- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 146: วันนี้ก็คือวันตายของแก!
บทที่ 146: วันนี้ก็คือวันตายของแก!
บทที่ 146: วันนี้ก็คือวันตายของแก!
“คราวนี้ข้าอยากจะเห็นนักว่าเจ้าจะทนรับการโจมตีได้สักกี่น้ำ!!”
เมื่อพลังพุ่งจนถึงขีดสุด ไททันเบฮีมอธอเมทิสต์ก็คำรามออกมาพร้อมกับปล่อยหมัดที่มีประกายสีทองล้อมรอบไปข้างหน้า
ไททันเทพอาสัญที่เห็นการโจมตีพุ่งเข้ามาโดยตรง มันก็ยกแขนขึ้นมาป้องกันตามสัญชาตญาณ
ปัง!
เสียงปะทะดังขึ้น แล้วจู่ ๆ แขนของไททันเทพอาสัญก็ถูกแรงกระแทกจนยุบ พร้อมกันนั้นมันก็กระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว
เมื่อหลินหยวนเห็นภาพนี้ เขาก็จ้องมองภาพตรงหน้าอย่างเหลือเชื่อ
ไททันเทพอาสัญที่เป็นถึงไททันโลกาวินาศก็ยังถูกบีบให้ถอยหลังไปในหมัดเดียวเนี่ยนะ?!
ก่อนที่เด็กหนุ่มจะทันได้หายตกใจ เสียงเย็นชาของฉู่เซียวก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“หลินหยวน แทนที่แกจะเป็นห่วงคนอื่น ฉันขอแนะนำให้แกเป็นห่วงเรื่องของตัวเองดีกว่า”
สิ้นเสียงของฉู่เซียว หลินหยวนก็เงยหน้าขึ้นและเห็นว่าไททันเพลิงสุริยันกับไททันไฮดราเองก็กำลังพุ่งเข้ามาหาเขา
ยิ่งไปกว่านั้น ไททันทั้ง 2 เองก็ได้ดื่มโลหิตศักดิ์สิทธิ์เข้าไปด้วยเช่นกัน
รัศมีที่แผ่ออกมาจากพวกมันนั้นทำให้หลินหยวนแทบจะหายใจไม่ออก ก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งสติ ไททันไฮดราก็ได้เปิดฉากการโจมตีเป็นคนแรก
หัวงูยักษ์ทั้ง 9 ของมันยืดออกพุ่งเข้าหาฝ่ายตรงข้ามจากทิศทางที่แตกต่างกันด้วยความเร็วสูง
เห็นได้ชัดว่าหลังจากดื่มโลหิตศักดิ์สิทธิ์เข้าไป พลังของไททันไฮดราก็เพิ่มขึ้นสูงมาก ส่งผลให้ทั้งด้านความว่องไวและการระเบิดพลังของมันเหนือกว่าหลินหยวนไปอีกระดับ
แม้ว่าเด็กหนุ่มจะใช้ฉงถงระดับสูงรวมถึงปลดปล่อยความเร็วเต็มที่ เขาก็ยังหลบไม่พ้นจนถูกกัดเข้าที่ลำตัว
ทันใดนั้นขาขวาของหลินหยวนก็ถูกคู่ต่อสู้ฉีกออกเป็นชิ้น ๆ ตามด้วยเลือดสีแดงสดที่พุ่งออกมาจากบาดแผลราวกับน้ำพุ
อย่างไรก็ตาม เด็กหนุ่มกลับรู้สึกประหลาดใจที่แม้ว่าขาขวาของตัวเองจะถูกฉีกออก แต่เขากลับไม่รู้สึกเจ็บปวดเลย
จากนั้นเขาก็เหมือนจะตระหนักได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
ที่แท้ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้สึกเจ็บปวด แต่เป็นเพราะคู่ต่อสู้ได้ฉีดสารพิษเข้าสู่ร่างกาย ทำให้เส้นประสาททั้งหมดของเขาหยุดทำงานต่างหาก!
