เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 122: สู้กันให้ตายไปข้าง

บทที่ 122: สู้กันให้ตายไปข้าง

บทที่ 122: สู้กันให้ตายไปข้าง


ฉู่อวี้เงยหน้าขึ้นมองหลินหยวนด้วยความสงสัย เธอนึกไม่ออกเลยว่าเขาจะพาเธอหนีออกไปจากที่นี่ได้อย่างไร

ทันใดนั้นเด็กหนุ่มก็หยิบคริสตัลมิติออกมาจากช่องเก็บของ

[คริสตัลมิติ (ไอเทมพิเศษ)]

[หมวดหมู่: ไอเทมใช้แล้วทิ้ง]

[คำอธิบาย: เมื่อใช้งาน ประตูมิติจะเปิดออก หลังจากเข้าไปในประตูมิติ มิติผันผวนจะเทเลพอร์ตผู้ใช้ไปยังตำแหน่งที่กำหนดแบบสุ่ม]

คริสตัลมิตินี้เป็นรางวัลที่หลินหยวนได้รับจากการลงชื่อเข้าใช้ครบ 350 วัน ตัวเขาเองไม่คาดคิดเลยว่าจะได้ใช้มันเร็วขนาดนี้

แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน สิ่งเดียวที่ช่วยเขากับฉู่อวี้ได้ก็คือคริสตัลมิติ!

สำหรับสถานที่ที่พวกเขาจะถูกส่งไปหลังจากใช้นั้นก็แล้วแต่โชคชะตานำพา

“หากสวรรค์มีอยู่จริง ฉันขอเพียงแค่โอกาส โอกาสรอดชีวิต!”

หลินหยวนพึมพำกับตัวเอง หลังจากสูดหายใจเข้าลึก ๆ เขาก็บดขยี้คริสตัลในมือจนแหลกละเอียด

เพล้ง!

หลังจากที่คริสตัลมิติแตกสลาย พลังสีฟ้าจาง ๆ ก็พุ่งออกมาจากผลึกด้านในเปลี่ยนเป็นประตูมิติต่อหน้าทั้งคู่ทันที

“นั่นมันอะไรกัน?”

หลังจากประตูมิติปรากฏขึ้น ไททันเทพปีศาจก็รู้สึกมึนงง

ในเวลาเดียวกัน หลินหยวนที่อยู่เบื้องล่างก็เงยหน้าขึ้น “อาซา จำเอาไว้ให้ดี ถ้าฉันรอดไปได้ สักวันหนึ่งฉันจะกลับมาฆ่าแกด้วยมือของฉันเอง! สู้กันให้ตายไปข้าง!”

เมื่อเด็กหนุ่มพูดจบ ประตูมิติเบื้องหน้าก็ปล่อยแรงดูดมหาศาลดูดเขากับฉู่อวี้เข้าไปในความปั่นป่วนนั้น

“ไอ้มนุษย์เวร! เจ้ากล้าข่มขู่ข้างั้นรึ?!” ดวงตาของอาซามีเพลิงโทสะลุกโชน จากนั้นมันก็เหวี่ยงหมัดฟาดเข้าใส่ประตูมิติเต็มแรง

ปัง!

หมัดที่ลุกโชนไปด้วยเพลิงปีศาจสีม่วงดำกระแทกประตูมิติจนทำให้เกิดคลื่นระเบิดที่รุนแรง

แล้วคลื่นพลังก็แพร่กระจายไปทั่วทิศทางเปลี่ยนพื้นดินให้เป็นพื้นที่หลุมอุกกาบาตในวงกว้าง

ถึงแม้ไททันเทพปีศาจจะปลดปล่อยพลังทั้งหมดของตัวเอง แต่ประตูมิติเบื้องหน้าก็ยังคงไม่สั่นสะเทือนประหนึ่งว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่มีสิ่งใดบนโลกทำลายลงได้

“บ้าเอ๊ย!” แววตาของอาซาเย็นชาลง

จากนั้นมันก็เอื้อมมือออกไปตรงหน้าประตูมิติพยายามคว้าตัวฉู่อวี้กับหลินหยวนเอาไว้

มันที่เป็นถึงไททันโลกาวินาศย่อมมีความมั่นใจในพลังของตัวเองมาก

แต่ยังไม่ทันที่มือเอื้อมไปถึงจุดหมาย ประตูเบื้องหน้าก็ปิดลงอย่างกะทันหันและสลายหายไปราวกับไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน

“อ๊ากกก ข้าจะฆ่าเจ้าให้ได้!” หลังจากที่ไททันเทพปีศาจคว้าได้เพียงอากาศ มันก็ยิ่งโมโหจนแทบจะพ่นไฟ

ในชีวิตนี้ไม่เคยมีมนุษย์คนไหนรอดไปจากเงื้อมมือของมันได้มาก่อน

แต่ก่อนที่อาซาจะได้ระบายความโกรธออกมา สายฟ้าสีม่วงก็พุ่งเข้าใส่มัน

เปรี้ยง!

สายฟ้าสีม่วงเฉือนผ่านเนื้อของไททันโลกาวินาศทิ้งบาดแผลลึกเอาไว้ที่ไหล่ขวาจนมองเห็นกระดูกสีขาว

ทันทีที่อาซาได้รับบาดเจ็บ มันก็ยกมือขึ้นกุมบาดแผลของตัวเองก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับศัตรู ซึ่งคนที่ลอยอยู่ในอากาศต่อหน้ามันก็คือหลินเทียนเชวี่ยที่ถือดาบสายฟ้าพิฆาตเอาไว้

“เอาล่ะ… ถึงตาฉันสะสางบัญชีกับแกแล้ว” ดวงตาของแม่ทัพมังกรเย็นเยียบ และน้ำเสียงที่เรียบนิ่งก็เต็มไปด้วยความโกรธแค้น

ในขณะนี้ข่าวดีเพียงอย่างเดียวสำหรับเขาก็คือหลินหยวนยังมีชีวิตอยู่ ถึงเขาจะไม่รู้ว่าลูกชายหายไปไหน แต่ตอนนี้สำหรับเขาแล้ว ขอเพียงอีกฝ่ายยังไม่ตายก็นับว่าเป็นโชคดีมากแล้ว

ความเจ็บปวดที่เกือบจะสูญเสียลูกชายได้แปรเปลี่ยนเป็นพายุแค้นที่โหมกระหน่ำรุนแรงภายในตัวเขา

บัดนี้สิ่งที่เขาต้องการมีเพียงอย่างเดียวก็คือ ทำให้ไททันเทพปีศาจตรงหน้าตายด้วยน้ำมือของเขา!

ที่ไหนสักแห่งบนโลก

จู่ ๆ ก็ที่มีรอยร้าวสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางอากาศ

ตึง!

หลินหยวนกอดฉู่อวี้เอาไว้ในอ้อมแขนขณะร่วงหล่นลงมาจากรอยแยกของมิติกระแทกกับพื้นเต็มแรง

ก่อนหน้านี้พวกเขาติดอยู่ในความผันผวนของมิติเป็นเวลา 5 นาทีก่อนที่จะถูกส่งตัวมาที่นี่

ในช่วงเวลานั้นฉู่อวี้ได้หมดสติไปแล้ว เพราะถึงอย่างไรร่างกายของเธอก็ได้มาถึงขีดจำกัดตั้งแต่ก่อนหน้านี้

“ที่นี่ที่ไหน…” หลินหยวนพยุงตัวลุกขึ้นแล้วรู้สึกว่าอวัยวะภายในของตัวเองนั้นกำลังปั่นป่วน ความรู้สึกเวลาเดินทางผ่านความผันผวนของมิตินั้นไม่ค่อยน่าพิสมัยสักเท่าไหร่

เด็กหนุ่มมองไปรอบ ๆ แต่ภาพเบื้องหน้าก็ทำให้เขายิ่งหดหู่ใจมากยิ่งขึ้น

เพราะบนท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยเมฆสีดำสนิทจนมองไม่เห็นดวงอาทิตย์ และใต้ฝ่าเท้าของเขาคือผืนดินสีแดงฉานราวกับถูกอาบไปด้วยเลือด บริเวณโดยรอบมีเพียงความเงียบสงัดเหมือนไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่

ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ไม่มีทางที่มนุษย์จะเอาชีวิตรอดไปได้เลย ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ สถานที่ที่พวกเขาถูกส่งมานั้นน่าจะไม่ใช่อาณาเขตของมนุษย์!

กล่าวอีกในหนึ่ง เขากับฉู่อวี้ยังคงอยู่ในดินแดนของไททัน!

