เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 143: ไม่ควรเรียกคนพวกนี้ว่ามนุษย์

บทที่ 143: ไม่ควรเรียกคนพวกนี้ว่ามนุษย์

บทที่ 143: ไม่ควรเรียกคนพวกนี้ว่ามนุษย์


ไททันช้างอสูรกล่าวต่อว่า “เจ้าควรจะรู้ว่าในสายตาพวกเรา มนุษย์อย่างพวกเจ้าเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่ต่ำต้อยที่สุด แม้แต่มนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดก็ยังไม่นับว่าเป็นอะไรสำหรับพวกเรา”

“นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมนักรบของตงหยิงผู้แข็งแกร่งพวกนั้นถึงยอมจำนนและกลายเป็นทาสของเรา อีกทั้งเรายังเลี้ยงพวกมันไว้เป็นสัตว์เลี้ยงด้วยนะ เราได้เลือกพวกมันเหมือนกับที่พวกเจ้าคัดเลือกหมูตัวอ้วน ๆ ออกมาจากคอก”

“แต่ข้าก็ต้องยอมรับว่าความปรารถนาของมนุษย์ที่อยากจะมีชีวิตรอดนั้นมันช่างน่ากลัวเหลือเกิน เพื่อหลบเลี่ยงจากชะตากรรมอันเลวร้าย ทหารตงหยิงผู้ทรงพลังเหล่านั้นจึงเสนอตัวจะพิสูจน์ว่าชีวิตของพวกมันมีคุณค่า และด้วยความเมตตาของเรา เราจึงตัดสินใจมอบโอกาสนี้ให้พวกมัน และวิธีการที่จะพิสูจน์คุณค่าของตัวพวกมันก็คือ… การพากองทัพไททันฝ่าแนวป้องกันด่านแรกของหัวเซี่ย!”

เมื่อหลินหยวนได้ยินเช่นนี้ เขาก็กำหมัดแน่นในขณะที่ดวงตาแดงก่ำด้วยความโมโห

เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าทหารตงหยิงพวกนั้นจะน่ารังเกียจได้ถึงขนาดนี้ แม้ว่าพวกเขารู้ว่าเผ่าไททันคิดจะทำลายล้างมวลมนุษยชาติ แต่พวกเขาก็ยังเลือกที่จะเข้าร่วมกับพวกมันอยู่ดี

คนพวกนี้ถึงขั้นสมรู้ร่วมคิดโจมตีหัวเซี่ยเพื่อพิสูจน์ความจงรักภักดีและยกสถานะของตัวเอง!

ไอ้สารเลวพวกนี้… ไม่ พวกมันไม่สมควรถูกเรียกว่าเป็นมนุษย์อีกต่อไป!

พวกมันคือคนทรยศต่อมวลมนุษยชาติ เป็นหนอนบ่อนไส้ทำลายมนุษย์ด้วยกันเอง!!

การกระทำของไอ้พวกตงหยิงมันน่ารังเกียจสิ้นดี!!

ไททันช้างอสูรดูเหมือนจะพอใจที่สามารถยั่วโทสะของหลินหยวนได้สำเร็จ มันจึงรีบพูดต่อว่า “ชาวตงหยิงพวกนั้นหมอบกราบอยู่ต่อหน้าสภาผู้อาวุโสและได้สัญญาว่าจะฝ่าแนวป้องกันของหัวเซี่ยไปให้สำเร็จ”

“อ๋อ อีกอย่าง พวกมันยังอ้างว่าความบาดหมางระหว่างตงหยิงกับหัวเซี่ยนั้นยืดเยื้อกันมาเป็นเวลานาน ถึงแม้ว่าพวกมันจะต้องช่วยเราบดขยี้และสังหารพลเรือนทั้งหมดของหัวเซี่ย พวกมันก็ไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย”

“ฮ่า ๆๆ ข้าต้องยอมรับว่าพวกตงหยิงนี้ทำให้ข้าได้เปิดหูเปิดตาจริง ๆ ทหารผู้ทรงพลังส่วนใหญ่จากประเทศอื่นต่างก็มีศักดิ์ศรี ยอมตายดีกว่ายอมจำนนต่อเรา แต่นักรบของตงหยิงกลับแตกต่างออกไป”

“ก่อนหน้านี้เราไม่เคยเห็นผู้มีพลังระดับสูงที่ยอมสวามิภักดิ์ต่อพวกเราเช่นนี้มาก่อนเลย การที่จะใช้พวกมันโจมตีแนวป้องกันของพวกเจ้านั้นมันช่างสมบูรณ์แบบเสียจริง วะฮ่า ๆๆ!”

