- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 151: ไททันจิตวิญญาณ โจวเทียนเต้าผู้ถูกควบคุม
บทที่ 151: ไททันจิตวิญญาณ โจวเทียนเต้าผู้ถูกควบคุม
บทที่ 151: ไททันจิตวิญญาณ โจวเทียนเต้าผู้ถูกควบคุม
หลินหยวนสูดหายใจเพื่อสงบสติอารมณ์และกระชับธนูยาวให้แน่นขึ้นก่อนจะดึงสายธนูสุดแรง
ขณะเดียวกัน เขาก็ได้ปลดปล่อยพลังสายฟ้าส่งผ่านเข้าสู่ธนู และทันใดนั้นพลังสายฟ้าก็แปรเปลี่ยนลูกศรสายฟ้าส่องสว่างอยู่ในคันธนู
ฟิ้ว!
ทันทีที่เด็กหนุ่มปล่อยสายธนู ลูกศรก็ถูกยิงออกไปด้วยพลังมหาศาลจนทำให้อากาศโดยรอบสั่นสะเทือน
ตูม!
หลังจากพุ่งออกไปหลายพันเมตร ลูกธนูสายฟ้าก็ระเบิดออก
ในเวลาเดียวกัน แรงระเบิดก็ก่อให้เกิดคลื่นพลังงานที่น่าสะพรึงกลัวแผ่ขยายออกไปทุกทิศทาง
“สุดยอด!” หลินหยวนมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาปลื้มปริ่ม
เขาสัมผัสได้ว่าธนูล่าตะวันจะช่วยเพิ่มพลังโจมตีของเขาขึ้นได้อย่างน้อย 30%
สมแล้วที่ธนูนี้ได้ชื่อว่าเป็นอาวุธกึ่งเทพ เพราะพลังของมันเหนือกว่าดาบปราบมังกรของเขาเสียอีก
แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น เขาก็ไม่คิดจะละทิ้งดาบปราบมังกรของเขาอยู่ดี
ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ไม่มีทางทิ้งดาบปราบมังกรไปง่าย ๆ จนกว่าจะได้รับอาวุธกึ่งเทพที่ใช้ในการต่อสู้ระยะประชิด
หลังจากทดสอบพลัง [ธนูล่าตะวัน] เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลินหยวนก็เลื่อนสายตาไปมอง [ลูกศรเทพตกสวรรค์]
ถ้าเขาคาดไม่ผิด อาวุธกึ่งเทพทั้ง 2 ชิ้นนี้น่าจะใช้ร่วมกันได้
[ลูกศรเทพตกสวรรค์ (สิ่งประดิษฐ์กึ่งเทพ)]
[คำอธิบาย: ตามตำนานกล่าวว่าลูกศรนี้ที่พลังทำลายล้างเทพเซียน]
[เมื่อถูกยิงออกไปมันจะล็อกเป้าหมายจนกว่าเป้าหมายจะถูกทำลายจนสิ้นซาก]
[อีกทั้งลูกศรดอกนี้ถูกตีขึ้นมาจากวัสดุพิเศษที่ไม่บุบสลายง่าย ๆ]
[แม้เทพเซียนก็ยังต้องพินาศอยู่ใต้ปลายลูกศร!]
หลินหยวนที่ได้อ่านคำอธิบายของ [ลูกศรเทพตกสวรรค์] เขาก็ก้มลงมองของในมือด้วยดวงตาเป็นประกาย สิ่งที่เขาคาดเอาไว้นั้นไม่ผิด ลูกศรนี้ใช้กับ [ธนูล่าตะวัน] ได้จริง ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น วัสดุที่ใช้ทำลูกศรดอกนี้ก็ยังพิเศษมาก ทำให้มันไม่แตกหักง่าย ๆ
นั่นหมายความว่าเขาสามารถนำมาใช้ซ้ำได้!
