- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 159: ฉันคือเปลวเพลิง!
บทที่ 159: ฉันคือเปลวเพลิง!
บทที่ 159: ฉันคือเปลวเพลิง!
เฉินหลงเซี่ยงเงยหน้าขึ้นมองหลินเทียนเชวี่ยที่ลอยอยู่เหนือท้องฟ้า
ผู้ชายคนนี้เป็นคนที่ทรงพลังเสมอมา มันเหมือนกับว่าเขาไม่เคยพ่ายแพ้ และเขาก็ยังเป็นมนุษย์กึ่งเทพเพียงคนเดียวของหัวเซี่ยอีกด้วย!
ก่อนสงครามจะเริ่มขึ้น เขาได้หารือกับหลินเทียนเชวี่ยว่าเผ่าไททันจะส่งไททันโลกาวินาศมาหรือเปล่า
แต่แม่ทัพมังกรได้ตอบเสียงหนักแน่นว่าเผ่าไททันจะต้องมีไททันโลกาวินาศนำทัพมาอย่างแน่นอน แต่อีกฝ่ายจะไม่เคลื่อนลงสนามรบโดยตรง
คำพูดของหลินเทียนเชวี่ยทำให้เฉินหลงเซี่ยงประหลาดใจไม่น้อย จนกระทั่งตอนนี้เขายังเชื่อว่าไม่มีไททันโลกาวินาศอยู่ในเผ่าไททันจริง ๆ เพราะไททันโลกาวินาศไม่เคยลงสนามรบด้วยตัวเองเลยสักครั้ง
ในมุมมองของเขา ไททันโลกาวินาศเพียงตัวเดียวก็สามารถพลิกสถานการณ์ในสนามรบทั้งหมดได้ในพริบตา ในเมื่อเผ่าไททันมี ‘อาวุธ’ ที่ทรงพลังขนาดนี้ ทำไมพวกมันถึงไม่เลือกใช้มันล่ะ?
สำหรับเฉินหลงเซี่ยง นี่เป็นประเด็นที่น่าสงสัยที่สุด แต่ความสับสนของเขาก็คลี่คลายลงอย่างรวดเร็วหลังจากได้ยินคำตอบของแม่ทัพมังกร
แม้ว่าหลินเทียนเชวี่ยจะไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง แต่เขาก็พอจะคาดเดาได้ว่าไททันโลกาวินาศมีข้อจำกัดบางประการ ทำให้ไม่สามารถสู้รบในสมรภูมิได้โดยตรง
ถ้าไม่เป็นแบบนั้น เผ่าไททันคงไม่ต้องเปลืองพลังงานมากมายกับการฝ่าแนวป้องกันของหัวเซี่ย เพียงแค่พวกมันส่งไททันโลกาวินาศมาไม่กี่ตัว แนวป้องกันของหัวเซี่ยก็จะพังทลายลงได้ง่าย ๆ
แต่แม้ว่าไททันโลกาวินาศจะไม่สามารถเข้าร่วมการต่อสู้ได้ แต่พวกมันก็ยังสามารถเล็งเป้าไปที่มนุษย์ที่ทรงพลังได้อยู่ดี
ซึ่งในเรื่องนี้หลินเทียนเชวี่ยก็ได้พิสูจน์กับตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ในดินแดนของไททัน เขาได้ต่อสู้กับไททันเทพปีศาจ อาซาที่เป็นไททันโลกาวินาศ
ด้วยเหตุนี้เองหลินเทียนเชวี่ยจึงสรุปได้ว่าเผ่าไททันจะไม่ส่งไททันโลกาวินาศลงสู่สนามรบในสงครามครั้งนี้
แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงที่ไททันโลกาวินาศจะถูกส่งไปลอบสังหารคนที่ทรงพลังในกองทัพ
ดังนั้นสงครามในครั้งนี้จึงรายล้อมไปด้วยอันตราย หากประมาทเพียงเล็กน้อยก็ไม่อาจมีทางหวนกลับได้อีก
…
ภายใต้การบัญชาการของเฉินหลงเซี่ยง กองทัพที่เฝ้าประตูเมืองทั้ง 9 ก็ได้เปิดฉากการโจมตีเข้าใส่กองทัพไททัน
