- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 145: หยดเลือดสีทอง มันคืออะไรกันแน่?
บทที่ 145: หยดเลือดสีทอง มันคืออะไรกันแน่?
บทที่ 145: หยดเลือดสีทอง มันคืออะไรกันแน่?
แม้ว่าหลินหยวนจะใช้ความเร็วเต็มที่แล้ว แต่ระยะห่างระหว่างเขากับไททันมหันตภัยทั้ง 3 ก็ยังคงแคบลงเรื่อย ๆ
โชคดีที่เมืองกุ่ยเซี่ยงอยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้ว
หลินหยวนเปลี่ยนร่างเป็นสายฟ้ากระโดดขึ้นไปบนกำแพงเมือง จากนั้นเขาก็ตะโกนเสียงดังโดยที่หันหน้าไปยังใจกลางเมือง “ไททันเทพอาสัญ มาหาฉันเดี๋ยวนี้!”
ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังตะโกนตามหาพรรคพวกของตัวเอง ไททันเพลิงสุริยันที่อยู่ข้างหลังก็เปิดฉากโจมตีเป็นที่เรียบร้อย
“กงล้อสุริยัน! ตายซะ!” ร่างของไททันเพลิงสุริยันทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกับเปล่งแสงเจิดจ้าดุจดวงอาทิตย์
วินาทีต่อมา กงล้อสุริยันดั่งดวงตะวันแผดเผาก็ก่อตัวขึ้นข้าง ๆ ก่อนที่มันจะพุ่งเข้าใส่หลินหยวน
เด็กหนุ่มที่เผชิญหน้ากับการโจมตีในระดับนี้ เขาทำได้เพียงถอยหนีไปเท่านั้น
ตูม!
กงล้อสุริยันพุ่งทะยานมาทำลายกำแพงเมือง ซึ่งแรงระเบิดทำให้เศษซากกระจัดกระจายไปทั่วทิศทาง
ภายใต้แรงระเบิดที่รุนแรงนี้ แม้แต่หลินหยวนก็ยังถูกพัดกระเด็นหายไป
ฉู่เซียวที่เห็นภาพนั้นก็ยิ้มเยาะเย้ย “บุกเข้าไปพร้อมกัน อย่าให้ไอ้มนุษย์คนนั้นหนีไปได้เด็ดขาด”
หลังจากที่เขาพูดจบ ไททันเบฮีมอธอเมทิสต์กับไททันไฮดราก็เคลื่อนตัวเข้าไปใกล้กำแพงเมืองตามคำสั่งของผู้เป็นนาย
ทางด้านไททันเพลิงสุริยันก็ทะยานขึ้นไปกลางอากาศตามมาติด ๆ
ที่มันทำเช่นนั้นเป็นเพราะถึงแม้ว่ามันจะมีพลังการโจมตีมหาศาล แต่ร่างกายของมันกลับบอบบางจนน่าใจหาย ด้วยเหตุนี้เองมันจึงจำเป็นต้องมีไททันอีก 2 ตัวคอยปกป้อง
ขณะที่หลินหยวนพยายามจะปีนออกจากซากอาคาร ไททันเบฮีมอธอเมทิสต์กับไททันไฮดราก็มาถึงตรงหน้าเขาแล้ว
แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจากไททันทั้ง 2 กดทับเด็กหนุ่มจนรู้สึกหนักอึ้ง
ไททันไฮดราแสยะยิ้มพลางกล่าวว่า “มนุษย์เอ๋ย ข้าขอแนะนำให้เจ้าตายไปเสียดี ๆ วิธีนี้จะทำให้เจ้าเจ็บปวดน้อยลง!”
วินาทีต่อมา คอของมันก็ยืดออก หัวที่ดูเหมือนงูเหลือมดำขนาดยักษ์ 9 ตัวพุ่งเข้าหาฝ่ายตรงข้ามด้วยความเร็วที่น่าตกใจ
นี่คือพลังของไฮดรา!
หลินหยวนที่เห็นภาพแปลกประหลาดเบื้องหน้าก็ไม่ลังเลที่จะฟันดาบปราบมังกรไปข้างหน้าเต็มแรง
ตูม!