รางวัลการลงชื่อเข้าใช้พิเศษที่หลินหยวนได้รับในครั้งนี้ก็ล้ำค่าอีกเช่นเคย
หลังจากนั้นหลินหยวนก็รีบเก็บสิ่งประดิษฐ์กึ่งเทพทั้ง 2 ชิ้นแล้วมุ่งหน้าไปหาฉู่อวี้ เพื่อให้มั่นใจว่าเขาจะไปถึงแนวหน้าได้ทันเวลา เขาจึงไม่หยุดพักแม้แต่วินาทีเดียว
…
ณ ใจกลางเผ่าไททัน เมืองเสินหวง
เมืองนี้คือเมืองหลวงที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดของเผ่าไททัน ถ้าจะบอกว่าเมืองเสินหวงมีความสำคัญเทียบเท่ากับหัวใจของเผ่าไททันมันก็ไม่เกินจริงเสียทีเดียว
เพราะถ้าหากเมืองนี้ถูกมนุษย์ทำลาย เผ่าไททันคงจะต้องประสบกับความสูญเสียร้ายแรง
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีมนุษย์คนใดที่สามารถเดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้ได้เลยแม้แต่คนเดียว
ในขณะนี้ มีการประชุมครั้งสำคัญเกิดขึ้นภายในเมืองเสินหวง
ณ หอเสินหวงที่ถูกใช้เป็นห้องประชุม
ไททันที่มีรูปร่างแตกต่างกันนั่งล้อมอยู่บนโต๊ะประชุมขนาดมหึมาที่ตั้งอยู่ในใจกลางห้องโถง โดยที่ทุกคนต่างก็มีสีหน้าเคร่งขรึมยากจะคาดเดา
ทันใดนั้นไททันตัวหนึ่งที่ดูมีอายุที่สุดก็กระแทกไม้เท้าลงกับพื้น แล้วมันก็พูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยอำนาจว่า “ข้าเชื่อว่าพวกเจ้าคงจะรู้ข่าวกันทุกคนแล้ว ฉู่เซียว ผู้สืบทอดมรดกไททันพยากรณ์ได้ถูกมนุษย์ที่มีนามว่า ‘หลินหยวน’ ฆ่าตาย นี่นับว่าเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับพวกเรา”
หลังจากที่มันพูดจบบรรยากาศภายในห้องประชุมก็เงียบสนิท
เหล่าไททันที่อยู่ในที่ประชุมต่างพากันก้มหน้านิ่งไม่มีใครพูดอะไร
จากบรรยากาศโดยรอบมันบ่งบอกว่าไททันสูงอายุผู้นี้มีสถานะสูงส่งมาก มันกวาดตามองไปรอบ ๆ แล้วถามเสียงทุ้มต่ำว่า “ใครเป็นคนเสนอให้ฉู่เซียวรับผิดชอบในการออกไปไล่ล่ามนุษย์คนนั้น?”
“ข้าเองขอรับ” ไททันตัวหนึ่งที่มีเกล็ดสีดำ ส่วนหัวเป็นมังกรพูดขึ้นมาแผ่วเบา “ข้าไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นขอรับ”
“แต่เพื่อให้ฉู่เซียวปฏิบัติการได้อย่างราบรื่น ข้าได้จัดไททันมหันตภัยขั้นสูง 3 ตัวเอาไว้ข้างกายเขา และแต่ละคนก็ยังมีโลหิตศักดิ์สิทธิ์อยู่ในมือ 1 หยด ข้าจึงมั่นใจว่าเขาจะไม่มีทางล้มเหลว…”
ตึง!
จู่ ๆ ไททันผู้เฒ่าก็กระแทกไม้เท้าลงพื้นอีกครั้งจนทำให้เกิดเสียงดังสนั่นเป็นการแสดงออกถึงความโกรธเกรี้ยว
“ถ้ามันไม่มีทางล้มเหลว แล้วทำไมเขาถึงตายอยู่ที่นั่น?! หลายทศวรรษที่ผ่านมามีเพียงมนุษย์ผู้นี้เท่านั้นที่เข้ากับมรดกไททันพยากรณ์ เจ้าไม่เข้าใจความสำคัญของเขาเชียวเรอะ?!”
“เฮยหลง เจ้ามันโง่เขลายิ่งนัก!”
