- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 162: เขาเองก็แข็งแกร่งขึ้นมาก
บทที่ 162: เขาเองก็แข็งแกร่งขึ้นมาก
บทที่ 162: เขาเองก็แข็งแกร่งขึ้นมาก
หลี่หวงเหยียนไม่รู้ว่าพลังสายฟ้านี้มาจากที่ไหน
หรือว่า… นายพลหลินจะเป็นคนลงมือ?
ไม่สิ ไม่ใช่!
ที่นี่อยู่ไกลจากประตูเมืองที่ 9 อยู่หลายกิโลเมตร นายพลหลินไม่มีทางมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในบริเวณนี้ แต่ถ้าไม่ใช่ชายคนนั้น แล้วจะเป็นใครที่มีพลังมากพอที่จะฆ่าคุโรคาวะ ชินโซได้ล่ะ?
ทันใดนั้นร่างสายฟ้าพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่งก็พุ่งผ่านอากาศมาจากอีกฟากหนึ่งของสนามรบและลงจอดตรงหน้าหลี่หวงเหยียน
“ผมช่วยชีวิตคุณไว้ คุณอย่าลืมเลี้ยงข้าวผมด้วยล่ะ” จากนั้นชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงคุ้นเคย
ทันทีที่ได้ยินเสียงนี้ แววตาของหลี่หวงเหยียนก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
ไม่นานแววตาประหลาดใจก็แปรเปลี่ยนเป็นยินดี
“หลินหยวน?!” ชายผมแดงเงยหน้าขึ้นมองแล้วเห็นคนคุ้นเคยเบื้องหน้า
ภาพที่หลี่หวงเหยียนเห็นก็คือหลินหยวนถือธนูคันยาวกำลังมองเขาด้วยรอยยิ้ม
ดูเหมือนว่าสายฟ้าเมื่อกี้คงมาจากการยิงลูกศรด้วย [ธนูล่าตะวัน] ในมือของเขา
นับตั้งแต่ที่เด็กหนุ่มได้รับสิ่งประดิษฐ์กึ่งเทพ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ใช้มันต่อสู้จริง ๆ
และพลังของ [ธนูล่าตะวัน] ก็ไม่ทำให้เขาผิดหวังเลยสักนิด
อีกทั้งลูกศรสายฟ้าที่ควบแน่นมาจากพลังของเขานั้นก็ไม่ลดอานุภาพลงเลย ถึงแม้ว่ามันจะถูกยิงข้ามสนามรบมาตั้งหลายกิโลเมตร
ส่วนผู้หญิงที่หลินหยวนพามาด้วยนั่นก็คือฉู่อวี้
เธอพูดพร้อมรอยยิ้มว่า “นายพลหลี่ คุณจำฉันไม่ได้แล้วเหรอคะ ทำไมคุณถึงมองเห็นแต่หลินหยวนล่ะ ฉันเสียใจนะคะเนี่ยที่คุณไม่ทักทายกันเลย”
“เอ่อ” หลี่หวงเหยียนเกาหัวพลางตอบกลับว่า “โทษที ๆ พอดีพวกเธอโผล่มากะทันหันเกินไป ฉันแค่ไม่ทันได้ตั้งตัวน่ะ”
“เอาน่า เธอก็อย่าไปว่านายพลหลี่เลย เขาเพิ่งผ่านประสบการณ์เฉียดตายมา ตอนนี้สติสตังก็เลยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว” หลินหยวนพูดหยอกล้อ “เธอไปรักษาเขาก่อนเถอะ”