ดาบที่คมกริบพุ่งผ่านอากาศฟันเข้าใส่หัวทั้ง 9
ที่เขาทำแบบนี้เป็นเพราะเขาคิดจะบีบให้ศัตรูถอยกลับไป
ไททันไฮดราที่เผชิญหน้ากับดาบสายฟ้าอ้าปากกว้างแล้วหัวมหึมาทั้ง 9 ของมันก็พ่นหมอกสีดำออกมาพร้อมกัน
เมื่อแสงดาบสายฟ้าเบื้องหน้าถูกหมอกสีดำปกคลุม มันก็ค่อย ๆ หรี่ลงจนในที่สุดก็เลือนหายไป
ขณะเดียวกัน ไททันเบฮีมอธอเมทิสต์ก็กำหมัดแน่นชกเข้าใส่หลินหยวนเต็มแรง
“ไปลงนรกซะ!” พร้อมกับเสียงคำรามนั้น หมัดยักษ์ก็พุ่งตรงไปที่เป้าหมาย
ทว่าก่อนที่หมัดของไททันเบฮีมอธอเมทิสต์จะทันได้สัมผัสตัวหลินหยวน มันก็ได้ยินเสียงคำรามดังขึ้น
“หลบไป!” ร่างไททันพุ่งลงมาจากกลางอากาศ พลังมหาศาลนั้นทำให้เท้าของมันจมลงเป็นหลุมขนาดใหญ่ 2 หลุมบนพื้น
ในช่วงระหว่างความเป็นความตายนี้ ในที่สุดไททันเทพอาสัญก็มาถึง
แล้วมันก็ได้มายืนขวางอยู่ข้างหน้าหลินหยวนด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธราวกับสัตว์ป่าที่กำลังปกป้องเหยื่อ!
ไททันเทพอาสัญคำรามอย่างเกรี้ยวกราดใส่หมัดของไททันเบฮีมอธอเมทิสต์แล้วเหยียดฝ่ามือขวาออกไปปะทะกับหมัดของอีกฝ่ายเต็มแรง
ปัง!
ไททันเทพอาสัญประลองกำลังกับศัตรูอย่างจังจนบริเวณนั้นสั่นสะเทือน
ชั่วขณะหนึ่งสีหน้าของไททันเบฮีมอธอเมทิสต์ก็เปลี่ยนไป วินาทีต่อมา ไททันเทพอาสัญก็กำหมัดคู่ต่อสู้ก่อนจะพลิกข้อมือเหวี่ยงแขนหนัก ๆ จนทำให้อีกฝ่ายกระเด็นออกไปไกล
โครม!
ร่างใหญ่โตของไททันเบฮีมอธอเมทิสต์กระแทกเข้ากับกำแพงเมืองเต็มแรง ส่งผลให้กำแพงเมืองพังทลายลง
“ฮว้ากกกก!” ทันใดนั้นไททันเทพอาสัญก็เงยหน้าคำรามเสียงดัง
ในตอนที่มันได้ยินเสียงตะโกนของหลินหยวน มันก็รีบวิ่งมาที่นี่เต็มฝีเท้า
ถึงอย่างไรในสายตาของไททันตัวนี้ เด็กหนุ่มก็เปรียบเสมือนแหล่งอาหารระยะยาว
ซึ่งบัดนี้ไททันทั้ง 3 ตัวที่อยู่ตรงหน้ากำลังพยายามจะบุกทำลายแหล่งอาหารระยะยาวของมัน แล้วมันจะไม่รู้สึกโกรธได้อย่างไร?
หลังจากที่ไททันเทพอาสัญปรากฏตัว ฉู่อวี้ก็รีบเข้าไปหาหลินหยวนทันทีพร้อมกับถามว่า “เกิดอะไรขึ้น? นายไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
“ไม่เป็นไร ฉันแค่บาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ได้ร้ายแรง” ถึงแม้ว่าเด็กหนุ่มจะได้รับแรงกระแทกจากกงล้อสุริยัน แต่เขาก็ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แต่ด้วยความสามารถในการรักษาตัวเองของเขา ไม่นานนักเขาก็กลับมาฟื้นตัวเต็มที่
จากนั้นหลินหยวนก็เงยหน้าจ้องฉู่เซียวด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะเอ่ยเสียงขรึมว่า “ไททันเทพอาสัญ ฆ่าพวกมันให้หมด หลังจากการต่อสู้ครั้งนี้ ฉันจะสร้างหมอกดำ 100 ลูกให้แกกินทีเดียวเลย!”
