เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 159: ฉันคือเปลวเพลิง!

บทที่ 159: ฉันคือเปลวเพลิง!

บทที่ 159: ฉันคือเปลวเพลิง!


เฉินหลงเซี่ยงเงยหน้าขึ้นมองหลินเทียนเชวี่ยที่ลอยอยู่เหนือท้องฟ้า

ผู้ชายคนนี้เป็นคนที่ทรงพลังเสมอมา มันเหมือนกับว่าเขาไม่เคยพ่ายแพ้ และเขาก็ยังเป็นมนุษย์กึ่งเทพเพียงคนเดียวของหัวเซี่ยอีกด้วย!

ก่อนสงครามจะเริ่มขึ้น เขาได้หารือกับหลินเทียนเชวี่ยว่าเผ่าไททันจะส่งไททันโลกาวินาศมาหรือเปล่า

แต่แม่ทัพมังกรได้ตอบเสียงหนักแน่นว่าเผ่าไททันจะต้องมีไททันโลกาวินาศนำทัพมาอย่างแน่นอน แต่อีกฝ่ายจะไม่เคลื่อนลงสนามรบโดยตรง

คำพูดของหลินเทียนเชวี่ยทำให้เฉินหลงเซี่ยงประหลาดใจไม่น้อย จนกระทั่งตอนนี้เขายังเชื่อว่าไม่มีไททันโลกาวินาศอยู่ในเผ่าไททันจริง ๆ เพราะไททันโลกาวินาศไม่เคยลงสนามรบด้วยตัวเองเลยสักครั้ง

ในมุมมองของเขา ไททันโลกาวินาศเพียงตัวเดียวก็สามารถพลิกสถานการณ์ในสนามรบทั้งหมดได้ในพริบตา ในเมื่อเผ่าไททันมี ‘อาวุธ’ ที่ทรงพลังขนาดนี้ ทำไมพวกมันถึงไม่เลือกใช้มันล่ะ?

สำหรับเฉินหลงเซี่ยง นี่เป็นประเด็นที่น่าสงสัยที่สุด แต่ความสับสนของเขาก็คลี่คลายลงอย่างรวดเร็วหลังจากได้ยินคำตอบของแม่ทัพมังกร

แม้ว่าหลินเทียนเชวี่ยจะไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง แต่เขาก็พอจะคาดเดาได้ว่าไททันโลกาวินาศมีข้อจำกัดบางประการ ทำให้ไม่สามารถสู้รบในสมรภูมิได้โดยตรง

ถ้าไม่เป็นแบบนั้น เผ่าไททันคงไม่ต้องเปลืองพลังงานมากมายกับการฝ่าแนวป้องกันของหัวเซี่ย เพียงแค่พวกมันส่งไททันโลกาวินาศมาไม่กี่ตัว แนวป้องกันของหัวเซี่ยก็จะพังทลายลงได้ง่าย ๆ

แต่แม้ว่าไททันโลกาวินาศจะไม่สามารถเข้าร่วมการต่อสู้ได้ แต่พวกมันก็ยังสามารถเล็งเป้าไปที่มนุษย์ที่ทรงพลังได้อยู่ดี

ซึ่งในเรื่องนี้หลินเทียนเชวี่ยก็ได้พิสูจน์กับตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ในดินแดนของไททัน เขาได้ต่อสู้กับไททันเทพปีศาจ อาซาที่เป็นไททันโลกาวินาศ

ด้วยเหตุนี้เองหลินเทียนเชวี่ยจึงสรุปได้ว่าเผ่าไททันจะไม่ส่งไททันโลกาวินาศลงสู่สนามรบในสงครามครั้งนี้

แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงที่ไททันโลกาวินาศจะถูกส่งไปลอบสังหารคนที่ทรงพลังในกองทัพ

ดังนั้นสงครามในครั้งนี้จึงรายล้อมไปด้วยอันตราย หากประมาทเพียงเล็กน้อยก็ไม่อาจมีทางหวนกลับได้อีก

ภายใต้การบัญชาการของเฉินหลงเซี่ยง กองทัพที่เฝ้าประตูเมืองทั้ง 9 ก็ได้เปิดฉากการโจมตีเข้าใส่กองทัพไททัน