หลังจากที่หลินหยวนถูกพิษงูเล่นงาน ร่างกายของเขาก็แข่งทื่อ ส่งผลให้ความเร็วในการเคลื่อนไหวของเขาลดลงไปมาก
ทางด้านไททันไฮดราเมื่อเห็นว่าเป้าหมายของตัวเองช้าลง มันก็หดหัวลงแล้วพูดเสียงเย็น “เลี่ยหยาง ภารกิจของข้าสำเร็จแล้ว ตอนนี้… เป็นตาของเจ้า”
“ไม่ต้องห่วง ข้าจะส่งมนุษย์คนนี้ไปลงนรกเอง!” ไททันเพลิงสุริยันแสยะยิ้มพร้อมกับเปล่งแสงสีทองอร่ามออกมาจากร่าง
ท่ามกลางแสงเจิดจ้า เปลวเพลิงที่คล้ายดวงอาทิตย์ก็พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า แล้วมาบรรจบกันเหนือแสงนั้น
“จงร่วงหล่น” ไททันเพลิงสุริยันเอ่ยเบา ๆ
จากนั้นนกฟีนิกซ์เพลิงจำนวนนับไม่ถ้วนก็รวมตัวกันจากเพลิงสุริยันพุ่งดิ่งไปยังทิศทางของหลินหยวน
ในระหว่างนั้นเกิดเสียงน่าสะพรึงกลัวคล้ายกับอุกกาบาตเพลิงกำลังพุ่งลงมาจากชั้นบรรยากาศ
ทางด้านเด็กหนุ่มที่ถูกพิษทำลายระบบประสาทไม่สามารถใช้ความเร็วของตัวเองหลบเลี่ยงการโจมตีนี้ไปได้!
ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!
เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ
ขณะเดียวกัน บนท้องฟ้าเต็มไปด้วยนกฟีนิกซ์เพลิงพุ่งลงสู่พื้น
หลินหยวนที่แทบจะขยับตัวไม่ได้ไม่มีทางหลบพ้นจึงได้ระดมพลังสายฟ้าสร้างเป็นโล่สายฟ้าขึ้นข้างหน้าตัวเขา
ถึงอย่างนั้น แม้แต่โล่สายฟ้าก็ทนรับการโจมตีที่รุนแรงขนาดนี้เอาไว้ไม่ไหว มันแตกสลายลงหลังจากรับการโจมตีของนกฟีนิกซ์เพลิงได้ไม่กี่ครั้ง
ไม่ว่าอย่างไร หลังจากที่ไททันเพลิงสุริยันดื่มโลหิตศักดิ์สิทธิ์เข้าไป มันก็มีพลังเทียบเท่ากับไททันโลกาวินาศ!
ฝ่ายหลินหยวนจึงไม่อาจต้านทานการโจมตีนี้ได้เลยสักนิด
เมื่อเปลวเพลิงสลายหายไป บนพื้นก็ทิ้งไว้เพียงหลุมที่มีไฟลุกท่วม โดยที่ภายในหลุมขนาดใหญ่ ร่างของเด็กหนุ่มโชกไปด้วยเลือดแดงฉานตัดกับรอยไหม้เกรียมสีดำ
โชคดีที่ในตอนที่นกฟีนิกซ์เพลิงกำลังจะโจมตี หลินหยวนได้เรียกไททันโลหิตทมิฬมาครอบคลุมทั่วตัวเขาเอาไว้เพื่อรับความเสียหายบางส่วนแทนกายเนื้อของเขา
ถึงกระนั้น ร่างที่ขาขวาถูกฉีกขาด แถมยังถูกกระหน่ำโจมตีเต็มพิกัดก็ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจนใกล้ตาย
“แฮ่ก ๆๆ” ยามนี้เด็กหนุ่มหอบหายใจอย่างหนัก
เมื่อต้องเผชิญกับการถูกระดมโจมตีเช่นนี้ พลังในการรักษาตัวเองของเขาก็ยังไม่สามารถรักษาบาดแผลได้ทันเวลา
แล้วจู่ ๆ เสียงเยาะเย้ยของฉู่เซียวก็ดังขึ้นอีกครั้ง “แกคิดว่าแกจะรอดไปได้งั้นเหรอ?”
