- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 149: คำสั่งเสียสุดท้าย
บทที่ 149: คำสั่งเสียสุดท้าย
บทที่ 149: คำสั่งเสียสุดท้าย
“ตราบใดที่ฉันยังมีชีวิตอยู่ เธอจะตายไม่ได้เด็ดขาด!” จู่ ๆ เสียงของเด็กหนุ่มก็ดังขึ้น วินาทีต่อมาเขาอ้าปากที่กว้างใหญ่พ่นหมอกสีขาวอมเทาที่มีกลิ่นอายของความตายออกมาห่อหุ้มแส้เพลิงด้วยความเร็วสูง
ไม่นานแส้เพลิงสีทองที่ไททันเพลิงสุริยันเรียกออกมาก็ริบหรี่ลงจนกระทั่งสลายหายไป
การโจมตีที่หลินหยวนใช้อยู่ในขณะนี้เป็นวิธีเดียวกับที่ไททันเทพอาสัญเคยใช้สังหารไททันโลหิตทมิฬ
หลังจากที่เขารวมร่างเข้ากับไททันเทพอาสัญ เขาก็สามารถใช้พลังนี้ได้ในทันที
เมื่อเด็กหนุ่มใช้หมอกสีขาวอมเทากัดเซาะแส้เพลิงจนหมด พลังปราณศพสีขาวอมเทาก็ไม่ได้สลายไป มันกลับพุ่งไปยังทิศทางของไททันเพลิงสุริยัน
ทางด้านไททันเพลิงสุริยันที่ต้องเผชิญกับออร่าที่ตนไม่เคยพบเจอมาก่อน สีหน้าของมันก็เปลี่ยนไปทันที
“อย่าเข้ามานะ!” มันคำรามพลางยกมือขึ้นปัดป้องอากาศตรงหน้า พร้อมกันนั้นเพลิงสุริยันที่ร้อนแรงก็พุ่งออกมาจากฝ่ามือของมัน
ตัวมันตั้งใจจะใช้เพลิงสุริยันอันร้อนระอุนี้แผดเผาปราณศพเบื้องหน้าให้สลายไปจนสิ้น
แต่สิ่งที่มันคิดไม่ถึงก็คือ หมอกสีขาวอมเทากลับไม่สะทกสะท้านและลอยมาห่อหุ้มร่างของมันเอาไว้จนทั่ว
ถึงอย่างไรร่างกายของมันก็ไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากับไททันอีก 2 ตัวมาตั้งแต่แรก
ภายใต้พลังที่กัดกร่อนอย่างรุนแรง แสงที่เปล่งออกมาจากตัวมันก็เริ่มริบหรี่ลงอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่เนื้อหนัง เลือดและกระดูกก็ยังถูกกัดกร่อนเรื่อย ๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง
ในเวลาไม่ถึง 20 วินาที ร่างของไททันเพลิงสุริยันก็สลายหายไป ทิ้งไว้เพียงแอ่งของเหลวเหม็นเน่าบนพื้น
ขณะนี้ไททันโลกาวินาศอีก 1 ตัวก็ถูกหลินหยวนสังหารไปเป็นที่เรียบร้อย
จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ หันกลับไปมองไททันไฮดราที่กำลังหวาดกลัวสุดขีดด้วยรอยยิ้ม “ฉันกำลังคิดว่าจะทรมานแกยังไงให้สาสมดี น่าเสียดายจริง ๆ ถ้าเวลาไม่ได้มีจำกัดคงจะสนุกกว่านี้แน่”
ทันทีที่เด็กหนุ่มพูดจบ พลังปราณสีขาวเทาก็พลุ่งพล่านรอบตัวเขา พลังนี้เป็นเหมือนโซ่ตรวนที่พันรอบคอของไททันไฮดราและรัดคอของมันเอาไว้แน่น
กร๊อบ! กร๊อบ! กร๊อบ!
