- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 150: สิ่งประดิษฐ์กึ่งเทพ 2 ชิ้น ธนูล่าตะวัน, ลูกศรเทพตกสวรรค์
บทที่ 150: สิ่งประดิษฐ์กึ่งเทพ 2 ชิ้น ธนูล่าตะวัน, ลูกศรเทพตกสวรรค์
บทที่ 150: สิ่งประดิษฐ์กึ่งเทพ 2 ชิ้น ธนูล่าตะวัน, ลูกศรเทพตกสวรรค์
ในความเป็นจริงหลินหยวนไม่ได้อยากเป็นคนโหดร้ายขนาดนี้ แต่สงครามนั้นโหดร้ายเช่นนี้เสมอมา
คนที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันจะต้องเผชิญกับชะตากรรมที่เลวร้าย
หลังจากปลิดชีพฉู่เซียวเรียบร้อยแล้ว หลินหยวนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ต่อจากนั้นไม่นาน ระยะเวลาการรวมร่างก็สิ้นสุดลง ร่างของเขากับไททันเทพอาสัญก็แยกออกจากกันกลับคืนสู่สภาพเดิม
ดูเหมือนว่าผลข้างเคียงของการรวมร่างนั้นทำให้ไททันเทพอาสัญไม่ฟื้นคืนสติหลังจากที่แยกร่างออกมา
หลินหยวนจึงยกมือขึ้นเพื่อนำมันเก็บเข้าไปในช่องเก็บอันเดด
ไททันระดับ 10 ที่ถูกยกย่องเป็นเสมือนเทพเจ้า
ผู้สืบทอดมรดกไททันเงาสังหาร คุโรคาวะ ชินโซ
ต้องบอกว่าข่าวที่ฉู่เซียวบอกเขาก่อนตายนั้นเป็นข่าวที่มีค่ามาก แล้วมันก็เป็นสิ่งที่ทำให้หลินหยวนรู้สึกเศร้าใจ
ถ้าหากคนอย่างเขาเลือกเดินทางอีกสายหนึ่ง เขาอาจจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่มากแน่ ๆ
น่าเสียดายที่โลกอันโหดร้ายและวุ่นวายแห่งนี้กลับใช้ทุกคนเป็นเบี้ยในกระดานหมากรุก บังคับให้พวกเขาต้องเลือกทางเดินของตัวเอง
หลังจากที่ร่างของฉู่เซียวถูกบดขยี้จนแหลก เขาก็ไม่หลงเหลือร่างสมบูรณ์อีก แต่คนอย่างเขาคงไม่ได้สนใจเรื่องแบบนี้สักเท่าไหร่
เด็กหนุ่มจึงทำการขุดหลุมลึกที่บริเวณนั้นแล้วฝั่งศีรษะของฉู่เซียวเอาไว้
ในเวลาเดียวกัน ฉู่อวี้ก็เดินเข้ามากระซิบว่า “ถ้าเราให้โอกาสเขา… บางทีเขาอาจจะเลือกต่อสู้เพื่อหัวเซี่ยก็ได้”
“แค่บางทีนะ” หลินหยวนสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “น่าเสียดายที่นี่คือการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด เราจะแสดงความเมตตาไม่ได้เด็ดขาด”
“ฉันเลยไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องฆ่าเขา”
ฉู่อวี้พยักหน้าแล้วพูดว่า “ฉันเข้าใจ การปล่อยเขาไว้มันคงไม่ยุติธรรมกับผู้กล้าที่สละชีวิตและทหารที่กำลังต่อสู้อยู่ในแนวหน้า”
หลังจากฝังศีรษะของฉู่เซียว หลินหยวนก็เงยหน้าขึ้นพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “เอาล่ะ ถึงเวลาที่เราต้องไปจากที่นี่แล้ว ฉันฆ่าฉู่เซียว ถ้าพวกไททันรู้เรื่องนี้เข้า พวกมันคงจะโกรธมาก”
การที่มีไททันมหันตภัยขั้นสูง 3 ตัว แถมยังมีโลหิตศักดิ์สิทธิ์ช่วยเพิ่มพลังคอยปกป้องฉู่เซียว มันแสดงให้เห็นว่าเผ่าไททันให้คุณค่ากับผู้สืบทอดมรดกไททันพยากรณ์มากแค่ไหน
แต่บางทีเผ่าไททันอาจจะไม่คาดคิดมาก่อนว่าสุดท้ายแล้วฉู่เซียวจะต้องมาตายด้วยน้ำมือของหลินหยวน
พวกไททันที่เชื่อมั่นว่าตัวเองไม่มีทางผิดพลาด ใครจะไปคิดว่าหลินหยวนจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดที่ทำให้แผนการของพวกมันล้มเหลว
จากนั้นเด็กหนุ่มก็พูดขึ้นว่า “แล้วยังมีเรื่องของไอ้พวกตงหยิงที่กำลังจะนำกองทัพไททันโจมตีแนวหน้าของเรา ไอ้ขยะไร้แผ่นดินพวกนั้นคิดจะใช้วิธีนี้พิสูจน์ความภักดีต่อเผ่าไททัน ไม่ว่ายังไง เราจะต้องไปหยุดยั้งพวกมันให้ได้ก่อนที่มันจะทันได้ลงมือ!”
