- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 163: อับราฮัม ราชาปีศาจโลหิต
บทที่ 163: อับราฮัม ราชาปีศาจโลหิต
บทที่ 163: อับราฮัม ราชาปีศาจโลหิต
ที่ด้านหลังของแนวสนามรบ
ไททัน 4 ตัวที่แต่ละตัวมีขนาดสูงเท่าภูเขากำลังนั่งขัดสมาธิปลดปล่อยออร่าที่น่ากลัวออกมากดดันบริเวณโดยรอบ
ทันใดนั้นไททันตัวหนึ่งก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น มันยกมือแล้วเห็นว่าคริสตัลสีดำที่มันถืออยู่นั้นแตกละเอียด
นั่นเป็นการบ่งบอกว่าคุโรคาวะ ชินโซได้ส่งสัญญาณให้มันแล้ว
“ในที่สุด… ก็หาตัวมันเจอ” ไททันมังกรดำมองตรงไปข้างหน้าด้วยดวงตาวาวโรจน์
สิ่งที่มันต้องประสบพบเจอในวันนี้ล้วนเป็นเพราะไอ้มนุษย์คนนั้น
มีเพียงการสังหารหลินหยวนเท่านั้นจึงจะทำให้ทุกอย่างจบสิ้นลง!
จากนั้นเฮยหลงก็ค่อย ๆ หันหน้าไปมองไททันจิตวิญญาณที่นั่งอยู่ด้านข้างแล้วกล่าวว่า “เราเจอไอ้มนุษย์คนนั้นแล้ว ถึงเวลาต้องลงมือสักที”
ไททันจิตวิญญาณที่ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าพูดว่า “ไปกันเถอะ”
ในขณะนั้นไททันอีก 2 ตัวก็ลืมตาขึ้นเช่นกัน ไททันทั้ง 2 นี้ก็มีออร่ารอบกายที่น่ากลัวเช่นกัน
พวกมันเองก็อยู่ในระดับเดียวกับไททันมังกรดำ พวกมันล้วนเป็นไททันโลกาวินาศทั้งสิ้น
อันที่จริง 1 ในเหล่าไททันโลกาวินาศนั้นก็คือไททันเทพปีศาจ อาซา คนที่บีบบังคับให้หลินหยวนตกอยู่ในสถานการณ์คับขันก่อนหน้านี้
ส่วนไททันอีกตัวหนึ่งมีกล้ามโต ผิวสีแดงก่ำคล้ายกับเลือด ซึ่งออร่าที่แผ่ออกมาจากตัวของมันนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าของไททันเทพปีศาจ อาซาเสียอีก
มันก็คือ ราชาปีศาจโลหิต ‘อับราฮัม’!
ทันทีที่ไททันปีศาจโลหิตเห็นไททันมังกรดำกับไททันจิตวิญญาณเตรียมออกเดินทาง มันก็พูดเยาะเย้ยว่า “จงจำเอาไว้ให้ดี ถ้าภารกิจของเจ้าล้มเหลว อาซากับข้าจะไม่เข้าไปแทรกแซง เพราะจุดประสงค์ที่เรามาที่นี่ก็คือเพื่อรับประกันว่าสงครามในครั้งนี้เราจะได้รับชัยชนะเหนือมนุษย์ มันไม่ใช่เพื่อจัดการเรื่องที่เจ้าก่อเอาไว้ ดังนั้นเจ้าควรดูแลตัวเองให้ดี”
เฮยหลงที่ได้ยินแบบนี้ ความโกรธก็ฉายชัดบนใบหน้า
แล้วมันก็พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ไม่ต้องห่วงหรอกอับราฮัม ต่อให้ข้าตายอยู่ในสนามรบ ข้าก็ไม่มีวันขอความช่วยเหลือจากเจ้า!”
“อ้อ อีกอย่าง มันก็เป็นแค่มนุษย์ธรรมดา ๆ มีพลังขั้นกึ่งเทพ เพียงแค่ข้ากับไททันจิตวิญญาณร่วมมือกันโจมตี แค่นี้มันก็มากพอที่จะเอาชนะมันได้แล้ว!”
