- หน้าแรก
- มหาศึกไททันล้างโลก
- บทที่ 121: คนที่กล้าขัดขืนข้า มันต้องตาย!
บทที่ 121: คนที่กล้าขัดขืนข้า มันต้องตาย!
บทที่ 121: คนที่กล้าขัดขืนข้า มันต้องตาย!
ขณะที่หลินหยวนกับฉู่อวี้กำลังพูดคุยกัน ไททันเทพปีศาจที่สูงถึง 150 เมตรก็ค่อย ๆ ลอยลงมาจากฟ้า
ร่างสูงตระหง่านเหมือนภูเขายักษ์ของมันมีไอปีศาจปกคลุมอยู่ทั่วร่าง
ยิ่งไปกว่านั้น ร่างกายของมันก็มีลวดลายปีศาจสีม่วงเข้มดูน่าขนลุกอยู่ทั่ว
อาซาที่ยืนอยู่ต่อหน้าหลินหยวนกับฉู่อวี้นั้นเป็นเหมือนเทพปีศาจที่กำลังจะเปลี่ยนโลกนี้ให้จมลงสู่ความมืดมิด
“มนุษย์กึ่งเทพคนนั้นอยู่ที่ไหน?” อาซาก้มหน้าลงใช้ดวงตาสีแดงเข้มที่ดูเย็นชากวาดมองไปรอบ ๆ
แน่นอนว่ามนุษย์กึ่งเทพที่มันพูดถึงนั้นก็คือหลินเทียนเชวี่ย
ในสายตาของไททันตัวนี้ มีเพียงแม่ทัพมังกรเท่านั้นที่คู่ควรเป็นคู่ต่อสู้ของมัน
ส่วนหลินหยวนกับฉู่อวี้ มันเห็นเป็นแค่มดปลวกที่หลงเดินเข้ามาเท่านั้น
ภายใต้แรงกดดันของไททันตัวนี้ หน้าผากของเด็กหนุ่มมีเหงื่อบาง ๆ ซึมออกมา
แต่ตอนนี้สมองของเขาเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็วโดยพยายามคิดหาทางทำอะไรสักอย่าง
ถ้าเขาแข็งแกร่งมากพอ เขาคงจะกำจัดไททันโลกาวินาศตัวนี้ได้สำเร็จ
ทางเดียวที่พวกเขาจะรอดไปได้ก็คือ รอให้หลินเทียนเชวี่ยมาช่วย
แม้ว่าแผนนี้อาจทำให้พ่อของเขาตกอยู่ในอันตราย แต่หลินหยวนก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริง ๆ
ถึงอย่างไรบนโลกนี้คงมีเพียงหลินเทียนเชวี่ยเท่านั้นที่มีพลังมากพอที่จะต่อสู้กับไททันตัวนี้ได้
พอคิดถึงเรื่องนี้ หลินหยวนก็เงยหน้าขึ้นกล่าวกับอีกฝ่ายว่า “ไม่ต้องห่วง ฉันส่งสัญญาณออกไปแล้ว อีกไม่นานเขาก็จะมาหาแกเอง”
จากนั้นเขาก็พูดเสียงเย็นชา “รู้ไหมว่าทำไมพวกเราถึงยังไม่ออกไปจากที่นี่? เพราะพวกเรารอแกอยู่ไงล่ะ!”
ทันทีที่ไททันเทพปีศาจได้ยินคำพูดของเด็กหนุ่ม สายตาของมันก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาในขณะที่มันพูดเยาะเย้ยว่า “เจ้า… คิดจะฆ่าข้าอย่างนั้นเหรอ?”
หลินหยวนเงยหน้าขึ้นตะโกนท้าทายอีกฝ่ายว่า “ต่อให้แกเป็นไททันโลกาวินาศแล้วยังไง? วันนี้มันจะเป็นวันตายของแก!”
“ไอ้มนุษย์ เจ้าคิดจะยั่วข้างั้นรึ?” อาซาหรี่ตามองอีกฝ่าย “ถ้าข้าจำไม่ผิด เจ้าน่าจะเป็นลูกของมนุษย์กึ่งเทพนั่นสินะ?”
“ให้ข้าเดา… เจ้าคงกำลังพยายามซื้อเวลาอยู่ใช่ไหม แต่เจ้าคิดว่าข้าจะตกหลุมพรางโง่ ๆ แบบนี้หรือไง?”