‘เฮยหลง’ ไททันมังกรดำที่ถูกตำหนิต่อหน้าทุกคนอย่างรุนแรงกัดฟันก้มหน้านิ่ง “เป็นความผิดของข้าเองที่ไม่ไตร่ตรองทุกอย่างให้ถี่ถ้วน”
ถ้าวัดจากออร่าที่แผ่ออกมารอบกายของเฮยหลง อย่างน้อยมันน่าจะเป็นไททันโลกาวินาศ ถึงอย่างนั้น ไททันโลกาวินาศตัวนี้… พออยู่ต่อหน้าไททันผู้เฒ่า มันกลับไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยวาจาโต้แย้งแม้แต่คำเดียว
“ในเมื่อเจ้ารู้ความคิดของตัวเอง เช่นนั้นเจ้าก็ต้องชดใช้” ไททันผู้เฒ่าเงยหน้าขึ้นมองตรงไปข้างหน้าด้วยสายตาเย็นชา “นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เฮยหลงจะถูกขับออกจากสภาผู้อาวุโสอย่างเป็นทางการ!!”
“และเจ้าจะต้องตามล่ามนุษย์ที่มีนามว่า ‘หลินหยวน’ ลากคอมันมาลงโทษให้ได้ หากมันรอดไปได้ เจ้าก็จะต้องชดใช้บาปของตนเองต่อหน้าองค์จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์!”
พอไททันมังกรดำได้ยินแบบนี้ ร่างกายของมันก็สั่นสะท้าน ในขณะที่ดวงตาสั่นไหวด้วยความหวาดกลัว
ดูเหมือนว่ามันจะหวาดกลัว ‘องค์จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์’ ที่ไททันผู้เฒ่าเอ่ยถึงมาก
จากนั้นไททันผู้เฒ่าก็ยังกล่าวต่อไปว่า เฮยหลง จงฟังให้ดี การฆ่ามนุษย์คนนั้นให้สำเร็จเป็นโอกาสสุดท้ายของเจ้าแล้ว แต่ก็เพื่อป้องกันเอาไว้ก่อน ข้าได้เตรียมคู่หูไว้ให้เจ้าเรียบร้อย”
แล้วมันก็หันไปมองทางประตูก่อนจะปรบมือเบา ๆ “เข้ามา!”
วินาทีถัดมา ประตูก็ถูกผลักเปิดออกพร้อมกับไททันที่มีรูปร่างประหลาดก้าวเข้ามาด้านใน
เหตุผลที่ไททันตัวนี้ดูแปลกประหลาดเช่นนี้ก็เพราะว่ามันไม่มีรูปร่างอะไรเลย ร่างกายของมันประกอบไปด้วยแสงสีฟ้าจาง ๆ คล้ายกับภาพลวงตาของมนุษย์
แต่แสงสีฟ้าจาง ๆ นี้ภายในก็ยังมองเห็นสมองได้เลือนราง ถ้าจะให้คาดเดาจริง ๆ สมองนี้คงเป็นร่างที่แท้จริงของไททันตัวนี้
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น เบื้องหลังของไททันยังมีมนุษย์คนหนึ่งเดินตามมา แต่สภาพของมนุษย์คนนี้ก็ดูแปลกประหลาดมากเช่นกัน
แม้ว่าดวงตาของเขาจะยังเปิดอยู่ แต่กลับมองเห็นเพียงส่วนสีขาว ทำให้เขาดูเหมือนหุ่นเชิดที่ไร้ความคิดเป็นของตัวเอง
หลังจากไททันและมนุษย์ปรากฏตัวขึ้น ไททันทุกตัวที่อยู่ในห้องประชุมก็รู้สึกประหลาดใจ
ทางด้านไททันมังกรดำชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเอ่ยถามขึ้นมาว่า “นี่คือ…”
ไททันผู้เฒ่าพยักหน้าแล้วตอบกลับเสียงทุ้ม “เจ้าเดาถูกแล้ว มนุษย์ผู้นี้คือผู้สืบทอดไททันเซราฟที่เราจับได้ในระหว่างที่รบกับเขา โจวเทียนเต้า”