“จริงเหรอ? ถ้าอย่างนั้นข้าก็ขออวยพรให้เจ้าโชคดี” ไททันปีศาจโลหิตหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “แต่อย่าลืมนะว่ายังมีมนุษย์กึ่งเทพอีกคนอยู่ในสนามรบ มันชื่อว่าอะไรนะ?... อ๋อ หลินเทียนเชวี่ย!”
“จุ๊ ๆๆ ข้าได้ยินมาว่ามันเป็นคนที่น่าเกรงขามมากทีเดียว” จากนั้นไททันปีศาจโลหิตก็หันมายิ้มให้กับไททันเทพปีศาจ “ว่าแต่ว่าอาซา เจ้าเคยสู้กับมันมาก่อนไม่ใช่เหรอ?”
“ถ้าข้าจำไม่ผิด นอกจากเจ้าจะปล่อยให้มันหนีไปได้แล้ว มันยังทำร้ายเจ้าจนสาหัสด้วยใช่ไหม?”
หลังจากอาซาได้ยินคำพูดของอับราฮัม มันก็ทำหน้าบึ้ง พร้อมกับที่ความไม่พอใจฉายชัดอยู่ในดวงตาของมัน
“สภาพของเจ้านั่นก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันหรอก คิดเสียว่าต่างฝ่ายต่างก็ได้รับความเสียหายมากพอกัน แต่ครั้งนี้… ข้าเชื่อว่ามันจะไม่โชคดีเหมือนตอนนั้น”
ไททันปีศาจโลหิตกล่าวเย้ยหยันว่า “พวกเจ้าต่อสู้กับคนที่เพิ่งก้าวเข้าสู่การเป็นมนุษย์กึ่งเทพ แต่กลับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ทั้งคู่ พวกเจ้าไม่คิดว่ามันน่าอายบ้างเลยหรือไง?”
ไททันเทพปีศาจหันมาถลึงตามองคนพูด ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “อับราฮัม ถ้าการที่เจ้ามาพูดทับถมข้าแล้วมันช่วยสนองความลำพองในตัวเองของเจ้าได้ก็ทำไปเถอะ ถ้าเจ้ายังไม่เปลี่ยนนิสัยชอบสร้างศัตรูไปทั่วแบบนี้ เจ้าอย่าหวังเลยว่าจะได้เข้าร่วมสภาผู้อาวุโส”
ไททันปีศาจโลหิตได้ยินอย่างนั้นก็แสยะยิ้มร้าย “ฟังนะอาซา ไม่ว่าเจ้าจะเข้าร่วมสภาผู้อาวุโสหรือไม่ มันก็ไม่มีความหมายกับข้า มีแต่คนโง่อย่างเจ้าเท่านั้นแหละที่ภาคภูมิใจกับการได้เข้าร่วมสภาผู้อาวุโส สิ่งที่ข้าต้องการคืออำนาจสูงสุด! มีเพียงอำนาจสูงสุดเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นสถานะอื่นใดมันก็ไร้ค่าทั้งสิ้น! น่าเสียดายที่คนธรรมดายังเจ้าไม่มีวันเข้าใจ”
เมื่ออาซาได้ยินคำพูดพวกนี้ มันก็แค่นเสียงเยาะเย้ย และเลือกที่จะทำเป็นไม่สนใจอีกฝ่าย
ถึงแม้ไททันปีศาจโลหิตจะมีพลังมหาศาล แต่ในสายตาของไททันเทพปีศาจ มันก็เป็นเพียงไททันบ้าบอที่ชอบระรานคนอื่นไปทั่ว มันชอบคอยพูดยั่วยุและสร้างศัตรูอยู่ตลอดเวลา ไททันแบบนี้ถึงคุยด้วยก็ไม่มีทางเข้าใจ
จากนั้นอาซาก็หันไปมองเฮยหลงแล้วเอ่ยเตือนว่า “ระวังหลินเทียนเชวี่ยเอาไว้ให้ดี ไอ้มนุษย์คนนั้นแข็งแกร่งมาก”
ไททันมังกรดำที่ได้ยินแบบนี้ก็ชะงักไป
ตัวมันนั้นรู้จักไททันเทพปีศาจ อาซาเป็นอย่างดีว่าเจ้าตัวหยิ่งยโสมากแค่ไหน
การที่หลินเทียนเชวี่ยได้รับการยอมรับจากอาซานั้นก็เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี
ดังนั้นมันไม่ควรประเมินมนุษย์คนนั้นต่ำเกินไป
“และถ้าเป็นไปได้ ก็พยายามเลี่ยงการโจมตีมนุษย์คนอื่นในสนามรบ อย่าได้ทำการสังหารหมู่เด็ดขาด!” อาซาพูดขึ้นอีกครั้ง “ถ้าหากเจ้าฝ่าฝืนกฎข้อนี้ เจ้าคงจะรู้ผลที่ตามมาอยู่แล้วใช่ไหม?”
