เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 165: ชื่อของเขาจะถูกจารึกไปตลอดกาล

บทที่ 165: ชื่อของเขาจะถูกจารึกไปตลอดกาล

บทที่ 165: ชื่อของเขาจะถูกจารึกไปตลอดกาล


หลี่หวงเหยียนที่สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงจากออร่ารอบตัวของฉู่อวี้ก็เบิกตากว้าง

เขาไม่คาดคิดเลยว่าการหลอมรวมกับมรดกไททันจะช่วยเพิ่มพลังให้กับฉู่อวี้ได้มากขนาดนี้

แม้แต่หลินหยวนเองก็ยังรู้สึกประหลาดใจไม่น้อยเหมือนกัน

เขาเดินเข้าไปหาเด็กสาวแล้วถามเบา ๆ ว่า “พลังของเธออัปเกรดขึ้นเหรอ?”

ฉู่อวี้ยิ้มกว้างพยักหน้ารับ “ใช่!”

เธอย่อมดีใจเป็นธรรมดาที่พลังของตัวเองเพิ่มขึ้น เพราะมีแต่วิธีนี้เท่านั้นถึงจะทำให้เธอสามารถขยับไปยืนใกล้หลินหยวนได้มากขึ้น

“การอัปเกรดพลังมันสำคัญมาก เพียงแค่ดูดซับมรดกไททันเพียงชิ้นเดียวก็ทำให้พลังของเธอข้ามผ่านแรงก์ SS ไปเป็นแรงก์ SSS ได้” เด็กหนุ่มกล่าว “ถ้าอย่างนั้นขอแค่ฉันตามล่าผู้สืบทอดมรดกไททันมาให้เธอสัก 2-3 คน แบบนี้พลังของเธอก็จะเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดเลยใช่ไหม?”

ทันใดนั้นดวงตาของฉู่อวี้ก็เป็นประกายดีใจ ในขณะที่เธอพยักหน้ารับอย่างมีความสุข “อื้ม!”

ทางด้านหลี่หวงเหยียนที่ได้ยินคำพูดของหลินหยวน มุมปากของเขาก็กระตุกอย่างแรง

ที่หมอนี่พูดมันคือคำพูดของคนทั่วไปจริง ๆ เรอะ?

แค่อยากจะช่วยให้แฟนตัวเองมีพลังเพิ่มขึ้น นายถึงขั้นต้องไล่ฆ่าผู้สืบทอดมรดกไททันเลยหรือไง?

อีกอย่าง ฟังจากน้ำเสียงของเจ้าเด็กนี่แล้ว มันเหมือนกับว่าการฆ่าผู้สืบทอดมรดกไททันนั้นเป็นเรื่องง่ายมาก

แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของหลินหยวน การจัดการผู้สืบทอดมรดกไททันไม่กี่คนมันก็ง่ายอย่างที่เจ้าตัวว่ามาจริง ๆ

ในขณะนั้นเด็กหนุ่มเองก็คิดขึ้นมาได้ทันทีว่า ในเมื่อผู้สืบทอดมรดกไททันทุกคนล้วนแต่มีมรดกไททัน แล้วทำไมตอนที่เขาฆ่าฉู่เซียว มันถึงไม่มีมรดกของไททันพยากรณ์ออกมาจากร่างของอีกฝ่าย?

เรื่องที่หลินหยวนไม่รู้ก็คือ วิธีการสืบทอดมรดกของฉู่เซียวนั้นแตกต่างจากการสืบทอดของผู้สืบทอดมรดกไททันคนอื่น ๆ

เป็นเพราะเขาได้รับมรดกจากไททันพยากรณ์โดยตรงภายในวิหารไททัน

ด้วยเหตุนี้เอง ตอนที่เขาตายจึงไม่ได้ทิ้งมรดกอะไรเอาไว้

หลังจากที่สังหารคุโรคาวะ ชินโซไปเรียบร้อยแล้ว หลินหยวนจึงหันกลับไปสนใจภายในสนามรบอีกครั้ง

ปัจจุบันสถานการณ์ในแนวหน้าของกองทัพไม่ค่อยสู้ดีนัก

เมื่อพวกตงหยิงเข้าร่วมการต่อสู้ การบุกโจมตีของไททันก็ทวีความรุนแรงมากขึ้น

และสิ่งที่กองทัพหัวเซี่ยทำได้ก็คือการยืนหยัดปกป้องจุดยุทธศาสตร์ และต้านทานการโจมตีของศัตรูที่เข้ามาเป็นระลอก

แม้ว่ากองทัพจะมีผู้มีพลังระดับสูงอย่างหลินเทียนเชวี่ย แต่มนุษย์กึ่งเทพเพียงคนเดียวก็ยังไม่สามารถพลิกกระแสการต่อสู้ได้ทั้งหมดอยู่ดี

เพื่อเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในปัจจุบันของกองทัพ จะต้องมีใครสักคนก้าวออกมา!