ในไม่ช้าเสียงกระดูกหักหลายท่อนก็ดังก้องไปทั่ว ในตอนนั้นคอของไททันไฮดราถูกหักในคราวเดียว ไม่นานออร่ารอบกายของมันก็พลันหายไป
หลังจากที่มันสิ้นชีพ ลูกบอลพลังโลหิตสีแดงเข้มก็ลอยไปผสานเข้ากับร่างของหลินหยวน
ทันทีที่เขาใช้งานร่างอาชูร่า เขาจะได้รับลูกบอลพลังโลหิต 1 ลูกจากไททันแต่ละตัวที่เขาสังหาร
นอกจากไททันไฮดราแล้ว ไททันเพลิงสุริยันและไททันเบฮีมอธอเมทิสต์ก็ยังมอบพลังโลหิตให้เขาในตอนที่ตายเช่นกัน
ไม่มีใครรู้ว่าพลังโลหิตของไททันโลกาวินาศจะช่วยเพิ่มพลังปราณของเขาได้มากแค่ไหน
น่าเสียดายตรงที่ไททันทั้ง 3 ที่เขาฆ่าไปนั้นเป็นเพียงไททันโลกาวินาศเก๊เพียงเท่านั้น เพราะก่อนที่พวกมันจะดื่มหยดโลหิตศักดิ์สิทธิ์ พวกมันเป็นเพียงไททันมหันตภัยขั้นสูง
และด้วยพลังโลหิตศักดิ์สิทธิ์นี้เองที่ทำให้พวกมันแข็งแกร่งเทียบเท่ากับไททันโลกาวินาศ
เรื่องนี้ทำให้หลินหยวนยิ่งรู้สึกสงสัยมากขึ้นไปอีกว่าโลหิตศักดิ์สิทธิ์ที่พวกมันดื่มเข้าไปนั้นคืออะไรกันแน่?
หรือมันจะเป็นเลือดของเทพเจ้า?
หลังจากจัดการกับไททันโลกาวินาศทั้ง 3 ตัวเรียบร้อย เด็กหนุ่มก็หันกลับมามองฉู่เซียวด้วยสายตาเย็นชา
“ถ้าแกมีอะไรอยากจะสั่งเสียก็รีบพูดออกมาตอนนี้ซะ”
ทางด้านฉู่เซียวที่ได้ยินคำพูดของหลินหยวน สีหน้าของเขาก็ซีดเผือดลงทันที ขณะเดียวกันร่างของเขาก็สั่นเทาน้อย ๆ และแววตาก็เปลี่ยนเป็นเศร้าสร้อย
ต่อมา เขามีรอยยิ้มขมขื่นปรากฏขึ้นที่มุมปาก “ฉันไม่เคยคิดมาก่อน… ว่าฉันจะต้องมาตายด้วยน้ำมือของแก”
ฉู่เซียวไม่ได้ร้องขอความเมตตาและไม่คิดที่จะหลบหนี เขารู้ดีแก่ใจว่าหลังจากที่ไททันทั้ง 3 ถูกหลินหยวนกำจัด ตัวเขาก็จะไม่มีโอกาสที่จะมีชีวิตรอดอีกต่อไป
และหมอนั่นก็ไม่มีทางปล่อยเขาไปง่าย ๆ แน่
ยามที่อยู่บนโต๊ะพนัน เขาจะต้องยอมรับความพ่ายแพ้ให้ได้ถึงแม้ว่าเขาจะต้องเดิมพันด้วยชีวิตของตัวเองก็ตาม
หลินหยวนจ้องมองศัตรูแล้วพูดว่า “ถ้าแกเลือกเดินทางที่ถูกมาตั้งแต่แรก ด้วยความสามารถของแกเอง แกอาจจะกลายเป็นฮีโร่ผู้ยิ่งใหญ่เลยก็ได้ น่าเสียดายที่แกเลือกที่จะเข้าร่วมกับศัตรู”
ฉู่เซียวทำเพียงแค่ยิ้มมุมปากแล้วพูดว่า “จนกระทั่งตอนนี้ฉันก็ไม่เคยเสียใจกับการตัดสินใจของตัวเองเลย บนโลกนี้แท้จริงแล้วไม่ได้มีคำว่าดีหรือชั่ว มีเพียงผู้ชนะกับผู้แพ้เท่านั้น”
“ถึงแม้ว่าฉันจะเลือกเข้าร่วมกับฝ่ายมนุษย์ ในช่วงเวลาก่อนที่จะถูกไททันฆ่าตาย ฉันก็คงจะรู้สึกเสียใจไม่ต่างกัน เสียใจที่ไม่เลือกในสิ่งที่ถูกต้อง”
หลินหยวนพยักหน้ารับก่อนจะกล่าวว่า “แกพูดถูก คนอย่างแกไม่เคยมีความศรัทธาอยู่ในหัวใจ แกมันก็แค่คนเห็นแก่ตัวคนหนึ่ง ขอเพียงสิ่งใดเป็นประโยชน์ต่อตัวแก แกก็จะทุ่มเทพยายามเต็มที่ ใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย”
ฉู่เซียวที่ได้ยินอย่างนั้นก็หัวเราะออกมา “ฮ่า ๆๆๆ ฉันต้องขอบอกตามตรงเลยว่าแกพูดได้ตรงใจฉันมาก ถ้าอย่างนั้นเรามายื่นข้อเสนอใหม่กันดีไหม?”