ไททันช้างอสูรเห็นว่าคำพูดของตัวเองยั่วโมโหศัตรูได้ มันจึงกล่าวต่อไปว่า “อีกเรื่องหนึ่ง เจ้ารู้ไหมว่าทำไมเผ่าไททันถึงเลือกที่จะไม่โจมตีแนวป้องกันของหัวเซี่ยอย่างเต็มรูปแบบมาตั้งแต่แรก?”

“จริง ๆ แล้วไม่ใช่ว่าพวกเราทำไม่ได้ แต่เป็นเพราะว่าไม่อยากทำมากกว่า พวกหัวเซี่ยให้ความสำคัญกับแนวป้องกันพวกนี้มาก ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีใครยอมแพ้ ถ้าเราเลือกบุกโจมตีเต็มกำลัง เราอาจจะทำลายมันลงได้ก็จริง แต่สิ่งนั้นก็ย่อมแลกมาด้วยต้นทุนมหาศาล”

“ดังนั้นแทนที่เราจะบุกโจมตีพวกเจ้าเต็มรูปแบบ สู้ใช้แนวป้องกันแรกของพวกเจ้าเป็นเครื่องบดเนื้อทำลายกำลังพลของพวกเจ้าอย่างต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ จะดีกว่า”

บัดนี้สายตาที่หลินหยวนใช้มองศัตรูเริ่มแข็งกร้าวมากยิ่งขึ้น

ถ้าจะพูดให้ถูก เขาเข้าใจเจตนาของเผ่าไททันมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว ทว่าทันทีที่มันพ่นคำพูดพวกนี้ออกมา เขากลับทนไม่ไหวอีกต่อไป

ถึงแม้มันจะเป็นเพียงคำพูดธรรมดา ๆ เพียงไม่กี่คำ แต่เบื้องหลังถ้อยคำเหล่านั้นก็คือชีวิตของทหารที่สูญสิ้นอยู่ในสนามรบ!

“ตอนนี้ชาวตงหยิงพร้อมที่จะนำทัพบุกโจมตีหัวเซี่ยให้เราแล้ว จากนั้นเราก็พร้อมจะต้อนรับพวกมันกลับมาอย่างอบอุ่น แค่ใช้วิธีนี้เราก็จะสามารถลดการสูญเสียและฝ่าแนวป้องกันของหัวเซี่ยไปได้โดยที่แทบไม่ต้องลงแรงอะไรเลย”

ไททันช้างอสูรยังคงพูดจาถากถางไม่หยุด “ข้าไม่คิดว่ากองทัพของพวกเจ้าจะเดาออกหรอกว่าแนวป้องกันของตัวเองถูกสหายร่วมเผ่าพันธุ์อย่างตงหยิงบุกทะลวงเช่นนี้”

“ต้องยอมรับเลยว่าตงหยิงถึงแม้จะเป็นประเทศเล็ก ๆ แต่กลับมีคนที่ทรงพลังอยู่มากมาย ข้าจะบอกให้นะ ชาวตงหยิงที่เข้าร่วมในการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้มีถึง 1,427 คน! ในจำนวนนั้น 934 คนเป็นผู้มีพลังแรงก์ A, แรงก์ S 416 คน, แรงก์ SS 65 คน และแรงก์ SSS 11 คน!”

