เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 155: ผู้สืบทอดมรดกไททันเงาสังหาร คุโรคาวะ ชินโซ

บทที่ 155: ผู้สืบทอดมรดกไททันเงาสังหาร คุโรคาวะ ชินโซ

บทที่ 155: ผู้สืบทอดมรดกไททันเงาสังหาร คุโรคาวะ ชินโซ


ทันใดนั้นหลี่หวงเหยียนก็พูดขึ้นว่า “นายพลหลินวางใจได้เลยครับ คริสตัลพลังชีวิตของฉู่อวี้ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ไม่มีร่องรอยของความเสียหายอะไรเลยสักนิด คุณมั่นใจได้เลยว่าหลินหยวนจะยังสบายดีครับ”

ในฐานะผู้สืบทอดมรดกไททันศักดิ์สิทธิ์ ฉู่อวี้จึงได้รับการปฏิบัติอย่างดีจากกองทัพ ดังนั้นก่อนที่จะเดินทางออกจากกองทัพ เธอจึงได้ผูกชีวิตตัวเองไว้ในคริสตัลชีวิตซึ่งเป็นคริสตัลพิเศษ เมื่อผูกมัดเรียบร้อยแล้วพลังชีวิตของผู้ที่ผูกมัดก็จะส่องสว่างอยู่บนคริสตัลนั้น

หากผู้ที่ผูกมัดได้รับบาดเจ็บ แสงของคริสตัลจะหรี่ลง และถ้าผู้ที่ผูกมัดตายลง คริสตัลชีวิตก็จะแตกสลาย

วันนี้คริสตัลชีวิตของฉู่อวี้ยังคงสมบูรณ์ไร้รอยขีดข่วน แค่นี้มันก็พอจะพิสูจน์ได้แล้วว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ แถมยังสบายดีด้วย

ทางด้านหลินเทียนเชวี่ยรู้ว่าหลี่หวงเหยียนกำลังปลอบใจตนอยู่ เขาจึงยกมือขึ้นขยี้ผมพลางหัวเราะเบา ๆ “ฉันก็หวังว่ามันจะเป็นแบบนั้นเหมือนกัน”

ท่าทางของผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นคนที่แข็งแกร่งกลับดูเหนื่อยล้าอย่างที่ไม่เคยมีใครเคยเห็นมาก่อน

ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นมนุษย์กึ่งเทพที่มีพลังมหาศาล แต่เขากลับไม่สามารถปกป้องลูกชายคนเดียวของตัวเองได้เลย

เขานี่มัน… ไม่สมควรเป็นพ่อคนเลย

จากนั้นหลี่หวงเหยียนก็พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “นายพลหลิน มีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมจำเป็นจะต้องรายงานให้คุณทราบ”

ชายวัยกลางคนลืมตาขึ้นแล้วถามว่า “เรื่องอะไรเหรอ?”

“ตามข่าวกรองที่เราได้รับ…” ชายผมแดงเว้นจังหวะพูด ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาลงว่า “ดูเหมือนว่าเผ่าไททันจะเริ่มรวบรวมกำลังพลมากกว่าเดิมครับ”

พอหลินเทียนเชวี่ยได้ยินแบบนี้ สายตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา

“รวบรวมกำลังพลมากกว่าเดิม? นี่พวกมันคิดจะเริ่มสงครามอีกครั้งงั้นเหรอ?”

ปัจจุบันแนวป้องกันในด่านแรกอยู่ในขั้นวิกฤติแล้ว

ถ้าการคาดการณ์ของหลินเทียนเชวี่ยไม่คลาดเคลื่อน เผ่าไททันอาจจะกำลังพยายามฉวยโอกาสนี้ฝ่าแนวป้องกันหัวเซี่ยในคราวเดียว

ทันใดนั้นหลี่หวงเหยียนก็พูดขึ้นว่า “นายพลหลิน ถ้าเผ่าไททันคิดจะทำสงครามอีกครั้ง เราควรจะทำยังไงดีครับ?”

