- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 157: ชนะหรือไม่ก็ตาย!
บทที่ 157: ชนะหรือไม่ก็ตาย!
บทที่ 157: ชนะหรือไม่ก็ตาย!
จากนั้นหลินเทียนเชวี่ยก็กล่าวต่อไปว่า
“ประตูเมืองแรกมีหลี่รุ่ย ผบ.กองทัพสถิรคอยคุ้มกัน”
“ประตูเมืองที่ 2 กู้ฉางเฟิง ผบ.กองทัพเต่าดำ”
“ประตูเมืองที่ 3 จี่เสวียนเหย่ ผบ.กองทัพมังกรคราม”
“ประตูเมืองที่ 4 เฉินหู่ ผบ.กองทัพพยัคฆ์”
“ประตูเมืองที่ 5 หลี่หวงเหยียน ผบ.กองทัพเพลิงพิโรธ”
“ประตูเมืองที่ 6 หลี่ต้าหมาน ผบ.กองทัพสามานย์”
“ประตูเมืองที่ 7 อิ๋งจิ่วเกอ ผบ.กองทัพต้าฉิน”
“ประตูเมืองที่ 8 เฉินจื่ออั๋ง ผบ.กองทัพรุ่งอรุณ”
แม่ทัพมังกรเอ่ยเรียกชื่อนายพลอาวุโสทีละคน ทุกคนรู้ดีว่าหากเอาชนะในศึกครั้งนี้ได้ ในรายชื่อนี้ก็จะกลายเป็นวีรบุรุษของหัวเซี่ย แต่พวกเขาก็ยังต้องแบกรับความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงเอาไว้
ทันใดนั้นจู่ ๆ หลินเทียนเชวี่ยก็เงียบไป ท่ามกลางความเงียบงันนี้สายตาของทุกคนก็กำลังจับจ้องไปที่เขา
เพราะทุกคนรู้ว่ายังเหลือประตูอีก 1 บานที่อีกฝ่ายยังไม่ได้เอ่ยถึง
ซึ่งประตูบานนั้นคือประตูบานที่ 9 ที่อันตรายที่สุด!
ประตูเมืองที่ 9 คือประตูที่สำคัญยิ่ง มันตั้งอยู่ใจกลางแนวป้องกัน ถ้าหากศัตรูผ่านประตูนี้เข้ามาได้ ศัตรูก็จะสามารถรุกคืบเข้าไปด้านในโดยที่ไม่มีอะไรมาขวางกั้นอีก
ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่เกิดสงคราม ประตูบานที่ 9 มักจะเกิดการต่อสู้ที่รุนแรงกว่าประตูไหน ๆ
แล้วใครจะมาทำหน้าที่เฝ้าประตูบานนี้?
พวกเขาไม่ต้องรอนาน หลินเทียนเชวี่ยก็ได้เอ่ยชื่อคนที่ต้องพิทักษ์ประตูนี้
“ประตูเมืองที่ 9 หลินเทียนเชวี่ย ผบ.กองทัพมังกร”
นั่นก็คือชื่อของเขาเอง
ประตูเมืองที่ 9 เป็นจุดที่อันตรายที่สุด ดังนั้นจะต้องได้รับการคุ้มกันจากแม่ทัพมังกรหัวเซี่ยเท่านั้น!
จากนั้นหลินเทียนเชวี่ยก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ทหารทุกนายที่คอยปกป้องแนวป้องกันนี้ต่างก็ต่อสู้ด้วยความกล้าหาญ เมื่อไหร่ก็ตามที่สงครามเริ่มต้นขึ้น นั่นเป็นเวลาที่เราพร้อมจะสละชีพในสนามรบ”
“ในสงคราม ทหารคนใดที่กล้าถอยหนีโดยไม่สนใจว่าสหายร่วมรบของตัวเองจะถูกล้อมสังหาร ใครกล้าฝ่าฝืนคำสั่งทหารให้กำจัดได้ทันที!”
“ผมไม่เคยสงสัยในความมุ่งมั่นที่จะสละชีพเพื่อปกป้องประเทศชาติของทุกคน แต่คำสั่งทหารถือว่าเป็นที่สิ้นสุด!”
