- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 161: วิชานินจา สิบเงาสังหาร
บทที่ 161: วิชานินจา สิบเงาสังหาร
บทที่ 161: วิชานินจา สิบเงาสังหาร
“ยังไม่ตายอีกเหรอ? น่าเสียดายจริง ๆ” คุโรคาวะ ชินโซพูดยิ้ม ๆ “แต่ก็ไม่แย่นะ ฉันเองก็ไม่ได้ลงสนามมานานจนจะขึ้นสนิมอยู่แล้ว ถ้าฉันได้ลับฝีมือกับแกบ่อย ๆ คงจะดีมากทีเดียว”
“วัดจากความแข็งแกร่งของแกแล้ว แกจะต้องเป็นนายพลระดับสูงในกองทัพแน่ ๆ ใช่ไหม?”
“งั้นแกก็จะเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่ของฉัน”
ในขณะนั้นเอง จู่ ๆ ทหารหัวเซี่ย 10 นายก็พุ่งเข้าใส่คุโรคาวะ ชินโซ
“นายพลหลี่ พวกเรามาช่วยแล้ว!”
“รีบหนีเร็วเข้า! เราจะขวางมันเอาไว้ให้เองครับ!”
“หนีเร็วท่านนายพล หนี!”
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูอย่างคุโรคาวะ ชินโซ แต่ทหารหัวเซี่ยทั้ง 10 นายก็ยังพุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว
แน่นอนว่าพวกเขารู้ดีว่านี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตของตัวเองที่จะได้บุกโจมตีศัตรู
พวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่พวกเขาไม่มีวันเอาชนะได้
ถึงพวกเขาจะอ่อนแอมาก แต่ความกล้าหาญของพวกเขาที่แสดงออกมานั้นก็ยังสูงอย่างน่าเหลือเชื่อ
ทางด้านหลี่หวงเหยียนได้แต่มองภาพเบื้องหน้าด้วยความโกรธ และตะโกนสุดเสียงว่า “หลบไป! พวกนายหลบไปเดี๋ยวนี้! ฉันไม่ต้องการให้พวกนายมาช่วยฉัน!”
แต่น่าเสียดายที่ทุกอย่างมันสายเกินไปแล้ว
คุโรคาวะ ชินโซแสยะยิ้ม “นายพลหลี่หวงเหยียน? ฮ่า ๆๆ ดูเหมือนว่าลูกน้องของแกจะซื่อสัตย์กับแกมากเลยนะ แต่เพื่อเป็นเกียรติต่อความซื่อสัตย์ของพวกมัน ฉันจะส่งพวกมันไปลงนรกเอง!”
ทันทีที่เขาพูดจบ เขาก็ยกมือขึ้นประสานอินอีกครั้ง “วิชานินจา ระบำเงาสังหาร!”
วินาทีถัดมา ดาบเงาสังหารที่ยังคงลอยอยู่กลางอากาศก็พุ่งเข้าใส่กลุ่มทหารนั้น
ดาบเงาสังหารที่คมกริบเหล่านั้นฟาดฟันร่างของทหารหัวเซี่ยจนขาดสะบั้น
ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ทหารหัวเซี่ย 10 นายก็ถูกฆ่าอย่างเหี้ยมโหดจนเหลือเพียงกองเนื้อเละ ๆ
เดิมทีพวกเขาตั้งใจจะสละชีวิตเพื่อซื้อเวลาให้หลี่หวงเหยียนหลบหนี
แต่น่าเสียดายยิ่งนัก พวกเขาไม่คาดคิดว่าการที่ต้องเผชิญหน้ากับคนที่แข็งแกร่งอย่างคุโรคาวะ ชินโซนั้นไม่สามารถซื้อเวลาให้นายพลหลี่ได้แม้แต่วินาทีเดียวเลยด้วยซ้ำ
“อ๊ากกกกก!!”
"ฉันจะฆ่าแกด้วยมือของฉันเอง!!"
