- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 156: ผู้พิทักษ์ประตูเมือง
บทที่ 156: ผู้พิทักษ์ประตูเมือง
บทที่ 156: ผู้พิทักษ์ประตูเมือง
คุโรคาวะ ชินโซที่ได้ยินอีกฝ่ายพูดอย่างนั้นก็ตอบกลับไปว่า “มันเป็นหน้าที่ของผม น่าเสียดายที่คนโง่พวกนั้นไม่รู้ว่าต่อให้พวกมันชนะสงครามในครั้งนี้ พวกมันก็ไม่มีทางได้รับการยอมรับจากเผ่าไททันอยู่ดี”
ไททันตัวสูงใหญ่พยักหน้ารับเล็กน้อยพลางหัวเราะเบา ๆ “ถูกต้อง ไม่ว่าพวกมันจะภักดีแค่ไหน แต่พวกมันก็เป็นเพียงแค่มนุษย์ในสายตาของเรา”
“คนเดียวที่จะได้รับการยอมรับจากเผ่าไททันอย่างแท้จริงก็คือเจ้า! คุโรคาวะคุง!”
คุโรคาวะ ชินโซยกยิ้มมุมปาก “ท่านเฮยหลง ขอบคุณที่ท่านยอมรับผม อันที่จริงนับตั้งแต่วินาทีที่ผมได้รับมรดกจากไททันเงาสังหาร ผมก็ไม่คิดว่าตัวเองเป็นมนุษย์อีกต่อไปแล้ว นับว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ผมได้เข้าร่วมเผ่าไททัน”
สำหรับไททันที่ยืนอยู่เบื้องหน้าคุโรคาวะ ชินโซนั้นก็คือไททันมังกรดำ
ในฐานะผู้สืบทอดมรดกไททันเงาสังหาร คุโรคาวะ ชินโซได้รับการยอมรับจากสภาผู้อาวุโสหลังจากที่เขาเอ่ยปากจะจงรักภักดีต่อเผ่าไททัน
ไม่ว่าอย่างไรชายหนุ่มก็มีพลังไททันไหลเวียนอยู่ในร่างกาย ร่างมนุษย์ของเขาเป็นเพียงภาชนะของพลังเท่านั้น ในสายตาของเผ่าไททัน มนุษย์ทั่วไปกับผู้สืบทอดมรดกไททันนั้นมีความแตกต่างกันมาก
แต่ถึงแม้คุโรคาวะ ชินโซจะรู้เรื่องนี้อยู่แก่ใจ แต่เขาก็ยังปลุกเร้าให้ชาวตงหยิงที่เหลืออยู่ไปตายในแนวหน้า เพราะมีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้เขาได้รับสถานะสูงขึ้นในเผ่าไททัน
ผู้มีพลังชาวตงหยิงพวกนั้นเป็นเพียงบันไดให้เขาเหยียบย่ำขึ้นไปที่สูงเพียงเท่านั้น
จู่ ๆ ไททันมังกรดำก็พูดขึ้นว่า “คุโรคาวะคุง ถ้าเจ้ายอมช่วยข้า ข้าก็ยินดีที่จะช่วยเจ้าพูดต่อหน้าสภาอาวุโส ข้อเสนอนี้น่าสนใจหรือไม่?”
“พอถึงตอนนั้นเจ้าก็จะเป็นผู้สืบทอดมรดกไททันคนแรกและคนเดียวในสภา!”
เมื่อคุโรคาวะ ชินโซได้ยินคำพูดของเฮยหลง ดวงตาของเขาก็เป็นประกายตื่นเต้น
เขารู้ดีว่าการได้เข้าร่วมสภาผู้อาวุโสมันหมายความว่าอย่างไร!
พอคิดถึงเรื่องนี้เขาก็ตอบกลับโดยไม่ลังเล “ท่านมีอะไรให้ผมช่วยเหรอครับ?”