“เราจะทำอะไรได้อีกล่ะ เรื่องแบบนี้เราหลีกเลี่ยงได้หรือไง?” แม่ทัพมังกรกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ในเมื่อพวกมันอยากสู้ เราก็สู้พวกมันกลับสิ! มีเพียงทำให้ฝ่ายพวกมันได้รับความเสียหายเท่านั้นถึงจะช่วยฟื้นฟูเสถียรภาพของกองทัพได้”

“นายสั่งการให้หน่วยลาดตระเวนที่เราส่งออกไปรวบรวมข่าวกรองเกี่ยวกับทหารไททันมาให้ได้มากที่สุด อย่าให้พลาดรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ถ้าเราจะต้องสู้ เราจะสู้แบบไม่รู้อะไรไม่ได้”

หลี่หวงเหยียนพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น “รับทราบครับ!”

“เอาล่ะ นายไปจัดการเรื่องนี้เถอะ” แม่ทัพมังกรกล่าวเสียงขรึม “ส่วนที่เหลือปล่อยให้ฉันเป็นคนจัดการเอง”

“แต่ถ้าหากเกิดสงครามขึ้นจริง ๆ มันจะเป็นความท้าทายที่หนักหนาสำหรับแนวป้องกันในด่านแรก หรือแม้กระทั่งกับกองทัพทั้งหมด ฉันรู้สึกว่าการโจมตีของเผ่าไททันในครั้งนี้จะไม่ใช่แค่การหยั่งเชิงเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว”

“แต่ไม่ว่ามันจะเป็นยังไง เราจะต้องผ่านความยากลำบากนี้และยึดแนวป้องกันเอาไว้ให้ได้!”

หลี่หวงเหยียนถอนหายใจก่อนจะตอบรับด้วยเสียงหนักแน่น “ครับผม”

จากนั้นเขาก็ยิ้มพูดว่า “นายพลหลิน ถ้าเราเอาชนะศึกในครั้งนี้มาได้ ผมจะพาคุณเข้าไปในดินแดนไททัน และพาหลินหยวนกลับมาด้วยกันครับ!”

ชายวัยกลางคนตกตะลึงเล็กน้อย เขาคาดไม่ถึงเลยว่าหลี่หวงเหยียนจะพูดแบบนี้กับเขา

บอกตามตรงว่าเขาไม่เคยมีความคิดบ้าบิ่นแบบนี้ในหัวมาก่อน

การเข้าไปในดินแดนของไททันอย่างนั้นเหรอ?

ถ้าเขาอายุน้อยกว่านี้สัก 30 ปีเขาคงจะคิดแบบเดียวกัน เพราะท้ายที่สุดแล้ว ย้อนกลับไปตอนที่เขายังหนุ่มยังแน่น มีพลังเต็มเปี่ยมเหมือนกับหลี่หวงเหยียนในตอนนี้ ตัวเขานั้นทั้งเลือดร้อนและมุทะลุ

แต่หลังจากที่เขาโตขึ้น เขาก็ต้องแบกรับภาระความรับผิดชอบเพิ่มมากขึ้น ก่อนที่เขาจะลงมือทำอะไรสักอย่าง เขาจะต้องชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียและผลที่ตามมาให้ดีเสียก่อน

ถึงแม้ว่าเขาจะเต็มใจแบบภาระพวกนี้ แต่ความรับผิดชอบเหล่านี้ก็เป็นเหมือนเครื่องพันธนาการเขาเอาไว้ราวกับโซ่ตรวน

เขาไม่ได้ทำอะไรเสียสติมานานแค่ไหนแล้วนะ?

แม้แต่หลินเทียนเชวี่ยเองก็จำไม่ได้เช่นกัน

เขาจำได้เพียงว่าครั้งหนึ่งเขากล้าบุกทะลวงกองทัพไททันพร้อมกับดาบในมือเพียงเล่มเดียว เพราะเหตุนี้เองเขาจึงมีผลงานในการปฏิบัติการทางทหารที่น่าทึ่งและกลายเป็นแม่ทัพมังกรของหัวเซี่ยในปัจจุบัน

พอชายวัยกลางคนคิดถึงเรื่องนี้ เขาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วค่อย ๆ ลุกขึ้นเดินไปยืนอยู่ข้างหลี่หวงเหยียน “ขอบคุณมาก หลังจากจบสงครามแล้ว ให้นายตามฉันบุกเข้าไปในดินแดนไททัน!”

