เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 157: ชนะหรือไม่ก็ตาย!

บทที่ 157: ชนะหรือไม่ก็ตาย!

บทที่ 157: ชนะหรือไม่ก็ตาย!


จากนั้นหลินเทียนเชวี่ยก็กล่าวต่อไปว่า

“ประตูเมืองแรกมีหลี่รุ่ย ผบ.กองทัพสถิรคอยคุ้มกัน”

“ประตูเมืองที่ 2 กู้ฉางเฟิง ผบ.กองทัพเต่าดำ”

“ประตูเมืองที่ 3 จี่เสวียนเหย่ ผบ.กองทัพมังกรคราม”

“ประตูเมืองที่ 4 เฉินหู่ ผบ.กองทัพพยัคฆ์”

“ประตูเมืองที่ 5 หลี่หวงเหยียน ผบ.กองทัพเพลิงพิโรธ”

“ประตูเมืองที่ 6 หลี่ต้าหมาน ผบ.กองทัพสามานย์”

“ประตูเมืองที่  7 อิ๋งจิ่วเกอ ผบ.กองทัพต้าฉิน”

“ประตูเมืองที่ 8 เฉินจื่ออั๋ง ผบ.กองทัพรุ่งอรุณ”

แม่ทัพมังกรเอ่ยเรียกชื่อนายพลอาวุโสทีละคน ทุกคนรู้ดีว่าหากเอาชนะในศึกครั้งนี้ได้ ในรายชื่อนี้ก็จะกลายเป็นวีรบุรุษของหัวเซี่ย แต่พวกเขาก็ยังต้องแบกรับความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงเอาไว้

ทันใดนั้นจู่ ๆ หลินเทียนเชวี่ยก็เงียบไป ท่ามกลางความเงียบงันนี้สายตาของทุกคนก็กำลังจับจ้องไปที่เขา

เพราะทุกคนรู้ว่ายังเหลือประตูอีก 1 บานที่อีกฝ่ายยังไม่ได้เอ่ยถึง

ซึ่งประตูบานนั้นคือประตูบานที่ 9 ที่อันตรายที่สุด!

ประตูเมืองที่ 9 คือประตูที่สำคัญยิ่ง มันตั้งอยู่ใจกลางแนวป้องกัน ถ้าหากศัตรูผ่านประตูนี้เข้ามาได้ ศัตรูก็จะสามารถรุกคืบเข้าไปด้านในโดยที่ไม่มีอะไรมาขวางกั้นอีก

ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่เกิดสงคราม ประตูบานที่ 9 มักจะเกิดการต่อสู้ที่รุนแรงกว่าประตูไหน ๆ

แล้วใครจะมาทำหน้าที่เฝ้าประตูบานนี้?

พวกเขาไม่ต้องรอนาน หลินเทียนเชวี่ยก็ได้เอ่ยชื่อคนที่ต้องพิทักษ์ประตูนี้

“ประตูเมืองที่ 9 หลินเทียนเชวี่ย ผบ.กองทัพมังกร”

นั่นก็คือชื่อของเขาเอง

ประตูเมืองที่ 9 เป็นจุดที่อันตรายที่สุด ดังนั้นจะต้องได้รับการคุ้มกันจากแม่ทัพมังกรหัวเซี่ยเท่านั้น!

จากนั้นหลินเทียนเชวี่ยก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ทหารทุกนายที่คอยปกป้องแนวป้องกันนี้ต่างก็ต่อสู้ด้วยความกล้าหาญ เมื่อไหร่ก็ตามที่สงครามเริ่มต้นขึ้น นั่นเป็นเวลาที่เราพร้อมจะสละชีพในสนามรบ”

“ในสงคราม ทหารคนใดที่กล้าถอยหนีโดยไม่สนใจว่าสหายร่วมรบของตัวเองจะถูกล้อมสังหาร ใครกล้าฝ่าฝืนคำสั่งทหารให้กำจัดได้ทันที!”

“ผมไม่เคยสงสัยในความมุ่งมั่นที่จะสละชีพเพื่อปกป้องประเทศชาติของทุกคน แต่คำสั่งทหารถือว่าเป็นที่สิ้นสุด!”