“แกคิดจะทำอะไร?” เด็กหนุ่มถาม
“แกรู้หรือเปล่าว่าฉันมีพลังดวงตาแห่งการทำนายซึ่งทำให้ฉันมองเห็นอดีต ปัจจุบัน และอนาคตได้” ชายหนุ่มเอ่ยหว่านล้อม “อีกอย่างตอนนี้ฉันยังใช้ดวงตาแห่งการทำนายได้ไม่เชี่ยวชาญสักเท่าไหร่ ถ้าแกยอมไว้ชีวิตฉัน ฉันก็ยินดีที่จะใช้พลังนี้รับใช้กองทัพหัวเซี่ย! ขอเพียงฉันมีชีวิตรอด ฉันก็จะช่วยลดการสูญเสียของกองทัพลงได้”
ถ้าพูดถึงการทำนายสถานการณ์การรบ บนโลกนี้ไม่มีใครเหนือกว่าเขาอีกแล้ว ถึงอย่างไรเขาก็เป็นผู้สืบทอดมรดกจากไททันพยากรณ์
ไททันพยากรณ์เคยนำพาเผ่าไททันก้าวเข้าไปสู่จุดที่รุ่งเรืองที่สุดมาแล้ว
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ฉู่เซียวไม่คาดคิดก็คือ หลินหยวนกลับส่ายหัวปฏิเสธข้อเสนอของเขา
ชายหนุ่มจึงมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าประหลาดใจ แล้วถามออกไปว่า “ทำไมล่ะ? แกคิดว่ายังจำเป็นต้องฆ่าฉันอยู่อีกเรอะ?!”
“แกไม่เห็นหรือไงว่าฉันมีคุณค่ามากแค่ไหน ถ้าแกยอมให้ฉันมีชีวิตอยู่ เผ่าไททันจะต้องยอมจ่ายเพื่อไถ่ตัวฉันกลับคืนไป”
“นั่นสินะ” หลินหยวนยังคงพูดอย่างใจเย็น “นั่นแหละคือเหตุผลที่ฉันไม่มีทางยอมให้แกมีชีวิตรอด สำหรับคนที่เห็นแก่ตัวอย่างแก ต่อให้แกมาเข้าร่วมกับฝ่ายมนุษย์ แกก็อาจจะแปรพักตร์ได้ทุกเมื่อ ดังนั้นไม่ว่าข้อเสนอของแกจะน่าสนใจมากแค่ไหน ฉันก็ไม่มีวันตอบตกลงแน่”
“อย่างงั้นเหรอ? น่าเสียดายจริง ๆ” ฉู่เซียวถอนหายใจเบา ๆ ในขณะที่สายตาแสดงออกถึงความเสียใจ
จากนั้นเขาก็พูดขึ้นว่า “ในเมื่อฉันไม่อาจหนีพ้นความตายไปได้ งั้นฉันมีคำแนะนำให้แก 2 ข้อสุดท้าย”
เด็กหนุ่มพยักหน้า “เอาสิ ฉันยินดีรับฟัง”
“ข้อแรก เผ่าไททันไม่ได้ตื้นเขินเหมือนที่แกคิด อันที่จริง ถ้าพวกมันต้องการ มันก็สามารถทำลายมนุษย์จนสิ้นซากได้ทุกเมื่อ แต่ว่าพวกมันกลับไม่ได้เลือกที่จะทำอย่างนั้น”
“ส่วนเหตุผลว่าทำไม ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ฉันบอกได้เลยว่าเหนือไททันโลกาวินาศที่เป็นไททันระดับ 9 ก็ยังมีไททันระดับ 10 อยู่ ไททันระดับนี้แม้กระทั่งในสายตาของไททันด้วยกันเองก็ยังถูกยกย่องเป็นเหมือนเทพเจ้า”
หลินหยวนที่ได้ยินแบบนี้ก็เริ่มคิดหนักก่อนจะถามว่า “แล้วสิ่งที่ถูกเรียกว่า โลหิตศักดิ์สิทธิ์มันก็คือเลือดของไททันระดับ 10 ใช่ไหม?”
“ใช่ แกเดาถูก” ฉู่เซียวตอบกลับเสียงทุ้ม “เพียงเลือดหยดเดียวก็สามารถเปลี่ยนไททันมหันตภัยขั้นสูงให้เป็นไททันโลกาวินาศได้แล้ว ทีนี้แกก็คงจะเข้าใจแล้วสินะว่าไททันระดับ 10 นั้นทรงพลังมากแค่ไหน”
“ถ้าต้องเผชิญหน้ากับเผ่าไททันแบบเต็มกำลัง มนุษย์ไม่มีทางเอาชนะได้หรอก เพราะงั้นไม่ว่าแกจะพยายามมากแค่ไหน ทุกอย่างมันก็จะสูญเปล่า!”
