เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 123: ร่างกายพิเศษ: ร่างอาชูร่า

บทที่ 123: ร่างกายพิเศษ: ร่างอาชูร่า

บทที่ 123: ร่างกายพิเศษ: ร่างอาชูร่า


ภาพที่หลินหยวนเห็นก็คือกองทัพไททันขนาดมหึมา

ไททันแต่ละตัวนั้นสูงมาก อย่างน้อยพวกมันน่าจะเป็นไททันระดับ 5

แล้วไททันที่เดินนำทุกตัวมานั้น ดูจากรัศมีรอบกายเขาเดาว่ามันเป็นไททันมหาวิบัติ

ไททันนับร้อยตัวที่มีไททันมหาวิบัติเป็นผู้นำพวกนี้กำลังเดินอย่างเป็นระเบียบมาทางพวกเขา

“นี่คือกองทัพไททันที่กำลังจะไปสู้รบที่แนวหน้างั้นเหรอ?” หลินหยวนขมวดคิ้วพึมพำกับตัวเอง

ไม่สิ ไม่ใช่

เขารีบเปลี่ยนความคิดของตัวเอง เพราะเมื่อเทียบกับกองทัพไททันทั่วไปแล้ว กองทัพนี้ดูพิเศษมาก ๆ

ขณะนี้ไททันที่อยู่เบื้องหน้าเขาเกือบทุกตัวกำลังแบกโลงศพขนาดใหญ่เอาไว้บนบ่า

สิ่งเดียวที่บรรจุอยู่ในโลงศพขนาดใหญ่เช่นนี้ได้คงจะเป็นศพของไททัน

หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ กองทัพไททันนี้เป็นหน่วยเก็บศพที่มีหน้าที่ขนส่งศพโดยเฉพาะหรือเปล่า?

พอคิดถึงเรื่องนี้หลินหยวนก็รู้สึกประหลาดใจมากทีเดียว

หรือว่ามีสุสานของไททันอยู่ใกล้ ๆ?

เด็กหนุ่มไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมที่นี่ถึงดูเงียบจนน่าขนลุกได้ถึงขนาดนี้ แม้เขาจะเดินมาไกลกว่า 10 กิโลเมตร เขาก็ยังไม่พบสิ่งมีชีวิตเลยสักตัว

หลินหยวนที่แอบสังเกตการณ์ก็ได้กระซิบพูดกับฉู่อวี้ว่า “พวกมันเป็นหน่วยที่มีหน้าที่ขนย้ายศพ ภารกิจของพวกมันก็คือการนำศพไททันกลับมาจากแนวหน้า แล้วเอาไปฝัง”

หลังจากเด็กสาวได้ยินคำอธิบายของเด็กหนุ่ม เธอก็พยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนที่เธอจะกระซิบว่า “หมายความว่าตอนนี้เราอยู่ลึกเข้ามาในดินแดนของไททันใช่ไหม?”

คำถามนั้นทำให้หลินหยวนตกตะลึงไปชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะเข้าใจได้ทันทีว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น

ใช่แล้ว ไททันไม่มีทางสร้างสุสานไว้ใกล้ ๆ สนามรบแน่นอน

นั่นหมายความว่านอกจากพวกเขาจะอยู่ในดินแดนของไททันแล้ว พวกเขายังอยู่ห่างจากแนวหน้ามากด้วย

“ดูเหมือนว่า… สวรรค์จะไม่ได้เข้าข้างเราเลยสักนิด” หลินหยวนได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ

สถานการณ์แบบนี้ การจะออกจากอาณาเขตของไททันนั้นยิ่งยากมากกว่าเดิมไปอีก

“แล้วเราควรทำยังไงกันดีล่ะ?” ฉู่อวี้ลดเสียงถาม “แต่ฉันช่วยนายจัดการกองทัพไททันพวกนี้ได้นะ”