เฮยหลงเข้าใจความหมายในคำพูดของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน มันจึงพยักหน้ารับแล้วตอบเสียงเบาลงว่า “ไม่ต้องห่วง ข้าจะไม่ทำอะไรบุ่มบ่าม”
มันมีเหตุผลว่าทำไมไททันโลกาวินาศจึงไม่สามารถเข้าร่วมสนามรบได้โดยตรง และไททันโลกาวินาศทุกตัวต่างก็รู้เหตุผลข้อนี้เป็นอย่างดี
“ฮ่า ๆๆ” ไททันปีศาจโลหิตหัวเราะอย่างอารมณ์ดีในขณะที่กล่าวว่า “ไม่ต้องห่วง ต่อให้เจ้าถูกมนุษย์ฆ่าตาย ข้าจะแก้แค้นให้เจ้าเอง”
เฮยหลงเหลือบมองคนพูดก่อนจะตอบกลับเสียงเย็น “ไม่จำเป็น ข้าไม่มีทางให้เจ้ามีโอกาสนั้นแน่ เจ้าตั้งใจทำหน้าที่ตัวเองก่อนเถอะ!”
จากนั้นไททันมังกรดำก็เดินนำไททันจิตวิญญาณออกไปเพื่อมุ่งสู่สนามรบเบื้องหน้า
…
วิชาเร้นเงาของคุโรคาวะ ชินโซนั้นไม่ได้ไร้ขีดจำกัด หลังจากระยะเวลาของวิชาเร้นเงาหมดลง ร่างของเขาก็จะมาปรากฏเบื้องหน้าหลินหยวนอีกครั้ง
ทันทีที่เด็กหนุ่มเห็นคู่ต่อสู้ปรากฏตัว เขาก็ไม่ลังเลที่จะฟันดาบในมือเข้าใส่อีกฝ่าย
ดาบที่คมกริบพร้อมกับสายฟ้านั้นทรงพลังจนทุกสิ่งที่ขวางหน้าแทบจะแหลกสลายได้เลยทีเดียว
คุโรคาวะ ชินโซที่เห็นอย่างนั้นก็กัดฟันยกดาบเงาสังหารขึ้นป้องกัน
เป๊ง!
เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นพร้อมกับคลื่นพลังมหาศาลไหลทะลักออกมาจากร่างของหลินหยวนทำให้ข้อนิ้วของฝ่ายตั้งรับชาไปหมด
แม้แต่ดาบเงาสังหารเองก็ยังเกิดร่องรอยแตกร้าว
วินาทีต่อมา คุโรคาวะ ชินโซก็ขยับมือประสานอิน
“วิชานินจา สิบเงาสังหาร!”
หลังจากประสานมือเสร็จสิ้น ร่างโคลน 9 ร่างก็แยกออกมาจากร่างของเขาอย่างรวดเร็ว ต่อมาร่างทั้ง 10 ก็พุ่งเข้าโจมตีคู่ต่อสู้แบบไม่ทันให้ตั้งตัว
“วิชาแยกเงาเหรอ?” หลินหยวนที่เห็นการโจมตีของคุโรคาวะ ชินโซก็เผยรอยยิ้มเย้ยหยัน
อีกฝ่ายไม่รู้เลยว่าเขาที่มีฉงถงระดับสูงสามารถค้นพบร่างที่แท้จริงของเจ้าตัวได้อย่างง่ายดาย
เมื่อเด็กหนุ่มเห็นแล้วว่าร่างไหนเป็นร่างจริงของคุโรคาวะ ชินโซ เขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะส่งสายฟ้าเข้าไปยังดาบสายฟ้าพิฆาตเซียน
หลังจากที่ตวัดดาบออกไป ทันใดนั้นมังกรสายฟ้าที่ส่งเสียงคำรามลั่นก็พุ่งออกมาจากดาบ
มังกรสายฟ้าพิโรธ!