ณ เวลานี้สนามรบเปรียบเสมือนครึ่งบดเนื้อขนาดยักษ์ ในทุกวินาทีมีมนุษย์และไททันต้องดับสูญ
อีกทั้งทหารที่ทรงพลังในกองทัพก็ได้บุกทะลวงฝ่าเข้าไปในใจกลางกองทัพไททันแล้ว
การปรากฏตัวของพวกเขาก็เปรียบเสมือนเคียวของยมทูตที่ไล่เก็บเกี่ยวชีวิตของไททันอย่างบ้าคลั่ง
“ฉันคือเปลวเพลิง!!” หลี่หวงเหยียนพุ่งเข้าใส่กองทัพไททันเพียงลำพังพร้อมคำรามราวกับสัตว์ป่า
วินาทีต่อมา ไฟที่ร้อนแรงก็ถูกปลดปล่อยออกมาเต็มศักยภาพ
เปลวเพลิงที่รุนแรงยิ่งกว่าแสงอาทิตย์แผ่ซ่านออกมาจากร่างของชายผมแดง ทันใดนั้นทะเลเพลิงก็ก่อตัวขึ้นรอบตัว
ท่ามกลางเปลวเพลิง เหล่าไททันได้แต่ส่งเสียงร้องโหยหวนในขณะที่มันถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน
“ฉันอยู่มานานมากแล้ว การได้สัมผัสการต่อสู้แบบนี้ก่อนตายมันไม่ทำให้ฉันเสียใจเลย!” ชายผมขาวคนนี้ก็คือหลี่ฉางเซิง นักดาบอมตะผู้เลื่องชื่อแห่งกองทัพหัวเซี่ย
ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นเพียงผู้มีพลังพิเศษแรงก็ SS แต่ในเวลานี้เขากลับเลือกที่จะผลาญพลังชีวิตของตัวเองเพื่อแลกกับความแข็งแกร่งเพียงชั่วครู่
ต่อให้ตอนนี้เขาจะเป็นเพียงเทียนที่ใกล้จะดับสูญ แต่เขาก็เลือกที่จะส่องแสงเจิดจ้าให้ได้มากที่สุดในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต!
หลี่ฉางเซิงถือดาบยาวไว้ในมือ ในขณะที่ผมขาวของเขาพลิ้วไหวไปตามสายลม
ดาบที่คมกริบนั้นสะท้อนแสงอาทิตย์ดูมีมนต์ขลัง
การโจมตีแต่ละครั้งจะตัดหัวไททัน 1 ตัว
“ถ้าแกอยากจะฝ่าประตูเมืองนี้เข้าไป ต้องข้ามศพฉันไปก่อน!” ชายร่างกำลังยำเหมือนกับกระทิงป่าพุ่งเข้าใส่ไททันตัวเขื่องในขณะที่เขาตะโกนก้องดุจสัตว์ป่า
วินาทีต่อมา เส้นเลือดที่แขนขวาของเขาปูดโปน พร้อมกับกล้ามเนื้อที่เป็นมัด ๆ พองโตเต็มที่
ผู้ชายที่ร่างกำยำคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น เขาก็คือหลี่ต้าหมาน อดีต 1 ในผู้พิทักษ์ป้อมปราการสงครามในแนวที่ 3 หลังจากที่ถังหย่วนซานเสียชีวิต เขาก็ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งผู้พิทักษ์ป้อมปราการสงคราม และเริ่มต้นเข้าสู่การเป็นทหารในแนวหน้าอย่างเป็นทางการ
พออยู่ที่นี่ เขาได้ต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายนับสิบ ๆ ครั้ง จนกระทั่งในที่สุดเขาก็ก้าวเข้าสู่การเป็นผู้มีพลังแรงก์ SSS ได้สำเร็จ
เวลาเพียงเสี้ยววินาที หลี่ต้าหมานก็พุ่งเข้าใส่ไททันมหาวิบัติพร้อมกับปลดปล่อยพลังระเบิดออกมา
ในขณะนั้นพละกำลังของเขาเพิ่มขึ้นแบบเท่าทวีคูณจนพุ่งไปถึงจุดสูงสุด
ตูม!!
