เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 160: ถ้าจะโทษใคร ก็ควรโทษที่ตัวเองไร้ความสามารถ

บทที่ 160: ถ้าจะโทษใคร ก็ควรโทษที่ตัวเองไร้ความสามารถ

บทที่ 160: ถ้าจะโทษใคร ก็ควรโทษที่ตัวเองไร้ความสามารถ


“พวกมันน่ารังเกียจมากจริง ๆ” หลี่หวงเหยียนกล่าวพลางมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา

ถ้าเขาคิดไม่ผิด การที่จู่ ๆ ทหารตงหยิงก็เข้าร่วมการต่อสู้ในสนามรบคงจะเป็น 1 ในไพ่ตายของเผ่าไททันแน่นอน

ถึงแม้ว่าจำนวนของอีกฝ่ายจะมีน้อย แต่คนพวกนี้ก็ล้วนเป็นผู้มีพลังพิเศษระดับสูง ขนาดคนที่อ่อนแอที่สุดก็ยังเป็นผู้มีพลังแรงก์ A

กองกำลังที่ประกอบไปด้วยนักรบที่ทรงพลัง ถ้าหากปล่อยให้คนพวกนี้รอดไปได้ พวกมันก็จะกลายเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงต่อกองทัพหัวเซี่ย

“พวกมันคิดจะใช้ทหารตงหยิงมาเล่นงานเรา… ไอ้พวกไททันมันฉลาดมากจริง ๆ” หลี่หวงเหยียนถอนหายใจในขณะที่หัวใจของเขาร้อนรุ่ม

ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องกำจัดทหารตงหยิงพวกนี้ออกจากสนามรบให้หมดให้ได้

ในระหว่างที่คิดแบบนั้น จู่ ๆ ทหารที่เขาช่วยไว้เมื่อสักครู่ก็เอ่ยขึ้นขัดจังหวะความคิดของเขา “นายพลหลี่ ผมสู้ต่อไปได้ไหมครับ?”

ชายผมแดงเหลือบมองอีกฝ่ายแล้วถามว่า “อาการบาดเจ็บของนายร้ายแรงไหม?”

“ไม่ต้องห่วงครับ ผมยังไม่ตาย อีกอย่าง ผมก็เตรียมใจไว้นานแล้ว และการตายในสนามรบนั้นก็นับว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่ง” จากนั้นเขาก็ยิ้มกว้างเผยรอยยิ้มที่จริงใจออกมา

“นายพลหลี่ ผมชื่นชมคุณมาตลอดเลยครับ คุณคือดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดในกองทัพ และเป็นนายพลที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ผมหวังว่า… สักวันหนึ่งผมจะเป็นเหมือนคุณ!”

หลี่หวงเหยียนยิ้มให้อีกฝ่ายแล้วพูดว่า “ไม่ต้องห่วง วันนั้นจะต้องมาถึงแน่”

ในขณะที่เขาเอ่ยประโยคนั้นออกมา แสงดาบสีดำก็วาบขึ้นต่อหน้าเขา

แล้วคราบเลือดแดงฉานก็ปรากฏบนคอของทหารที่กำลังคุยกับเขาคนนั้น!

ทุกสิ่งเบื้องหน้าเกิดขึ้นอย่างกะทันหันจนหลี่หวงเหยียนไม่ทันได้ตั้งตัว

ในขณะนั้นรอยยิ้มของเขาแข็งทื่อแล้วค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นอ้าปากค้าง

“ไม่!!” เสียงตะโกนดังก้องไปทั่วสนามรบ

ชายผมแดงไม่คาดคิดเลยว่าคนที่เขาเพิ่งจะช่วยชีวิตเอาไว้จะมาตายอยู่ต่อหน้าเขา!

วินาทีต่อมา ร่างหนึ่งค่อย ๆ โผล่ออกมาจากด้านหลังของทหารหัวเซี่ยคนนั้น

ในมือของเขาถือมีดสั้นเปื้อนเลือดเอาไว้แน่น เลือดสีแดงเข้มกำลังไหลลงมาจากปลายมีดสู่มือของผู้ถือ

จากนั้นชายชุดดำก็ผลักร่างของทหารหัวเซี่ยเบา ๆ ก่อนจะร่วงกระแทกกับพื้น

ฝีมือการลอบสังหารของเขานั้นยอดเยี่ยมมาก แม้กระทั่งคนที่ถูกลอบสังหารจะตายไปแล้วก็ยังคงมีรอยยิ้มไร้เดียงสาประดับอยู่บนใบหน้าราวกับว่าเขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองตายไปแล้ว

