- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 160: ถ้าจะโทษใคร ก็ควรโทษที่ตัวเองไร้ความสามารถ
บทที่ 160: ถ้าจะโทษใคร ก็ควรโทษที่ตัวเองไร้ความสามารถ
บทที่ 160: ถ้าจะโทษใคร ก็ควรโทษที่ตัวเองไร้ความสามารถ
“พวกมันน่ารังเกียจมากจริง ๆ” หลี่หวงเหยียนกล่าวพลางมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา
ถ้าเขาคิดไม่ผิด การที่จู่ ๆ ทหารตงหยิงก็เข้าร่วมการต่อสู้ในสนามรบคงจะเป็น 1 ในไพ่ตายของเผ่าไททันแน่นอน
ถึงแม้ว่าจำนวนของอีกฝ่ายจะมีน้อย แต่คนพวกนี้ก็ล้วนเป็นผู้มีพลังพิเศษระดับสูง ขนาดคนที่อ่อนแอที่สุดก็ยังเป็นผู้มีพลังแรงก์ A
กองกำลังที่ประกอบไปด้วยนักรบที่ทรงพลัง ถ้าหากปล่อยให้คนพวกนี้รอดไปได้ พวกมันก็จะกลายเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงต่อกองทัพหัวเซี่ย
“พวกมันคิดจะใช้ทหารตงหยิงมาเล่นงานเรา… ไอ้พวกไททันมันฉลาดมากจริง ๆ” หลี่หวงเหยียนถอนหายใจในขณะที่หัวใจของเขาร้อนรุ่ม
ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องกำจัดทหารตงหยิงพวกนี้ออกจากสนามรบให้หมดให้ได้
ในระหว่างที่คิดแบบนั้น จู่ ๆ ทหารที่เขาช่วยไว้เมื่อสักครู่ก็เอ่ยขึ้นขัดจังหวะความคิดของเขา “นายพลหลี่ ผมสู้ต่อไปได้ไหมครับ?”
ชายผมแดงเหลือบมองอีกฝ่ายแล้วถามว่า “อาการบาดเจ็บของนายร้ายแรงไหม?”
“ไม่ต้องห่วงครับ ผมยังไม่ตาย อีกอย่าง ผมก็เตรียมใจไว้นานแล้ว และการตายในสนามรบนั้นก็นับว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่ง” จากนั้นเขาก็ยิ้มกว้างเผยรอยยิ้มที่จริงใจออกมา
“นายพลหลี่ ผมชื่นชมคุณมาตลอดเลยครับ คุณคือดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดในกองทัพ และเป็นนายพลที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ผมหวังว่า… สักวันหนึ่งผมจะเป็นเหมือนคุณ!”
หลี่หวงเหยียนยิ้มให้อีกฝ่ายแล้วพูดว่า “ไม่ต้องห่วง วันนั้นจะต้องมาถึงแน่”
ในขณะที่เขาเอ่ยประโยคนั้นออกมา แสงดาบสีดำก็วาบขึ้นต่อหน้าเขา
แล้วคราบเลือดแดงฉานก็ปรากฏบนคอของทหารที่กำลังคุยกับเขาคนนั้น!
ทุกสิ่งเบื้องหน้าเกิดขึ้นอย่างกะทันหันจนหลี่หวงเหยียนไม่ทันได้ตั้งตัว
ในขณะนั้นรอยยิ้มของเขาแข็งทื่อแล้วค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นอ้าปากค้าง
“ไม่!!” เสียงตะโกนดังก้องไปทั่วสนามรบ
ชายผมแดงไม่คาดคิดเลยว่าคนที่เขาเพิ่งจะช่วยชีวิตเอาไว้จะมาตายอยู่ต่อหน้าเขา!