“ตัวเขานั้นมีความเข้ากันได้กับมรดกไททันเซราฟสูงถึง 98%! แม้แต่ตอนที่เขายังอยู่กับมนุษย์ เขาก็มีพละกำลังเทียบเท่ากับไททันโลกาวินาศแล้ว และหลังจากที่ถูกไททันจิตวิญญาณควบคุม เขาก็ได้กลายเป็นอาวุธลับของเผ่าเรา หลังจากที่เราฟูมฟักบ่มเพาะเขามานาน เขาก็ได้ปลดปล่อยศักยภาพของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ พลังในปัจจุบันของเขาจึงเหนือกว่าไททันโลกาวินาศทั่วไปมาก”
เมื่อเฮยหลงได้ยินคำพูดของไททันผู้เฒ่า สีหน้าของมันก็เปลี่ยนเป็นตกตะลึง ในขณะที่มันพึมพำว่า “ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่ามนุษย์จะมีพลังที่น่าเกรงขามเช่นนี้”
ไททันผู้เฒ่าได้ยินอย่างนั้นก็แค่นเสียงเย็นชา “เฮอะ ตอนนี้เขาถูกไททันจิตวิญญาณควบคุมจนกลายเป็นอาวุธลับของเราไปแล้ว นับได้ว่าเป็นการส่งของคืนเจ้าของ”
จากนั้นไททันผู้เฒ่าก็เปลี่ยนเรื่องพูด “ข้าจะให้ทั้ง 2 คนนี้เป็นคู่หูในการออกไปล่ามนุษย์คนนั้นกับเจ้า ถ้าภารกิจในครั้งนี้ล้มเหลวอีก เจ้าคงรู้ผลที่ตามมาแล้วสินะ”
พอไททันมังกรดำได้ยินแบบนี้ มันก็ก้มหน้าตัวสั่นก่อนจะตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ข้าเข้าใจแล้วขอรับ!”
…
และแล้วเวลาก็ผ่านไปอีก 2 วัน
คราวนี้หลินหยวนเดินทางมาถึงเมืองหลักแห่งที่ 2 ที่ตั้งอยู่บนเส้นทางหลบหนีเป็นที่เรียบร้อย
เมืองไททันนี้มีชื่อว่าเมืองโม๋ซาน โดยที่ตัวเมืองนั้นสร้างอยู่บนเนินเขาฝั่งหนึ่ง ถึงแม้ว่าภูเขาลูกนี้จะสูงชันมาก แต่สำหรับผู้มีพลังพิเศษระดับหลินหยวนแล้ว การปีนขึ้นไปมันกลับง่ายดายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก
เพียงไม่กี่นาทีเขาก็มาถึงขอบกำแพงเมืองโม๋ซาน ส่วนฉู่อวี้นั้นเขาบอกให้เธอรออยู่ที่เชิงเขาเพื่อรอให้เขากลับไปเหมือนก่อนหน้านี้
เด็กหนุ่มเงยหน้ามองกำแพงสูงตระหง่านเบื้องหน้า พลางสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วใช้พลังเทเลพอร์ต
แล้วร่างของเขาก็หายตัวทะลุกำแพงเข้าไปได้อย่างง่ายดาย
แต่ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงคำรามต่ำดังก้อง
ไททันภูผาระดับ 6 สังเกตเห็นหลินหยวนจึงยกขวานยักษ์ฟันเข้าใส่เขาทันที
เป็นแค่ไททันภัยพิบัติอย่าคิดจะมาขวางทางฉัน!
เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้น จังหวะนั้นจะเห็นได้ว่านัยน์ตาเปลี่ยนเป็นสีแดงทอง
ฉงถงระดับสูงจงตื่น!
เพลิงจักรพรรดิชาดหิรัณย์!
ไม่นานเพลิงจักรพรรดิสีแดงทองก็ลุกโชนจากเบื้องลึกในดวงตาของเขาแล้วพุ่งเข้าใส่ไททันภัยพิบัติเบื้องหน้า
ในเวลาเสี้ยววินาที ก่อนที่ไททันตัวนั้นจะทันได้ส่งเสียงร้องออกมา ร่างใหญ่โตของมันก็ถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านสลายไปตามสายลม