“ไม่ต้องห่วงหรอก คนที่ฉันฆ่ามันจะไม่ได้ตายทรมานนักหรอก” ชายชุดดำยกมีดขึ้นเช็ดกับแขนเสื้อเบา ๆ แล้วพูดแบบไม่สะทกสะท้านว่า “ฉันไม่ได้ฆ่าคนมานานมากแล้ว โชคดีที่วิชายังไม่ขึ้นสนิม”

“ฉันจะฆ่าแก!” หลี่หวงเหยียนจ้องอีกฝ่ายด้วยความโกรธแค้นที่ลุกโชนอยู่ในใจ ตอนนี้ความโกรธของเขาพุ่งทะลุปรอทไปแล้ว

เพราะถึงอย่างไรทหารหัวเซี่ยที่เพิ่งถูกสังหารไปกำลังยิ้มให้เขาอย่างจริงใจที่สุด แต่คนที่สดใสเช่นนี้กลับต้องมาดับสูญต่อหน้าต่อตาเขา

ในตอนนี้หลี่หวงเหยียนคิดเพียงแค่จะต้องแก้แค้นให้อีกฝ่าย

ตูม!

จากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นเรียกลูกไฟขนาดใหญ่ 2 ลูกฟาดมันเข้าใส่ชายชุดดำตรงหน้าเต็มแรง

แต่อีกฝ่ายทำเพียงแค่ก้าวถอยหลังไป 1 ก้าวก่อนจะหายไปจากสายตาของเขาอย่างกะทันหัน

“เคยได้ยินคำพูดนี้หรือเปล่า? ถ้าอยากจะโทษใครสักคน ก็โทษที่ตัวเองไร้ความสามารถ” หลังจากชายชุดดำหายตัวไป เสียงของเขาก็ยังดังอยู่รอบตัวชายผมแดง

“ที่แกโกรธ มันเป็นเพราะว่าแกไร้ความสามารถ แกทำได้แค่มองสหายร่วมรบตายไปต่อหน้าต่อตาโดยที่ช่วยอะไรเขาไม่ได้เลยใช่หรือเปล่า?”

ชายชุดดำคนนี้ก็คือผู้สืบทอดมรดกไททันเงาสังหาร คุโรคาวะ ชินโซ!

หลังจากที่ทหารตงหยิงเข้าร่วมสนามรบ เขาก็ได้ติดตามทุกคนไปเช่นกัน แน่นอนว่าเป้าหมายหลักของเขาคือการตามหาผู้มีพลังที่ชื่อหลินหยวน

แต่เนื่องจากหลินหยวนยังไม่โผล่หัวออกมา เขาเองก็ไม่อยากหลบซ่อนอยู่ในเงามืดรอให้เป้าหมายปรากฏตัว

สุดท้ายแล้วการสังหารชายคนนั้นเป็นเพียงคำสัญญาระหว่างเขากับไททันมังกรดำเท่านั้น

นอกจากการฆ่าหลินหยวนแล้ว เขายังต้องสร้างผลงานทางการทหารที่โดดเด่นในการต่อสู้ในครั้งนี้เพื่อพิสูจน์คุณค่าของตัวเองต่อเผ่าไททันอีกด้วย

ตามหลักของความเป็นจริง คุโรคาวะ ชินโซไม่เชื่อว่าจะมีทหารหัวเซี่ยคนไหนที่เป็นภัยคุกคามต่อเขานอกจากหลินเทียนเชวี่ย

ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงลงมือสังหารคนต่อหน้าหลี่หวงเหยียนโดยไม่ลังเล

บัดนี้ชายหนุ่มจ้องคุโรคาวะ ชินโซด้วยสายตาวาวโรจน์ “ฉันขอสาบานตรงนี้เลยว่าฉันจะทำให้แกตายอย่างอนาถ!”

