรวม ไม่ควรปล่อยให้เขาต้องหนาวตายในพายุหิมะ ประโยคนี้เป็นการเตือนใจให้สังคมเห็นคุณค่าและดูแลผู้ที่ทำงานเพื่อส่วนรวม ไม่ควรปล่อยให้เขาต้องทนทุกข์ทรมาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาได้ช่วยเหลือผู้อื่นมาโดยตลอด
ทุกคนเข้าใจความจริงข้อนี้เป็นอย่างดี
น่าเสียดาย… ที่ผ่านมาพวกเขาต่างเข้าใจหลินหยวนผิดกันมาตลอด
หลายคนทั้งเยาะเย้ย ดูถูก ถากถาง ซ้ำเติม พูดจาทำร้ายเขาสารพัด มิหนำซ้ำยังโกรธแค้นที่เขาไม่ทำเพื่อประเทศชาติ
พวกเขาถึงขั้นบอกด้วยซ้ำว่าหลินหยวนไม่สมควรเกิดเป็นลูกของแม่ทัพหลิน
ตอนนี้ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มคนนี้สมควรได้รับการยกย่องมากกว่าใคร ๆ
ตั้งแต่ต้นความปรารถนาเดิมของหลินหยวนยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
เขาเลือกเดินเส้นทางในเงามืด ใช้การกระทำคอยปกป้องทุกคนอยู่เงียบ ๆ
แม้เขาจะเป็นเพียงเด็กวัยรุ่นที่มีอายุไม่ถึง 20 ปี แต่เขาก็ยังต้องแบกรับความรับผิดชอบในการปกป้องประเทศชาติของตัวเอง
ผู้ชายที่ทุกคนกำลังจับตามอง ชื่อของเขาก็คือหลินหยวน ผู้พิทักษ์ของหัวเซี่ย!
ในค่ำคืนที่สิ้นหวัง เขาจะปรากฏตัวออกมา เพื่อเป็นความหวังในเช้าวันถัดไปของทุกคน
ทันทีที่ผู้คนคิดถึงเรื่องนี้ น้ำตาของพลเรือนเกือบทุกคนก็เอ่อล้นออกมาจากดวงตา
พวกเขาไม่รู้เลยว่าหลินหยวนต้องแบกรับอะไรเอาไว้เพียงลำพังบ้าง
พวกเขารู้เพียงว่าการกระทำของเขาสมควรที่จะได้รับการสรรเสริญว่าเป็นฮีโร่
หลินหยวนคือฮีโร่ของทุกคน เขาคือฮีโร่ของหัวเซี่ย!
“เราจะจดจำชื่อของคุณ”
“หลินหยวน… คุณคือแสงแห่งความหวังของเรา!”
“นี่คืออัจฉริยะที่ไม่อาจหาใครมาเปรียบได้ ทั้งสง่า ไร้เทียมทาน ลำพังเขาคนเดียวก็สามารถพลิกสถานการณ์ในสนามรบได้แล้ว แถมยังได้ประทับความหวาดกลัวลงในหัวใจของพวกไททัน!”
“ท่านเทพหลินเป็นผู้ที่เด็ดขาด ทรงพลัง ทรงอำนาจ ไร้ที่ติ!”
“เขาได้เสียสละมากมายเพื่อหัวเซี่ย เพื่อพวกเรา คุณคือผู้กอบกู้โลก!”
“หลินเทียนเชวี่ยแห่งตระกูลหลิน หลินหยวนแห่งตระกูลหลิน พ่อลูกทั้ง 2 ต่างทุ่มเทชีวิตทั้งหมดเพื่อหัวเซี่ยของเรา!”
ในขณะนั้นสายตาของประชาชนชาวหัวเซี่ยนับล้านคนต่างเต็มไปด้วยความศรัทธา
สิ่งที่ฉายในดวงตาของพวกเขามีเพียงหลินหยวนเท่านั้น
หลินหยวน ผู้พิทักษ์ของหัวเซี่ย!!