“ช่วยข้าฆ่าคน!” เฮยหลงกดเสียงพูดต่ำลงทำให้มันดูดุดันมากขึ้น “ฆ่าคนที่มีชื่อว่า ‘หลินหยวน’ มนุษย์คนนี้ได้ก่อกรรมทำชั่วไว้มาก มันได้สังหารผู้สืบทอดมรดกไททันพยากรณ์”
“ถ้าหากเจ้าช่วยข้าฆ่ามันได้ นี่ก็จะเป็นผลงานใหญ่ แม้กระทั่งในสายตาของสภาผู้อาวุโส!”
คุโรคาวะ ชินโซที่ได้ฟังคำพูดของไททันมังกรดำก็เกิดความละโมบในใจ แม้ว่าเขาจะได้รับการต้อนรับจากเผ่าไททัน แต่การเข้าร่วมสภาผู้อาวุโสก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
เพราะสภาผู้อาวุโสคือผู้มีอำนาจสูงสุดในเผ่าไททัน มีเพียงไททันที่มีสถานะสูงส่งเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้นที่ได้เข้าร่วมหารือเรื่องต่าง ๆ ในสภา
อาจกล่าวได้ว่าสภาผู้อาวุโสเป็นผู้กำหนดทิศทางอนาคตของเผ่าไททัน
ด้วยคุณสมบัติของเขาในปัจจุบัน ถึงแม้ไททันมังกรดำจะเอ่ยปากแนะนำเขาให้กับเหล่าผู้อาวุโส แต่เขาก็อาจจะไม่สามารถเข้าร่วมสภาได้ในทันที เพราะเหตุนี้เองเขาจึงจำเป็นจะต้องสะสมผลงานของตัวเองให้มากขึ้น
และตอนนี้โอกาสก็ได้มาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว
ขอเพียงเขากำจัดมนุษย์ที่ชื่อว่า ‘หลินหยวน’ และนำกองกำลังชาวตงหยิงฝ่าแนวป้องกันของหัวเซี่ยไปได้ ในฐานะผู้ที่มีความดีความชอบ เขาย่อมมีโอกาสได้เข้าร่วมสภาผู้อาวุโสมากยิ่งขึ้น
พอคิดถึงเรื่องนี้ คุโรคาวะ ชินโซที่ตัดสินใจแบบฉับพลันก็กล่าวว่า “ผมยินดีทำตามที่ท่านต้องการ”
ไททันมังกรดำยกยิ้มมุมปากทันทีที่ได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย มันรู้ว่าเขาจะตอบตกลง
คนที่ทะเยอทะยานอย่างคุโรคาวะ ชินโซย่อมไม่สามารถต่อต้านสิ่งล่อใจอย่างการเข้าร่วมสภาผู้อาวุโสได้อยู่แล้ว
แต่สิ่งที่ชายคนนี้ไม่รู้ก็คือ ตัวมันถูกปลดออกจากสภาพผู้อาวุโสไปแล้ว ดังนั้นมันจึงไม่มีทางช่วยอีกฝ่ายให้เข้าสภาผู้อาวุโสได้อย่างแน่นอน
และคำสัญญาที่เฮยหลงมอบให้เป็นเพียงการหลอกใช้เขาอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะสุดท้ายแล้วหากหลินหยวนรอดชีวิตไปได้ มันก็คงไม่สามารถไถ่โทษที่ปล่อยให้ฉู่เซียวออกไปทำภารกิจจนสุดท้ายต้องถูกศัตรูฆ่าตาย
ถ้าเป็นแบบนั้นมันจะต้องถูกสภาผู้อาวุโสลงโทษอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าอย่างไรมันก็จะต้องฆ่าไอ้มนุษย์คนนั้นให้ได้!
มีเพียงหลินหยวนตายเท่านั้นถึงจะเป็นทางรอดของมัน
ด้วยเหตุนี้เฮยหลงจึงล่อลวงคุโรคาวะ ชินโซเพื่อให้ตนเองบรรลุเป้าหมาย
ที่จริงแล้วสิ่งที่ไททันมังกรดำทำนั้นไม่ต่างจากชายหนุ่มที่หลอกใช้เพื่อนร่วมชาติของตัวเอง
เพื่อประโยชน์ส่วนตน คุโรคาวะ ชินโซถึงขั้นยุยงให้ทหารตงหยิงพากันไปตายในสนามรบ
และเพื่อความอยู่รอด เฮยหลงได้เอ่ยปากให้สัญญาที่ไม่มีทางเป็นจริงกับชายหนุ่มเช่นกัน
ในขณะนี้ทุกคนต่างก็มีแผนการของตัวเอง
ทุกคนต่างรอคอยการต่อสู้ที่กำลังจะปะทุขึ้นในอีก 3 วันข้างหน้าอย่างใจจดใจจ่อ!