ทันทีที่เด็กหนุ่มพูดจบ ฝ่ายที่ได้ยินก็คำรามออกมาด้วยความตื่นเต้น
แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวไททันเทพอาสัญได้แผ่ขยายไปทั่วบริเวณและกดดันไททันมหันตภัยทั้ง 3 ที่อยู่ตรงหน้า
ทว่าสิ่งที่หลินหยวนไม่คาดคิดก็คือ สีหน้าของฉู่เซียวไม่ได้แสดงออกถึงความหวาดกลัวเลย เขากลับปรบมืออย่างไม่สะทกสะท้าน
แปะ ๆๆๆ
ชายหนุ่มเงยหน้ายิ้มให้อีกฝ่ายแล้วพูดว่า “ถ้าฉันจำไม่ผิด ไททันที่ปกป้องแกน่าจะเป็นไททันเทพอาสัญที่ถูกผนึกเอาไว้ในสุสานใช่ไหม? ฉันต้องยอมรับเลยว่าพลังที่มันแสดงออกมาในตอนนี้สมแล้วที่มันได้รับฉายาว่าเป็นไททันโลกาวินาศ”
“ฉันไม่รู้ว่า… แกไปทำอีท่าไหนถึงโน้มน้าวให้ไททันเทพอาสัญยอมทำตามคำสั่งแกแบบนี้ แต่ฉันจะบอกให้นะว่า แค่ไททันโลกาวินาศเพียงตัวเดียวมันช่วยอะไรแกไม่ได้หรอก”
หลังจากหลินหยวนได้ยินฉู่เซียวพูดจบ เขาก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วแน่น
บอกตามตรง เขาแยกไม่ออกว่าหมอนั่นกำลังโกหกหรือกำลังใช้อุบายอะไรอยู่ เพราะถ้าพูดตามหลักเหตุผล ไททันโลกาวินาศเพียงตัวเดียวก็เกินพอที่จะรับมือกับไททันมหันตภัยขั้นสูง 3 ตัวนี้
ยิ่งไปกว่านั้น หลินหยวนสามารถโค่นไททันมหันตภัย 1 ตัวได้สบาย ๆ แต่ความมั่นใจของชายคนนั้นเมื่อครู่มันทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาเล็กน้อย
จากนั้นฉู่เซียวก็พูดขึ้นอีกครั้งว่า “แกไม่รู้หรือไงว่าทำไมไททันพวกนั้นถึงเรียกฉันว่าท่านผู้พยากรณ์?” เขาค่อย ๆ ยกมือชี้ไปที่ดวงตาของตัวเองแล้วพูดยิ้ม ๆ ว่า “นั่นเป็นเพราะว่าฉันได้สืบทอดมรดกของไททันพยากรณ์ยังไงล่ะ และนี่คือ… ดวงตาแห่งการทำนาย!!”
“ดวงตาคู่นี้ทำให้ฉันมองเห็นทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ถึงแม้ว่าฉันจะยังใช้ดวงตาแห่งการทำนายได้ไม่เต็มที่ แต่ฉันก็ยังมองเห็นอนาคตที่เลือนรางได้อยู่ และอนาคตของแกก็คือ… แกจะตายด้วยน้ำมือของฉัน!”
มรดกจากไททันพยากรณ์งั้นเหรอ?
ดวงตาแห่งการทำนายที่สามารถทำนายอนาคตได้…
หลินหยวนมองอีกฝ่ายด้วยสายตาประหลาดใจ
ถ้าจะพูดให้ถูก เขาไม่ได้สงสัยในคำพูดของฉู่เซียว เพราะในสถานการณ์แบบนี้อีกฝ่ายไม่จำเป็นจะต้องโกหกเขา
ในที่สุดเด็กหนุ่มก็เข้าใจแล้วว่าทำไมชายคนนั้นถึงได้มีสถานะสูงส่งหลังจากที่ได้เข้าร่วมเผ่าไททัน ที่แท้เป็นเพราะว่าเขาได้สืบทอดมรดกของไททันนี่เอง!
