- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 142: เขายินดีที่จะกลายเป็นปีศาจอาฆาต
บทที่ 142: เขายินดีที่จะกลายเป็นปีศาจอาฆาต
บทที่ 142: เขายินดีที่จะกลายเป็นปีศาจอาฆาต
เมื่อเหล่าไททันในเมืองกุ่ยเซี่ยงเห็นภาพนี้ พวกมันก็ยิ่งรู้สึกสิ้นหวังมากขึ้น
“บ้าน่า! ทำไมถึงมีไททันระดับสูงโผล่มามากมายขนาดนี้!”
“ไอ้มนุษย์คนนี้มันเป็นปีศาจชัด ๆ มันมาที่นี่เพื่อทำลายเผ่าพันธุ์ของเรา!”
กองทัพอันเดดที่เด็กหนุ่มเรียกออกมาไม่รอช้า พวกมันรุดหน้าพุ่งเข้าหาไททันในเมืองกุ่ยเซี่ยง แล้วบดขยี้อีกฝ่ายไม่ต่างจากเครื่องบดเนื้อ
ขณะที่พวกมันเคลื่อนพล หลินหยวนก็ได้ยินเพียงเสียงกรีดร้องโหยหวน
เป็นปีศาจที่จะทำลายเผ่าไททันงั้นเหรอ?
เด็กหนุ่มมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา
ไททันพวกนี้สมควรได้สัมผัสด้วยตัวเองว่าไททันที่เข่นฆ่ามนุษย์ในสนามรบนั้นเป็นอย่างไร
สำหรับมนุษย์ที่ถูกฆ่าตายอย่างน่าเศร้านั้น พวกมันต่างหากคือปีศาจ!
ไททันพวกนี้อาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นฝ่ายที่ทำผิด เพราะในสายตาของพวกมัน ชีวิตของมนุษย์ต่ำต้อยเหมือนหมูเหมือนหมา
การได้กินมนุษย์เป็นอาหารนั้นถือเป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับพวกมัน!
ความโหดร้ายของเผ่าไททันได้หยั่งรากลึกอยู่ในสันดานของพวกมันมานานจนไม่รู้จักถูกผิด
แต่ถ้าหากการที่เขาเป็นปีศาจแล้วจะทำลายเผ่าไททันได้จนหมดสิ้น… เขาก็ยินดีที่จะเป็นปีศาจอาฆาตตนนั้น!!
หลังจากจัดการเรื่องตรงนี้เสร็จ ร่างของหลินหยวนก็เปลี่ยนเป็นสายฟ้าหายตัวไป
เพราะเขานั้นมีเป้าหมายอื่น นั่นก็คือ… ไททันช้างอสูรที่หลบหนีออกจากเมืองไปแล้ว!
…
“เฮ้อ ในที่สุดก็หนีรอดมาได้…” ไททันช้างอสูรที่รอบตัวมีกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัว ในขณะนั้นมันหันหัวที่เป็นช้างขนาดยักษ์กลับไปมองเมืองกุ่ยเซี่ยงที่อยู่ข้างหลังด้วยความหวาดกลัว
มันรู้ว่าอีกไม่นานเมืองแห่งนี้จะถูกทำลายจนราบเป็นหน้ากลอง
“บ้าจริง… ไททันโลกาวินาศโผล่มาแบบนี้แล้วข้าจะปกป้องเมืองได้ยังไงกัน?” ไททันช้างอสูรสบถออกมา “ไอ้พวกจิ้งจอกเฒ่าในสภา รู้ทั้งรู้ว่าเมืองจี้มู่ถูกทำลาย แต่มันกลับไม่ส่งคนมาคอยปกป้องเมืองกุ่ยเซี่ยงทันที มันบ้ากันไปแล้วหรือไงถึงปล่อยให้มนุษย์ทำลายเมืองหลักทั้ง 2 แบบนี้!”
ในสายตาของไททันช้างอสูร สิ่งเดียวที่มันรู้สึกว่าตัวเองโชคดีก็คือ มันเอาชีวิตรอดมาได้จนถึงตอนนี้!