หลังจากหลินหยวนคาดเดาว่าปัจจุบันพวกเขาอยู่ที่ไหน เขาก็ขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะพึมพำกับตัวเองว่า “ช่างเถอะ อย่างน้อยเราก็ไม่ได้ถูกส่งไปยังเมืองหลักของไททัน”

ด้วยสภาพปัจจุบันของทั้ง 2 ถ้าหากพวกเขาถูกส่งไปกลางเมืองของไททันอย่างเมืองหย่งเย่ โอกาสรอดชีวิตของพวกเขาก็จะเป็นศูนย์ทันที

ถึงแม้ว่าพื้นที่ตรงนี้จะไร้ผู้คน แต่อย่างน้อยพวกเขาก็จะไม่ตกอยู่ในอันตราย

หลังจากวางฉู่อวี้ให้นอนลงกับพื้นแล้ว เด็กหนุ่มก็หยิบขวดยารักษาจากช่องเก็บของมาทันที

จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ บีบปากของเด็กสาวแล้วป้อนยารักษาให้เธอ เสร็จแล้วเขาก็ทำการพันแผลที่หน้าท้อง

ในฐานะผู้สืบทอดมรดกไททันศักดิ์สิทธิ์ ตัวเธอนั้นมีความสามารถในการฟื้นตัวที่น่าทึ่งมาก ประกอบกับฤทธิ์ยารักษา หลินหยวนมั่นใจเลยว่าฉู่อวี้จะฟื้นขึ้นมาในอีกไม่ช้า

เมื่อเด็กหนุ่มทำทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาก็นั่งลงเปิดใช้สกิลพิเศษของตัวเอง

ฟื้นฟูฉับพลัน!

สกิลนี้ได้รับมาหลังจากที่เขาอัปเกรดพลังรักษาไปถึงระดับ A

หลังจากใช้สกิลมันจะช่วยเพิ่มความเร็วในการฟื้นฟูภายใน 120 วินาที!

และทันทีที่หลินหยวนใช้สกิลฟื้นฟูฉับพลัน เนื้อเยื่อชุดใหม่ก็เริ่มงอกออกมาที่ปลายแขนค่อย ๆ ก่อตัวเป็นรูปร่างแขนใหม่ด้วยความเร็วที่มองเห็นด้วยตาเปล่า

สิ่งนี้ก็เกิดขึ้นจากการที่เขาใช้พลังรักษาของตัวเองเช่นกัน

วิคหะเยียวยา!

หลินหยวนรู้สึกได้ถึงพลังชีวิตที่พลุ่งพล่านออกมาจากร่างกาย แล้วค่อย ๆ ไหลเวียนไปที่แขนราวกับสายน้ำที่อบอุ่นคอยซ่อมแซมบาดแผลทุกบริเวณที่มันไหลผ่าน

ในเวลาเพียง 2 นาที แขนใหม่ก็งอกออกมาจากปลายที่ขาดของแขนซ้าย

แม้แต่บาดแผลส่วนใหญ่บนร่างกายก็ยังหายเป็นปลิดทิ้ง

นี่คือพลังรักษาของหลินหยวน!

เขาเพียงแค่ต้องใช้เวลาชั่วครู่ก็สามารถฟื้นฟูร่างกายของตัวเองให้กลับคืนสภาวะปกติได้แล้ว

หลังจากที่ร่างกายฟื้นตัวเต็มที่ หัวใจของเด็กหนุ่มก็เริ่มสงบลง

อย่างน้อยที่สุดในสภาวะนี้เขาก็ยังมีพลังมากพอที่จะรักษาตัวเองให้หายดี

ขอเพียงไททันที่ปรากฏตัวออกมาไม่ใช่ไททันมหันตภัยที่มากกว่า 2 ตัว เขาก็มั่นใจว่าจะพาฉู่อวี้หนีพวกมันหรือแม้กระทั่งเอาชนะพวกมันได้แน่

ส่วนเรื่องที่ว่าเขาจะได้พบกับไททันโลกาวินาศอีกหรือเปล่า… หลินหยวนไม่คิดว่าตัวเขาจะโชคร้ายขนาดนั้น

เพราะแม้แต่ในเผ่าไททัน ไททันโลกาวินาศก็คงจะหาได้ยากมาก

หลังจากที่เขาจัดการตัวเองจนพร้อมแล้ว เขาก็ได้แบกฉู่อวี้ที่หมดสติไว้บนหลังและเตรียมออกไปสำรวจบริเวณโดยรอบ