“นับตั้งแต่ที่ไททันรุกรานโลกใบนี้ ชะตากรรมของมนุษย์ก็ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว พลังของแกเพียงคนเดียวมันเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้หรอก”
เดิมทีฉู่เซียวคิดว่าคำพูดของเขาจะช่วยโน้มน้าวอีกฝ่ายให้เปลี่ยนใจได้บ้าง แต่ถึงแม้หลินหยวนจะรู้แบบนี้ สีหน้าของเขาก็ยังคงสงบนิ่ง
แล้วเขาก็พูดว่า “พวกไททันมันทรงพลังจริง ๆ นั่นแหละ… ทรงพลังกว่าที่ฉันคิดเอาไว้มาก แต่ตราบใดที่เผ่ามนุษย์ยังไม่ล่มสลาย เราก็ยังมีความหวังไม่ใช่เหรอ?”
ฉู่เซียวสบตากับหลินหยวนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหัวอย่างหมดหนทาง “ฉันคิดว่าตัวเองบ้ามากนะ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าแกจะบ้าระห่ำกว่าฉันซะอีก!”
“หึ” เด็กหนุ่มแค่นเสียงในลำคอ “นี่ไม่ใช่ความบ้าระห่ำ แต่มันเป็นความศรัทธา ไม่ว่าแกจะพูดอะไร จุดจบของแกก็คือความตายอยู่ดี!”
ฉู่เซียวไม่ได้โต้เถียงหลินหยวนอีกต่อไป เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “บางครั้งความตายนั้นก็เป็นจุดจบที่ดี เอาเถอะ ตั้งใจฟังให้ดีล่ะ ต่อไปนี้จะเป็นคำแนะนำข้อที่ 2 ของฉัน!”
“แกก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าชาวตงหยิงกลุ่มสุดท้ายกำลังจะบุกโจมตีแนวป้องกันของหัวเซี่ย”
พอหลินหยวนได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา ในขณะที่เขาพูดเสียงเข้มว่า “พวกมันก็แค่ผีเร่ร่อนที่สูญเสียประเทศชาติไป ฉันจะส่งพวกมันลงโลงเอง!”
“ด้วยพลังของแกในตอนนี้ มันไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำแบบนั้น” ฉู่เซียวกล่าวเสียงเรียบ “แต่แกก็ต้องระวังคนที่แข็งแกร่งที่สุดเอาไว้ให้ดี”
“มันคือใคร?” เด็กหนุ่มเอ่ยถาม
“คุโรคาวะ ชินโซ! ผู้สืบทอดมรดกไททันเงาสังหาร!” ฉู่เซียวกดเสียงพูดต่ำลง “ฉันได้ข่าวมาว่าพลังของไททันเงาสังหารนั้นแข็งแกร่งมาก และคุโรคาวะ ชินโซมีความเข้ากันได้กับมรดกถึง 92% ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเป็นผู้สืบทอดมรดกไททันเงาสังหารมาอย่างน้อย 1 ทศวรรษ ดังนั้นในบรรดาทหารตงหยิงที่ทรงพลังพวกนี้ เขาน่าจะเป็นคนเดียวที่ต่อกรกับแกได้”
หลังจากที่หลินหยวนฟังคำเตือนของอีกฝ่าย เขาก็พยักหน้าพูดเสียงขรึมว่า “ขอบคุณที่เตือน”
คนที่กำลังจะตายกลับมีน้ำใจบอกข่าวนี้ ไม่ว่าความแค้นที่พวกเขาเคยมีต่อกันมาก่อนจะมากแค่ไหน ในตอนนี้มันก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว
“เอาล่ะ ฉันพูดทุกอย่างที่อยากจะพูดไปหมดแล้ว เชิญฆ่าฉันเถอะ” ฉู่เซียวหลับตาลงพร้อมกับยิ้มมุมปากในขณะที่พูดว่า “ถ้าเราเป็นพันธมิตรกัน บางทีฉันกับแกคงไม่ต้องสู้กันจนตายเหมือนวันนี้”
“แล้วเราก็อาจจะเป็นเพื่อนกันได้”
หลินหยวนสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะพูดว่า “ถ้าโลกหลังความตายมีอยู่จริง ถ้าเราพบกันอีกครั้ง ฉันจะขอเลี้ยงแกสักมื้อ”
ทันทีที่พูดจบเขาก็ยื่นฝ่ามือสีขาวเทาขนาดใหญ่ออกไปคว้าตัวฉู่เซียวแล้วบดขยี้เต็มแรง