ทันทีที่คิดถึงเรื่องนี้หลินหยวนจึงหันไปพูดกับหลี่หวงเหยียนว่า “ไหน ๆ คุณก็บาดเจ็บแล้ว คุณกลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ”

ชายหนุ่มที่ได้ยินดังนี้ก็โต้กลับอย่างเป็นกังวล “ฉันยังมีแรงสู้อยู่!”

และเพื่อเป็นการพิสูจน์คำพูดของตัวเอง เขาก็ใช้พลังไฟทันที แต่การกระทำนั้นมันไปกระทบกับบาดแผลภายในของเขา ทำให้เขามีสีหน้าซีดเผือด

“คุณอย่าพยายามฝืนตัวเองอีกเลยค่ะ” ฉู่อวี้รีบเข้าไปห้ามนายพลหลี่ “คุณยังไม่หายดีเลย”

หลี่หวงเหยียนกัดฟันพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แต่สงครามนี้ยังไม่จบ… ถ้าฉันถอยออกไป กองทัพก็จะสูญเสียกำลังพลไปหลายหมื่นคน”

“ไม่หรอกค่ะ” เด็กสาวส่ายหน้าตอบกลับไปว่า “คุณไม่คิดบ้างเหรอคะว่าทำไมพวกเราถึงรีบมาที่นี่?”

“คุณเชื่อใจหลินหยวนเถอะ เขามีพลังมากพอที่จะหยุดยั้งเรื่องนี้ได้แน่ แล้วก็… เขามาที่นี่เพื่อหยุดยั้งสงครามในครั้งนี้”

คำพูดของฉู่อวี้ฟังดูเด็ดเดี่ยวมากจนหลี่หวงเหยียนยังรู้สึกลังเล

เขารู้ว่าหลินหยวนแข็งแกร่ง ทว่าแม้แต่คนที่แข็งแกร่งอย่างหลินเทียนเชวี่ยก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนกระแสสงครามได้ไม่ใช่หรือไง?

ลำพังเพียงหลินหยวนคนเดียวจะทำแบบนั้นได้จริงหรือเปล่า?

ฉู่อวี้ที่สังเกตถึงความสงสัยของอีกฝ่าย เธอจึงยิ้มกว้างพูดว่า “เอาเป็นว่ารอดูด้วยตาของตัวเองดีกว่าค่ะ ขอแค่หลินหยวนอยู่ที่นี่ แนวป้องกันของหัวเซี่ยไม่มีวันพังทลายแน่”

หลังสงครามครั้งนี้ทุกคนจะรู้จักชื่อของหลินหยวน!

เธอพูดประโยคสุดท้ายนี้ในใจ

เมื่อถึงเวลานั้นทุกคนจะเข้าใจว่าใครที่คอยปกป้องพวกเขาอยู่ในเงามืด

ถึงเวลานั้นชื่อของหลินหยวนก็จะถูกจารึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์ให้ทุกคนจดจำไปอีกหลายชั่วอายุคน!!

ขณะที่ฉู่อวี้กับหลี่หวงเหยียนกำลังพูดคุยกัน หลินหยวนก็ลอยพุ่งทะยานขึ้นไปกลางอากาศ

เขากวาดตาที่ไร้อารมณ์มองไปรอบ ๆ เบื้องหน้าของเขาคือทหารหัวเซี่ยกำลังต่อสู้อยู่ในสงครามอย่างเต็มกำลัง

อีกฝั่งคือทหารตงหยิงที่กำลังโรมรันเข้าใส่ศัตรูเหมือนฝูงหมาป่า

นอกเหนือจากนั้นก็คือไททันป่าเถื่อนนับแสน

เพื่อต้านทานการโจมตีจากเผ่าไททัน ทหารหัวเซี่ยทุกคนต่างเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องดินแดนของตัวเอง

พวกเขาใช้เลือดเนื้อก่อกำแพงเพื่อป้องกันศัตรูที่มารุกราน!