วินาทีต่อมา ร่างหนึ่งค่อย ๆ โผล่ออกมาจากด้านหลังของทหารหัวเซี่ยคนนั้น
ในมือของเขาถือมีดสั้นเปื้อนเลือดเอาไว้แน่น เลือดสีแดงเข้มกำลังไหลลงมาจากปลายมีดสู่มือของผู้ถือ
จากนั้นชายชุดดำก็ผลักร่างของทหารหัวเซี่ยเบา ๆ ก่อนจะร่วงกระแทกกับพื้น
ฝีมือการลอบสังหารของเขานั้นยอดเยี่ยมมาก แม้กระทั่งคนที่ถูกลอบสังหารจะตายไปแล้วก็ยังคงมีรอยยิ้มไร้เดียงสาประดับอยู่บนใบหน้าราวกับว่าเขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองตายไปแล้ว
“ไม่ต้องห่วงหรอก คนที่ฉันฆ่ามันจะไม่ได้ตายทรมานนักหรอก” ชายชุดดำยกมีดขึ้นเช็ดกับแขนเสื้อเบา ๆ แล้วพูดแบบไม่สะทกสะท้านว่า “ฉันไม่ได้ฆ่าคนมานานมากแล้ว โชคดีที่วิชายังไม่ขึ้นสนิม”
“ฉันจะฆ่าแก!” หลี่หวงเหยียนจ้องอีกฝ่ายด้วยความโกรธแค้นที่ลุกโชนอยู่ในใจ ตอนนี้ความโกรธของเขาพุ่งทะลุปรอทไปแล้ว
เพราะถึงอย่างไรทหารหัวเซี่ยที่เพิ่งถูกสังหารไปกำลังยิ้มให้เขาอย่างจริงใจที่สุด แต่คนที่สดใสเช่นนี้กลับต้องมาดับสูญต่อหน้าต่อตาเขา
ในตอนนี้หลี่หวงเหยียนคิดเพียงแค่จะต้องแก้แค้นให้อีกฝ่าย
ตูม!
จากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นเรียกลูกไฟขนาดใหญ่ 2 ลูกฟาดมันเข้าใส่ชายชุดดำตรงหน้าเต็มแรง
แต่อีกฝ่ายทำเพียงแค่ก้าวถอยหลังไป 1 ก้าวก่อนจะหายไปจากสายตาของเขาอย่างกะทันหัน
“เคยได้ยินคำพูดนี้หรือเปล่า? ถ้าอยากจะโทษใครสักคน ก็โทษที่ตัวเองไร้ความสามารถ” หลังจากชายชุดดำหายตัวไป เสียงของเขาก็ยังดังอยู่รอบตัวชายผมแดง
“ที่แกโกรธ มันเป็นเพราะว่าแกไร้ความสามารถ แกทำได้แค่มองสหายร่วมรบตายไปต่อหน้าต่อตาโดยที่ช่วยอะไรเขาไม่ได้เลยใช่หรือเปล่า?”
ชายชุดดำคนนี้ก็คือผู้สืบทอดมรดกไททันเงาสังหาร คุโรคาวะ ชินโซ!
หลังจากที่ทหารตงหยิงเข้าร่วมสนามรบ เขาก็ได้ติดตามทุกคนไปเช่นกัน แน่นอนว่าเป้าหมายหลักของเขาคือการตามหาผู้มีพลังที่ชื่อหลินหยวน
แต่เนื่องจากหลินหยวนยังไม่โผล่หัวออกมา เขาเองก็ไม่อยากหลบซ่อนอยู่ในเงามืดรอให้เป้าหมายปรากฏตัว
สุดท้ายแล้วการสังหารชายคนนั้นเป็นเพียงคำสัญญาระหว่างเขากับไททันมังกรดำเท่านั้น
นอกจากการฆ่าหลินหยวนแล้ว เขายังต้องสร้างผลงานทางการทหารที่โดดเด่นในการต่อสู้ในครั้งนี้เพื่อพิสูจน์คุณค่าของตัวเองต่อเผ่าไททันอีกด้วย
ตามหลักของความเป็นจริง คุโรคาวะ ชินโซไม่เชื่อว่าจะมีทหารหัวเซี่ยคนไหนที่เป็นภัยคุกคามต่อเขานอกจากหลินเทียนเชวี่ย
ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงลงมือสังหารคนต่อหน้าหลี่หวงเหยียนโดยไม่ลังเล
บัดนี้ชายหนุ่มจ้องคุโรคาวะ ชินโซด้วยสายตาวาวโรจน์ “ฉันขอสาบานตรงนี้เลยว่าฉันจะทำให้แกตายอย่างอนาถ!”