ตราบใดที่มันยังมีชีวิตอยู่ แม้ว่าเมืองกุ่ยเซี่ยงจะถูกทำลายลง แต่มันก็กลับมาสร้างใหม่ได้ทุกเมื่อ
จากนั้นไททันช้างอสูรก็ถอนสายตาออกจากเมืองที่ตนเองปกครองและเตรียมจะหลบหนีต่อไป
แต่ทันใดนั้นร่างที่ถือดาบยาวซึ่งปกคลุมไปด้วยสายฟ้าก็ปรากฏเข้ามาในสายตา ไททันช้างอสูรหน้าถอดสีทันทีที่เห็นภาพเบื้องหน้า มันจึงคำรามเสียงดัง
“ข้ายอมละทิ้งเมืองให้เจ้าแล้ว ทำไมเจ้าถึงไม่ยอมปล่อยข้าไปอีก!”
หลินหยวนที่ได้ยินคำถามนั้นก็ตอบกลับอย่างใจเย็น “ถ้าฉันยอมปล่อยแกไป สิ่งที่ฉันทำมาทั้งหมดมันจะไปมีประโยชน์อะไร?”
“ดี ดีมาก!” ไททันช้างอสูรกัดฟันพูดด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว “ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็จงตายไปซะ!”
มันพูดจบแล้วก็พุ่งเข้าหาศัตรู แขนขวาที่มีลักษณะเหมือนกีบเท้าช้างฟาดลงที่ศีรษะของอีกฝ่ายพร้อมกับแรงกดดันมหาศาล
ซึ่งพลังที่มันปลดปล่อยออกมานั้นน่าตกใจเป็นอย่างมาก เพียงแค่หมัดแหวกอากาศก็ทำให้พื้นที่รอบ ๆ สั่นสะเทือน
หลินหยวนมองไปที่กีบเท้าช้างที่กำลังฟาดลงมาเบื้องบนแล้วเหยียดยิ้มเยาะ
“อยากวัดกำลังกับฉันเหรอ? เอาเถอะ ฉันจะแสดงให้แกเห็นเอง!” จากนั้นสายฟ้าก็ค่อย ๆ แผ่ขยายออกมาจากหมัดขวาของเด็กหนุ่ม
ในขณะนั้นหลินหยวนเปิดใช้วิชาจองจำช้างศักดิ์สิทธิ์โดยไม่ลังเล ไม่นานพลังมหาศาลของช้างสารก็ปะทุออกมาจากส่วนลึกของร่างกาย
“ดูซิว่าใครจะแข็งแกร่งกว่ากัน ย้ากกก!!” เขาคำรามลั่นในขณะที่ชกหมัดออกไปปะทะกับกีบเท้าช้าง
ในเวลาเดียวกัน เบื้องหลังของเขามีเงาร่างของช้างในตำนานปรากฏขึ้น!
เสียงลมหายใจของช้างเป็นเหมือนคลื่นทะเลซัดสาด เป็นสึนามิที่ทรงพลัง!
ปัง!
หมัดสายฟ้าของหลินหยวนชกเข้าใส่กีบเท้าช้างจนเกิดเสียงระเบิดดังกึกก้อง
วินาทีต่อมา สีหน้าของไททันช้างอสูรก็เปลี่ยนไป มันสัมผัสได้ถึงพลังที่เอ่อล้นออกมาจากร่างของมนุษย์ตรงหน้า ก่อนที่ตัวมันจะเสียศูนย์ถูกแรงกระแทกอัดไปด้านหลัง
เป็นไปได้ยังไง?!
พลังที่ข้าภาคภูมิใจจะถูกมนุษย์ตัวเล็ก ๆ เอาชนะได้ยังไงกัน?!
ไททันช้างอสูรคำรามเสียงดังก้อง ในขณะเดียวกัน กล้ามเนื้อบนลำตัวของมันก็ค่อย ๆ ปูดขึ้นทีละมัด มันตั้งใจจะใช้กำลังของตัวเองเพื่อจัดการกับมนุษย์คนนี้ให้รู้ดำรู้แดงกันไป!