หลังจากที่เด็กสาวเสนอแบบนั้นไป หลินหยวนก็ส่ายหัวปฏิเสธทันที “ไม่ได้ ที่นี่คือรังของไททัน เราจะทำอะไรที่ทำให้พวกมันรู้ตัวไม่ได้เด็ดขาด”

ถึงแม้ว่าในกองทัพตรงหน้านั้นจะไม่มีไททันมหันตภัยอยู่ แต่เด็กหนุ่มก็ยังไม่พร้อมที่จะปะทะกับพวกมันซึ่ง ๆ หน้า

ปัจจุบันสถานการณ์ของพวกเขายังสุ่มเสี่ยงมากเกินไป แถมยังอยู่ในอาณาเขตของศัตรูอีก

ถ้าพวกเขาก้าวพลาดเพียงก้าวเดียว มันก็ไม่ต่างจากการส่งตัวเองไปตายเลยสักนิด

และหากทั้งคู่กำจัดกองทัพไททันทั้งหมดนี้ เผ่าไททันก็จะรู้ถึงที่อยู่ของพวกเขาอย่างรวดเร็ว

พอถึงตอนนั้น การจะหนีออกจากดินแดนไททันคงเป็นไปได้ยากมากกว่าเดิม

ต่อมา หลินหยวนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “เราตามพวกมันไปก่อน ลองดูว่ากองทัพไททันพวกนี้จะมุ่งหน้าไปทางไหน”

“โอเค” ฉู่อวี้พยักหน้ารับ

จากนั้นทั้ง 2 คนก็ค่อย ๆ สะกดรอยตามกองทัพไททันนั้นไป โดยที่พวกเขาคอยรักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้พวกตนถูกจับได้

หลังจากแอบตามกองทัพไททันที่แบกโลงศพไปประมาณ 1 ชั่วโมง เบื้องหน้าหลินหยวนกับฉู่อวี้ก็มีเมืองขนาดมหึมาปรากฏขึ้น

แม้ว่าเมืองแห่งนี้จะไม่ได้มีหมอกมืดปกคลุมเหมือนในเมืองหย่งเย่ แต่กลิ่นอายของมันก็ยังแฝงไปด้วยความเงียบสงัดที่น่าขนลุก

หลินหยวนเห็นชัดเจนว่าเมืองที่เงียบงันนี้เป็นจุดหมายปลายทางสุดท้ายของกองทัพไททัน!

เอี๊ยด!

ประตูเมืองอันเงียบสงัดค่อย ๆ เปิดออกช้า ๆ

แล้วเหล่าไททันที่แบกโลงศพก็เดินเรียงแถวเข้าไปภายใน

ฉู่อวี้ที่เห็นอย่างนั้นจึงกระซิบถามความเห็นจากเขาว่า “เราควรตามพวกมันเข้าไปไหม?”

หลินหยวนส่ายหัวตอบกลับไปว่า “รอดูอีกสักหน่อย”

เนื่องจากพวกเขาตามอีกฝ่ายมาถึงที่นี่แล้ว พวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อนอีก

แล้วทั้งคู่ก็ซ่อนตัวอยู่หลังเนินเขาที่ยกสูงคอยเฝ้าสังเกตเมืองที่เงียบงันเบื้องหน้า

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ประตูก็เปิดออกอีกครั้ง

กองทัพไททันได้เคลื่อนพลออกจากเมืองอย่างเป็นระเบียบ แต่โลงศพที่พวกมันเคยแบกเอาไว้บนบ่าได้หายไปแล้ว

มันบ่งบอกชัดเจนว่าโลงศพพวกนั้นถูกทิ้งเอาไว้ในเมืองที่เงียบจนน่าขนลุกนั้น

หลินหยวนที่เห็นภาพตรงหน้าก็ยิ่งรู้สึกประหลาดใจ

หรือว่าเมืองไททันที่อยู่เบื้องหน้าซึ่งปกคลุมไปด้วยไอแห่งความตายจะเป็นสุสานของไททันกันแน่?