หลินหยวนได้ยินดังนั้นก็พยายามพยุงตัวเองลุกขึ้นเพื่อไปสบตากับอีกฝ่ายที่ลอยอยู่กลางอากาศ
ส่วนชายหนุ่มก็เหลือบตามองลงมาเหมือนอีกคนเป็นเพียงมดปลวกที่จะฆ่าให้ตายเมื่อไหร่ก็ได้
จากนั้นฉู่เซียวก็พูดเยาะเย้ยอีกครั้ง “แกคงไม่คิดสินะว่าคนที่เคยเกือบตายด้วยน้ำมือของแกจะเดินมาถึงจุดนี้ได้… หลินหยวน ยอมแพ้ซะเถอะ วันนี้มันเป็นวันตายของแก!”
“อนาคตที่ฉันเห็นไม่เคยมีอะไรผิดพลาด!”
ในตอนนั้นเด็กหนุ่มยกมือขึ้นปาดเลือดที่มุมปากแล้วพูดอย่างไม่สะทกสะท้านว่า “ยังไม่จบหรอก”
“เฮอะ! มันจบแล้วเว้ย!” ฉู่เซียวที่เห็นท่าทางดื้อด้านของอีกฝ่ายก็อดไม่ได้ที่จะพูดดูถูก “แกคิดจริง ๆ เหรอว่าแกจะมีโอกาสพลิกสถานการณ์ได้อีก?”
“แกลองเบิกตามองสภาพตัวเองตอนนี้สิ ไททันเทพอาสัญลูกน้องของแกก็ถูกตรึงเอาไว้ แถมตอนนี้…. สภาพของแกก็บาดเจ็บสาหัสใกล้ตาย ลองกวาดตาดูรอบตัวแกสิ ยังมีไททันโลกาวินาศอีก 2 ตัวนะ แกจะเอาอะไรมาพลิกสถานการณ์!”
แล้วจู่ ๆ ชายหนุ่มก็เปลี่ยนท่าทีพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เอาสิ แกลองทำให้ฉันดูหน่อยสิว่าแกคิดจะทำอะไร”
“อ้อ ถ้าฉันจำไม่ผิด แกคิดว่าแกจะจับฉันเป็นตัวประกันหรือเปล่า? เพราะความหวังที่ริบหรี่ของแกจะสว่างขึ้นก็ต่อเมื่อแกจับตัวฉันได้เท่านั้น!”
“เอาเถอะ ฉันจะให้โอกาสแก แต่ว่านะ… ฉันก็อยากจะรู้นักว่าตัวแกในตอนนี้จะฝ่าแนวป้องกันไททันโลกาวินาศ 2 ตัวมาได้ยังไง หัวฉันอยู่ตรงนี้ มันรอแกอยู่” ฉู่เซียวพยายามพูดยั่วโมโหฝ่ายตรงข้าม
แม้หลินหยวนจะได้ยินคำพูดถากถางของอีกฝ่าย แต่สีหน้าของเขาก็ยังคงสงบนิ่ง
เขาต้องยอมรับเลยว่าฉู่เซียวนั้นเป็นคนที่ฉลาดมาก มันเจ้าเล่ห์เหมือนสุนัขจิ้งจอก และมันก็คาดเดาความคิดของเขาทั้งหมดได้ถูกต้อง
ยิ่งไปกว่านั้นทางฝ่ายศัตรูก็มีข้อได้เปรียบอย่างมหาศาล จนกระทั่งตอนนี้เขาก็ยังไม่เห็นข้อบกพร่องเลยแม้แต่นิดเดียว
เด็กหนุ่มขอยอมรับว่าผู้ชายคนนี้เป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวคนหนึ่ง
แต่ก็โชคดีที่ตั้งแต่ต้นจนจบหลินหยวนไม่เคยคิดที่จะใช้ฉู่เซียวมาเป็นตัวประกันเลยสักครั้ง แต่มันเคยมีความคิดแบบนี้ผุดขึ้นมาในหัวของเขาจริง ๆ
เขาอาจจะใช้ไอเทม [ของขวัญจากเทพีแห่งชีวิต] เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บอย่างฉับพลัน จากนั้นก็ค่อยใช้พลังเทเลพอร์ตพาตัวเองเข้าประชิดฉู่เซียวแล้วจับอีกฝ่ายเป็นตัวประกัน
ถึงแม้ว่าแผนการนี้จะมีความเป็นไปได้สูง แต่มันกลับมีช่องโหว่อยู่มากมาย
เพราะถึงอย่างไรเขาก็ไม่รู้ว่าฉู่เซียวยังมีไพ่ตายอะไรอยู่ในมืออีกหรือเปล่า เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้แบบนี้ เขาก็ไม่กล้าเสี่ยงและไม่อาจเสี่ยงได้เลย
บางที… ควรจะใช้วิธีอื่นต่อสู้คว้าแสงแห่งความหวังที่ริบหรี่นั้นมาให้ได้
ทันทีที่คิดแบบนี้ดวงตาของหลินหยวนก็สงบนิ่ง
เขาจะล้มเหลวไม่ได้ และเขาจะเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด!