“อืม ได้” ฉู่อวี้ก้าวเข้าไปหาชายผมแดงอย่างเชื่อฟัง จากนั้นก็ใช้พลังของไททันศักดิ์สิทธิ์เพื่อรักษาบาดแผลของอีกฝ่าย
ในช่วงเวลาที่เธออยู่ในดินแดนของไททัน พลังของเธอนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปในระดับหนึ่ง และเดิมทีผลการทดสอบความเข้ากันได้กับมรดกไททันศักดิ์สิทธิ์ของเธอก็สูงถึง 95%
เนื่องจากพรสวรรค์แบบนี้ พลังของฉู่อวี้จึงไปถึงแรงก์ SS ขั้นสูงเป็นที่เรียบร้อย แถมพลังรักษาของเธอก็ยังเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ไม่นานแสงสีขาวบริสุทธิ์ก็ส่องออกมาจากฝ่ามือของเด็กสาว
หลังจากนั้นบาดแผลของหลี่หวงเหยียนก็ค่อย ๆ สมานเข้าด้วยกันจนกระทั่งหายสนิท
แต่การต่อสู้กับคุโรคาวะ ชินโซที่ผ่านมานั้นได้ผลาญพลังชีวิตของเขาไปมาก พลังรักษาของฉู่อวี้ทำได้เพียงซ่อมแซมบาดแผลภายนอกเท่านั้น ไม่สามารถฟื้นฟูพลังชีวิตของเขาได้ในทันที
หลินหยวนที่สังเกตเห็นสถานการณ์ของหลี่หวงเหยียนจึงรีบพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “คุณกลับไปพักก่อนเถอะ อย่าสู้อีกเลย”
“ไม่ได้” ชายหนุ่มปฏิเสธเสียงแข็งทันควัน เขากำหมัดแน่นพร้อมกับพูดว่า “ฉันจะต้องฆ่าไอ้สารเลวตงหยิงพวกนั้นให้หมดด้วยมือของฉันเอง นายไม่รู้หรอกว่าไอ้คนชั่วพวกนั้นมันทำอะไรกับพวกเราบ้าง สวะอย่างพวกมันไม่สมควรมีชีวิตอยู่บนโลกนี้!”
ในขณะที่พูดน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความโมโห
ทางด้านหลินหยวนสบตากับอีกฝ่ายแล้วพูดโน้มน้าวว่า “ถ้าอย่างนั้นผมจะช่วยคุณจัดการพวกมันให้หมดเอง”
หลี่หวงเหยียนชะงักไปก่อนจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง แต่ทันใดนั้นก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น
คุโรคาวะ ชินโซที่ควรจะตายกลับลุกขึ้นยืนอีกครั้ง จากนั้นเขาก็แสยะยิ้มมุมปาก “ใครจะไปคิดว่าสำหรับคนแบบฉัน การฆ่าใครสักคนหนึ่งมันจะยากขนาดนี้ แถมสุดท้ายก็ยังจับปลาตัวใหญ่ได้อีกด้วย”
“ถ้าฉันฟังไม่ผิด แกคงจะเป็นหลินหยวนใช่ไหม?”
เมื่อหลินหยวนเห็นว่าคุโรคาวะ ชินโซลุกขึ้นมายืนต่อหน้า เขาก็อดขมวดคิ้วไม่ได้
ไอ้หมอนี่ยังไม่ตายอีกเหรอ?
แม้แต่หลี่หวงเหยียนเองก็ยังไม่เชื่อสายตาตัวเอง เพราะเขาจำได้ว่าเขาเห็นคุโรคาวะ ชินโซถูกธนูยิงใส่จนทะลุอกไปแล้ว ทำไมเขาถึงมีชีวิตอยู่อีกล่ะ?!