“เอาไปกิน!!” หลินหยวนเองก็ตะโกนออกมา
จังหวะนั้นวิชาจองจำช้างศักดิ์สิทธิ์ในร่างกายของเขาก็ถูกเค้นออกมาเต็มที่ พร้อมกันนั้นก็มีเงาร่างของช้างในตำนานเงยหน้าเปล่งเสียงคำรามอยู่เบื้องหลัง
ปัง!
ยามที่พลังของทั้ง 2 ฝ่ายปะทะกัน กีบเท้าของไททันช้างอสูรก็ถูกแรงมหาศาลกระแทกเต็มแรงทำให้ร่างใหญ่โตของมันถูกผลักถอยหลังไปหลายก้าวก่อนจะกลับมาทรงตัวได้
แรงชกที่น่าตกตะลึงนั้นทำให้อวัยวะภายในของมันกระทบกระเทือน ขณะเดียวกันมันก็กระอักเลือดออกมา
จากนั้นไททันช้างอสูรก็มองหลินหยวนด้วยสายตาหวาดกลัว
อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่ามันเป็นถึงไททันมหันตภัยที่ไม่ว่าจะเป็นในสายตาไททันหรือมนุษย์ มันก็ได้รับการยกย่องจากทั้ง 2 เผ่าพันธุ์
แต่บัดนี้การต่อสู้ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้มันกลับเป็นฝ่ายที่ถูกมนุษย์ตัวเล็ก ๆ กดเอาไว้
“ดูท่า… แกจะไม่ได้แข็งแกร่งมากขนาดนั้น” หลินหยวนพูดเสียงเย็น ไม่นานเงาของช้างในตำนานที่อยู่เบื้องหลังก็สลายหายไป
ไททันช้างอสูรที่เห็นอย่างนั้นจึงถามขึ้นว่า “เจ้าเป็นใครกันแน่!!”
“ข้าไม่เคยพบเจ้าในกองทัพหัวเซี่ยมาก่อน”
ทางด้านหลินหยวนก้าวเข้าหาคู่ต่อสู้ทีละก้าวพร้อมกับจิตสังหารที่แผ่ออกมารอบตัว ในขณะที่เขาตอบอีกฝ่ายว่า “ตอนที่แกฆ่าทหารหัวเซี่ย แกเคยบอกชื่อให้พวกเขารู้หรือเปล่า?”
ไททันช้างอสูรที่ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมา “ฮ่า ๆๆ เหตุผลที่เจ้าแอบลอบเข้ามาในใจกลางดินแดนของไททันก็เพื่อจะแก้แค้นให้กับสหายอย่างนั้นเหรอ?” แล้วจู่ ๆ มันก็เปลี่ยนเรื่องพูด “งั้นเจ้ารู้ไหมว่าไม่กี่วันก่อนพวกเราบุกโจมตีแนวป้องกันของหัวเซี่ยจนแตกพ่ายไปเรียบร้อยแล้ว!”
คราวนี้สายตาของหลินหยวนเปลี่ยนเป็นเย็นชาและมุ่งร้าย แล้วเขาก็ยกดาบปราบมังกรชี้ไปที่ไททันตัวยักษ์ใหญ่ตรงหน้าก่อนจะพูดเสียงดุดันว่า “แกพูดว่าอะไรนะ บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าเกิดอะไรขึ้น?!”
ไททันช้างอสูรหัวเราะเยาะแล้วพูดว่า “ข้ารู้ทุกเรื่อง แต่ทำไมข้าต้องบอกเจ้าด้วย?”
ทันทีที่ไททันช้างอสูรพูดจบ สายฟ้าก็ฟาดเข้าใส่ร่างของมันอย่างกะทันหัน ทิ้งไว้เพียงรอยบาดแผลลึกจนเห็นกระดูก
ในขณะนั้นเนื่องจากความเจ็บปวดทำให้ฝ่ายที่ถูกโจมตีได้แต่แผดเสียงร้องพร้อมกับทำสีหน้าเหยเก “อ๊ากกกก!!”