“จริงเหรอ? งั้นก็เข้ามาสิ” ชายหนุ่มยิ้มเยาะฝ่ายตรงข้าม “แสดงฝีมือหน่อยให้ฉันดูหน่อยสิว่าแกมีพลังที่จะฆ่าฉันได้จริงหรือเปล่า หรือเป็นแค่ไอ้พวกขี้แพ้ที่ปากดีไปวัน ๆ”
หลี่หวงเหยียนที่ถูกศัตรูพูดยั่วยุ ดวงตาของเขาก็เหมือนมีไฟลุกโชนขึ้น
“ตายซะเถอะ!” เขาก้าวออกไปข้างหน้าในขณะที่เปลวเพลิงที่พวยพุ่งออกมาจากร่างก่อตัวเป็นมังกรเพลิงขนาดมหึมาลอยอยู่เหนือศีรษะ
หลังจากที่เปลวเพลิงควบแน่นเป็นร่างมังกรอย่างสมบูรณ์ มันก็คำรามออกมาพร้อมกับปลดปล่อยพลังที่น่าสะพรึงกลัวพร้อมที่จะเผาผลาญทุกสิ่งที่ขวางหน้า
มังกรเพลิงพิโรธ!
ถัดมา มังกรเพลิงที่ก่อเกิดจากความโกรธแค้นของหลี่หวงเหยียนก็พุ่งเข้าใส่คุโรคาวะ ชินโซ
“จุ๊ ๆ ดูเหมือนว่าเราจะทำให้มันโกรธจริง ๆ ซะแล้ว” ถึงแม้ว่ามังกรเพลิงตัวใหญ่กำลังจะพุ่งเข้าใส่ชายหนุ่ม แต่สีหน้าของเขากลับไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด
จากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นประสานอิน
หลังจากประสานอินเสร็จแล้ว ออร่าสีดำแห่งความตายก็รวมตัวกันเป็นวงเวทต่อหน้าเขา
“วิชานินจา วงเวทวิญญาณเงาสังหาร!”
วงเวทนี้มีลวดลายสีดำที่น่าขนลุกพร้อมกับแผ่รังสีที่น่าสะพรึงกลัวออกมา
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อวงเวทวิญญาณเงาสังหารเริ่มก่อตัวขึ้น พลังวิญญาณโดยรอบก็แปรเปลี่ยนเป็นกลุ่มพลังงานสีดำพุ่งเข้ามารวมตัวกันที่วงเวท
ทันใดนั้นวงเวทวิญญาณเงาสังหารก็เปล่งม่านแสงสีดำอันทรงพลังออกมา
ในฐานะผู้สืบทอดมรดกไททันเงาสังหาร คุโรคาวะ ชินโซได้ผสานวิชานินจาของเขากับพลังที่สืบทอดมาได้อย่างลงตัว
ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงก้าวมาอยู่ในจุดจุดนี้
วงเวทวิญญาณเงาสังหารเป็นวิชานินจาที่ชายหนุ่มสร้างขึ้นมารับมือกับสถานการณ์นี้โดยเฉพาะ
หลังจากที่วงเวทก่อตัวขึ้นแล้ว มันจะดูดซับพลังวิญญาณมาเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง ทำให้มันกลายเป็นพลังป้องกันที่น่าทึ่งมากยิ่งขึ้น
ยิ่งบนสนามรบที่เต็มไปด้วยซากศพ มันยิ่งเอื้ออำนวยให้วงเวทวิญญาณเงาสังหารปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมาได้
ในขณะนั้นมังกรเพลิงพิโรธของหลี่หวงเหยียนได้ปะทะเข้ากับวงเวทวิญญาณเงาสังหารจนเกิดเสียงคำรามดังกึกก้อง
ตูม!!