หลินหยวนคำนวณในใจพลางขมวดคิ้ว ก่อนที่จะถามเสียงทุ้มต่ำว่า “ดูเหมือนว่าแกจะคำนวณพาดไปคนหนึ่งนะ”

ไททันช้างอสูรที่ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี “เจ้าลืมไปแล้วเหรอว่ามรดกทั้ง 8 ของไททันก็ตกไปอยู่ในมือของชาวตงหยิงเหมือนกัน”

“คนสุดท้ายที่ว่าก็คือผู้สืบทอดมรดก! เขามีชื่อว่าคุโรคาวะ ชินโซ และเขาก็คือผู้มีพลังสูงที่สุดในบรรดาชาวตงหยิงที่เหลืออยู่ แถมเขายังเป็นผู้คิดแผนการนี้ขึ้นมาด้วย”

“เขากักเก็บความเกลียดชังต่อหัวเซี่ยไว้ในใจมาโดยตลอด อีกทั้งเขาปรารถนาที่จะได้รับสถานะที่สูงส่งในเผ่าไททัน ดังนั้นเขาก็เลยเสนอแผนนี้ให้กับเรา!”

หลินหยวนตอบกลับเสียงเย็น “คนที่ทรยศเผ่าพันธุ์ตัวเองได้ง่าย ๆ มีสิทธิ์อะไรมาเกลียดหัวเซี่ยของเรา? ชาวหัวเซี่ยยึดถือคำสอนของบรรพบุรุษว่า ‘ผู้ที่เข้าใจสถานการณ์คือผู้เฉลียวฉลาด’”

ไททันช้างอสูรที่ได้ยินอย่างนั้นก็โต้กลับว่า “ข้าคิดว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเป็นทางเลือกที่ถูกต้องแล้ว ขอเพียงเจ้าไม่ฆ่าข้า ข้าก็สามารถแนะนำเจ้าให้กับสภาผู้อาวุโสได้ สุดท้ายแล้วหัวเซี่ยก็จะพินาศ และความดื้อรั้นของเจ้าก็จะไร้ความหมาย! ถ้าถามข้า เรื่องนี้เจ้ายังมีโอกาสให้ตัดสินใจใหม่”

“ทันทีที่หัวเซี่ยล่มสลายเหมือนตงหยิง พวกเจ้าทั้งหมดก็จะถูกจับขังอยู่ในกรง ถึงเวลานั้นพวกเจ้าจะต้องเสียใจ!”

“เสียใจงั้นเหรอ?” หลังจากที่เด็กหนุ่มฟังคำพูดของไททันช้างอสูร เขาก็แค่นหัวเราะในลำคอ จากนั้นเขาก็กำดาบปราบมังกรแน่นขึ้นในขณะที่เดินเข้าไปหาอีกฝ่ายช้า ๆ

ขณะเดียวกันนั้น ไอสังหารก็พลุ่งพล่านออกมาจากตัวของหลินหยวนแล้วกดดันฝ่ายตรงข้าม “ฉันมาได้ไกลขนาดนี้เป็นเพราะว่าฉันเชื่อมั่นในความคิดของตัวเองมาโดยตลอด คำว่าเสียใจคืออะไร มันไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมของฉัน แกคิดผิดอยู่เรื่องหนึ่งนะ ถึงแม้ว่าหัวเซี่ยจะล่มสลาย แต่เราไม่มีทางยอมจำนนเหมือนไอ้พวกตงหยิง!”

“หลังจากประเทศชาติล่มสลาย สมาชิกครึ่งหนึ่งก็ก่อกบฏ นี่มันพิสูจน์แล้วว่าประเทศชาติของมันเน่าเฟะจนถึงกระดูกดำ! ประเทศที่เสื่อมโทรมขนาดนี้ เป็นใครก็ย่อมรังเกียจทั้งนั้น!”

“แต่สำหรับหัวเซี่ยนั้นไม่เหมือนกัน ผู้คนมากมายไม่มีความคิดที่จะแสวงหาอำนาจ พวกเขาไม่สนใจชื่อเสียง สนแต่เพียงว่าสิ่งที่ทำนั้นถูกหรือผิด ถ้ามันถูกต้อง พวกเราก็จะทำให้สำเร็จไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม!”

“คนแบบนี้ถึงแม้ว่าจะพ่ายแพ้ แต่สำหรับพวกเขาแล้วมันไม่ใช่การแพ้ ซึ่งคนแบบนี้แหละจะเป็นตัวแทนของจิตวิญญาณของผู้คนทั้งประเทศ!”

“ถ้าแกยังเชื่อว่าแกจะสามารถทำลายหัวเซี่ยได้เหมือนทำลายตงหยิง ก็ลองดู!”