“ข้ารู้ว่าเจ้าอยากจะมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่มาก แต่สำหรับข้าแล้ว ถ้าเจ้าตายเจ้าจะมีค่ามากกว่าตอนมีชีวิตเสียอีก ข้าอยากจะเห็นจริง ๆ ว่าพ่อเจ้าจะทำหน้ายังไงหลังจากเห็นศพเจ้า”
“ก่อนหน้านี้ข้าได้ให้โอกาสพวกเจ้าแล้ว แต่เจ้ากลับไม่รับมัน คนที่กล้าขัดขืนข้า… มันต้องตายสถานเดียว!”
หลังจากที่ไททันเทพปีศาจพูดข่มขู่ หัวใจของหลินหยวนก็เต้นแรง เขารู้ว่าไททันตัวนี้นอกจากจะทรงพลังและโหดเหี้ยมแล้ว มันยังมีสติปัญญาเป็นเลิศอีกด้วย
จะช้าไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว
ทันทีที่ความคิดนี้ผุดเข้ามาในหัวของเด็กหนุ่ม อาซาก็เปิดฉากโจมตี
พลังปีศาจสีดำมืดวนเวียนอยู่รอบตัวมัน ก่อนจะพุ่งตรงไปยังเป้าหมายราวกับมีดคมกริบ
ปัจจุบันพลังเทเลพอร์ตยังอยู่ในช่วงคูลดาวน์ ดังนั้นหลินหยวนจึงทำได้เพียงใช้ความเร็วของตัวเองหลบการโจมตีของไททันเทพอสูร
ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!
กลุ่มพลังดำมืดที่เป็นเหมือนดาบที่คมกริบกระแทกพื้นจนเกิดเป็นหลุมใหญ่รอบตัวเด็กหนุ่ม
พลังเทพอสูรนั้นมีพลังทำลายล้างสูงมาก หากถูกโจมตีเข้าตรง ๆ แม้แต่กับหลินหยวนก็อาจร่างแหลกได้เช่นกัน
ในตอนนี้ร่างของเด็กหนุ่มเปลี่ยนเป็นสายฟ้า เขาได้เปิดใช้งานฉงถงสูงสุดและเพ่งสมาธิเต็มที่เพื่อคอยดูวิถีการโจมตีของฝ่ายตรงข้าม
การกระทำทั้งหมดนี้เขาจะต้องใช้พลังจิตที่หนักหน่วง ทำให้มีเลือดสีแดงสดไหลออกมาจากตาของเขา 2 สาย แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้ตัวเลยสักนิด ตอนนี้เขากำลังเต้นรำอยู่บนคมดาบ ถ้าหากเสียสมาธิไปแม้แต่นิดเดียว เบื้องหน้าเขามีเพียงหุบเหวลึกรออยู่
ไททันเทพปีศาจจับจ้องไปที่มนุษย์ตัวจ้อยแล้วอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ
อาซาคาดไม่ถึงว่าหลินหยวนจะทนรับการโจมตีของมันได้นานขนาดนี้
มันต้องยอมรับเลยว่าพลังของมนุษย์อัจฉริยะคนนี้ไม่ควรมองข้าม
แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันนั้น เด็กหนุ่มใกล้จะหมดแรงแล้ว เขาคงต้านได้อีกไม่นาน
การฆ่าอีกฝ่ายที่นี่ถือว่าเป็นการกำจัดภัยคุกคามที่มีต่อเผ่าไททันในอนาคตลงได้
ทันทีที่ไททันเทพปีศาจคิดถึงเรื่องนี้ มันก็เหยียดยิ้มเยาะ
นอกจากนี้พอมนุษย์กึ่งเทพคนนั้นมาถึงที่นี่ สิ่งที่เขาเห็นจะมีเพียงศพเย็น ๆ ของลูกชายตัวเอง
มันอยากจะทำให้มนุษย์ที่ทรงพลังคนนั้นคลุ้มคลั่งเสียก่อน จากนั้นค่อยใช้กำลังทำลายความหวังของอีกฝ่ายให้สิ้นซาก!
ตูม!!