“ถ้าหลินหยวนยังมีชีวิตอยู่เราจะช่วยเขากลับมา แต่ถ้าลูกชายของฉันตาย…” หลินเทียนเชวี่ยเว้นจังหวะพูด “ฉันจะจับไอ้พวกไททันมาสับเป็นชิ้น ๆ ให้เลือดไหลนองเป็นสาย!”

“ฉันจะให้ไททันนับล้านร่วมฝังไปพร้อมกับลูกชายของฉัน!”

เมืองเทียนหลัว เผ่าไททัน

นี่คือเมืองหลักขนาดใหญ่ และเป็นเมืองที่อยู่ใกล้กับแนวหน้าหัวเซี่ยมาก

ในขณะนี้เหล่าผู้มีพลังพิเศษของตงหยิงทั้งหมดได้แอบมารวมตัวกันอยู่ในเมืองหลักแห่งนี้

พวกเขาจงใจปิดบังตัวตนทำให้กองทัพหัวเซี่ยไม่รู้ถึงการมีอยู่ของพวกตน มิหนำซ้ำปัจจุบันมีเพียงสมาชิกระดับสูงของเผ่าไททันไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่าพวกเขาอยู่ในเมืองเทียนหลัว

เพราะแผนการที่พวกเขากำลังจะลงมือทำนั้นสำคัญมาก

พวกเขาจะร่วมมือกับเผ่าไททันเพื่อฝ่าแนวป้องกันของหัวเซี่ย

ในสนามฝึกที่กว้างขวาง ผู้มีพลังพิเศษของตงหยิงหลายร้อยคนได้มารวมตัวกันอยู่ที่นั่น

ขบวนทัพของพวกเขานั้นดูเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยที่พวกเขายืนเรียงแถวด้วยท่าทางเคร่งขรึม

จู่ ๆ ผู้ชายร่างสูงที่สวมชุดดำก็มายืนอยู่ต่อหน้าทุกคน

ชายคนนั้นกวาดตามองไปรอบ ๆ แล้วพูดเสียงดังกังวานว่า “ทหารทั้งหลาย เมื่อ 2 เดือนก่อน ประเทศตงหยิงของเราถูกทำลาย เราทุกคนต่างก็ตกเป็นเชลยของไททัน พวกเราถูกปฏิบัติอย่างไร้มนุษยธรรม ถูกมองเป็นอาหาร เป็นสัตว์เลี้ยง และเป็นทาส แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราสมควรได้รับ!”

“แม้ว่าประเทศของเราจะถูกทำลายไปแล้ว แต่เราก็ยังหาบ้านเมืองใหม่ได้ และเผ่าไททันก็ได้มอบโอกาสนี้กับเรา”

“แต่ในโลกของพวกมัน เราเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่ต่ำต้อยที่สุด เพราะครั้งหนึ่งเราเคยกบฏ สุดท้ายแล้วเราก็ต่อต้านพวกมันไม่ได้ ดังนั้นถ้าหากเราต้องการจะเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้ เราจะต้องพิสูจน์คุณค่าของตัวเองให้พวกมันเห็น!”

“มีเพียงทางนี้เท่านั้นพวกเราถึงจะมีสถานะเท่าเทียมกับเหล่าไททัน เราจะต้องพิสูจน์ให้พวกมันเห็นว่าเราไม่ใช่อาหาร ไม่ใช่สัตว์เลี้ยง ไม่ใช่ทาส แต่เป็นดาบที่คมกริบที่สุดในมือของพวกมันต่างหาก!”

“ขอเพียงพวกมันออกคำสั่ง พวกเราก็พร้อมฝ่าฟันทุกสิ่งทุกอย่าง ทหารทั้งหลาย ทุกคนยอมจะเป็นดาบเล่มนั้นหรือไม่?”

เหล่าทหารที่ฟังคำยุยงของชายชุดดำต่างก็ตื่นเต้นคลั่งไคล้ ในขณะที่พวกเขาตะโกนพร้อมกันว่า “ยอม!”

“ทุกคนยินดีที่ได้ต่อสู้เพื่อเผ่าไททันหรือเปล่า?!”

“ยินดี!!”