“คิดจะฆ่าฉันงั้นเหรอ…. มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก” ชายหนุ่มเม้มปากเยาะเย้ย “หึ การที่พวกแกบังคับให้ฉันใช้วิชาแลกวิญญาณได้ก็นับว่าพวกแกเก่งมากแล้ว”
สิ่งที่เรียกว่า ‘วิชาแลกวิญญาณ’ เป็นวิชานินจาที่พิเศษมากอย่างหนึ่ง
วิชานินจานี้สามารถใช้ได้โดยที่ไม่ต้องประสานอิน โดยมีเงื่อนไขเบื้องต้นก็คือ เขาจะต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีที่ร้ายแรง หลังจากใช้วิชาแลกวิญญาณ เขาจะสามารถถ่ายโอนความเสียหายร้ายแรงไปยังร่างแยกของตัวเอง
ถ้าจะบอกว่าวิชาแลกวิญญาณนี้เปรียบเสมือนใบชุบชีวิตของเขาก็คงจะไม่เกินจริง แต่การใช้วิชานี้จำเป็นจะต้องใช้พลังมหาศาล
ในช่วงเวลาสั้น ๆ ผู้ปกครองจะใช้มันได้เพียงครั้งเดียว
ทันทีที่หลินหยวนเห็นศัตรูฟื้นคืนชีพขึ้นมา เขาก็มองตรงไปที่อีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา
จากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นดึงดาบสายฟ้าพิฆาตเซียนออกมาจากช่องเก็บของ
ทันใดนั้นสายฟ้าที่แล่นแปลบปลาบอยู่รอบดาบก็ปลดปล่อยคลื่นความผันผวนที่รุนแรงออกมา
ขณะเดียวกัน เด็กหนุ่มจ้องมองคุโรคาวะ ชินโซและพูดเสียงเย็นว่า “ฉันไม่รู้ว่าแกรอดมาได้ยังไง แต่ในเมื่อแกยังมีชีวิตอยู่ ฉันก็จะฆ่าแกอีกครั้ง!”
“ดูซิว่าแกจะเหลือชีวิตให้ฉันฆ่าอีกกี่ชีวิต!!”
พูดจบร่างของหลินหยวนก็เปลี่ยนเป็นสายฟ้าพุ่งเข้าใส่คู่ต่อสู้
“หลินหยวนระวัง! ไอ้หมอนั่น… แข็งแกร่งมาก!”
ในตอนที่เด็กหนุ่มพุ่งออกไป หลี่หวงเหยียนก็รีบตะโกนเตือนเขาทันที
แต่ฉู่อวี้ที่ยืนอยู่ด้านข้างกลับกระซิบว่า “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เชื่อในตัวหลินหยวนเถอะ เพราะเขาเอง… ก็แข็งแกร่งขึ้นมาก”
ชายผมแดงที่ได้ยินคำพูดของเด็กสาวก็ตกตะลึง
เขาไม่รู้ว่าหลินหยวนไปทำอะไรมาบ้างในระหว่างที่หายตัวไป แต่เขาก็สัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายมีการเปลี่ยนแปลงไปเยอะมากเมื่อเทียบกับช่วงที่พวกเขาอยู่ในเมืองหย่งเย่
เมื่อหลี่หวงเหยียนคิดได้ดังนั้น เขาก็อดพึมพำกับตัวเองไม่ได้ว่า “ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเจ้าเด็กนี่จะมีพลังเหนือกว่าฉันได้ง่าย ๆ แบบนี้”
อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าในแง่ของพรสวรรค์ในการฝึกฝนนั้น หลี่หวงเหยียนนับได้ว่าเป็น 1 ในตองอู
ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ขึ้นมาเป็นผู้มีพลังพิเศษแรงก์ SSS ได้ตั้งแต่อายุยังน้อยและกลายเป็นนายพลที่อายุน้อยที่สุดของหัวเซี่ย
แต่เมื่อเทียบกับหลินหยวนแล้ว เขากลับดูคนเป็นธรรมดาไปเลย
จะบอกว่าเขาธรรมดาก็ไม่ใช่ มันเป็นเพราะว่าหลินหยวนพิเศษเกินชาวบ้านชาวช่องต่างหาก
แต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการปรากฏตัวของเด็กคนนี้เปรียบเสมือนดวงดาวบนท้องฟ้าที่เปล่งประกายเจิดจรัส
เด็กหนุ่มผมดำผู้มีดวงตาแน่วแน่คนนี้คืออัจฉริยะที่แท้จริงที่ไม่มีใครบนโลกนี้เทียบได้!