…
วันต่อมา ที่แนวป้องกันด่านแรกของหัวเซี่ย
ณ ห้องประชุมกองทัพ
ในขณะนั้นนายพลอาวุโสของกองทัพทั้งหมดนั่งอยู่ในที่ประชุม
“ทุกท่าน ผมเชื่อว่าทุกท่านคงได้ยินข่าวมาก่อนแล้ว” ชายวัยกลางคนที่มีรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลามองไปรอบ ๆ แล้วพูดเสียงดังฟังชัด “ไททันกำลังรวบรวมกำลังพลเตรียมที่จะโจมตีพวกเรา!”
บัดนี้สีหน้าของคนพูดเคร่งขรึม ชายรูปงามคนนี้ก็คือผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพหัวเซี่ย ‘เฉินหลงเซี่ยง’
หลังจากที่เขากล่าวเช่นนี้ นายพลอาวุโสทุกคนที่อยู่ที่นั่นก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน ส่งผลให้บรรยากาศภายในห้องประชุมเย็นลงจนน่าขนลุก
นั่นเป็นเพราะว่าไม่มีใครคาดว่าวันนี้จะมาถึงเร็วขนาดนี้
แต่ในขณะนั้นเฉินหลงเซี่ยงกลับหัวเราะขึ้นมา “ทุกท่าน ทำไมพวกท่านถึงทำหน้าแบบนั้นกัน?”
“ทุกท่านอย่าได้ท้อแท้กันไปเลย เราต่อสู้กับเผ่าไททันมานานมากแล้ว เราทุ่มเทมากมายเพื่อแนวป้องกันนี้ เราฝังสหายร่วมรบของเรานับไม่ถ้วนเอาไว้ในสนามรบ ตอนนี้มีอะไรให้พวกเราต้องกลัวอยู่อีกเหรอ?”
“ในเมื่อไอ้พวกไททันคิดจะเปิดฉากการต่อสู้ครั้งสุดท้าย งั้นเราก็มาสู้กับพวกมันให้ตายกันไปข้างเถอะ!”
“จงแสดงความกล้าหาญของทหารหัวเซี่ยให้พวกมันเห็น! ไม่ว่ามันจะยากแค่ไหน ให้พวกมันรู้ว่าใครก็ตามที่คิดล่วงเกินหัวเซี่ยจะต้องถูกลงโทษ!”
คำพูดของเฉินหลงเซี่ยงทรงพลังอย่างน่าเหลือเชื่อ มันได้จุดประกายความหวังและความปรารถนาในใจของทุกคน
“ผบ.เฉินพูดถูก เราจะต้องกลัวอะไรอีก เราผ่านการสู้รบกับพวกไททันมาตั้งมากมาย ตราบใดที่ผมยังมีชีวิตอยู่ ไอ้สารเลวพวกนั้นจะไม่มีวันฝ่าแนวป้องกันด่านแรกไปได้แน่!”
“ในเมื่อนี่เป็นศึกครั้งสุดท้าย งั้นเราก็มาจัดการให้มันจบ ๆ เถอะ เอาชนะพวกมัน ทำลายพวกมันให้สิ้นซาก อย่าให้พวกมันกล้ามารุกรานดินแดนของพวกเราอีก!”
“ใช่ จะกลัวกันไปทำไม เราจะพลีชีพเพื่อชาติ! ถ้าผมตาย ไม่ต้องเตรียมโลงศพให้ผม และไม่ต้องตั้งป้ายไว้อาลัยแด่ทหารกล้า ผมตายตรงไหนก็ให้เผาตรงนั้น!”