เด็กหนุ่มไม่รู้ตัวเลยว่าในสายตาของชาวหัวเซี่ย ภาพลักษณ์ของเขาได้เปลี่ยนไปแบบพลิกฝ่ามือ
แต่ถึงเขาจะรู้ เขาก็ไม่สนใจอยู่ดี
เขาที่อดทนมานานขนาดนี้ไม่ใช่เพื่อชื่อเสียงหรือโชว์ความแข็งแกร่งของตัวเองให้ใครเห็น
สิ่งที่เขาต้องการก็คือปกป้องหัวเซี่ย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ เขายอมสละทุกสิ่ง รวมถึงชีวิตของเขา!!
เพื่อปกป้องประเทศชาติ เขาจะต้องมีพลังเหนือกว่าทุกสิ่ง เพื่อจัดการทุกอย่างให้เบ็ดเสร็จ
“ฉันฆ่าไอ้สวะตงหยิงพวกนั้นจนหมดแล้ว ต่อไปก็ถึงตาพวกแก!” หลินหยวนหันไปใช้สายตาเย็นชาจับจ้องไปที่กองทัพไททัน
หลังจากที่เขาใช้ร่างอาชูร่า ดวงตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีเลือด
ทันใดนั้นก็มีลวดลายสีดำสนิทปรากฏขึ้นทั่วตัวเขา
ในขณะนี้เด็กหนุ่มดูเหมือนมัจจุราชผู้โหดเหี้ยมที่ปีนขึ้นมาจากขุมนรก
นี่คงจะเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดที่สุดในชีวิตของเขา
เขาจะคว้าชัยชนะในสงครามครั้งนี้เพื่อพาประเทศไปสู่ยุคใหม่ที่รุ่งโรจน์!
เขาจะไม่ทำให้ทุกคนในหัวเซี่ยต้องหวาดกลัวเผ่าไททันพวกนี้อีก
ถึงแม้ว่าเขาจะต้องเอาชีวิตมาทิ้งอยู่ในสนามรบ แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกลังเลเลยสักครั้ง!
“ฆ่ามัน!!” หลินหยวนตะโกนลั่นพร้อมกับปลดปล่อยไอสังหารออกมา
จากนั้นเขาก็ใช้ดาบสายฟ้าพิฆาตเซียนบุกทะลวงฝ่ากองทัพไททันไปเพียงลำพัง
ไม่สิ เขาไม่ได้อยู่ลำพัง
เพราะเบื้องหลังของเขาคือกองทัพไททันอันเดดนับพันตัว
กองทัพอันเดดที่ประกอบไปด้วยไททันระดับสูงมีพลังทำลายล้างมหาศาล
นอกจากนี้ทหารหัวเซี่ยเองก็พากันติดตามหลินหยวนบุกเข้าโจมตีไททัน
“ฆ่ามัน! ติดตามท่านเทพหลินไปฆ่าพวกมันให้หมด!”
“บุรุษควรถือดาบข้ามสนามรบ ทวงคืนดินแดนที่เสียไป!”
“บุก! บุก! ปกป้องบ้านเกิดของเรา ขับไล่ไททันออกไป!”
ในขณะนี้ทหารหลายคนที่มีขวัญกำลังใจเต็มเปี่ยมก็เริ่มบ้าคลั่ง
พวกเขาคือทหาร คนที่จะปกป้องประเทศนี้!
เมื่อชาติเผชิญวิกฤต พวกเขาจะไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว!!
แม้จะต้องตาย พวกเขาก็จะสวมคอมแบทย่ำไปข้างหน้า!