ในความเป็นจริง ผู้ที่อยู่ในแนวหลังก็เห็นเหตุการณ์นี้เช่นกัน เพราะในสนามรบมีนักข่าวสงครามมาเข้าร่วมมากมาย

คนพวกนี้แบกกล้องเอาไว้บนบ่าเดินฝ่าสมรภูมิที่นองเลือดเพียงเพื่อถ่ายทอดภาพกลับไปยังแนวหลัง

ความตายมันน่ากลัวตรงไหนกัน?

ขอเพียงคนในแนวหลังสามารถจดจำวีรบุรุษพวกนี้เอาไว้ได้ ถึงต้องตายพวกเขาก็ไม่เสียดายเลย

เพราะนี่คือสิ่งที่พวกเขาช่วยประเทศชาติได้จริง ๆ

ฉากแล้วฉากเล่าถูกส่งไปยังแนวหลังของสนามรบ ในขณะนั้นชาวหัวเซี่ยกว่าพันล้านคนกำลังเฝ้าดูศึกชี้ชะตาที่แนวป้องกันในด่านแรก

“ฮีโร่ทั้งหลายกำลังปกป้องพวกเรา!”

“เหตุปะทะในแนวหน้า ทหารของเราจะต้องเป็นฝ่ายชนะ มนุษย์จะต้องชนะ หัวเซี่ยจะต้องชนะ!”

“ขอให้ทุกคนนำชัยชนะกลับมา!!”

ตอนนี้ประชาชนในแนวหลังทุกคนเกาะติดสถานการณ์และได้แต่ภาวนาขอให้ทหารทุกคนปลอดภัย

ปัจจุบันแทบจะในทุกแพลตฟอร์มกำลังถ่ายทอดสดสงครามในครั้งนี้ เพราะสำหรับหัวเซี่ยแล้ว นี่คือการต่อสู้เพื่อชะตากรรมของตัวเองอย่างแท้จริง

ในมุมหนึ่ง ผู้คนนับร้อยหรือบางทีอาจจะนับพันมารวมตัวกันที่จัตุรัส ขณะที่ดวงตาแดงก่ำของพวกเขาจ้องมองฉากในสนามรบที่ฉายบนจอขนาดใหญ่

มีผู้หญิงบางคนถึงขั้นมีน้ำตาไหลรินอาบแก้ม

เมื่อมองดูทหารที่ตายในสนามรบ ความโศกเศร้าและความสิ้นหวังก็แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ

ต้องบอกว่าอารมณ์พวกนี้มันน่าหดหู่จนเกินจะบรรยาย

“ไอ้สารเลวไททันพวกนั้น อีกไม่นานพวกเราจะต้องฆ่าพวกมันให้หมด!”

“รอก่อนเถอะ อีก 1 ปีฉันก็จะโตพอที่จะเข้าร่วมกองทัพได้แล้ว เมื่อถึงเวลานั้นฉันจะไปสู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่กับทุกคน!”

แต่ทันใดนั้นจู่ ๆ ก็มีร่างของผู้ชายคนหนึ่งปรากฏขึ้นที่จอใหญ่

เขาคือเด็กหนุ่มผมดำที่มีดวงตาสีดำโดยที่แผ่นหลังของเขาตั้งตรงไม่หวั่นเกรงต่อศัตรู

ทันใดนั้นเขาที่ลอยอยู่กลางอากาศก็พุ่งทะยานเข้าใส่กองทัพไททันเบื้องหน้าเพียงลำพัง

ภาพนี้ทำให้ทหารหัวเซี่ยต่างพากันตกตะลึง

แม้แต่พลเรือนที่กำลังเฝ้าดูสถานการณ์การรบบนจอก็ได้แต่มองภาพนั้นตาค้าง

“นี่เขาอยากตายนักหรือไง ตรงนั้นมีไททันอยู่เต็มไปหมด!!”

“ไอ้หมอนี่มันคิดจะทำอะไรกันแน่? กองทัพส่งเขาไปงั้นเหรอ?”

“โอ๊ย อย่าไปตรงนั้นสิโว้ย เดี๋ยวก็ตายหรอก!”

“มันเป็นบ้าอะไรเนี่ย? คิดจะบุกเข้าไปกลางวงล้อมไททันเพียงลำพังเนี่ยนะ!”