หลังจากที่หลี่หวงเหยียนเห็นลูกน้องของตนต้องจบชีวิตลงอย่างโหดเหี้ยมต่อหน้าต่อตา เขาก็คลุ้มคลั่งอย่างหนัก
ท้ายที่สุดแล้ว ทหารเหล่านี้ก็ยอมสละชีวิตเพื่อช่วยเขา!!
บัดนี้ความโศกเศร้า ความโกรธแค้น ความไม่เต็มใจ… อารมณ์ที่ซับซ้อนเหล่านี้กำลังแล่นไปทั่วร่างของชายผมแดง
ฉ่า~
ทันใดนั้นเปลวเพลิงก็ลุกโชนขึ้นจากร่างของหลี่หวงเหยียน
ขณะนี้เลือดในกายเขากำลังเดือดพล่าน กายเนื้อของเขาแผดเผา แม้กระทั่งรูขุมขนทุกอณูก็ยังมีเปลวเพลิงลุกโชน
เขายินดีที่จะเผาชีวิตของตัวเองเพื่อแลกกับพลังที่มากกว่าเดิม… พลังที่มากพอจะโค่นล้มมนุษย์กึ่งเทพที่อยู่ตรงหน้า!!
ตอนนี้ชายผมแดงกำลังคลุ้มคลั่งสุดขีดโดยที่ไม่สนใจชีวิตของตัวเองอีกต่อไป!
แต่มันก็มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้เขาแก้แค้นให้กับทหารทั้ง 10 นายที่ตายลงไปได้!!
ทางด้านคุโรคาวะ ชินโซที่สัมผัสได้ถึงความผันผวนของพลังรอบกายของหลี่หวงเหยียนก็ยังขมวดคิ้วเข้าหากัน
ถึงกระนั้นสีหน้าของเขาก็ยังปราศจากความกลัว เขาทำเพียงแค่พูดเยาะเย้ยเท่านั้น “ไอ้มดปลวก แกคิดจะขวางยักษ์ใหญ่อย่างฉันเหรอ? แกประเมินพลังของตัวเองสูงเกินไปแล้ว!”
“ฉันจะแสดงให้แกเห็นเองว่าพลังที่แท้จริงของมนุษย์กึ่งเทพมันเป็นยังไง!” คุโรคาวะ ชินโซยื่นมือออกไปคว้าอากาศ ทันใดนั้นดาบเงาสังหารก็ปรากฏขึ้นช้า ๆ
ถัดมา ร่างของเขาเปลี่ยนกลายเป็นเงาคล้ายกับลูกศรพุ่งตรงเข้าหาคู่ต่อสู้
ในเวลาเดียวกัน เสียงคำรามที่เหมือนสัตว์ป่าก็ดังออกมาจากปากของหลี่หวงเหยียน!
เขายกมือขึ้น หลอมรวมเปลวไฟให้เป็นดาบขนาดยักษ์ฟาดฟันเข้าใส่คุโรคาวะ ชินโซที่กำลังพุ่งเข้ามา
ตูม!!
ดาบเงาสังหารกับดาบเพลิงปะทะกันเต็มแรง ก่อให้เกิดคลื่นพลังระเบิดมหาศาลขยายออกไปพื้นที่โดยรอบ
เนื่องจากแรงกระแทกนี้ส่งผลให้ร่างของหลี่หวงเหยียนกระเด็นถอยไปข้างหลังหลายก้าว
แม้แต่คุโรคาวะ ชินโซเองก็ยังถูกผลักให้ถอยหลังไปก้าวหนึ่งเช่นกัน
หลังจากที่ชายหนุ่มทรงตัวได้แล้ว บนใบหน้าของเขาก็ปรากฏร่องรอยของความโกรธทันที
เพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นถึงมนุษย์กึ่งเทพ
แม้เขาจะไม่ได้เก่งการต่อสู้ระยะประชิด แต่การที่ถูกผู้มีพลังแรงก์ SSS บีบให้ต้องถอยกลับนี่ถือว่าเป็นความอัปยศอดสูสำหรับเขามาก
“ไอ้หมูหัวเซี่ย ในเมื่อแกอยากตายนัก ฉันก็จะส่งแกไปลงนรกเดี๋ยวนี้!” ในระหว่างที่คุโรคาวะ ชินโซประสานอิน สีหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความโกรธเคือง
“วิชานินจา สิบเงาสังหาร!” หลังจากประสานอินเสร็จแล้ว เงาดำ 9 ร่างที่โคลนจากตัวเขาก็ปรากฏขึ้นรอบตัว
เงาพวกนี้เป็นเหมือนร่างจริงของเขาที่ไม่มีใครแยกได้ด้วยตาเปล่า ยิ่งไปกว่านั้น ร่างโคลนเหล่านี้ก็ไม่ใช่ภาพลวงตา แต่มันเป็นร่างจริงและมีพลังเทียบเท่ากับตัวเขา!