ปัจจุบันภารกิจที่เร่งด่วนที่สุดก็คือ การค้นหาตำแหน่งที่แน่นอนของตัวเองให้ได้เสียก่อน

หลินหยวนที่แบกฉู่อวี้ไว้บนหลังเดินข้ามผ่านพื้นที่โล่งกว้างแห่งหนึ่งเป็นเวลากว่าชั่วโมงครึ่ง ในขณะนี้ฝีเท้าของเขาไม่ได้เร็วมากนัก แต่ก็ยังสามารถเดินทางมาได้เกือบ 10 กิโลเมตร

แต่สิ่งที่ทำให้เด็กหนุ่มประหลาดใจก็คือ ถึงแม้เขาจะเดินมาไกลมากแล้ว แต่เขาก็ไม่พบสิ่งมีชีวิตใดเลยแม้แต่ตัวเดียว ราวกับว่าสถานที่นี้เป็นดินแดนแห่งความตายที่ไร้สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่

ที่นี่มันคือที่ไหนกันแน่?

หลินหยวนขมวดคิ้วเล็กน้อย ถึงเขาจะรู้สึกสับสนอยู่บ้าง แต่เขาก็ยังคงเดินมุ่งหน้าต่อไป

ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงของฉู่อวี้

“เรา… อยู่ที่ไหนกันเหรอ?” เด็กสาวที่เพิ่งฟื้นขึ้นมายังคงรู้สึกอ่อนแรง

หลินหยวนตอบกลับไปเบา ๆ ว่า “เธอไม่ต้องห่วง ตอนนี้เราปลอดภัยแล้ว แต่ฉันยังไม่รู้เลยว่าตอนนี้เราอยู่ที่ไหน ถ้าฉันเดาไม่ผิด ที่นี่น่าจะเป็นเขตแดนของไททัน”

ฉู่อวี้พยักหน้าตอบรับในลำคอเบา ๆ “อืม”

สำหรับเธอ ขอเพียงแค่เธอได้อยู่ข้างกายหลินหยวน เธอก็ไม่รู้สึกกลัวเลย

“ตอนนี้ฉันเกือบจะหายดีแล้ว นายวางฉันลงเถอะ ฉันเดินเองได้”

แต่เด็กหนุ่มกลับปฏิเสธว่า “ไม่เป็นไร ฉันจะอุ้มเธอเอง ตัวเบาแค่นี้สบายมาก”

ขณะที่ทั้งคู่กำลังพูดคุยกัน พื้นดินใต้ฝ่าเท้าก็เริ่มสั่นไหวขึ้นมา

“เหมือนมีบางอย่างใกล้เข้ามา” สีหน้าของหลินหยวนเปลี่ยนไปทันที ความคิดแรกที่แล่นเข้ามาในสมองเขาคือการหาที่กำบัง

เด็กหนุ่มมองไปรอบ ๆ ในไม่ช้าก็เห็นก้อนหินสีดำขนาดใหญ่ เขาจึงรีบพาฉู่อวี้ไปซ่อนตัวอยู่ด้านหลัง

จากนั้นเขาก็หยิบอัญมณีซ่อนเร้นขึ้นมาถือไว้ เพียงเท่านี้ก็ไม่มีไททันตัวไหนหาทั้ง 2 พบ ยกเว้นไททันมหันตภัยที่มีประสาทสัมผัสที่เฉียบคมกว่าปกติ

“อะไรน่ะ?” ฉู่อวี้สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากฝ่าเท้าจึงกระซิบถาม

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจะไปเช็กดูก่อน” หลินหยวนพูดปลอบอีกฝ่ายก่อนจะโผล่หัวออกจากหลังก้อนหินมองไปยังทิศทางที่เป็นต้นกำเนิดของแรงสั่นสะเทือน แล้วภาพเบื้องหน้าก็ทำให้เขาต้องตกตะลึง

*******************************************

SkySaffron: ไอเทมช่วยชีวิตชัด ๆ! หนีรอดแล้วก็จริง แต่ยังอยู่ในเขตแดนของไททันเหมือนเดิมสินะ

จบบทที่ บทที่ 122: สู้กันให้ตายไปข้าง

คัดลอกลิงก์แล้ว