พร้อมกับเสียงคำรามดังสนั่น คลื่นพลังงานที่ทรงพลังก็ระเบิดออกไปทุกทิศทาง
แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น วงเวทวิญญาณเงาสังหารเบื้องหน้าก็ยังคงไม่สั่นสะเทือนเลยแม้แต่น้อย
ภาพตรงหน้าทำให้สีหน้าของหลี่หวงเหยียนเปลี่ยนไปทันที
เพราะไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เขาก็เป็นถึงผู้มีพลังพิเศษแรงก์ SSS เขาเป็นถึงคนที่ทรงพลังที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของมวลมนุษยชาติ
นอกจากนี้เพื่อที่จะสร้างมังกรเพลิงตัวนี้ขึ้นมา เขาได้เค้นพลังไฟของเขาออกมาจนหมด แต่การโจมตีนี้ก็ยังไม่ส่งผลอะไรกับศัตรูเลยแม้แต่น้อย
แม้ว่าเขาจะต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่อยู่ในระดับเดียวกัน แต่อีกฝ่ายก็ไม่มีทางป้องกันการโจมตีของเขาได้อย่างง่ายดายแบบนี้
เว้นเสียแต่ว่า…
หลี่หวงเหยียนกัดฟันจนได้ยินเสียงกรอดๆ ในขณะที่ความคิดน่าหวาดหวั่นผุดขึ้นมาในหัวของเขา
เว้นเสียแต่ว่าคุโรคาวะ ชินโซไม่ใช่คนที่มีพลังอยู่ในระดับเดียวกับเขา
แต่เหนือจากแรงก์ SSS ขึ้นไป ก็มีเพียงขั้นกึ่งเทพเท่านั้น
หรือว่าแท้จริงแล้ว… ท่ามกลางผู้มีพลังพิเศษของตงหยิงจะมีมนุษย์กึ่งเทพอยู่!
“ทำไมแกถึงไม่โจมตีต่อล่ะ? หรือว่าเริ่มท้อแล้วหลังจากที่ได้เห็นความแตกต่างระหว่างพลังของแกกับฉัน?”
คุโรคาวะ ชินโซยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย “ถ้าอย่างนั้นฉันขอจบการต่อสู้นี้เลยก็แล้วกัน!”
เขาพูดจบแล้วก็ยกมือประสานอินอีกครั้ง “วิชานินจา ดาบเงาพันเล่ม!”
หลังจากคุโรคาวะ ชินโซประสานอินกระบวนท่าสุดท้าย ดาบนับพันที่สร้างขึ้นจากพลังแห่งความตายก็ก่อตัวขึ้นรอบตัวเขาทันที
จังหวะนั้นก่อนที่หลี่หวงเหยียนจะทันได้ตั้งตัว ดาบเงานับพันก็พุ่งเข้าใส่เขาอย่างกะทันหัน
“บ้าเอ๊ย!” ชายผมแดงหน้าซีดเผือด แล้วเขาก็ใช้พลังของตัวเองตั้งรับการโจมตีที่กำลังถาโถมเข้ามา
ในไม่ช้ากำแพงไฟก็ปะทุขึ้นต่อหน้าเขา เขาพยายามใช้วิชานี้ในการสกัดกั้นการโจมตีของศัตรู
ทว่าคุโรคาวะ ชินโซกลับเผยรอยยิ้มเยาะเย้ยออกมา “หึ โง่จริง!”
ทันทีที่เขาพูดจบ เงาดำนับไม่ถ้วนก็พุ่งทะลุผ่านกำแพงไฟเบื้องหน้า
หลี่หวงเหยียนที่เห็นอาวุธพุ่งผ่านเกราะกำบังของตนก็เบิกตากว้าง จากนั้นเขาก็ไม่ลังเลที่จะกระโดดถอยหลังออกไป
แต่ความเร็วของเงาดำนั้นเร็วกว่าฝีเท้าของเขาอย่างเห็นได้ชัด
ในชั่วพริบตา ดาบคมกริบต้องพุ่งเข้าใส่ตัวเขา
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!
เสียงเนื้อหนังฉีกขาดพร้อมกับปรากฏบาดแผลที่ลึกจนเห็นกระดูกบนร่างของหลี่หวงเหยียน
ในไม่ช้าเลือดสีแดงสดก็ค่อย ๆ ไหลซึมผ่านเสื้อผ้าออกมา
ถ้าเขาไม่ใช่ผู้มีพลังแรงก์ SSS ที่มีร่างกายแข็งแรง ป่านนี้เขาคงจะหมดสติไปนานแล้ว
แต่หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที บาดแผลฉกรรจ์ขนาดนี้จะทำให้เขาเสียชีวิตจากการที่เสียเลือดมากได้เช่นกัน
ที่จริงแล้วก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่นาที หลี่หวงเหยียนก็เพิ่งผ่านประสบการณ์เฉียดตายมาก่อนแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะประสบการณ์การต่อสู้ในสนามรบมานานหลายปีบวกกับปฏิกิริยาการตอบสนองที่ฉับไว เขาคงจะถูกคมดาบเงาสังหารเชือดคอไปแล้ว
*******************************************
SkySaffron: อย่าตายนะหลี่หวงเหยียนนน!!