คำพูดที่ออกมาจากปากของหลินเทียนเชวี่ยนั้นแฝงไปด้วยไอสังหาร

ณ เวลานี้เขาไม่ใช่ตาลุงพิการที่อยู่ในเมืองหนานเจียงอีกต่อไปแล้ว และเขาก็ไม่ใช่มนุษย์กึ่งเทพที่เด็ดขาดในสนามรบอีกต่อไป

บัดนี้เขาได้กลายเป็นผู้บัญชาการของกองทัพที่เด็ดเดี่ยว เด็ดขาด และแข็งกร้าว!

นั่นหมายความว่าการตัดสินใจของเขาสำคัญมาก คำสั่งทุกคำสั่งจะต้องมีแนวทางที่ชัดเจนและถูกต้องตลอดเวลา

ในสนามรบอันโหดร้ายนี้ คนอ่อนแอไม่อาจมีชีวิตรอดได้ มีเพียงคนที่แข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยวที่สุดเท่านั้นถึงจะมีชีวิตรอดและคว้าชัยชนะมาได้สำเร็จ!

จากนั้นหลินเทียนเชวี่ยก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดเสียงหนักแน่นว่า “ทุกท่าน… พร้อมที่จะสู้จนตัวตายแล้วหรือยัง! พร้อมที่จะรับใช้ชาติปลิดชีพศัตรูหรือไม่!”

“พร้อม!” เหล่านายพลต่างมีสีหน้าเคร่งขรึม ในขณะที่พวกเขากำหมัดพร้อมกับตะโกนเสียงดัง “รับใช้ประเทศชาติ กำจัดศัตรู พลีชีพเพื่อชาติ!”

สำหรับหัวเซี่ย นี่เป็นสงครามที่พวกเขาพ่ายแพ้ไม่ได้เด็ดขาด

ถ้าหากพวกเขาแพ้ แนวป้องกันของหัวเซี่ยจะพังทลายลงทำให้เผ่าไททันรุกคืบเข้าไปในแนวหลังโดยไร้อุปสรรค

หากเป็นเช่นนั้นทั้งหัวเซี่ยก็จะถูกทำลายจนราบเป็นหน้ากลอง

สงครามในครั้งนี้หลินเทียนเชวี่ยจะต้องไม่แพ้ หัวเซี่ยเองก็เช่นกัน!

ตอนนี้พวกเขาเหลือทางเลือกเพียง 2 ทางเท่านั้น

ชนะหรือไม่ก็ตาย!

ก่อนศึกชี้ชะตาครั้งสุดท้ายจะเกิดขึ้น ทั้งกองทัพหัวเซี่ยและเผ่าไททันก็ได้ยุติการรบพร้อมกัน

ทางด้านไททันไม่ได้รู้สึกประหลาดใจเลยที่กองทัพหัวเซี่ยจะได้รับข่าวเกี่ยวกับการรุกคืบที่กำลังจะเกิดขึ้นล่วงหน้า เพราะถึงอย่างไรไม่มีกำแพงไหนที่พวกมันจะบุกทะลวงไปไม่ได้

อีกทั้งพวกมันก็ไม่ได้ปิดบังการกระทำของตัวเอง เนื่องจากพวกมันรวบรวมกำลังพลมหาศาลซึ่งไม่สามารถปิดบังอีกฝ่ายได้ ถ้ามันจะแปลกก็แปลกตรงที่กองทัพหัวเซี่ยไม่สังเกตเห็นการกระทำของพวกมันเลย

ยิ่งไปกว่านั้นเผ่าไททันก็ไม่เคยคิดที่จะใช้วิธีการโจมตีแบบกะทันหันเพื่อฝ่าแนวป้องกันหัวเซี่ย

เพราะแท้จริงแล้วนักรบชาวตงหยิงพวกนั้นต่างหากที่เป็นไพ่ตายที่พวกมันซ่อนเอาไว้!