…
พริบตาเดียว หลินหยวนที่ถือดาบสายฟ้าพิฆาตเซียนก็มาปรากฏตัวต่อหน้าคุโรคาวะ ชินโซ
เนื่องจากเขาได้เรียนรู้ชิ้นส่วนเทพธรณี พลังปราณภายในตัวเขาจึงเกือบจะแปรเปลี่ยนเป็นแก่นแท้ทั้งหมดและสร้างพลังงานที่บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น
ยามนี้แก่นแท้ภายในตัวเขาได้ปะทุขึ้นอย่างสมบูรณ์
ทันใดนั้นดาบในมือของเขาก็ระเบิดพลังสายฟ้ามหาศาลออกมา
การโจมตีที่ฉวัดเฉวียนของเขานั้นรุนแรงดุจสายน้ำเชี่ยวกรากประกอบกับความผันผวนของพลังที่น่าเหลือเชื่อ
และการโจมตีทุกครั้งของเขานั้นเป็นดั่งสายฟ้าฟาด
เป๊ง! เป๊ง! เป๊ง! เป๊ง! เป๊ง!
ทางด้านคุโรคาวะ ชินโซทำได้เพียงยกดาบขึ้นมารับการโจมตีของคู่ต่อสู้ ดาบสายฟ้าพิฆาตเซียนกับดาบเงาสังหารปะทะกันอย่างต่อเนื่องจนเกิดเสียงโลหะกระทบกันดังไปทั่ว
การเผชิญหน้ากับการจู่โจมของหลินหยวนเห็นได้ชัดว่าคุโรคาวะ ชินโซนั้นแทบจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
แต่ทันใดนั้นเองก็มีหมอกสีดำทะมึนพุ่งออกมาจากร่างของเขา
“วิชานินจา เร้นเงา”
วินาทีต่อมา คุโรคาวะ ชินโซก็ถอยหลังไป 1 ก้าวก่อนจะหายลับเข้าไปในหมอกสีดำสนิท
หลินหยวนที่เห็นอย่างนั้นก็รีบเปิดใช้งานฉงถงระดับสูงโดยไม่ลังเล แต่เขาก็ต้องประหลาดใจเพราะถึงแม้จะใช้ฉงถงระดับสูง เขาก็ไม่สามารถมองเห็นตำแหน่งปัจจุบันของศัตรูได้เลย
นี่ไม่ใช่เป็นเพียงการใช้หมอกบดบังร่างของตัวเอง แต่มันคือการถอยหนีเข้าไปในเงาอย่างแท้จริง
ในเมื่อเป็นแบบนี้ หลินหยวนจึงกลั้นใจกระชับดาบสายฟ้าพิฆาตเซียนและคอยกวาดตามองรอบ ๆ เพื่อระวังการลอบโจมตีของคู่ต่อสู้จากทุกทิศทาง
ขณะเดียวกัน เด็กหนุ่มก็ยังเพ่งความสนใจไปที่หลี่หวงเหยียนกับฉู่อวี้อีกด้วย
การทำแบบนี้ถึงแม้ว่าคุโรคาวะ ชินโซคิดจะโจมตีทั้งคู่ เขาเองก็จะเข้าไปช่วยเหลือได้ทันท่วงที
แต่ในขณะนี้ชายคนนั้นไม่ได้มีเจตนาที่จะโจมตีพวกเขาเลย เพราะตอนนี้ความสนใจของเขามุ่งไปที่หลินหยวนเพียงคนเดียว
เพราะหลินหยวนเป็นเป้าหมายเดียวของเขา!
หลังจากนั้นเขาก็หยิบคริสตัลสีดำออกมาโดยไม่ลังเล แล้วเขาก็บดขยี้มัน
คริสตัลสีดำนี้เป็นเหมือนพลุสัญญาณที่เขาตกลงเอาไว้กับไททันมังกรดำ
หลังจากที่คริสตัลแตกละเอียด นั่นหมายความว่าเขาพบหลินหยวนแล้ว เพียงเท่านี้เฮยหลงก็จะรีบมาหาเขาเพื่อช่วยกันกำจัดอีกฝ่าย
ดังนั้น… สิ่งที่เขาต้องทำหลังจากนี้ก็คือการยื้อศัตรูเอาไว้ให้ได้นานที่สุด