“แต่ถ้าสงครามเริ่มต้นขึ้นแล้ว ฉันก็ไม่มีวันยอมให้พวกมันผ่านแนวป้องกันหัวเซี่ยไปได้แน่!” หากหลินหยวนกลับไปยังแนวหน้าได้ทันเวลา เขาคงจะช่วยเหลือกองทัพได้มากเลยทีเดียว
เพราะปัจจุบันในมิติอันเดดของเขามีศพไททันระดับสูงอยู่มากมาย
ในสนามรบ เขาเพียงคนเดียวก็เท่ากับกองทัพ 1 กองทัพ
พอคิดได้แบบนี้เด็กหนุ่มก็รีบหยิบแผนที่ออกมาจากช่องเก็บของและเริ่มวางแผนเส้นทางหลบหนีออกจากอาณาเขตไททัน
“ถ้าไม่เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น พวกไททันอาจจะซุ่มโจมตีเราในบริเวณนี้” หลินหยวนชี้นิ้วไปแตะบนแผนที่อยู่ 2-3 ครั้งพลางกล่าวว่า “งั้นเราจะเลี่ยงเส้นทางนี้ ถึงจะต้องเสียเวลาเดินทางอ้อมไปบ้างก็ไม่เป็นไร”
ต้องบอกว่ากลยุทธ์ที่เด็กหนุ่มคิดนั้นเฉียบคมมาก ในการหลบหนีครั้งนี้ เขาเปรียบเทียบเผ่าไททันเป็นเหมือนคู่ต่อสู้ในเกม มีเพียงการคาดเดาความคิดของอีกฝ่ายออกอย่างทะลุปรุโปร่งเท่านั้นถึงจะทำให้เขามีโอกาสหลบหนีไปจากที่นี่ได้สำเร็จ
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลินหยวนก็ตัดสินใจเลือกเส้นทางบนแผนที่สายหนึ่ง
เด็กหนุ่มลากนิ้วเบา ๆ ไปตามแผนที่ในขณะที่พูดว่า “เราหนีตามเส้นทางนี้กันเถอะ ถ้าฉันเดาไม่ผิด เราจะไปถึงแนวหน้าได้ภายใน 7 วัน”
ฉู่อวี้มองแผนที่ตรงหน้าแล้วถามด้วยความไม่เข้าใจ “แต่ว่า… ตามทางมีเมืองไททันอยู่ตั้ง 3 เมือง เราไม่ควรเลือกเดินทางเลี่ยงเมืองพวกนี้เหรอ แบบนี้เราอาจจะประหยัดเวลาได้มากกว่าเดิม หรือว่านายคิดจะทำลายเมืองต่อไปงั้นเหรอ?”