พวกมันมั่นใจว่าถ้าหากพวกมันลดกำลังพลของหัวเซี่ยลงได้มากพอ พวกมันก็จะฝ่าแนวป้องกันนี้ไปได้อย่างง่ายดาย

ก่อนที่สงครามจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ บรรยากาศอึมครึมที่แฝงไปด้วยกลิ่นคาวเลือดก็แผ่ซ่านไปทั่วสมรภูมิ

ในที่สุดเวลาก็ผ่านไป 3 วัน

ปัจจุบันสนามรบว่างเปล่าไร้ผู้คน หากพิจารณาเพียงภาพตรงหน้า เป็นใครก็สรุปว่ามันไม่มีการสู้รบครั้งใหญ่อะไรทั้งสิ้น

ถึงกระนั้นทุกคนก็รู้ดีแก่ใจว่านี่คือยามคลื่นลมสงบก่อนที่พายุใหญ่จะก่อตัวขึ้น

ในตอนนั้นเหล่าทหารหัวเซี่ยที่เฝ้าประตูเมืองหลักต่างเฝ้ามองสนามรบเบื้องหน้าอย่างใจจดใจจ่อก็หันมากระซิบพูดคุยกัน

“เขาบอกว่าเผ่าไททันจะเปิดการโจมตีครั้งใหญ่ในวันนี้ไม่ใช่เหรอ?”

“ไม่ว่าจะเป็นวันนี้หรือวันพรุ่งนี้ พวกมันก็ต้องบุกโจมตีเราอย่างแน่นอน ในครั้งนี้กองทัพมั่นใจในข่าวกรองมาก”

“ฉันไม่คิดเลยว่าฉันจะได้เห็นการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่แบบนี้หลังจากที่เข้าร่วมกองทัพมาได้แค่ปีเดียว ต่อให้ฉันต้องตายในสนามรบ ฉันก็ไม่รู้สึกเสียดายเลยสักนิด”

“ฮ่า ๆๆ นายพูดถูก ถ้าฉันฆ่าไททันได้สัก 2-3 ตัวก่อนตาย มันจะนับว่าเป็นการตายที่สมศักดิ์ศรี!”

“ครอบครัวของฉันถูกไททันเหยียบจนตาย ในใจฉันตอนนี้แทบจะทนไม่ไหว ขอแค่ฆ่ามันได้ตัวเดียว ไม่สิ… 2 ตัวก็พอแล้ว”

“นี่เพื่อน ถ้าฉันตายในสนามรบ ฝากนายช่วยดูแลครอบครัวฉันด้วยนะ”

“ไม่ ๆๆ พวกเราจะตายไปด้วยกัน หรือไม่ก็ต้องกลับไปด้วยกัน!”

ทุกคนรู้ดีแก่ใจว่านี่เป็นศึกชี้ชะตา นั่นหมายความว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องสู้กันจนตายไปข้าง ถึงจะเป็นแบบนี้แต่กลับไม่มีใครแสดงความกลัวออกมาเลย

แม้แต่ทหารที่เพิ่งประจำการก็เช่นกัน

นี่คือความกล้าหาญของทหารในหัวเซี่ย

พวกเขาเป็นกระดูกสันหลังของประเทศ

พวกเขามายืนอยู่ตรงนี้ก็เพื่อตัดหัวผู้รุกรานแผ่นดิน!

พวกเขาอยากให้ไททันพวกนั้นรู้ว่าตราบใดที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ แนวป้องกันของหัวเซี่ยจะไม่มีวันล่มสลาย!

ขอเพียงแค่ทุกคนยังมีชีวิตอยู่ พวกเขาจะไม่ยอมให้ไททันตัวไหนเหยียบย่างเข้ามาในหัวเซี่ยเด็ดขาด!

แม้นี่จะเป็นการต่อสู้จนแผ่นดินย้อมไปด้วยเลือด แต่ก็ไม่มีใครยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว!

ถ้าหากความตายของพวกเขานำสันติภาพมาสู่ประเทศชาติ พวกเขาก็จะยอมตายแบบมีเกียรติ

ต่อให้ต้องตายนับพันครั้ง พวกเขาก็ไม่เสียใจ!

ทันใดนั้นจู่ ๆ ทหารใหม่ก็ยื่นมือออกมาชี้ไปบนฟ้าแล้วตะโกนว่า “ดูนั่น! มีเมฆดำขนาดใหญ่กำลังมุ่งหน้ามาทางพวกเราแล้ว!”

ทันทีที่เขาพูดจบ สีหน้าของทหารส่วนใหญ่ก็เปลี่ยนไป

“นั่นมันไม่ใช่เมฆดำ แต่มันคือ ‘วาฬปีศาจ’ ของเผ่าไททัน!”

“ข้าศึกบุก! ข้าศึกบุก!”

“ไททันเปิดฉากโจมตีพวกเราแล้ว!”