คำพูดที่ออกมาจากปากของหลินเทียนเชวี่ยนั้นแฝงไปด้วยไอสังหาร
ณ เวลานี้เขาไม่ใช่ตาลุงพิการที่อยู่ในเมืองหนานเจียงอีกต่อไปแล้ว และเขาก็ไม่ใช่มนุษย์กึ่งเทพที่เด็ดขาดในสนามรบอีกต่อไป
บัดนี้เขาได้กลายเป็นผู้บัญชาการของกองทัพที่เด็ดเดี่ยว เด็ดขาด และแข็งกร้าว!
นั่นหมายความว่าการตัดสินใจของเขาสำคัญมาก คำสั่งทุกคำสั่งจะต้องมีแนวทางที่ชัดเจนและถูกต้องตลอดเวลา
ในสนามรบอันโหดร้ายนี้ คนอ่อนแอไม่อาจมีชีวิตรอดได้ มีเพียงคนที่แข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยวที่สุดเท่านั้นถึงจะมีชีวิตรอดและคว้าชัยชนะมาได้สำเร็จ!
จากนั้นหลินเทียนเชวี่ยก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดเสียงหนักแน่นว่า “ทุกท่าน… พร้อมที่จะสู้จนตัวตายแล้วหรือยัง! พร้อมที่จะรับใช้ชาติปลิดชีพศัตรูหรือไม่!”
“พร้อม!” เหล่านายพลต่างมีสีหน้าเคร่งขรึม ในขณะที่พวกเขากำหมัดพร้อมกับตะโกนเสียงดัง “รับใช้ประเทศชาติ กำจัดศัตรู พลีชีพเพื่อชาติ!”
สำหรับหัวเซี่ย นี่เป็นสงครามที่พวกเขาพ่ายแพ้ไม่ได้เด็ดขาด
ถ้าหากพวกเขาแพ้ แนวป้องกันของหัวเซี่ยจะพังทลายลงทำให้เผ่าไททันรุกคืบเข้าไปในแนวหลังโดยไร้อุปสรรค
หากเป็นเช่นนั้นทั้งหัวเซี่ยก็จะถูกทำลายจนราบเป็นหน้ากลอง
สงครามในครั้งนี้หลินเทียนเชวี่ยจะต้องไม่แพ้ หัวเซี่ยเองก็เช่นกัน!
ตอนนี้พวกเขาเหลือทางเลือกเพียง 2 ทางเท่านั้น
ชนะหรือไม่ก็ตาย!
…
ก่อนศึกชี้ชะตาครั้งสุดท้ายจะเกิดขึ้น ทั้งกองทัพหัวเซี่ยและเผ่าไททันก็ได้ยุติการรบพร้อมกัน
ทางด้านไททันไม่ได้รู้สึกประหลาดใจเลยที่กองทัพหัวเซี่ยจะได้รับข่าวเกี่ยวกับการรุกคืบที่กำลังจะเกิดขึ้นล่วงหน้า เพราะถึงอย่างไรไม่มีกำแพงไหนที่พวกมันจะบุกทะลวงไปไม่ได้
อีกทั้งพวกมันก็ไม่ได้ปิดบังการกระทำของตัวเอง เนื่องจากพวกมันรวบรวมกำลังพลมหาศาลซึ่งไม่สามารถปิดบังอีกฝ่ายได้ ถ้ามันจะแปลกก็แปลกตรงที่กองทัพหัวเซี่ยไม่สังเกตเห็นการกระทำของพวกมันเลย
ยิ่งไปกว่านั้นเผ่าไททันก็ไม่เคยคิดที่จะใช้วิธีการโจมตีแบบกะทันหันเพื่อฝ่าแนวป้องกันหัวเซี่ย
เพราะแท้จริงแล้วนักรบชาวตงหยิงพวกนั้นต่างหากที่เป็นไพ่ตายที่พวกมันซ่อนเอาไว้!