หลังจากปล่อยหมัดที่รุนแรงไป ไททันมหาวิบัติตัวนั้นก็ร่างระเบิดทิ้งไว้เพียงเศษเลือดเนื้อ
ขณะเดียวกัน ที่เบื้องหลังของเขามีทหารของกองทัพสามานย์ตะโกนสุดเสียง
“กองทัพสามานย์จงเจริญ!”
“ตามนายพลหลี่ต้าหมานทะลวงเข้าไป!!”
“พวกมันเป็นไททันแล้วยังไง เราก็คือกองทัพสามานย์ ไม่เกรงกลัวผู้ใด!”
…
ขณะนี้กองทัพที่ทรงพลังกำลังบุกทะลวงเข้าสู่สนามรบทีละกองทัพ
ทางด้านกองทัพไททันต่างแพ้กันราบคาบ ทว่าแม้สถานการณ์ในปัจจุบันฝ่ายมนุษย์จะได้เปรียบเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่มีทหารคนใดกล้าประมาทเลยแม้แต่น้อย
พวกเขารู้อยู่แก่ใจว่านี่ไม่ใช่ความแข็งแกร่งทั้งหมดของเผ่าไททัน พวกมันจะต้องมีไพ่ตายอื่น ๆ เตรียมไว้เพื่อศึกชี้ชะตาในครั้งนี้แน่
ขณะเดียวกัน ทหารหัวเซี่ยระดับสูงก็ได้บุกทะลวงกองทัพไททันเข้าไปในใจกลางและเกิดการปะทะอย่างดุเดือด นั่นทำให้สถานการณ์ในสนามรบเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
ทันใดนั้นผู้มีพลังพิเศษที่ทรงพลังหลาย 10 คนก็พุ่งออกมาจากข้างหลังกองทัพไททัน
ยิ่งไปกว่านั้น เป้าหมายของพวกเขาชัดเจนมาก นั่นก็คือการปะทะเข้ากับทหารระดับสูงของหัวเซี่ย
ในตอนนั้นภาพเบื้องหน้าทำให้ทหารทุกคนต้องตกตะลึงไปชั่วขณะ เพราะไม่มีใครคาดคิดว่ามีมนุษย์ที่มีพลังพิเศษมากมายคอยรับใช้เผ่าไททันแบบนี้
คนพวกนี้มาจากลัทธิไททันอย่างนั้นเหรอ?
ในชั่วพริบตา ผู้ชายที่อยู่ในชุดเคนโด้ก็พุ่งเข้าใส่ทหารหัวเซี่ย
เขายกดาบคาตานะขึ้นสูงพร้อมกับตะโกนลั่น “ไอ้พวกหัวเซี่ย ตายซะเถอะ!”
วินาทีถัดมา เปลวเพลิงสีดำก็พุ่งออกมาจากดาบคาตานะพุ่งเข้าใส่ผู้มีพลังของหัวเซี่ย
“ตงหยิงอย่างงั้นเหรอ?!” เมื่อทหารหัวเซี่ยได้ยินเสียงของอีกฝ่าย พวกเขาก็ยิ่งตกตะลึงมากขึ้น
พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าผู้มีพลังตรงหน้าจะเป็นชาวตงหยิงที่ประเทศชาติล่มสลาย
หลังจากงุนงงอยู่เพียงไม่กี่วินาที พวกเขาก็ยกดาบขึ้นปัดป้อง
เป๊ง!
ดาบคาตานะกับดาบโลหะปะทะกันจนเกิดเสียงกระทบกันดังกึกก้อง
สีหน้าของทหารหัวเซี่ยคนหนึ่งเคร่งเครียดในขณะที่กัดฟันพูดว่า “ทำไมพวกตงหยิงถึงรับใช้เผ่าไททัน?”
ทหารตงหยิงคนนั้นพูดเยาะเย้ยว่า “ไอ้พวกหมูสกปรก ตายซะ!”
ทันทีที่พูดจบเขาก็กระโดดถอยหลัง ปัดมือไปทางซ้ายและปลดปล่อยอาวุธลับนับ 10 ชิ้นออกมา
อาวุธลับนั้นเหมือนกับดาวกระจาย
ทันใดนั้นอาวุธลับจำนวนมากก็พุ่งตรงไปที่ทหารหัวเซี่ย!!