ขณะนี้หลินหยวนไม่แน่ใจว่าเมืองนี้เป็นสุสานของไททันหรือเปล่า

แล้วจู่ ๆ เขาก็เกิดไอเดียบางอย่างขึ้นมา เขาอยากจะเข้าไปในเมืองนั้นแล้วลงชื่อเข้าใช้พิเศษ!

เพราะระบบจะมอบรางวัลใหญ่สำหรับการลงชื่อเข้าใช้พิเศษเหมือนกับตอนที่เขาอยู่ในเมืองหย่งเย่ครั้งที่แล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น ระบบยังอธิบายเอาไว้ว่า ไม่ว่าเขาจะลงชื่อเข้าใช้ที่เมืองไททันแห่งไหน เขาก็จะได้รับรางวัลพิเศษด้วยเช่นกัน

นั่นหมายความว่าระบบกำลังสนับสนุนให้เขาได้ลงชื่อเข้าใช้ในเมืองไททัน!

นี่อาจจะเป็นทางลัดสู่การพัฒนาความแข็งแกร่งแบบก้าวกระโดดก็เป็นได้

แม้ว่าการเข้าเมืองไททันอาจจะมีความเสี่ยง

แต่ปกติแล้วความเสี่ยงมักจะมาคู่กับโอกาสอยู่เสมอ

หลินหยวนคิดได้แบบนี้ก็ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว

เขาหันมากระซิบพูดกับฉู่อวี้ว่า “เตรียมตัวไว้ หลังจากที่กองทัพไททันออกไปหมดแล้ว เราจะหาทางเข้าไปในเมือง!”

ทางด้านเด็กสาวเองก็ไม่ได้คัดค้าน เธอทำเพียงแค่พยักหน้ารับเบา ๆ เท่านั้น

15 นาทีต่อมา หลินหยวนเดินนำฉู่อวี้ตรงเข้าไปในกำแพงเมืองไททัน

เนื่องจากสถานที่แห่งนี้อยู่ลึกเข้ามาในอาณาเขตของเผ่าไททัน การป้องกันจึงอ่อนแอยิ่งกว่าเมืองหย่งเย่เสียอีก

สุดท้ายแล้วเผ่าไททันคงไม่คาดคิดว่าจะมีมนุษย์คนไหนสามารถเข้ามาถึงที่นี่ได้

น่าเสียดายที่หลินหยวนเป็นข้อยกเว้น!

จะบอกว่าเขาแอบเข้ามาที่นี่ก็ไม่ใช่ เพราะว่าเขาได้เดินทางผ่านความผันผวนของมิติแล้วถูกส่งมาที่นี่โดยตรงต่างหาก

ทันใดนั้นเสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้น

“ติ๊ง! ระบบตรวจพบโฮสต์กำลังจะไปถึงเมืองไททัน หลังจากเข้าไปในเมือง โฮสต์จะสามารถลงชื่อเข้าใช้พิเศษได้!”

สำเร็จ!

หลังจากเด็กหนุ่มได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ ความปีติยินดีก็ฉายชัดในดวงตาของเขา

จากนั้นเขาก็พูดกับฉู่อวี้ว่า “จับไว้ให้แน่นนะ ฉันจะเข้าไปแล้ว”

เด็กสาวตกใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกระชับกอดร่างสูงแน่นขึ้นโดยสัญชาตญาณ

ขณะเดียวกัน หลินหยวนก็ใช้พลังเทเลพอร์ตพาฉู่อวี้ผ่านกำแพงเข้าสู่เมืองไททัน

ทันทีที่พวกเขาเข้าไปถึงด้านใน สิ่งแรกที่เด็กหนุ่มทำก็คือการลงชื่อเข้าใช้

เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดว่า “ระบบ ฉันต้องการลงชื่อเข้าใช้พิเศษ!”