อาซาส่งพลังเข้าโจมตีหลินหยวนเต็มกำลัง
การโจมตีในครั้งนี้กระแทกเข้าที่แขนซ้ายของเด็กหนุ่มเต็ม ๆ จนทำให้แขนของเขาระเบิดเป็นเสี่ยง ๆ แผ่นหลังเปื้อนเลือดในขณะที่ตัวเขากระเด็นถอยหลังกระแทกลงกับพื้นเต็มแรง
ถึงแม้ว่าหลินหยวนจะตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ แต่เขาก็ยังคงใช้แขนขวากอดฉู่อวี้เอาไว้แน่นไม่ยอมให้เธอได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย
“หลินหยวน นายไม่เป็นไรใช่ไหม?!” ฉู่อวี้ที่เห็นหลินหยวนบาดเจ็บก็ถามเขาด้วยความกังวล จากนั้นเธอก็ยื่นมือออกไปแตะแขนที่ขาดของอีกฝ่ายก่อนจะตะโกนว่า “ฟื้นฟู!”
ในไม่ช้าแสงสีขาวจาง ๆ ก็ส่องออกมาจากฝ่ามือของเธอ
ด้วยพลังของแสงสีขาวศักดิ์สิทธิ์ บาดแผลของเด็กหนุ่มจึงหายในทันที แต่ตอนนี้ร่างกายเด็กสาวอ่อนแอเนื่องจากการเสียเลือดมากจึงทำให้เธอใช้พลังเกินขีดจำกัด
ด้วยเหตุนี้ การที่เธอฝืนใช้สกิลมันก็ไม่ต่างจากการฆ่าตัวตายเลยสักนิด
ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ฉู่อวี้ก็ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดในลำคอเบา ๆ
จากนั้นเธอก็กระอักเลือดออกมา ใบหน้าที่ซีดเผือดก็ยิ่งซีดลงจนเป็นสีขาว แม้แต่แสงศักดิ์สิทธิ์บนฝ่ามือก็ริบหรี่ลง
ในขณะที่เด็กสาวกำลังจะใช้สกิลอีกครั้ง หลินหยวนก็คว้าข้อมือเธอไว้ก่อน
“ไม่ต้องห่วง ฉันจะช่วยเธอออกไปจากที่นี่ให้ได้”
ฉู่อวี้ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น “ฉันเชื่อนาย”
ในตอนที่เด็กสาวจะใช้สกิลอีกครั้ง ไททันเทพปีศาจก็ทำหน้าประหลาดใจ
มันจ้องไปที่ฉู่อวี้แล้วพูดเยาะเย้ยว่า “ถ้าข้าเดาไม่ผิด เจ้าคงเป็นผู้สืบทอดพลังไททันศักดิ์สิทธิ์นั่นสินะ? มีแต่คนโง่อย่างมันเท่านั้นแหละที่คิดว่ามนุษย์เท่าเทียมกับเรา มันถึงขั้น… ยอมสละชีวิตเพื่อปกป้องมดปลวกอย่างพวกเจ้า ช่างโง่เขลาเสียจริง!”
เมื่อฟังจากน้ำเสียงของอาซา ดูเหมือนว่ามันจะรู้จักกับไททันศักดิ์สิทธิ์!
แต่ทันใดนั้น… เสียงคำรามที่เหมือนสายฟ้าฟาดก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน
“อาซา ถ้าแกกล้าแตะต้องลูกชายฉัน ฉันจะฆ่าแก!!”
สิ้นเสียงตะโกน สายฟ้าสีม่วงก็พุ่งเข้าใส่ไททันเทพปีศาจด้วยความเร็วที่ตามองไม่เห็น และเงาสายฟ้าสีม่วงนี้ก็มีรังสีกดดันมหาศาล
ในที่สุดหลินเทียนเชวี่ยก็มาถึงแล้ว!!