“จริงเหรอ? งั้นก็เข้ามาสิ” ชายหนุ่มยิ้มเยาะฝ่ายตรงข้าม “แสดงฝีมือหน่อยให้ฉันดูหน่อยสิว่าแกมีพลังที่จะฆ่าฉันได้จริงหรือเปล่า หรือเป็นแค่ไอ้พวกขี้แพ้ที่ปากดีไปวัน ๆ”

หลี่หวงเหยียนที่ถูกศัตรูพูดยั่วยุ ดวงตาของเขาก็เหมือนมีไฟลุกโชนขึ้น

“ตายซะเถอะ!” เขาก้าวออกไปข้างหน้าในขณะที่เปลวเพลิงที่พวยพุ่งออกมาจากร่างก่อตัวเป็นมังกรเพลิงขนาดมหึมาลอยอยู่เหนือศีรษะ

หลังจากที่เปลวเพลิงควบแน่นเป็นร่างมังกรอย่างสมบูรณ์ มันก็คำรามออกมาพร้อมกับปลดปล่อยพลังที่น่าสะพรึงกลัวพร้อมที่จะเผาผลาญทุกสิ่งที่ขวางหน้า

มังกรเพลิงพิโรธ!

ถัดมา มังกรเพลิงที่ก่อเกิดจากความโกรธแค้นของหลี่หวงเหยียนก็พุ่งเข้าใส่คุโรคาวะ ชินโซ

“จุ๊ ๆ ดูเหมือนว่าเราจะทำให้มันโกรธจริง ๆ ซะแล้ว” ถึงแม้ว่ามังกรเพลิงตัวใหญ่กำลังจะพุ่งเข้าใส่ชายหนุ่ม แต่สีหน้าของเขากลับไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด

จากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นประสานอิน

หลังจากประสานอินเสร็จแล้ว ออร่าสีดำแห่งความตายก็รวมตัวกันเป็นวงเวทต่อหน้าเขา

“วิชานินจา วงเวทวิญญาณเงาสังหาร!”

วงเวทนี้มีลวดลายสีดำที่น่าขนลุกพร้อมกับแผ่รังสีที่น่าสะพรึงกลัวออกมา

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อวงเวทวิญญาณเงาสังหารเริ่มก่อตัวขึ้น พลังวิญญาณโดยรอบก็แปรเปลี่ยนเป็นกลุ่มพลังงานสีดำพุ่งเข้ามารวมตัวกันที่วงเวท

ทันใดนั้นวงเวทวิญญาณเงาสังหารก็เปล่งม่านแสงสีดำอันทรงพลังออกมา

ในฐานะผู้สืบทอดมรดกไททันเงาสังหาร คุโรคาวะ ชินโซได้ผสานวิชานินจาของเขากับพลังที่สืบทอดมาได้อย่างลงตัว

ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงก้าวมาอยู่ในจุดจุดนี้

วงเวทวิญญาณเงาสังหารเป็นวิชานินจาที่ชายหนุ่มสร้างขึ้นมารับมือกับสถานการณ์นี้โดยเฉพาะ

หลังจากที่วงเวทก่อตัวขึ้นแล้ว มันจะดูดซับพลังวิญญาณมาเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง ทำให้มันกลายเป็นพลังป้องกันที่น่าทึ่งมากยิ่งขึ้น

ยิ่งบนสนามรบที่เต็มไปด้วยซากศพ มันยิ่งเอื้ออำนวยให้วงเวทวิญญาณเงาสังหารปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมาได้

ในขณะนั้นมังกรเพลิงพิโรธของหลี่หวงเหยียนได้ปะทะเข้ากับวงเวทวิญญาณเงาสังหารจนเกิดเสียงคำรามดังกึกก้อง

ตูม!!

พร้อมกับเสียงคำรามดังสนั่น คลื่นพลังงานที่ทรงพลังก็ระเบิดออกไปทุกทิศทาง

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น วงเวทวิญญาณเงาสังหารเบื้องหน้าก็ยังคงไม่สั่นสะเทือนเลยแม้แต่น้อย

ภาพตรงหน้าทำให้สีหน้าของหลี่หวงเหยียนเปลี่ยนไปทันที

เพราะไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เขาก็เป็นถึงผู้มีพลังพิเศษแรงก์ SSS เขาเป็นถึงคนที่ทรงพลังที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของมวลมนุษยชาติ

นอกจากนี้เพื่อที่จะสร้างมังกรเพลิงตัวนี้ขึ้นมา เขาได้เค้นพลังไฟของเขาออกมาจนหมด แต่การโจมตีนี้ก็ยังไม่ส่งผลอะไรกับศัตรูเลยแม้แต่น้อย