ณ เวลานี้สนามรบเปรียบเสมือนครึ่งบดเนื้อขนาดยักษ์ ในทุกวินาทีมีมนุษย์และไททันต้องดับสูญ

อีกทั้งทหารที่ทรงพลังในกองทัพก็ได้บุกทะลวงฝ่าเข้าไปในใจกลางกองทัพไททันแล้ว

การปรากฏตัวของพวกเขาก็เปรียบเสมือนเคียวของยมทูตที่ไล่เก็บเกี่ยวชีวิตของไททันอย่างบ้าคลั่ง

“ฉันคือเปลวเพลิง!!” หลี่หวงเหยียนพุ่งเข้าใส่กองทัพไททันเพียงลำพังพร้อมคำรามราวกับสัตว์ป่า

วินาทีต่อมา ไฟที่ร้อนแรงก็ถูกปลดปล่อยออกมาเต็มศักยภาพ

เปลวเพลิงที่รุนแรงยิ่งกว่าแสงอาทิตย์แผ่ซ่านออกมาจากร่างของชายผมแดง ทันใดนั้นทะเลเพลิงก็ก่อตัวขึ้นรอบตัว

ท่ามกลางเปลวเพลิง เหล่าไททันได้แต่ส่งเสียงร้องโหยหวนในขณะที่มันถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน

“ฉันอยู่มานานมากแล้ว การได้สัมผัสการต่อสู้แบบนี้ก่อนตายมันไม่ทำให้ฉันเสียใจเลย!” ชายผมขาวคนนี้ก็คือหลี่ฉางเซิง นักดาบอมตะผู้เลื่องชื่อแห่งกองทัพหัวเซี่ย

ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นเพียงผู้มีพลังพิเศษแรงก็ SS แต่ในเวลานี้เขากลับเลือกที่จะผลาญพลังชีวิตของตัวเองเพื่อแลกกับความแข็งแกร่งเพียงชั่วครู่

ต่อให้ตอนนี้เขาจะเป็นเพียงเทียนที่ใกล้จะดับสูญ แต่เขาก็เลือกที่จะส่องแสงเจิดจ้าให้ได้มากที่สุดในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต!

หลี่ฉางเซิงถือดาบยาวไว้ในมือ ในขณะที่ผมขาวของเขาพลิ้วไหวไปตามสายลม

ดาบที่คมกริบนั้นสะท้อนแสงอาทิตย์ดูมีมนต์ขลัง

การโจมตีแต่ละครั้งจะตัดหัวไททัน 1 ตัว

“ถ้าแกอยากจะฝ่าประตูเมืองนี้เข้าไป ต้องข้ามศพฉันไปก่อน!” ชายร่างกำลังยำเหมือนกับกระทิงป่าพุ่งเข้าใส่ไททันตัวเขื่องในขณะที่เขาตะโกนก้องดุจสัตว์ป่า

วินาทีต่อมา เส้นเลือดที่แขนขวาของเขาปูดโปน พร้อมกับกล้ามเนื้อที่เป็นมัด ๆ พองโตเต็มที่

ผู้ชายที่ร่างกำยำคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น เขาก็คือหลี่ต้าหมาน อดีต 1 ในผู้พิทักษ์ป้อมปราการสงครามในแนวที่ 3 หลังจากที่ถังหย่วนซานเสียชีวิต เขาก็ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งผู้พิทักษ์ป้อมปราการสงคราม และเริ่มต้นเข้าสู่การเป็นทหารในแนวหน้าอย่างเป็นทางการ

พออยู่ที่นี่ เขาได้ต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายนับสิบ ๆ ครั้ง จนกระทั่งในที่สุดเขาก็ก้าวเข้าสู่การเป็นผู้มีพลังแรงก์ SSS ได้สำเร็จ

เวลาเพียงเสี้ยววินาที หลี่ต้าหมานก็พุ่งเข้าใส่ไททันมหาวิบัติพร้อมกับปลดปล่อยพลังระเบิดออกมา

ในขณะนั้นพละกำลังของเขาเพิ่มขึ้นแบบเท่าทวีคูณจนพุ่งไปถึงจุดสูงสุด

ตูม!!