เนื่องจากการประสานกำลังกันระหว่างหลินหยวน กองทัพอันเดดและกองทัพหัวเซี่ย กองทัพไททันเบื้องหน้าพวกเขาก็ถูกตีแตกพ่ายทัพแล้วทัพเล่า
การรบก็เหมือนกับการเล่นหมากรุก การเดินหมากเพียงตัวเดียวก็จะส่งผลกระทบต่อทั้งกระดาน
ความพ่ายแพ้เพียงจุดเดียวก็สามารถส่งผลกระทบต่อทั้งสนามรบได้อย่างง่ายดาย
นั่นหมายความว่าชายผมดำเบื้องหน้าพวกเขามีพลังมากพอที่จะเปลี่ยนกระแสการต่อสู้และพลิกสถานการณ์ในสนามรบ
ในขณะนั้นหลินหยวนเป็นเหมือนเทพสงครามที่พุ่งเข้าใส่กองทัพไททัน และทำการสังหารพวกมันอย่างบ้าคลั่ง
ไม่ว่าดาบของเขาจะฟาดฟันไปที่จุดใด ก็จะมีร่างของไททันล้มลงไปกองกับพื้น
ตอนนี้บริเวณรอบตัวเขามีซากศพไททันนอนเกลื่อนอยู่เต็มไปหมด
ยิ่งไปกว่านั้น หยดโลหิตสีแดงเข้มที่ลอยออกมาจากซากศพของไททันก็ได้มาหลอมรวมกับร่างของหลินหยวน
นี่คือผลของร่างอาชูร่า เมื่อเขาใช้ร่างอาชูร่า พลังของเขาก็จะพุ่งสูงขึ้นตามจำนวนที่สังหารไป
ต้องบอกเลยว่าสมรภูมินี้มันเหมือนกับว่าถูกสร้างมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ
ในเวลาเดียวกัน บนท้องฟ้าเองก็มีเมฆปกคลุมดูมืดครึ้ม ขณะที่ในสนามรบเต็มไปด้วยเลือดที่ไหลเป็นสายธาร
คงมีเพียงคำเดียวที่จะอธิบายหลินหยวนได้ในเวลานี้ก็คือ เขานั้นไร้เทียมทาน!
ท่ามกลางศึกเดือดนี้ไม่มีใครแตะต้องเขาได้เลยแม้แต่คนเดียว
ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!
ระหว่างที่กองทัพไททันกำลังร่นถอยออกไปเรื่อย ๆ พื้นใต้เท้าของทุกคนก็เริ่มสั่นสะเทือนยิ่งขึ้น
เมื่อเหล่าทหารหัวเซี่ยรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนนี้ สีหน้าของทุกคนที่อยู่ตรงนั้นก็เปลี่ยนไป
พวกเขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางที่มาของแรงสั่นสะเทือนในทันที ก่อนที่ทุกคนจะเห็นไททันร่างใหญ่ที่สูงยิ่งกว่าภูเขากำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ทีละก้าว
ไททันตัวหนึ่งมีหัวเป็นมังกรสีดำขนาดมหึมา ส่วนร่างกายทั้งหมดมีเกราะสีดำคล้ายกับเกล็ดมังกรปกคลุม ในขณะที่รอบกายนั้นแฝงไปด้วยออร่าที่ทั้งเย็นชาและทรงพลัง
ทางด้านพวกทหารหัวเซี่ยที่มีระดับพลังต่ำ แค่ได้เห็นไททันตัวนั้นพวกเขาก็รู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่กดลงบนบ่า
ขณะนี้ไททันโลกาวินาศ ไททันมังกรดำได้มาถึงสนามรบแล้ว!
ไม่นานไททันอีกตัวหนึ่งที่รอบกายมีแสงสีฟ้าจาง ๆ ก็ก้าวมายืนเคียงข้างเฮยหลง
ถึงแม้ว่ารอบกายของมันจะไม่ได้มีรังสีที่น่าสะพรึงกลัวเหมือนกับไททันมังกรดำ แต่ตัวมันเองก็น่าเกรงขามไม่แพ้กัน
ที่แปลกประหลาดยิ่งกว่านั้นก็คือ บนไหล่ของไททันตัวนั้นมีมนุษย์ยืนอยู่!