พวกเขารู้ถึงเจตนาของชายผมดำคนนั้นทันที

อีกฝ่ายกำลังมุ่งหน้าไปยังบริเวณที่มีไททันรวมตัวกันมากที่สุด

ผู้ชายคนนั้นคิดจะทำอะไร?!

ทันใดนั้นทหารตงหยิงก็สังเกตเห็นผู้มาใหม่เช่นกัน

“ฮ่า ๆๆ ไอ้พวกหัวเซี่ยสมองหมู มันโง่ถึงขั้นนั้นแล้วเหรอ มันเอาความกล้าที่ไหนถึงคิดจะมาตายอยู่ที่นี่คนเดียว?!”

“ใครก็ได้ฆ่ามันหน่อย ให้มันรู้สำนึกว่าพวกเราแข็งแกร่งกันแค่ไหน!”

“โธ่ ไอ้โง่นั่นไม่จำเป็นจะต้องให้เราเปลืองแรงหรอก เดี๋ยวไททันพวกนั้นก็ฆ่ามันเองแหละ”

ในสายตาของทหารตงหยิงทุกคนนั้นมีเพียงการดูถูกเหยียดหยาม

มันบ่งบอกว่าสำหรับพวกเขาผู้ชายคนนั้นเป็นแค่คนโง่ที่เข้ามารนหาที่ตายท่ามกลางวงล้อมของศัตรู

แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่าในขณะนั้นสีหน้าของหลินหยวนเฉยเมยไร้ความรู้สึกใด ๆ

เขากวาดตามองไปรอบ ๆ แล้วกระซิบว่า “อันตัวข้ามีไข่มุกส่องสว่าง กลับถูกวางอ้างว้างไร้จุดหมาย…”

ทันทีที่พวกตงหยิงได้ยินเสียงของเด็กหนุ่ม พวกเขาต่างก็พากันขมวดคิ้ว

“บากะ! ไอ้หัวเซี่ยนี่มันพูดบ้าอะไรวะเนี่ย?”

“เหมือนมันกำลังท่องบทกวีอยู่เลย ฮ่า ๆๆ ในเวลาแบบนี้ยังมีอารมณ์มาท่องบทกวีอยู่อีกเรอะ!”

“พวกหัวเซี่ยนี่มันโง่เง่าสิ้นดี!”

ท่ามกลางเสียงหัวเราะของทหารตงหยิง หลินหยวนก็ยังคงท่องบทกวีต่อไปอย่างใจเย็น “ถูกไอดินธุลีมากล้ำกราย สิ้นประกายดับแสงแลหม่นหมอง”

“เมื่อถึงกาลเห็นทีต้องเก็บกวาด พลันสะอาดผ่องใสเป็นใยยอง ถือกำเนิดเกิดแสงน่าพิศมอง สะท้อนต้องคีรีและธารา”

เมื่อเด็กหนุ่มกล่าวจบ ก็มีรัศมีแผ่ออกมาจากร่างของเขา

ทันใดนั้นเขาเป็นเหมือนจักรพรรดิที่อยู่เหนือทุกสิ่ง ขณะที่เขาแผ่แรงกดดันที่ไม่มีใครต้านทานได้ออกมารอบตัว

เปิดใช้งานร่างอาชูร่า!!

ในตอนนี้กลิ่นคาวเลือดพวยพุ่งออกมาจากร่างของหลินหยวนอย่างต่อเนื่อง ก่อตัวเป็นหมอกโลหิตที่ขยายออกไปบนท้องฟ้า

ภาพที่ปรากฏตอนนี้เป็นภาพที่น่าทึ่งมาก มันทั้งน่าสะพรึงกลัว และน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน

ทำให้ทุกคนต่างเกิดคำถามในใจพร้อมกันว่า

นั่นคือ… ผู้ชายคนนี้จะต้องคร่าชีวิตไปเท่าไหร่ถึงจะสะสมจิตสังหารขนาดนี้เอาไว้ในตัว?!

*******************************************

SkySaffron: ขำหลี่หวงเหยียน เหม็นฟามรักล่ะสิ 55555 ฉู่อวี้พบหนทางอัปเกรดพลังแล้ววว

จบบทที่ บทที่ 165: ชื่อของเขาจะถูกจารึกไปตลอดกาล

คัดลอกลิงก์แล้ว