หลังจากปล่อยหมัดที่รุนแรงไป ไททันมหาวิบัติตัวนั้นก็ร่างระเบิดทิ้งไว้เพียงเศษเลือดเนื้อ

ขณะเดียวกัน ที่เบื้องหลังของเขามีทหารของกองทัพสามานย์ตะโกนสุดเสียง

“กองทัพสามานย์จงเจริญ!”

“ตามนายพลหลี่ต้าหมานทะลวงเข้าไป!!”

“พวกมันเป็นไททันแล้วยังไง เราก็คือกองทัพสามานย์ ไม่เกรงกลัวผู้ใด!”

ขณะนี้กองทัพที่ทรงพลังกำลังบุกทะลวงเข้าสู่สนามรบทีละกองทัพ

ทางด้านกองทัพไททันต่างแพ้กันราบคาบ ทว่าแม้สถานการณ์ในปัจจุบันฝ่ายมนุษย์จะได้เปรียบเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่มีทหารคนใดกล้าประมาทเลยแม้แต่น้อย

พวกเขารู้อยู่แก่ใจว่านี่ไม่ใช่ความแข็งแกร่งทั้งหมดของเผ่าไททัน พวกมันจะต้องมีไพ่ตายอื่น ๆ เตรียมไว้เพื่อศึกชี้ชะตาในครั้งนี้แน่

ขณะเดียวกัน ทหารหัวเซี่ยระดับสูงก็ได้บุกทะลวงกองทัพไททันเข้าไปในใจกลางและเกิดการปะทะอย่างดุเดือด นั่นทำให้สถานการณ์ในสนามรบเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน

ทันใดนั้นผู้มีพลังพิเศษที่ทรงพลังหลาย 10 คนก็พุ่งออกมาจากข้างหลังกองทัพไททัน

ยิ่งไปกว่านั้น เป้าหมายของพวกเขาชัดเจนมาก นั่นก็คือการปะทะเข้ากับทหารระดับสูงของหัวเซี่ย

ในตอนนั้นภาพเบื้องหน้าทำให้ทหารทุกคนต้องตกตะลึงไปชั่วขณะ เพราะไม่มีใครคาดคิดว่ามีมนุษย์ที่มีพลังพิเศษมากมายคอยรับใช้เผ่าไททันแบบนี้

คนพวกนี้มาจากลัทธิไททันอย่างนั้นเหรอ?

ในชั่วพริบตา ผู้ชายที่อยู่ในชุดเคนโด้ก็พุ่งเข้าใส่ทหารหัวเซี่ย

เขายกดาบคาตานะขึ้นสูงพร้อมกับตะโกนลั่น “ไอ้พวกหัวเซี่ย ตายซะเถอะ!”

วินาทีถัดมา เปลวเพลิงสีดำก็พุ่งออกมาจากดาบคาตานะพุ่งเข้าใส่ผู้มีพลังของหัวเซี่ย

“ตงหยิงอย่างงั้นเหรอ?!” เมื่อทหารหัวเซี่ยได้ยินเสียงของอีกฝ่าย พวกเขาก็ยิ่งตกตะลึงมากขึ้น

พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าผู้มีพลังตรงหน้าจะเป็นชาวตงหยิงที่ประเทศชาติล่มสลาย

หลังจากงุนงงอยู่เพียงไม่กี่วินาที พวกเขาก็ยกดาบขึ้นปัดป้อง

เป๊ง!

ดาบคาตานะกับดาบโลหะปะทะกันจนเกิดเสียงกระทบกันดังกึกก้อง

สีหน้าของทหารหัวเซี่ยคนหนึ่งเคร่งเครียดในขณะที่กัดฟันพูดว่า “ทำไมพวกตงหยิงถึงรับใช้เผ่าไททัน?”

ทหารตงหยิงคนนั้นพูดเยาะเย้ยว่า “ไอ้พวกหมูสกปรก ตายซะ!”

ทันทีที่พูดจบเขาก็กระโดดถอยหลัง ปัดมือไปทางซ้ายและปลดปล่อยอาวุธลับนับ 10 ชิ้นออกมา

อาวุธลับนั้นเหมือนกับดาวกระจาย

ทันใดนั้นอาวุธลับจำนวนมากก็พุ่งตรงไปที่ทหารหัวเซี่ย!!