แต่หลังจากอาซาสัมผัสได้ถึงพลังของมนุษย์กึ่งเทพ มันกลับไม่แสดงท่าทีเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย มันหันไปมองหลินหยวนพร้อมกับเหยียดยิ้มร้าย
“เด็กน้อยเอ๋ย ในที่สุดพ่อของเจ้าก็มาช่วยแล้ว จุ๊ ๆๆ ความรักของพ่อนั้นแข็งแกร่งดุจดั่งขุนเขา ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าก็ไม่มีประโยชน์อีกแล้ว จงตายไปซะ!” ไททันเทพปีศาจหัวเราะเหมือนคนบ้า ก่อนที่เปลวเพลิงสีม่วงจะลุกโชนขึ้นจากกำปั้นขวาของมัน
“หมัดเพลิงปีศาจ!” อาซาตะโกนลั่นพร้อมกับหมัดเพลิงปีศาจที่พุ่งเข้าใส่หลินหยวน
การโจมตีในครั้งนี้บ่งบอกได้ว่ามันจงใจจะฆ่าเด็กหนุ่มก่อนที่หลินเทียนเชวี่ยจะมาถึง
หลินหยวนเองก็เพิ่งรู้ว่าการโจมตีก่อนหน้านี้เป็นเพียงกลอุบายที่อีกฝ่ายฆ่าเวลาเล่นกับเขาเท่านั้น
ซึ่งตอนนี้ไททันเทพปีศาจได้ปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมาอย่างแท้จริง
หลินหยวนที่ต้องเผชิญกับการโจมตีเต็มพิกัดของไททันโลกาวินาศ เขาก็กัดฟันแน่น ถึงแม้ว่าฉงถงระดับสูงจะมองเห็นวิถีหมัดของฝ่ายตรงข้ามได้ทะลุปรุโปร่ง แต่เขาก็ยังไม่สามารถหลบเลี่ยงมันได้อยู่ดี
แรงกดดันจากหมัดเพลิงปีศาจนั้นเปรียบเสมือนถูกอุกกาบาตกำลังพุ่งชนทำให้เขาขยับตัวไม่ได้แม้แต่น้อย
เด็กหนุ่มรู้ดีว่าตัวเองไม่มีทางหลบการโจมตีนี้ได้แน่!
แคร่ก! แคร่ก! ปัง! ปัง!
ในขณะนั้นหลินหยวนได้ยินเสียงแผ่นดินค่อย ๆ แตกจากแรงกดดันมหาศาล
ถึงแม้ว่าการโจมตีจะยังไม่ตกกระทบตัวเขา แต่คลื่นพลังที่แผ่ออกมาเพียงอย่างเดียวก็ทำให้พื้นดินโดยรอบแตกละเอียด
นี่สินะคือพลังของไททันโลกาวินาศ
เพียงแค่หมัดเดียวก็น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าวันสิ้นโลก!
“อาซา แกมันรนหาที่ตาย!!” ดวงตาของหลินเทียนเชวี่ยเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ในขณะที่เขาคำรามเหมือนสัตว์ป่า “ฉันอยู่นี่แล้ว ถ้ากล้าก็เข้ามาสิวะ!!”
เขาสูญเสียไปมากพอแล้ว เขาไม่อยากเห็นลูกชายตายต่อหน้าต่อตาตัวเองอีก ปัจจุบันความเร็วของเขาได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว
ถึงกระนั้นเขาก็ยังเร็วไม่พอที่จะไปช่วยหลินหยวน
มันไกลเกินไป… ไกลไปมากจริง ๆ…
กว่าเขาจะไปถึงตัวไททันเทพปีศาจ ลูกชายของเขาคงจะถูกฆ่าตายไปแล้ว!
ไม่ว่าหลินเทียนเชวี่ยจะโกรธแค้นมากแค่ไหน อาซาก็ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดเลยสักนิด
เพราะเป้าหมายหลักของมันก็คือการทำให้มนุษย์กึ่งเทพโกรธจนแทบคลั่ง และทำให้อีกฝ่ายได้รู้จักกับความสิ้นหวังอย่างแท้จริง
ก่อนหน้านี้มันได้เจรจาให้โอกาสเขาไปแล้ว
ในเมื่อหลินเทียนเชวี่ยที่โง่เขลาไม่ยอมรับข้อเสนอ ถ้าอย่างนั้นก็จงรับโทษแต่โดยดี!!
พอไททันเทพปีศาจคิดแบบนี้ สีหน้าของมันก็เหี้ยมเกรียม
ในเวลาเดียวกันนั้น ฉู่อวี้ได้แต่หลับตาลงและกระชับกอดหลินหยวนเอาไว้แน่นเพื่อรอความตายที่กำลังใกล้เข้ามา
ในยามกลียุคเช่นนี้ การได้ตายพร้อมกับคนรักนับว่าเป็นเรื่องที่ดีมากแล้ว
ทว่าเสียงของหลินหยวนกลับดังขึ้นเหนือศีรษะของเธอ “ไม่ต้องห่วง ฉันบอกแล้วว่าฉันจะพาเธอออกไปอย่างปลอดภัย ฉันไม่มีทางปล่อยให้เธอตายที่นี่เด็ดขาด”
น้ำเสียงที่หลินหยวนใช้พูดนั้นช่างเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความมั่นใจ