พวกมันมั่นใจว่าถ้าหากพวกมันลดกำลังพลของหัวเซี่ยลงได้มากพอ พวกมันก็จะฝ่าแนวป้องกันนี้ไปได้อย่างง่ายดาย
ก่อนที่สงครามจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ บรรยากาศอึมครึมที่แฝงไปด้วยกลิ่นคาวเลือดก็แผ่ซ่านไปทั่วสมรภูมิ
…
ในที่สุดเวลาก็ผ่านไป 3 วัน
ปัจจุบันสนามรบว่างเปล่าไร้ผู้คน หากพิจารณาเพียงภาพตรงหน้า เป็นใครก็สรุปว่ามันไม่มีการสู้รบครั้งใหญ่อะไรทั้งสิ้น
ถึงกระนั้นทุกคนก็รู้ดีแก่ใจว่านี่คือยามคลื่นลมสงบก่อนที่พายุใหญ่จะก่อตัวขึ้น
ในตอนนั้นเหล่าทหารหัวเซี่ยที่เฝ้าประตูเมืองหลักต่างเฝ้ามองสนามรบเบื้องหน้าอย่างใจจดใจจ่อก็หันมากระซิบพูดคุยกัน
“เขาบอกว่าเผ่าไททันจะเปิดการโจมตีครั้งใหญ่ในวันนี้ไม่ใช่เหรอ?”
“ไม่ว่าจะเป็นวันนี้หรือวันพรุ่งนี้ พวกมันก็ต้องบุกโจมตีเราอย่างแน่นอน ในครั้งนี้กองทัพมั่นใจในข่าวกรองมาก”
“ฉันไม่คิดเลยว่าฉันจะได้เห็นการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่แบบนี้หลังจากที่เข้าร่วมกองทัพมาได้แค่ปีเดียว ต่อให้ฉันต้องตายในสนามรบ ฉันก็ไม่รู้สึกเสียดายเลยสักนิด”
“ฮ่า ๆๆ นายพูดถูก ถ้าฉันฆ่าไททันได้สัก 2-3 ตัวก่อนตาย มันจะนับว่าเป็นการตายที่สมศักดิ์ศรี!”
“ครอบครัวของฉันถูกไททันเหยียบจนตาย ในใจฉันตอนนี้แทบจะทนไม่ไหว ขอแค่ฆ่ามันได้ตัวเดียว ไม่สิ… 2 ตัวก็พอแล้ว”
“นี่เพื่อน ถ้าฉันตายในสนามรบ ฝากนายช่วยดูแลครอบครัวฉันด้วยนะ”
“ไม่ ๆๆ พวกเราจะตายไปด้วยกัน หรือไม่ก็ต้องกลับไปด้วยกัน!”
ทุกคนรู้ดีแก่ใจว่านี่เป็นศึกชี้ชะตา นั่นหมายความว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องสู้กันจนตายไปข้าง ถึงจะเป็นแบบนี้แต่กลับไม่มีใครแสดงความกลัวออกมาเลย
แม้แต่ทหารที่เพิ่งประจำการก็เช่นกัน
นี่คือความกล้าหาญของทหารในหัวเซี่ย
พวกเขาเป็นกระดูกสันหลังของประเทศ
พวกเขามายืนอยู่ตรงนี้ก็เพื่อตัดหัวผู้รุกรานแผ่นดิน!
พวกเขาอยากให้ไททันพวกนั้นรู้ว่าตราบใดที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ แนวป้องกันของหัวเซี่ยจะไม่มีวันล่มสลาย!
ขอเพียงแค่ทุกคนยังมีชีวิตอยู่ พวกเขาจะไม่ยอมให้ไททันตัวไหนเหยียบย่างเข้ามาในหัวเซี่ยเด็ดขาด!
แม้นี่จะเป็นการต่อสู้จนแผ่นดินย้อมไปด้วยเลือด แต่ก็ไม่มีใครยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว!
ถ้าหากความตายของพวกเขานำสันติภาพมาสู่ประเทศชาติ พวกเขาก็จะยอมตายแบบมีเกียรติ
ต่อให้ต้องตายนับพันครั้ง พวกเขาก็ไม่เสียใจ!
ทันใดนั้นจู่ ๆ ทหารใหม่ก็ยื่นมือออกมาชี้ไปบนฟ้าแล้วตะโกนว่า “ดูนั่น! มีเมฆดำขนาดใหญ่กำลังมุ่งหน้ามาทางพวกเราแล้ว!”
ทันทีที่เขาพูดจบ สีหน้าของทหารส่วนใหญ่ก็เปลี่ยนไป
“นั่นมันไม่ใช่เมฆดำ แต่มันคือ ‘วาฬปีศาจ’ ของเผ่าไททัน!”