แม้ว่าเขาจะต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่อยู่ในระดับเดียวกัน แต่อีกฝ่ายก็ไม่มีทางป้องกันการโจมตีของเขาได้อย่างง่ายดายแบบนี้

เว้นเสียแต่ว่า…

หลี่หวงเหยียนกัดฟันจนได้ยินเสียงกรอดๆ ในขณะที่ความคิดน่าหวาดหวั่นผุดขึ้นมาในหัวของเขา

เว้นเสียแต่ว่าคุโรคาวะ ชินโซไม่ใช่คนที่มีพลังอยู่ในระดับเดียวกับเขา

แต่เหนือจากแรงก์ SSS ขึ้นไป ก็มีเพียงขั้นกึ่งเทพเท่านั้น

หรือว่าแท้จริงแล้ว… ท่ามกลางผู้มีพลังพิเศษของตงหยิงจะมีมนุษย์กึ่งเทพอยู่!

“ทำไมแกถึงไม่โจมตีต่อล่ะ? หรือว่าเริ่มท้อแล้วหลังจากที่ได้เห็นความแตกต่างระหว่างพลังของแกกับฉัน?”

คุโรคาวะ ชินโซยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย “ถ้าอย่างนั้นฉันขอจบการต่อสู้นี้เลยก็แล้วกัน!”

เขาพูดจบแล้วก็ยกมือประสานอินอีกครั้ง “วิชานินจา ดาบเงาพันเล่ม!”

หลังจากคุโรคาวะ ชินโซประสานอินกระบวนท่าสุดท้าย ดาบนับพันที่สร้างขึ้นจากพลังแห่งความตายก็ก่อตัวขึ้นรอบตัวเขาทันที

จังหวะนั้นก่อนที่หลี่หวงเหยียนจะทันได้ตั้งตัว ดาบเงานับพันก็พุ่งเข้าใส่เขาอย่างกะทันหัน

“บ้าเอ๊ย!” ชายผมแดงหน้าซีดเผือด แล้วเขาก็ใช้พลังของตัวเองตั้งรับการโจมตีที่กำลังถาโถมเข้ามา

ในไม่ช้ากำแพงไฟก็ปะทุขึ้นต่อหน้าเขา เขาพยายามใช้วิชานี้ในการสกัดกั้นการโจมตีของศัตรู

ทว่าคุโรคาวะ ชินโซกลับเผยรอยยิ้มเยาะเย้ยออกมา “หึ โง่จริง!”

ทันทีที่เขาพูดจบ เงาดำนับไม่ถ้วนก็พุ่งทะลุผ่านกำแพงไฟเบื้องหน้า

หลี่หวงเหยียนที่เห็นอาวุธพุ่งผ่านเกราะกำบังของตนก็เบิกตากว้าง จากนั้นเขาก็ไม่ลังเลที่จะกระโดดถอยหลังออกไป

แต่ความเร็วของเงาดำนั้นเร็วกว่าฝีเท้าของเขาอย่างเห็นได้ชัด

ในชั่วพริบตา ดาบคมกริบต้องพุ่งเข้าใส่ตัวเขา

ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!

เสียงเนื้อหนังฉีกขาดพร้อมกับปรากฏบาดแผลที่ลึกจนเห็นกระดูกบนร่างของหลี่หวงเหยียน

ในไม่ช้าเลือดสีแดงสดก็ค่อย ๆ ไหลซึมผ่านเสื้อผ้าออกมา

ถ้าเขาไม่ใช่ผู้มีพลังแรงก์ SSS ที่มีร่างกายแข็งแรง ป่านนี้เขาคงจะหมดสติไปนานแล้ว

แต่หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที บาดแผลฉกรรจ์ขนาดนี้จะทำให้เขาเสียชีวิตจากการที่เสียเลือดมากได้เช่นกัน

ที่จริงแล้วก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่นาที หลี่หวงเหยียนก็เพิ่งผ่านประสบการณ์เฉียดตายมาก่อนแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะประสบการณ์การต่อสู้ในสนามรบมานานหลายปีบวกกับปฏิกิริยาการตอบสนองที่ฉับไว เขาคงจะถูกคมดาบเงาสังหารเชือดคอไปแล้ว

*******************************************

SkySaffron: อย่าตายนะหลี่หวงเหยียนนน!!

จบบทที่ บทที่ 160: ถ้าจะโทษใคร ก็ควรโทษที่ตัวเองไร้ความสามารถ

คัดลอกลิงก์แล้ว