“แต่ยังไงก็เถอะ ไม่ว่าหัวเซี่ยจะถูกทำลายลงหรือไม่ แกก็จะไม่มีวันได้เห็นวันนั้นแน่นอน!” สิ้นเสียงพูด หลินหยวนก็ยกดาบปราบมังกรเล็งไปที่ไททันช้างอสูร

ในขณะนั้นรังสีกดดันได้พุ่งเข้าห้อมล้อมอีกฝ่ายอย่างเต็มกำลัง

ถ้าเขามีความต้องการ เขาก็สามารถฆ่ามันได้ทุกเมื่อ!

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เด็กหนุ่มคาดไม่ถึงก็คือ ในระหว่างความเป็นความตาย ไททันช้างอสูรกลับหัวเราะขึ้นมาอย่างกะทันหัน

“วะฮ่า ๆๆ” มันหัวเราะสุดเสียง “ข้ารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเจ้าไม่มีทางปล่อยข้าไปแน่! น่าเสียดาย… ที่เจ้าพลาดโอกาสไปแล้ว จะบอกให้นะว่าข้อมูลทั้งหมดที่ข้าบอกเจ้านั้นเป็นความจริง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว นอกจากจะต้องเอาข้อมูลนี้ติดตัวไปลงนรกซะ!”

หลินหยวนที่ได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ ทันใดนั้นเขาก็หันกลับไปมองด้านหลัง

แล้วเขาก็เห็นร่างของไททัน 3 ร่างปรากฏขึ้นในสายตา ขณะที่พวกมันกำลังมุ่งหน้ามาทางเขา

ไม่ต้องสงสัยเลยว่ารัศมีที่ไททันทั้ง 3 แผ่ออกมานั้นทรงพลังยิ่งกว่าไททันช้างอสูรที่อยู่ด้านหลังเขาเสียอีก!

ไททัน 3 ตัวนี้จะต้องเป็นไททันมหันตภัยแน่นอน

พวกมันอาจจะเป็นไททันมหันตภัยขั้นสูงเหมือนกับไททันมังกรเพลิงก็เป็นได้!

พวกมัน… คือกำลังเสริมที่เผ่าไททันส่งมางั้นเหรอ?

หลินหยวนมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาพร่าเลือนเล็กน้อย ในขณะที่เขาเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว

ดูเหมือนว่าไททันช้างอสูรจะได้รับข่าวนี้มาก่อนแล้ว นี่จึงเป็นเหตุผลที่มันเลือกที่จะละทิ้งเมืองแล้วหลบหนีออกไปเพียงลำพัง

อีกฝ่ายรู้ดีว่ากำลังเสริมของเผ่าไททันใกล้เข้ามามากแล้ว มันเลยเลือกที่จะหนีออกจากเมือง แล้วมาเผชิญหน้ากับหลินหยวนโดยตรงเพื่อถ่วงเวลา

แน่นอนว่ามันเองก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของไททันเทพอาสัญ

ดังนั้นไททันช้างอสูรจึงพยายามถ่วงเวลาเขาเอาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยการใช้ข้อมูลของตงหยิงมาล่อลวง

ในที่สุดมันก็ซื้อเวลาให้ไททันมหันตภัยทั้ง 3 ได้สำเร็จ!

ทันทีที่คิดถึงเรื่องนี้ ดวงตาของเด็กหนุ่มก็ยิ่งมัวหมองลง เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าเผ่าไททันจะเดาแผนการของเขาออก

ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยพละกำลังในปัจจุบันของเขา เขารับมือกับไททันมหันตภัยขั้นสูงได้เพียงตัวเดียว

การต่อสู้กับไททันในระดับเดียวกับไททันมังกรเพลิง 3 ตัวพร้อมกันนั้น เขาจะต้องพึ่งพาพลังของไททันเทพอาสัญ

พอเด็กหนุ่มวิเคราะห์สถานการณ์ของตัวเอง เขาก็ไม่สนใจที่จะฆ่าไททันช้างอสูรอีกต่อไป

จบบทที่ บทที่ 143: ไม่ควรเรียกคนพวกนี้ว่ามนุษย์

คัดลอกลิงก์แล้ว