“ข้าศึกบุก! ข้าศึกบุก!”
“ไททันเปิดฉากโจมตีพวกเราแล้ว!”
“ทุกคนเตรียมพร้อมต่อสู้!”
วาฬปีศาจเป็นสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์พิเศษในเผ่าไททัน พวกมันมีรูปร่างคล้ายวาฬ มีขนาดใหญ่มหึมาซึ่งบดบังท้องฟ้าจนมิด
แต่ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวระหว่างวาฬปีศาจกับวาฬทั่วไปก็คือพวกมันสามารถบินอยู่เหนือท้องฟ้าได้!
ด้วยเหตุนี้เองเผ่าไททันจึงนำพวกมันมาใช้เป็นพาหนะ
ทันใดนั้นเมฆทะมึนก็เคลื่อนเข้ามาใกล้ค่อย ๆ กลืนกินป้อมปราการด่านแรก
เมฆสีดำมหึมาแต่ละก้อนนั้นก็คือวาฬปีศาจ 1 ตัว
ขณะเดียวกัน บนหลังวาฬปีศาจแต่ละตัวมีไททันหลาย 10 ตัวนั่งอยู่บนนั้น
ฝูงวาฬปีศาจสีดำนี้ได้เริ่มเปิดศึกชี้ชะตากับเผ่ามนุษย์แล้ว!
ทางด้านทหารหัวเซี่ยที่เคยมีใจเด็ดเดี่ยวก็ยังอดไม่ได้ที่จะชะงักมองภาพวันอวสานของโลกเบื้องหน้า
ด้วยกำลังมนุษย์ตัวเล็ก ๆ นั้นจะต่อกรกับพวกมันได้จริงเหรอ?
“ชาร์จพลังปืนใหญ่เลเซอร์พร้อมยิง!” จู่ ๆ ก็มีเสียงตะโกนดังขัดความคิดของเหล่าทหาร!
หลังจากเสียงตะโกนก็มีเสียงคำรามดังขึ้น ไม่นานคลื่นพลังที่น่าสะพรึงกลัวก็ทำให้พื้นที่โดยรอบสั่นสะเทือน
ขณะนี้ในสายตาของพวกเขาเห็นแสงเลเซอร์ขนาดมหึมาปลดปล่อยคลื่นพลังทำลายล้างพุ่งเข้าใส่วาฬปีศาจตัวหนึ่งบนท้องฟ้า
ตูม!
ลำแสงเลเซอร์เจาะทะลุหัวที่ใหญ่โตของวาฬปีศาจ!
จากนั้นมันก็เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงภายในกะโหลกวาฬ
นี่คือปืนใหญ่เลเซอร์ระดับสูง หลังจากชาร์จพลังจนเต็มแล้ว มันจะสามารถยิงเลเซอร์ที่มีพลังเทียบเท่ากับพลังโจมตีของผู้มีพลังพิเศษแรงก์ SS ซึ่งวาฬปีศาจธรรมดาไม่มีทางรับการโจมตีนี้ได้เลย
และพลังทำลายล้างของเลเซอร์ก็ทำลายเนื้อเยื่อสมองของวาฬปีศาจ
“กี๊ดดดดด!” เสียงคร่ำครวญแหลมสูงดังขึ้นพร้อมกับร่างของวาฬปีศาจร่วงลงกระแทกพื้นสนามรบเบื้องล่างเต็มแรง
โครม!
เมื่อภาพนี้ปรากฏ ขวัญกำลังใจของฝ่ายทหารหัวเซี่ยก็กลับคืนมา
ถึงแม้ว่าศัตรูจะตัวใหญ่มากแค่ไหน แต่พวกมันก็ไม่ได้เป็นอมตะ
“ทหาร ฆ่ามัน!!”
“บุก บุก!”
“ปกป้องประตูเมือง ปกป้องแนวป้องกันหัวเซี่ย!”
แต่ทันใดนั้นเรื่องแปลกประหลาดก็เกิดขึ้นอีกครั้ง
จู่ ๆ รอยแยกมิติมากมายก็ปรากฏขึ้นรอบตัวพวกเขาอย่างกะทันหัน วินาทีถัดมา ไททันจำนวนหนึ่งก็ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ พวกมันอ้าปากคำรามและพุ่งเข้าโจมตีเหล่าทหารในทันที