“ดีมาก” ชายชุดดำพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ในเมื่อทุกคนตัดสินใจแล้ว มีสิ่งหนึ่งที่ฉันอยากจะบอกทุกคน… ตอนนี้โอกาสมาอยู่ตรงหน้าเราแล้ว! พอเพียงพวกเราฝ่าแนวป้องกันของหัวเซี่ยไปได้ เราก็จะเท่าเทียมกับไททันทุกตัวภายในเผ่าไททัน!”

“ไอ้พวกหัวเซี่ย… พวกนั้นไม่สมควรจะมีชีวิตอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้!! จงจำไว้ให้ดี ก่อนที่ตงหยิงจะถูกทำลาย เรายอมก้มหัวขอความช่วยเหลือจากหัวเซี่ย แต่ไอ้สารเลวพวกนั้นกลับปฏิเสธพวกเราโดยไม่ลังเล ในสายตาของพวกมัน เราเป็นศัตรูของพวกมันมาตลอด ลึก ๆ ในใจของพวกมันไม่เคยลืมความผิดที่เราก่อไว้ในอดีต”

“ถ้าอย่างนั้นเราก็ไม่จำเป็นต้องสนใจพวกมันอีกต่อไปแล้ว ผู้กล้าทั้งหลายจงต่อสู้เต็มกำลัง เปิดเผยเขี้ยวเล็บของตัวเองออกมา แสดงให้พวกมันเห็นถึงพลังของเรา!”

“จงลุกขึ้นสู้ เราจะเป็นปีศาจร้ายขย้ำคอไอ้พวกหัวเซี่ย เราจะบุกทำลายบ้านเรือนของพวกมัน เราจะทำให้พวกมันได้รู้ซึ้งถึงความอัปยศอดสูที่ประเทศชาติถูกทำลายเหมือนกับที่พวกเราเป็น!!”

“หลังจากที่พวกมันพ่ายแพ้ เราจะเหยียบพวกมันให้จมดิน ให้พวกมันมีสถานะต่ำสุดในเผ่าไททัน ทำให้พวกมันเป็นทาสของเรา และกลายเป็นทาสไปตลอดหลายชั่วอายุ”

“ผู้กล้าทั้งหลาย เพื่อให้วันนั้นมาถึง… เราจะต้องชนะในสงครามครั้งนี้!!”

ขณะนี้สายตาของผู้มีพลังชาวตงหยิงทุกคนเต็มไปด้วยความฮึกเหิม พร้อมกับที่พวกเขาตะโกนสุดเสียง “ชนะ! ชนะ!”

ชายชุดดำที่เห็นภาพเบื้องหน้าก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะยกมือให้ทุกคนเงียบลงแล้วกล่าวว่า “ดีมาก จงจดจำความรู้สึกนี้เอาไว้ให้ดี ในอีก 2 วันข้างหน้า การต่อสู้จะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ! เราจะต้องยึดแนวป้องกันของหัวเซี่ยให้ได้ภายใน 1 สัปดาห์”

“เอาล่ะ ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อนเติมพลัง ลับคมดาบคาตานะเตรียมพร้อมในการต่อสู้ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่ช้า” แม้ว่าชายชุดดำจะสั่งให้ทุกคนแยกย้ายกันไปพัก แต่กลุ่มผู้มีพลังชาวตงหยิงกลุ่มนี้ก็ยังไม่มีใครแยกตัวออกไป

พวกเขารวมกลุ่มกันเพื่อให้กำลังใจซึ่งกันและกัน มีเพียงชายชุดดำเท่านั้นที่เดินออกจากสนามฝึกนั้นไป

ทว่าเขาเดินไปได้ไม่ใกล้นักก็มีร่างใหญ่ปรากฏขึ้นตรงหน้า

ร่างนั้นโค้งตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย ในขณะที่มันยิ้มแล้วพูดว่า “ต้องขอขอบคุณคุโรคาวะคุง คำพูดของเจ้าช่วยปลุกขวัญกำลังใจให้ทหารได้มากจริง ๆ”

ชายชุดดำที่พูดปลุกระดมผู้มีพลังชาวตงหยิงนับร้อยก็คือผู้สืบทอดมรดกไททันเงาสังหารคุโรคาวะ ชินโซ!

จบบทที่ บทที่ 155: ผู้สืบทอดมรดกไททันเงาสังหาร คุโรคาวะ ชินโซ

คัดลอกลิงก์แล้ว