แต่หลินหยวนก็พูดเสียงเรียบว่า “ในเมื่อแกไม่ยอมพูด ถ้าอย่างนั้นฉันจะค่อย ๆ เฉือนเนื้อแกออกมาทีละชิ้น เชื่อหรือเปล่าว่าฉันอยากจะทำแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ในเมื่อมีโอกาส ฉันไม่มีทางพลาดแน่”
หลังจากกล่าวจบเขาก็ยกดาบปราบมังกรขึ้นอีกครั้ง วินาทีต่อมา สายฟ้าก็พุ่งออกมาจากดาบ
สีหน้าของไททันช้างอสูรเหี้ยมเกรียมในขณะที่มันเยาะเย้ยว่า “ต่อให้ข้าบอกเจ้าไปแล้วเจ้าจะทำอะไรได้? ก็เหมือนกับที่มนุษย์พูดกันว่าอย่าว่าแต่ปกป้องใครเลย แค่ตัวเองก็ยังเอาไม่รอด!”
เปรี้ยง!
ทันใดนั้นสายฟ้าก็ฟาดลงมาฉีกเนื้อไททันช้างอสูรออกเป็นชิ้นใหญ่ ตามด้วยเลือดสีเข้มพุ่งออกมาจากบาดแผล!
“ไอ้มนุษย์เวร! เจ้าไม่ได้ตายดีแน่!!” ความเจ็บปวดที่ซึมลึกถึงกระดูกทำให้สีหน้าของไททันช้างอสูรบิดเบี้ยวอย่างน่ากลัว
ทว่าหลินหยวนกลับพูดอย่างไม่สะทกสะท้านว่า “ฉันจะทวนคำถามอีกครั้ง… ฉันไม่อยากได้ยินคำพูดที่ไม่เกี่ยวข้องจากปากแกแม้แต่คำเดียว”
“แฮ่ก ๆ!” ไททันที่บาดเจ็บหนักหอบหายใจก่อนจะเหยียดยิ้มพูดว่า “เจ้าก็น่าจะรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าตงหยิงถูกพวกเราฆ่าล้างเผ่าพันธุ์จนเกือบจะสูญสิ้น?”
หลินหยวนได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน
ท่าทางนั้นบ่งบอกว่าเขาไม่รู้ว่าตงหยิงถูกเผ่าไททันถล่มจนแทบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเด็กหนุ่มใช้ชีวิตอยู่ในแนวหลังโดยไม่รู้ข่าวคราวใด ๆ จากโลกภายนอก แต่เขารู้ดีว่าตงหยิงเป็นประเทศเล็ก ๆ ที่ไม่มีทางต้านทานการล้อมสังหารซ้ำ ๆ ของเผ่าไททันได้แน่นอน
ซึ่งตงหยิงก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงอันตรายมาเนิ่นนาน การที่พวกเขาจะถูกล้างบางนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร
ทันทีที่ไททันช้างอสูรเห็นสีหน้าของหลินหยวน มันก็กล่าวเย้ยหยันว่า “ดูเหมือนว่าเจ้าจะยังไม่รู้เรื่องนี้สินะ งั้นข้าจะบอกให้เอาบุญก็แล้วกัน หลังจากที่ตงหยิงล่มสลาย กลุ่มคนที่แข็งแกร่งที่สุดก็ได้ทำการปลิดชีพตัวเอง ในขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งยอมสวามิภักดิ์ต่อเผ่าไททัน!”
คำพูดของไททันช้างอสูรไม่ได้ทำให้หลินหยวนประหลาดใจมากขนาดนั้น เพราะสุดท้ายแล้วทุกประเทศต่างก็มีฮีโร่และคนขี้ขลาดกันทั้งนั้น
เหล่าฮีโร่ต่างก็สละชีพเพื่อชาติ ในทางกลับกัน พวกคนขี้ขลาดกลับร้องขอความเมตตาจากศัตรู
เด็กหนุ่มเหลือบมองไททันตัวใหญ่ตรงหน้าแล้วพูดเสียงดุดันว่า “เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว!”
เขาอยากรู้จริง ๆ ว่าการที่ตงหยิงแตกพ่ายนั้นมันเกี่ยวอะไรกับแนวป้องกันของหัวเซี่ย?