แม้ว่าร่างโคลนทั้ง 9 จะอยู่ได้เพียง 10 วินาที แต่ 10 วินาทีนั้นก็มากพอให้เขาปลิดชีพศัตรูได้แล้ว
หากเขากับร่างแยกทั้ง 9 เปิดฉากโจมตีพร้อมกัน มันก็ยากจะต้านทาน และนี่คือท่าไม้ตายของคุโรคาวะ ชินโซ… วิชานินจา สิบเงาสังหาร!
“ฆ่ามัน!” หลังจากร่างแยกก่อตัวขึ้นจนสมบูรณ์ คุโรคาวะ ชินโซก็ถลึงตาตะโกนลั่น
สิ้นเสียงตะโกน ร่างของเขาก็เปลี่ยนกลายเป็นเงาพร้อมกับร่างแยกอีก 9 ร่างพุ่งเข้าใส่หลี่หวงเหยียน
ครั้งนี้เขาตั้งใจจะฆ่าอีกฝ่ายโดยไม่ให้มีโอกาสได้หายใจอีก
ทางด้านหลี่หวงเหยียน ถึงแม้ว่าจะเห็นการโจมตีของคุโรคาวะ ชินโซ แต่เขาก็ไม่ได้ทำการป้องกันใด ๆ
เขารู้ดีว่าความแข็งแกร่งของเขากับคู่ต่อสู้มันแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว เพราะเหตุนี้ต่อให้เขาจะเค้นพลังออกมาป้องกันจนหมด มันก็ไร้ความหมาย
แทนที่เขาจะกระจายพลังออกไปป้องกันตัวเอง เขาควรจะรวบรวมพลังทั้งหมดมาใช้ในการโจมตีครั้งสุดท้ายนี้!
นับตั้งแต่วินาทีที่หลี่หวงเหยียนเลือกผลาญพลังชีวิตของตัวเอง เขาก็ไม่ได้มีความคิดว่าตัวเองจะมีชีวิตรอดอีกต่อไป
แม้สุดท้ายเขาจะต้องตาย แต่เขาก็ไม่มีวันยอมให้คู่ต่อสู้ได้อยู่ดีมีสุขแน่!
ขณะนี้เขาเป็นเหมือนหมาจนตรอก ก่อนที่เขาจะตาย เขาจะต้องฉีกกระชากเนื้อของศัตรูมาให้ได้สักคำ
ถึงเขาจะไม่อาจแยกแยะได้ว่าร่างไหนคือร่างจริงของศัตรู แต่เขาก็ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อโอกาส 1 ในสิบนี้
ในเวลาเดียวกัน ร่างเงาของคุโรคาวะ ชินโซก็กระโจนเข้าใส่พร้อมกับเงื้อดาบเงาสังหารขึ้นเหนือหัวอย่างพร้อมเพรียง
ทางด้านหลี่หวงเหยียนได้แต่คำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว เขากำดาบเพลิงหนัก ๆ เอาไว้ขณะปลดปล่อยพลังทั้งหมดฟันไปยังร่างร่างหนึ่ง!!