“แย่แล้ว” เมื่อทหารหัวเซี่ยมองอาวุธลับที่กำลังพุ่งมาทางนี้ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
ถ้าเป็นในสถานการณ์ปกติ ปฏิกิริยาการตอบโต้ของเขาคงจะรวดเร็วจนหลบได้ แต่ในครั้งนี้เขาประมาทไปหน่อย
พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า หลังจากประเทศชาติล่มสลายแล้ว พวกผู้มีพลังของตงหยิงจะไปให้การช่วยเหลือและสนับสนุนเผ่าชั่วร้ายอย่างไททัน
แต่มันก็ยังสมเหตุสมผลอยู่บ้างว่าทำไมคนพวกนี้ถึงเลือกที่จะละทิ้งความเป็นคนของตัวเอง ขนาดประเทศของตัวเองก็ยังละทิ้งได้ แล้วมีอะไรที่พวกเขาจะทิ้งไม่ได้อีกล่ะ!
เป๊ง! เป๊ง! เป๊ง! เป๊ง!
ทหารหัวเซี่ยกัดฟันยกดาบขึ้นมาปัดป้องอาวุธลับที่กำลังพุ่งเข้าใส่
อาวุธลับส่วนใหญ่จึงถูกปัดกระเด็นพร้อมกับเสียงโลหะกระทบกันดังกึกก้อง
แต่ก็ยังมีดาวกระจายอยู่หลายอันที่เขาปัดป้องไม่ทันจนมันพุ่งเข้ามาปักตามตัวเขา
เนื่องจากความเจ็บปวดนี้ ทหารหัวเซี่ยจึงส่งเสียงร้องออกมาและถอยหลังหนีไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ
ทันใดนั้นเลือดสีแดงก็ไหลทะลักออกมาจากบาดแผล
ทางด้านทหารตงหยิงก็ได้อาศัยจังหวะนี้ยกดาบคาตานะพุ่งเข้าใส่ศัตรู “ไอ้หมูหัวเซี่ย ตายซะ!”
“ไอ้หมูสกปรกอย่างพวกแกไม่สมควรยืนอยู่บนโลกนี้!”
ขณะที่ทหารหัวเซี่ยกัดฟันแน่นรอรับความตาย เปลวไฟก็ปะทุขึ้นต่อหน้าต่อตาเขา
พรึ่บ!
เปลวเพลิงนั้นได้หลอมละลายดาบคาตานะให้เปลี่ยนกลายเป็นของเหลวในทันที
และทันใดนั้นร่างของทหารตงหยิงก็ถูกกองเพลิงกลืนกินหายไป
“ไม่! ไม่นะ! ฉันยังไม่อยากตาย!” เสียงตะโกนร้องแหลมสูงดังออกมาจากกองเพลิง
แต่เวลาเพียงไม่กี่วินาที เขาก็ไม่สามารถเปล่งเสียงอะไรออกมาได้อีก เพราะร่างของทหารตงหยิงคนนั้นได้เปลี่ยนกลายเป็นเถ้าถ่านไปเสียแล้ว
“นายพลหลี่” พอทหารหัวเซี่ยเห็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตตนไว้ เขาก็ยกแขนขวาทำความเคารพอีกฝ่าย
หลี่หวงเหยียนเองก็ก้าวเข้าไปตบไหล่ปลอบคนตรงหน้าเบา ๆ “ระวังหน่อย บางครั้งมนุษย์ด้วยกันเองน่ารังเกียจยิ่งกว่าไททันซะอีก โดยเฉพาะไอ้พวกตงหยิง พวกมันก็เป็นเพียงแค่เศษสวะที่สวมผิวหนังมนุษย์เท่านั้น”
ที่จริงแล้วแม้แต่ชายผมแดงก็คาดไม่ถึงว่าทหารตงหยิงพวกนี้จะยอมสู้เพื่อเผ่าไททันจริง ๆ
บางทีคนพวกนี้คงจะมีนิสัยชอบรับใช้ผู้อื่นติดตัวมาก็ได้!
เพราะใครก็ตามที่เอาชนะพวกเขาได้ พวกเขาก็จะยอมก้มหัวให้ทั้งสิ้น!