ทางด้านคุโรคาวะ ชินโซที่เห็นมังกรสายฟ้ากำลังพุ่งเข้าใส่ตนเอง เขาก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย
เป็นไปได้ยังไง?!
ทำไมมันถึงรู้ร่างจริงของฉันง่าย ๆ แบบนี้?!
หลังจากที่ชายหนุ่มได้เผชิญหน้ากับหลินหยวนโดยตรง เขาก็เข้าใจถึงพลังที่น่าสะพรึงกลัวของชายผมดำที่อยู่ตรงหน้า
ตอนนี้เขาใช้วิชาแลกวิญญาณไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ดังนั้นเขาจะต้องหาวิธีอื่นมารับมือกับมังกรสายฟ้าของคู่ต่อสู้!
คุโรคาวะ ชินโซพิจารณาเรื่องนี้จนถี่ถ้วนแล้วก็กัดฟันแน่น เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมังกรสายฟ้าที่กำลังพุ่งเข้ามา เขาก็รีบถอยไปแทนที่จะพุ่งออกไปข้างหน้า จากนั้นก็มีไฟสีดำพุ่งออกมาจากดาบเงาสังหารในมือ
“วิชานินจา ดับชีพพริบตา”
วิชานินจานี้จะต้องผลาญพลังชีวิตส่วนหนึ่งเพื่อแลกกับพลังโจมตีที่รุนแรง เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่มหาศาล เขาจึงไม่ค่อยอยากใช้มันเท่าไหร่นัก
แต่ในสถานการณ์เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายนี้ เขาไม่มีเวลาให้มานั่งกังวลว่าต้องเอาสิ่งใดไปแลกแล้ว
มันอยู่ที่ว่า… เขาจะรอดพ้นจากการโจมตีของหลินหยวนและยื้อเวลาเอาไว้จนกว่าไททันมังกรดำมาถึงได้หรือเปล่า!
ตูม!
ดาบเงาสังหารที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงสีดำพุ่งเข้าใส่มังกรสายฟ้าเบื้องหน้าจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น ทันใดนั้นคลื่นระเบิดก็แผ่กระจายไปทุกทิศทาง
เนื่องจากแรงระเบิดที่มหาศาลนี้ คุโรคาวะ ชินโซจึงเซถอยหลังไปหลายก้าว
แม้ว่าเขาจะต้านทานการโจมตีของหลินหยวนได้สำเร็จ แต่เขาก็ยังรู้สึกเหมือนกับว่าแขนขาของตัวเองมีกระดูกหักไปหลายท่อน ซึ่งมันบ่งบอกว่าพลังของคู่ต่อสู้นั้นเหนือกว่าที่เขาคาดเอาไว้มาก
จากนั้นชายหนุ่มก็กัดฟันสั่งการร่างแยกให้โจมตีอีกฝ่าย
เป็นเพราะหมอนั่นรู้ว่าร่างไหนคือร่างจริงของเขา กระบวนท่าสังหารของเขาจึงถูกขัดขวาง ดังนั้นเขาเลยต้องอาศัยร่างแยกพวกนี้ในการยื้อเวลาแทน
ทางด้านหลินหยวนที่เห็นร่างแยกพุ่งเข้าใส่ตนยังคงมีท่าทีสงบเยือกเย็น วินาทีต่อมา ไอเย็นยะเยือกก็แพร่กระจายออกมาจากร่างของเขา ตามด้วยเศษน้ำแข็งที่คมกริบก่อตัวขึ้นและพุ่งออกไปทุกทิศทาง
นี่เป็นสกิลพิเศษที่เด็กหนุ่มเพิ่งได้รับหลังจากที่อัปเกรดพลังน้ำแข็งไปถึงระดับ S พายุดาบน้ำแข็ง!