หลินหยวนส่ายหัวตอบกลับว่า “ไม่หรอก การทำลายเมืองในตอนนี้จะทำให้พวกไททันรู้เจตนาของเราได้ง่าย ๆ อีกอย่าง เมื่อเทียบกับทหารหัวเซี่ยนับหมื่นในแนวหน้า เมืองไททันไม่กี่เมืองพวกนั้นไร้ค่ามาก”
“ที่ฉันเลือกเส้นทางหลบหนีแบบนี้ก็เพราะว่ามีเหตุผลบางอย่าง เธอไม่จำเป็นต้องถามถึงเหตุผลหรอก” เด็กหนุ่มได้รวมเมืองไททันทั้ง 3 นี้เอาไว้ในเส้นทางหลบหนี ประการแรกก็เพื่อสร้างความสับสนให้กับเผ่าไททัน ทำให้พวกมันคาดเดาเส้นทางหลบหนีของเขาได้ยากขึ้น
ประการที่ 2 เพื่อรับรางวัลลงชื่อเข้าใช้พิเศษภายในเมืองไททัน
เมื่อเทียบกับการลงชื่อเข้าใช้ในวันปกติ การลงชื่อเข้าใช้พิเศษในเมืองไททันจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของเขาแบบก้าวกระโดด
ในเมื่อรู้แบบนี้แล้วหลินหยวนย่อมไม่มีทางพลาดโอกาสเช่นนี้แน่นอน
แต่เหตุผลทั้งหมดนี้ก็ยังเป็นเรื่องยากที่จะอธิบายให้ฉู่อวี้เข้าใจอยู่ดี ดังนั้นเขาจึงตัดปัญหาไม่คิดจะอธิบายตั้งแต่แรก เพราะถึงอย่างไรเธอก็วางใจเขาอย่างเต็มที่
หลังจากตัดสินใจเลือกเส้นทางหลบหนีเรียบร้อยแล้ว หลินหยวนก็เปิดแผงค่าสถานะของตัวเองขึ้นมา
[โฮสต์: หลินหยวน
แรงก์: SSS
ร่างกายพิเศษ: ร่างจอมมาร, ฉงถงระดับสูง, ร่างอาชูร่า
วิชาที่เรียนรู้: วิชาจองจำช้างศักดิ์สิทธิ์
สกิลพิเศษ: ลมหายใจสายฟ้า, วิคหะเยียวยา, พิภพเยือกแข็ง, สังเวยอันเดด, หัวใจมรณะ, เนตรสัจจะ, ร่างเทพสายฟ้า, สุสานน้ำแข็ง, รักษาฉับพลัน, คำสาปหายนะ
พลังปราณ: 541,546
พลังจิต: 48,358
พลังพิเศษ: [สายฟ้า] ระดับ A
[รักษา] ระดับ A
[น้ำแข็ง] ระดับ A
[อันเดด] ระดับ A
[เทเลพอร์ต] ระดับ B]
ในระหว่างที่หลินหยวนเปิดใช้ [ร่างอาชูร่า] เขาก็ได้รับพลังโลหิตของไททันที่มีพลังเทียบเท่ากับไททันโลกาวินาศมา 3 ลูกติดต่อกัน ส่งผลให้พลังปราณของเขาพุ่งสูงขึ้นจาก 450,000 แต้มเป็น 540,000 แต้ม!
หรือจะพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ ไททันโลกาวินาศแต่ละตัวนั้นได้มอบพลังปราณให้เขาเฉลี่ยตัวละ 30,000 แต้ม
พลังปราณที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดทำให้พลังของหลินหยวนเพิ่มสูงขึ้นจนน่าตกใจ
ในเวลาเดียวกัน เขาก็ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดพลังปราณ 500,000 แต้มได้สำเร็จ
ขณะนี้หลินหยวนสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าพลังปราณในตัวของเขากำลังเปลี่ยนไป จากที่เคยสงบนิ่งก็เริ่มผสมผสานเข้าด้วยกัน
ถ้าหากไม่ผิดไปจากที่เขาคาด ในไม่ช้าพลังปราณของเขาจะมีคุณภาพสูงมากขึ้น
…
2 วันต่อมา
หลังจากที่หลินหยวนกับฉู่อวี้เดินทางมาเรื่อย ๆ เมืองที่ดูงดงามก็ปรากฏขึ้นในสายตาของพวกเขา
เมืองหลักไททัน เมืองลั่วรื่อ
เมืองนี้ตั้งอยู่บนพื้นราบ สภาพดูเจริญรุ่งเรืองกว่าทั้งเมืองกุ่ยเซี่ยงและเมืองจี้มู่ แต่สำหรับหลินหยวนแล้ว มันไม่ได้แตกต่างอะไรกันมากนัก
เพราะสุดท้ายแล้วเขาก็แค่ผ่านทางมาเท่านั้น