“ทหารทุกนายของกองทัพจงเตรียมพร้อมรับคำสั่ง! พวกเราจะสู้จนตัวตาย!”
ณ ขณะนี้นายพลอาวุโสทุกคนที่นั่งอยู่ที่นั่นต่างพากันตะโกนด้วยความฮึกเหิม
พวกเขาต่อสู้กับเผ่าไททันมาเนิ่นนาน ความเกลียดชังจึงหยั่งรากลึกลงในใจ และเพื่อให้ชนรุ่นหลังได้มีชีวิตที่สงบสุข พวกเขาต่างก็มีความเชื่อว่านี่เป็นหน้าที่ของพวกตนที่ต้องทำให้สำเร็จ
“เอาล่ะ!” เฉินหลงเซี่ยงยกมือส่งสัญญาณให้ทุกคนเงียบลง เพราะเขามีสิ่งที่อยากจะพูดต่อ
“ทุกท่าน ผมเข้าใจความรู้สึกและความคิดของทุกท่านดี แต่ความมุ่งมั่นเพียงอย่างเดียวมันไม่พอ นอกจากความกล้าที่จะเผชิญหน้าแม้ตัวตายแล้ว เรายังต้องการแผนการรบที่รอบคอบที่สุด การเตรียมการรับมือที่ครอบคลุมในทุกด้าน และการพิจารณาในทุกรายละเอียดไม่มีพลาด”
“ไม่ว่ายังไง… เราจะต้องชนะในสงครามครั้งนี้! มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นถึงจะปกป้องประชาชนที่อยู่ในแนวหลังไม่ให้เผ่าไททันรุกรานได้!”
“นี่คือความรับผิดชอบของพวกเรา เป็นภารกิจที่เราจะต้องทำให้สำเร็จ! และนี่ก็คือเป้าหมายที่กองทัพของเรายังยืนหยัดอยู่ตรงนี้!”
หลังจากเฉินหลงเซี่ยงพูดจบ ทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องประชุมก็เงียบลงอีกครั้ง
แท้จริงแล้วการเอาชีวิตไปทิ้งในสนามรบนั้นมันง่ายดายมาก แต่ภารกิจของพวกเขาไม่ใช่การตาย มันคือการสู้จนกว่าจะชนะ
เพื่อรักษาแนวป้องกันนี้เอาไว้ พวกเขาจะต้องชนะในศึกครั้งนี้!
จากนั้นเฉินหลงเซี่ยงก็พูดขึ้นอีกครั้งว่า “ต่อไปนายพลหลินจะมามอบหมายหน้าที่ทั้งหมดให้กับทุกท่าน”
หลังจากที่ชายวัยกลางคนกล่าวจบ หลินเทียนเชวี่ยก็ลุกขึ้นยืนทันที
เขากวาดตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะพูดว่า “ผมเชื่อว่าทุกท่านคงเข้าใจเจตนาของผบ.เฉินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และผมก็มั่นใจว่าทุกท่านคงเข้าใจถึงความสำคัญของสงครามในครั้งนี้”
“ถ้าอย่างนั้นผมจะขอมอบหมายภารกิจให้ทุกท่าน แนวป้องกันในด่านแรกประกอบด้วยประตูเมือง 9 แห่ง ประตูทั้ง 9 นี้มีความสำคัญมาก หากศัตรูฝ่าประตูทั้ง 9 มาได้ แนวป้องกันก็จะพังทลายลง ดังนั้นเราจะต้องป้องกันมันเอาไว้ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้”
“ผมขอมอบหมายให้นายพลแต่ละท่านเป็นคนเฝ้าประตูทั้ง 9 นี้ ถ้าหากใครแพ้จะต้องโทษประหาร!” น้ำเสียงของหลินเทียนเชวี่ยนั้นแฝงไปด้วยพลังอำนาจที่กดดันให้ทุกคนรู้สึกหวาดกลัว
นายพลอาวุโสทุกคนจึงนั่งฟังอย่างตั้งใจ พวกเขาไม่กล้าแสดงท่าทีขัดขืนเลยแม้แต่น้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าแม่ทัพมังกรผู้เลื่องชื่อคนนี้