“แย่แล้ว” เมื่อทหารหัวเซี่ยมองอาวุธลับที่กำลังพุ่งมาทางนี้ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน

ถ้าเป็นในสถานการณ์ปกติ ปฏิกิริยาการตอบโต้ของเขาคงจะรวดเร็วจนหลบได้ แต่ในครั้งนี้เขาประมาทไปหน่อย

พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า หลังจากประเทศชาติล่มสลายแล้ว พวกผู้มีพลังของตงหยิงจะไปให้การช่วยเหลือและสนับสนุนเผ่าชั่วร้ายอย่างไททัน

แต่มันก็ยังสมเหตุสมผลอยู่บ้างว่าทำไมคนพวกนี้ถึงเลือกที่จะละทิ้งความเป็นคนของตัวเอง ขนาดประเทศของตัวเองก็ยังละทิ้งได้ แล้วมีอะไรที่พวกเขาจะทิ้งไม่ได้อีกล่ะ!

เป๊ง! เป๊ง! เป๊ง! เป๊ง!

ทหารหัวเซี่ยกัดฟันยกดาบขึ้นมาปัดป้องอาวุธลับที่กำลังพุ่งเข้าใส่

อาวุธลับส่วนใหญ่จึงถูกปัดกระเด็นพร้อมกับเสียงโลหะกระทบกันดังกึกก้อง

แต่ก็ยังมีดาวกระจายอยู่หลายอันที่เขาปัดป้องไม่ทันจนมันพุ่งเข้ามาปักตามตัวเขา

เนื่องจากความเจ็บปวดนี้ ทหารหัวเซี่ยจึงส่งเสียงร้องออกมาและถอยหลังหนีไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ

ทันใดนั้นเลือดสีแดงก็ไหลทะลักออกมาจากบาดแผล

ทางด้านทหารตงหยิงก็ได้อาศัยจังหวะนี้ยกดาบคาตานะพุ่งเข้าใส่ศัตรู “ไอ้หมูหัวเซี่ย ตายซะ!”

“ไอ้หมูสกปรกอย่างพวกแกไม่สมควรยืนอยู่บนโลกนี้!”

ขณะที่ทหารหัวเซี่ยกัดฟันแน่นรอรับความตาย เปลวไฟก็ปะทุขึ้นต่อหน้าต่อตาเขา

พรึ่บ!

เปลวเพลิงนั้นได้หลอมละลายดาบคาตานะให้เปลี่ยนกลายเป็นของเหลวในทันที

และทันใดนั้นร่างของทหารตงหยิงก็ถูกกองเพลิงกลืนกินหายไป

“ไม่! ไม่นะ! ฉันยังไม่อยากตาย!” เสียงตะโกนร้องแหลมสูงดังออกมาจากกองเพลิง

แต่เวลาเพียงไม่กี่วินาที เขาก็ไม่สามารถเปล่งเสียงอะไรออกมาได้อีก เพราะร่างของทหารตงหยิงคนนั้นได้เปลี่ยนกลายเป็นเถ้าถ่านไปเสียแล้ว

“นายพลหลี่” พอทหารหัวเซี่ยเห็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตตนไว้ เขาก็ยกแขนขวาทำความเคารพอีกฝ่าย

หลี่หวงเหยียนเองก็ก้าวเข้าไปตบไหล่ปลอบคนตรงหน้าเบา ๆ “ระวังหน่อย บางครั้งมนุษย์ด้วยกันเองน่ารังเกียจยิ่งกว่าไททันซะอีก โดยเฉพาะไอ้พวกตงหยิง พวกมันก็เป็นเพียงแค่เศษสวะที่สวมผิวหนังมนุษย์เท่านั้น”

ที่จริงแล้วแม้แต่ชายผมแดงก็คาดไม่ถึงว่าทหารตงหยิงพวกนี้จะยอมสู้เพื่อเผ่าไททันจริง ๆ

บางทีคนพวกนี้คงจะมีนิสัยชอบรับใช้ผู้อื่นติดตัวมาก็ได้!

เพราะใครก็ตามที่เอาชนะพวกเขาได้ พวกเขาก็จะยอมก้มหัวให้ทั้งสิ้น!

จบบทที่ บทที่ 159: ฉันคือเปลวเพลิง!

คัดลอกลิงก์แล้ว