จริงสิ!
วินาทีถัดมา เด็กหนุ่มรีบดึงหยดน้ำสีเขียวมรกตออกมาจากช่องเก็บของโดยไม่ลังเล
หยดน้ำสีเขียวมรกตนี้ปลดปล่อยพลังชีวิตที่เข้มข้นออกมา ซึ่งมันก็คือ [ของขวัญจากเทพีแห่งชีวิต] ที่เขาได้รับมาตอนที่เข้าไปในเมืองหย่งเย่
ในช่วงเวลาวิกฤตนี้ ในที่สุดหลินหยวนก็ได้หยิบไอเทมชิ้นนี้ออกมาใช้
ถัดมา เขาเงยหน้าขึ้นกินหยดน้ำสีเขียวมรกตเข้าไปในคราวเดียว
แล้วภายใต้รัศมีแห่งชีวิตนี้ บาดแผลของหลินหยวนก็ค่อย ๆ สมานเข้าหากันจนกลายเป็นปกติ แม้แต่ขาขวาที่ขาดไปของเขาก็ยังฟื้นคืนมาในสภาพเดิมทันที
ผลของ [ของขวัญจากเทพีแห่งชีวิต] มีฤทธิ์ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บทั้งหมด ขจัดดีบัฟในร่างกายและฟื้นฟูพลังกายให้กลับมาเต็มเปี่ยมแบบฉับพลัน
ทันใดนั้นแสงสีเขียวมรกตก็เปล่งประกายออกมาจากร่างของหลินหยวน รัศมีแห่งชีวิตที่โดดเด่นได้แผ่ขยายออกมาจากตัวเขา พร้อมกันนั้นพลังของเขาก็กลับมาถึงจุดสูงสุดอีกครั้ง
ฉู่เซียวที่เห็นอย่างนั้น ดวงตาก็ฉายแววประหลาดใจ เขาเม้มปากเข้าหากันแน่นก่อนจะพูดว่า “ฉันไม่คิดเลยว่าแกจะมีไพ่อยู่ในมือมากมายขนาดนี้ น่าเสียดายที่ต่อให้แกจะมีอีกกี่ร้อยชีวิต วันนี้ก็คือวันตายของแก!”
“ไททันเพลิงสุริยัน ฆ่ามันซะ!”
สิ้นเสียงคำสั่งของฉู่เซียว ไททันเพลิงสุริยันก็กางแขนออกและโจมตีเข้าใส่เป้าหมายอีกครั้ง
ไม่นานนกฟีนิกซ์เพลิงนับไม่ถ้วนก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า โดยที่มันปลดปล่อยออร่าน่าสะพรึงกลัวกดดันผู้คนที่อยู่เบื้องล่าง
คราวนี้ไททันเพลิงสุริยันตั้งใจจะโจมตีแบบเดิมอีกครั้ง
ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!
นกฟีนิกซ์เพลิงพุ่งลงมากระแทกเข้าใส่ศัตรูเต็มแรง
น่าเสียดายที่คราวนี้หลินหยวนได้เตรียมพร้อมรับมือเอาไว้ก่อนแล้ว เขาสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุจากเหนือศีรษะ จังหวะนั้นเขาใช้พลังเทเลพอร์ตหลบหนีออกไป
ก่อนที่นกฟีนิกซ์เพลิงจะสัมผัสตัวเขา ร่างของเขาก็หายไปจากจุดนั้นแล้ว
คราวนี้นกฟีนิกซ์เพลิงที่ลุกโชนบนท้องฟ้าไม่ได้ทำอันตรายต่อเด็กหนุ่มเลยแม้แต่น้อย
หลังจากหลินหยวนหลบหนีภัยอันตรายพ้น เขาก็ปลดปล่อยพลังเต็มที่พุ่งไปหาไททันเทพอาสัญ