“ดวงตาที่มองเห็นอนาคตได้งั้นเหรอ?” หลินหยวนพึมพำกับตัวเอง แล้วก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “น่าเสียดายที่ฉันเป็นคนที่ไม่เชื่อในโชคชะตาหรือคำทำนายไร้สาระอะไรพวกนั้น ถ้าแกมองเห็นอนาคตได้จริง ก็จงระวังตัวให้ดี เพราะฉันจะตัดหัวแกด้วยดาบเล่มนี้!”
“ไททันเทพอาสัญ โจมตี!” หลังจากตะโกนออกคำสั่ง ร่างของเขาก็เปลี่ยนเป็นสายฟ้าพุ่งเข้าใส่ฉู่เซียวราวกับลูกศร
ในหัวของเขาคิดเพียงว่า ถ้าจะจับโจรก็ต้องจับตัวหัวหน้าให้ได้ก่อน ตอนนี้ขอเพียงเขาจัดการหมอนั่นได้สำเร็จ เขาก็จะควบคุมไททันมหันตภัยทั้ง 3 ได้!
หลังจากได้รับคำสั่ง ไททันเทพอาสัญก็คำรามพุ่งเข้าใส่ไททันเบฮีมอธอเมทิสต์โดยไม่ลังเล
ในระหว่างนั้นไททันเบฮีมอธอเมทิสต์ก็หันกลับไปมองฉู่เซียวแล้วถามด้วยรอยยิ้มชั่วร้ายว่า “ท่านผู้พยากรณ์ ตอนนี้ข้าดื่มโลหิตศักดิ์สิทธิ์ได้แล้วใช่ไหมขอรับ?”
ชายหนุ่มเม้มปากก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ แล้วกล่าวอย่างใจเย็นว่า “พวกเจ้าจงดื่มโลหิตศักดิ์สิทธิ์ ให้พวกมันได้เห็นพลังที่แท้จริงของเทพเจ้า!”
เมื่อได้รับคำอนุมัติจากผู้เป็นนาย ไททันมหันตภัยทั้ง 3 ก็ลงมือพร้อมกัน พวกมันหยิบหยดเลือดสีทอง 1 หยดออกมา
แม้หลินหยวนจะอยู่ระยะไกล แต่เขาก็ยังสัมผัสได้ถึงความผันผวนของพลังงานที่น่าพิศวงซึ่งแผ่ออกมาจากหยดเลือดสีทองนี้
หรือว่าหยดเลือดสีทองที่ไททันมหันตภัยทั้ง 3 หยิบออกมาจะเป็น ‘โลหิตศักดิ์สิทธิ์’ ที่พวกมันพูดถึงกันแน่?
วินาทีต่อมา ก่อนที่หลินหยวนจะทันได้ตั้งตัว ไททันเบฮีมอธอเมทิสต์ก็เงยหน้าดื่มเลือดสีทองลงไปในอึกเดียว แล้ววินาทีถัดมา ร่างของมันก็ขยายใหญ่ขึ้น!
จะเห็นได้ว่าเส้นเลือดได้ขยายปูดโปนดันเนื้อหนังออกมาจนเห็นได้ชัดราวกับมีพลังมหาศาลกำลังขยายตัวอยู่ด้านใน
ขณะเดียวกัน แม้แต่ดวงตาของมันก็เปล่งประกายสีทองระยิบระยับ
อีกทั้งรัศมีของไททันเบฮีมอธอเมทิสต์ก็แผ่ขยายออกมาเรื่อย ๆ พร้อมกับที่เกล็ดสีม่วงของมันค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีทองจาง ๆ
การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากหยดเลือดสีทองนั้นแน่นอน หลินหยวนที่เห็นภาพเบื้องหน้าอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วแน่น
โลหิตศักดิ์สิทธิ์ที่พวกมันดื่มเข้าไปนั้นคืออะไรกันแน่?!
เพียงแค่หยดเดียวก็มีพลังที่จะเปลี่ยนไททันตัวนั้นให้มีพลังมหาศาลได้ขนาดนี้เลยเหรอ?!