“ทุกคนเตรียมพร้อมต่อสู้!”

วาฬปีศาจเป็นสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์พิเศษในเผ่าไททัน พวกมันมีรูปร่างคล้ายวาฬ มีขนาดใหญ่มหึมาซึ่งบดบังท้องฟ้าจนมิด

แต่ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวระหว่างวาฬปีศาจกับวาฬทั่วไปก็คือพวกมันสามารถบินอยู่เหนือท้องฟ้าได้!

ด้วยเหตุนี้เองเผ่าไททันจึงนำพวกมันมาใช้เป็นพาหนะ

ทันใดนั้นเมฆทะมึนก็เคลื่อนเข้ามาใกล้ค่อย ๆ กลืนกินป้อมปราการด่านแรก

เมฆสีดำมหึมาแต่ละก้อนนั้นก็คือวาฬปีศาจ 1 ตัว

ขณะเดียวกัน บนหลังวาฬปีศาจแต่ละตัวมีไททันหลาย 10 ตัวนั่งอยู่บนนั้น

ฝูงวาฬปีศาจสีดำนี้ได้เริ่มเปิดศึกชี้ชะตากับเผ่ามนุษย์แล้ว!

ทางด้านทหารหัวเซี่ยที่เคยมีใจเด็ดเดี่ยวก็ยังอดไม่ได้ที่จะชะงักมองภาพวันอวสานของโลกเบื้องหน้า

ด้วยกำลังมนุษย์ตัวเล็ก ๆ นั้นจะต่อกรกับพวกมันได้จริงเหรอ?

“ชาร์จพลังปืนใหญ่เลเซอร์พร้อมยิง!” จู่ ๆ ก็มีเสียงตะโกนดังขัดความคิดของเหล่าทหาร!

หลังจากเสียงตะโกนก็มีเสียงคำรามดังขึ้น ไม่นานคลื่นพลังที่น่าสะพรึงกลัวก็ทำให้พื้นที่โดยรอบสั่นสะเทือน

ขณะนี้ในสายตาของพวกเขาเห็นแสงเลเซอร์ขนาดมหึมาปลดปล่อยคลื่นพลังทำลายล้างพุ่งเข้าใส่วาฬปีศาจตัวหนึ่งบนท้องฟ้า

ตูม!

ลำแสงเลเซอร์เจาะทะลุหัวที่ใหญ่โตของวาฬปีศาจ!

จากนั้นมันก็เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงภายในกะโหลกวาฬ

นี่คือปืนใหญ่เลเซอร์ระดับสูง หลังจากชาร์จพลังจนเต็มแล้ว มันจะสามารถยิงเลเซอร์ที่มีพลังเทียบเท่ากับพลังโจมตีของผู้มีพลังพิเศษแรงก์ SS ซึ่งวาฬปีศาจธรรมดาไม่มีทางรับการโจมตีนี้ได้เลย

และพลังทำลายล้างของเลเซอร์ก็ทำลายเนื้อเยื่อสมองของวาฬปีศาจ

“กี๊ดดดดด!” เสียงคร่ำครวญแหลมสูงดังขึ้นพร้อมกับร่างของวาฬปีศาจร่วงลงกระแทกพื้นสนามรบเบื้องล่างเต็มแรง

โครม!

เมื่อภาพนี้ปรากฏ ขวัญกำลังใจของฝ่ายทหารหัวเซี่ยก็กลับคืนมา

ถึงแม้ว่าศัตรูจะตัวใหญ่มากแค่ไหน แต่พวกมันก็ไม่ได้เป็นอมตะ

“ทหาร ฆ่ามัน!!”

“บุก บุก!”

“ปกป้องประตูเมือง ปกป้องแนวป้องกันหัวเซี่ย!”

แต่ทันใดนั้นเรื่องแปลกประหลาดก็เกิดขึ้นอีกครั้ง

จู่ ๆ รอยแยกมิติมากมายก็ปรากฏขึ้นรอบตัวพวกเขาอย่างกะทันหัน วินาทีถัดมา ไททันจำนวนหนึ่งก็ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ พวกมันอ้าปากคำรามและพุ่งเข้าโจมตีเหล่าทหารในทันที

จบบทที่ บทที่ 157: ชนะหรือไม่ก็ตาย!

คัดลอกลิงก์แล้ว