จากนั้นเด็กหนุ่มก็ไปหยุดอยู่ห่างจากเมืองลั่วรื่อไม่กี่กิโลเมตร แล้วเขาก็หันไปกระซิบพูดกับฉู่อวี้ว่า “เธอรอฉันอยู่ที่นี่ก่อนนะ ฉันจะรีบไปรีบกลับ”
เด็กสาวพยักหน้าตอบรับทันที “อืม นายเองก็ระวังตัวด้วย รีบไปรีบกลับล่ะ”
“โอเค” หลินหยวนตอบกลับ จากนั้นก็เปลี่ยนร่างเป็นสายฟ้าพุ่งหายไปจากจุดเดิม
10 กว่านาทีต่อมา เด็กหนุ่มก็ปรากฏตัวในเมืองลั่วรื่อ
ชายหนุ่มได้ใช้พลังเทเลพอร์ตแทรกซึมเข้าไปในเมืองเงียบ ๆ ในขณะที่เขาฉวยโอกาสที่เหล่าไททันในเมืองไม่ทันสังเกตกระซิบเบา ๆ ว่า “ระบบ ฉันต้องการลงชื่อเข้าใช้พิเศษ”
ทันใดนั้นเสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นในหู
“ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี คุณลงชื่อเข้าใช้พิเศษในเมืองลั่วรื่อ เมืองหลักของไททันสำเร็จ ได้รับรางวัลพิเศษ คริสตัลอัปเกรดพลัง x200, สิ่งประดิษฐ์กึ่งเทพ: ธนูล่าตะวัน, ลูกศรเทพตกสวรรค์”
เมื่อหลินหยวนได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบ เขาก็ต้องรู้สึกประหลาดใจอีกครั้ง
สิ่งประดิษฐ์กึ่งเทพ?
มันคืออะไร?
ถ้าหลินหยวนจำไม่ผิด ครั้งแรกที่เขาได้ยินคำว่า ‘กึ่งเทพ’ นั้นก็คือตอนที่เฝิงเจิ้งกั๋วพูดกับหลินเทียนเชวี่ย
มนุษย์กึ่งเทพเปรียบได้กับไททันโลกาวินาศ ถ้าอย่างนั้นสิ่งที่เรียกว่าสิ่งประดิษฐ์กึ่งเทพนี้ก็จะต้องเป็นอาวุธระดับกึ่งเทพใช่ไหม?
หลังจากได้รับรางวัลลงชื่อเข้าใช้พิเศษ หลินหยวนก็ออกจากเมืองลั่วรื่อไปในทันที
พอเขาออกมานอกเมืองลั่วรื่อเรียบร้อยแล้ว เขาจึงตัดสินใจนำอาวุธกึ่งเทพ 2 ชิ้นออกมาจากช่องเก็บของ
วินาทีต่อมา ธนูยาวที่เปล่งแสงสีทองพร้อมกับลูกศรสีดำที่มีรัศมีทำลายล้างสูงก็ปรากฏต่อหน้าหลินหยวน
เมื่อเด็กหนุ่มสัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามายังอาวุธทั้ง 2 เขาก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมาก
โชคดีที่เขาไม่เอาของ 2 ชิ้นนี้ออกมาทันทีที่อยู่ในเมืองลั่วรื่อ ไม่อย่างนั้นมันคงจะทำให้พวกไททันที่อยู่ในเมืองรู้ตัวแน่นอน
ถัดมา เขาคว้าธนูยาวสีทองมาตรวจสอบคุณสมบัติของมัน
[ธนูล่าตะวัน (สิ่งประดิษฐ์กึ่งเทพ)]
[คำอธิบาย: ในตำนานโบราณ โฮ่วอี้ใช้ธนูนี้ยิงดวงอาทิตย์จนตกลงมา มันมีพลังศักดิ์สิทธิ์อย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงพลังทุกอย่างให้กลายเป็นลูกศรได้]
[เมื่อใช้ร่วมกับลูกศรพิเศษ มันจะปลดปล่อยพลังที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าออกมา!]
[แสงตะวันจักเบ่งบานในมือข้า!]
หลังจากหลินหยวนอ่านคำอธิบายไอเทมเสร็จแล้ว เขาก็ยิ่งรู้สึกประหลาดใจมากขึ้น
เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าอาวุธกึ่งเทพชิ้นนี้จะเคยเป็นอาวุธของโฮ่วอี้มาก่อน เขาเป็นตำนานที่เล่าขานมารุ่นสู่รุ่นว่าเป็นผู้ใช้ธนูจนชำนาญและเคยช่วยจักรพรรดิเหยายิงดวงอาทิตย์ลงมาถึง 9 ดวงจนเหลือเพียงดวงเดียวเหมือนในปัจจุบัน