ถ้าเขาได้รับคริสตัลมิติเพิ่มอีกสักชิ้นหนึ่ง เขาก็คงจะมีโอกาสออกไปจากที่นี่ได้ในทันที แต่ความเสี่ยงในการทำแบบนั้นก็ยังมีค่อนข้างสูงมากทีเดียว

ถึงอย่างไรเขาก็ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองจะถูกส่งกลับไปที่อาณาเขตของมนุษย์หรือเปล่า ซึ่งไอเทมนี้คือการเสี่ยงดวงล้วน ๆ

ทันทีที่หลินหยวนลงชื่อเข้าใช้พิเศษเรียบร้อยแล้ว เสียงแจ้งเตือนระบบก็ดังขึ้น

“ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี คุณลงชื่อเข้าใช้พิเศษในเมืองจี้มู่ เมืองสุสานไททันสำเร็จ ได้รับรางวัลพิเศษ: คริสตัลอัปเกรดพลัง x200, หินรวมร่าง x1, ร่างกายพิเศษ: ร่างอาชูร่า!”

การลงชื่อเข้าใช้พิเศษทำให้เขาได้รับรางวัลเพิ่มมาอีก 3 รางวัล

เด็กหนุ่มเคยได้รับคริสตัลอัปเกรดพลังและหินรวมร่างมาแล้ว

แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือ การลงชื่อเข้าใช้พิเศษในครั้งนี้จะมาพร้อมกับรางวัลร่างกายพิเศษอีกด้วย

วินาทีต่อมา ก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งตัว จู่ ๆ ร่างอาชูร่าก็เริ่มผสานเข้ากับร่างของเขาโดยอัตโนมัติ

ในระหว่างนั้นไอสังหารที่รุนแรงก็ได้พลุ่งพล่านออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ส่งผลให้ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน

ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า!

ความบ้าคลั่งดูเหมือนจะครอบงำความคิดของหลินหยวนจนทำให้เขาแทบเสียสติ อีกทั้งผิวเขาก็ยังเปลี่ยนเป็นสีแดง

ในเวลานี้เด็กหนุ่มรู้สึกเพียงกระหายเลือดและกระหายเลือดเท่านั้น!

“ฮว้ากกกกก!!” เขาเงยหน้าขึ้นคำรามราวกับสัตว์ป่า ทันใดนั้นเขาก็ยื่นมือออกไปบีบคอฉู่อวี้แน่น

เพียงพริบตาเดียว คอที่ขาวดุจหิมะก็เปลี่ยนเป็นรอยแดงชัดเจน

ภาพนี้ทำให้ไอสังหารในดวงตาของหลินหยวนทวีความรุนแรงมากขึ้น พร้อมกันนั้นมันก็เปล่งประกายสีแดงเข้ม

“อึก!” ทางด้านฉู่อวี้ที่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของเด็กหนุ่มจึงถามขึ้นด้วยความหวาดกลัวว่า “หลินหยวน… นายเป็นอะไรไป?!”

เสียงที่อ่อนโยนเปรียบเสมือนน้ำเย็นที่ดับไฟลุกโชนในใจของหลินหยวน

หลังจากที่เขาได้ยินเสียงของฉู่อวี้ ดวงตาสีแดงก็กลับมาสดใสอีกครั้ง เขารู้ว่าตนเองได้รับผลกระทบจากร่างอาชูร่าซึ่งเป็นปีศาจที่โหดเหี้ยมจนเสียการควบคุมตัวเองและเผลอทำร้ายเธอไป

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้หลินหยวนก็ปล่อยมือขวาออกพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “เธอรออยู่ตรงนี้ก่อน เดี๋ยวฉันกลับมา”

เด็กหนุ่มพูดจบแล้วก็เปลี่ยนร่างกลายเป็นสายฟ้าทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าและกระโดดข้ามกำแพงเมืองที่สูงตระหง่านเบื้องหน้าหายลับตาไปในพริบตา

จบบทที่ บทที่ 123: ร่างกายพิเศษ: ร่างอาชูร่า

คัดลอกลิงก์แล้ว