ส่วนคุโรคาวะ ชินโซที่เผชิญกับการโจมตีของหลี่หวงเหยียนก็อดไม่ได้ที่จะเหยียดยิ้มเยาะ
เขารู้ดีว่าการโจมตีของคู่ต่อสู้ทรงพลังมากแค่ไหน แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่สามารถทำอันตรายเขาได้อยู่ดี เพราะเป้าหมายที่อีกฝ่ายเลือกมันเป็นเพียงร่างแยกของเขาเท่านั้น
เมื่อมองภาพนี้คุโรคาวะ ชินโซก็แทบจะหลุดหัวเราะออกมาดัง ๆ
ไอ้พวกหัวเซี่ยนี่มันโง่จริง ๆ
การโจมตีที่สิ้นหวังนั้นมุ่งไปที่ร่างแยกของเขา
ขณะนี้เขากำลังรอดูสีหน้าของหลี่หวงเหยียนหลังจากที่รู้ว่าการโจมตีในครั้งนี้พลาดเป้า
ถึงตอนนั้นเขาคงจะได้เห็นความสิ้นหวัง ความโกรธแค้น และความเสียใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าอีกฝ่ายอย่างแน่นอน
ตูม!
สะเก็ดไฟพร่างพราวออกจากดาบเพลิงของหลี่หวงเหยียนกลืนกินร่างโคลนของคุโรคาวะ ชินโซเข้าไปในพริบตา
ร่างแยกนั้นถูกไฟแผดเผาจนเป็นเถ้าธุลีหลงเหลือเพียงควันดำก่อนจะจางหายไปต่อหน้าเขา
แต่หลังจากที่ชายผมแดงโจมตีพลาด เขาก็ไม่ได้แสดงความเสียใจออกมาเลยสักนิด เพราะสำหรับตัวเขา เขาได้สู้อย่างสุดกำลังแล้ว ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร เขาก็ไม่สนใจอีกต่อไป
เขาที่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้มานานได้พบเจอทั้งความผิดหวัง ความสิ้นหวัง ความสุข ความทุกข์ทรมาน และการต่อสู้… เพียงเท่านี้มันก็คุ้มแล้ว
“ตายซะเถอะ!” คุโรคาวะ ชินโซตะโกนดังลั่น
ดาบเงาสังหารในมือของเขาพลังเปลี่ยนเป็นคลื่นพลังสีดำพุ่งเข้าใส่เป้าหมายที่อยู่เบื้องหน้า
“น่าเสียดายจริง ๆ ที่ก่อนตายฉันฆ่าไททันไปได้ไม่เท่าไหร่เอง” หลี่หวงเหยียนไม่สนใจคู่ต่อสู้และทำเพียงแค่หลับตาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
สิ่งที่เขาเสียใจที่สุดก็คือ เขาต้องสูญเสียสหายร่วมรบต่อหน้าต่อตา แถมทั้งหมดก็มาเพื่อช่วยเขาด้วย ถ้าหากชีวิตหลังความตายมีอยู่จริง… เขาจะเลี้ยงสุราทุกคนสักจอก
ในระหว่างที่คิดถึงเรื่องนี้ไปพลาง เขาก็รอรับความตายอยู่เงียบ ๆ
ทว่าทันใดนั้นสายฟ้าก็พุ่งทะยานลงมาจากท้องฟ้าครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของสนามรบโดยที่มันเล็งเป้าไปที่คุโรคาวะ ชินโซที่อยู่เบื้องหน้าหลี่หวงเหยียน
“หืม?” เมื่อชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงพลังทำลายล้างจากสายฟ้าเส้นนี้ เขาก็ทำหน้าประหลาดใจ ความเร็วของสายฟ้านั้นรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ ก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งตัว สายฟ้าสายนี้ก็พุ่งมาถึงตัวเขาแล้ว
ทันใดนั้นรูม่านตาของคุโรคาวะ ชินโซก็หดลงเล็กน้อยในขณะที่เขายกมือขึ้นประสานอิน
แต่เขาขยับมือไปเพียงได้ไม่กี่ท่า สายฟ้าก็พุ่งทะลุร่างของเขาอย่างฉับพลัน
สถานการณ์เบื้องหน้าพลิกผันอย่างรวดเร็วจนหลี่หวงเหยียนเองก็ยังไม่ทันได้ตั้งตัว
เขาทำเพียงแค่ลืมตาขึ้นมองภาพที่เกิดขึ้นด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง