เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 121: คนที่กล้าขัดขืนข้า มันต้องตาย!

บทที่ 121: คนที่กล้าขัดขืนข้า มันต้องตาย!

บทที่ 121: คนที่กล้าขัดขืนข้า มันต้องตาย!


ขณะที่หลินหยวนกับฉู่อวี้กำลังพูดคุยกัน ไททันเทพปีศาจที่สูงถึง 150 เมตรก็ค่อย ๆ ลอยลงมาจากฟ้า

ร่างสูงตระหง่านเหมือนภูเขายักษ์ของมันมีไอปีศาจปกคลุมอยู่ทั่วร่าง

ยิ่งไปกว่านั้น ร่างกายของมันก็มีลวดลายปีศาจสีม่วงเข้มดูน่าขนลุกอยู่ทั่ว

อาซาที่ยืนอยู่ต่อหน้าหลินหยวนกับฉู่อวี้นั้นเป็นเหมือนเทพปีศาจที่กำลังจะเปลี่ยนโลกนี้ให้จมลงสู่ความมืดมิด

“มนุษย์กึ่งเทพคนนั้นอยู่ที่ไหน?” อาซาก้มหน้าลงใช้ดวงตาสีแดงเข้มที่ดูเย็นชากวาดมองไปรอบ ๆ

แน่นอนว่ามนุษย์กึ่งเทพที่มันพูดถึงนั้นก็คือหลินเทียนเชวี่ย

ในสายตาของไททันตัวนี้ มีเพียงแม่ทัพมังกรเท่านั้นที่คู่ควรเป็นคู่ต่อสู้ของมัน

ส่วนหลินหยวนกับฉู่อวี้ มันเห็นเป็นแค่มดปลวกที่หลงเดินเข้ามาเท่านั้น

ภายใต้แรงกดดันของไททันตัวนี้ หน้าผากของเด็กหนุ่มมีเหงื่อบาง ๆ ซึมออกมา

แต่ตอนนี้สมองของเขาเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็วโดยพยายามคิดหาทางทำอะไรสักอย่าง

ถ้าเขาแข็งแกร่งมากพอ เขาคงจะกำจัดไททันโลกาวินาศตัวนี้ได้สำเร็จ

ทางเดียวที่พวกเขาจะรอดไปได้ก็คือ รอให้หลินเทียนเชวี่ยมาช่วย

แม้ว่าแผนนี้อาจทำให้พ่อของเขาตกอยู่ในอันตราย แต่หลินหยวนก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริง ๆ

ถึงอย่างไรบนโลกนี้คงมีเพียงหลินเทียนเชวี่ยเท่านั้นที่มีพลังมากพอที่จะต่อสู้กับไททันตัวนี้ได้

พอคิดถึงเรื่องนี้ หลินหยวนก็เงยหน้าขึ้นกล่าวกับอีกฝ่ายว่า “ไม่ต้องห่วง ฉันส่งสัญญาณออกไปแล้ว อีกไม่นานเขาก็จะมาหาแกเอง”

จากนั้นเขาก็พูดเสียงเย็นชา “รู้ไหมว่าทำไมพวกเราถึงยังไม่ออกไปจากที่นี่? เพราะพวกเรารอแกอยู่ไงล่ะ!”

ทันทีที่ไททันเทพปีศาจได้ยินคำพูดของเด็กหนุ่ม สายตาของมันก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาในขณะที่มันพูดเยาะเย้ยว่า “เจ้า… คิดจะฆ่าข้าอย่างนั้นเหรอ?”

หลินหยวนเงยหน้าขึ้นตะโกนท้าทายอีกฝ่ายว่า “ต่อให้แกเป็นไททันโลกาวินาศแล้วยังไง? วันนี้มันจะเป็นวันตายของแก!”

“ไอ้มนุษย์ เจ้าคิดจะยั่วข้างั้นรึ?” อาซาหรี่ตามองอีกฝ่าย “ถ้าข้าจำไม่ผิด เจ้าน่าจะเป็นลูกของมนุษย์กึ่งเทพนั่นสินะ?”

“ให้ข้าเดา… เจ้าคงกำลังพยายามซื้อเวลาอยู่ใช่ไหม แต่เจ้าคิดว่าข้าจะตกหลุมพรางโง่ ๆ แบบนี้หรือไง?”

“ข้ารู้ว่าเจ้าอยากจะมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่มาก แต่สำหรับข้าแล้ว ถ้าเจ้าตายเจ้าจะมีค่ามากกว่าตอนมีชีวิตเสียอีก ข้าอยากจะเห็นจริง ๆ ว่าพ่อเจ้าจะทำหน้ายังไงหลังจากเห็นศพเจ้า”

“ก่อนหน้านี้ข้าได้ให้โอกาสพวกเจ้าแล้ว แต่เจ้ากลับไม่รับมัน คนที่กล้าขัดขืนข้า… มันต้องตายสถานเดียว!”

หลังจากที่ไททันเทพปีศาจพูดข่มขู่ หัวใจของหลินหยวนก็เต้นแรง เขารู้ว่าไททันตัวนี้นอกจากจะทรงพลังและโหดเหี้ยมแล้ว มันยังมีสติปัญญาเป็นเลิศอีกด้วย

จะช้าไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว

ทันทีที่ความคิดนี้ผุดเข้ามาในหัวของเด็กหนุ่ม อาซาก็เปิดฉากโจมตี

พลังปีศาจสีดำมืดวนเวียนอยู่รอบตัวมัน ก่อนจะพุ่งตรงไปยังเป้าหมายราวกับมีดคมกริบ

ปัจจุบันพลังเทเลพอร์ตยังอยู่ในช่วงคูลดาวน์  ดังนั้นหลินหยวนจึงทำได้เพียงใช้ความเร็วของตัวเองหลบการโจมตีของไททันเทพอสูร

ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!

กลุ่มพลังดำมืดที่เป็นเหมือนดาบที่คมกริบกระแทกพื้นจนเกิดเป็นหลุมใหญ่รอบตัวเด็กหนุ่ม

พลังเทพอสูรนั้นมีพลังทำลายล้างสูงมาก หากถูกโจมตีเข้าตรง ๆ แม้แต่กับหลินหยวนก็อาจร่างแหลกได้เช่นกัน

ในตอนนี้ร่างของเด็กหนุ่มเปลี่ยนเป็นสายฟ้า เขาได้เปิดใช้งานฉงถงสูงสุดและเพ่งสมาธิเต็มที่เพื่อคอยดูวิถีการโจมตีของฝ่ายตรงข้าม

การกระทำทั้งหมดนี้เขาจะต้องใช้พลังจิตที่หนักหน่วง ทำให้มีเลือดสีแดงสดไหลออกมาจากตาของเขา 2 สาย แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้ตัวเลยสักนิด ตอนนี้เขากำลังเต้นรำอยู่บนคมดาบ ถ้าหากเสียสมาธิไปแม้แต่นิดเดียว เบื้องหน้าเขามีเพียงหุบเหวลึกรออยู่

ไททันเทพปีศาจจับจ้องไปที่มนุษย์ตัวจ้อยแล้วอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ

อาซาคาดไม่ถึงว่าหลินหยวนจะทนรับการโจมตีของมันได้นานขนาดนี้

มันต้องยอมรับเลยว่าพลังของมนุษย์อัจฉริยะคนนี้ไม่ควรมองข้าม

แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันนั้น เด็กหนุ่มใกล้จะหมดแรงแล้ว เขาคงต้านได้อีกไม่นาน

การฆ่าอีกฝ่ายที่นี่ถือว่าเป็นการกำจัดภัยคุกคามที่มีต่อเผ่าไททันในอนาคตลงได้

ทันทีที่ไททันเทพปีศาจคิดถึงเรื่องนี้ มันก็เหยียดยิ้มเยาะ

นอกจากนี้พอมนุษย์กึ่งเทพคนนั้นมาถึงที่นี่ สิ่งที่เขาเห็นจะมีเพียงศพเย็น ๆ ของลูกชายตัวเอง

มันอยากจะทำให้มนุษย์ที่ทรงพลังคนนั้นคลุ้มคลั่งเสียก่อน จากนั้นค่อยใช้กำลังทำลายความหวังของอีกฝ่ายให้สิ้นซาก!

ตูม!!

อาซาส่งพลังเข้าโจมตีหลินหยวนเต็มกำลัง

การโจมตีในครั้งนี้กระแทกเข้าที่แขนซ้ายของเด็กหนุ่มเต็ม ๆ จนทำให้แขนของเขาระเบิดเป็นเสี่ยง ๆ แผ่นหลังเปื้อนเลือดในขณะที่ตัวเขากระเด็นถอยหลังกระแทกลงกับพื้นเต็มแรง

ถึงแม้ว่าหลินหยวนจะตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ แต่เขาก็ยังคงใช้แขนขวากอดฉู่อวี้เอาไว้แน่นไม่ยอมให้เธอได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย

“หลินหยวน นายไม่เป็นไรใช่ไหม?!” ฉู่อวี้ที่เห็นหลินหยวนบาดเจ็บก็ถามเขาด้วยความกังวล จากนั้นเธอก็ยื่นมือออกไปแตะแขนที่ขาดของอีกฝ่ายก่อนจะตะโกนว่า “ฟื้นฟู!”

ในไม่ช้าแสงสีขาวจาง ๆ ก็ส่องออกมาจากฝ่ามือของเธอ

ด้วยพลังของแสงสีขาวศักดิ์สิทธิ์ บาดแผลของเด็กหนุ่มจึงหายในทันที แต่ตอนนี้ร่างกายเด็กสาวอ่อนแอเนื่องจากการเสียเลือดมากจึงทำให้เธอใช้พลังเกินขีดจำกัด

ด้วยเหตุนี้ การที่เธอฝืนใช้สกิลมันก็ไม่ต่างจากการฆ่าตัวตายเลยสักนิด

ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ฉู่อวี้ก็ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดในลำคอเบา ๆ

จากนั้นเธอก็กระอักเลือดออกมา ใบหน้าที่ซีดเผือดก็ยิ่งซีดลงจนเป็นสีขาว แม้แต่แสงศักดิ์สิทธิ์บนฝ่ามือก็ริบหรี่ลง

ในขณะที่เด็กสาวกำลังจะใช้สกิลอีกครั้ง หลินหยวนก็คว้าข้อมือเธอไว้ก่อน

“ไม่ต้องห่วง ฉันจะช่วยเธอออกไปจากที่นี่ให้ได้”

ฉู่อวี้ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น “ฉันเชื่อนาย”

ในตอนที่เด็กสาวจะใช้สกิลอีกครั้ง ไททันเทพปีศาจก็ทำหน้าประหลาดใจ

มันจ้องไปที่ฉู่อวี้แล้วพูดเยาะเย้ยว่า “ถ้าข้าเดาไม่ผิด เจ้าคงเป็นผู้สืบทอดพลังไททันศักดิ์สิทธิ์นั่นสินะ? มีแต่คนโง่อย่างมันเท่านั้นแหละที่คิดว่ามนุษย์เท่าเทียมกับเรา มันถึงขั้น… ยอมสละชีวิตเพื่อปกป้องมดปลวกอย่างพวกเจ้า ช่างโง่เขลาเสียจริง!”

เมื่อฟังจากน้ำเสียงของอาซา ดูเหมือนว่ามันจะรู้จักกับไททันศักดิ์สิทธิ์!

แต่ทันใดนั้น… เสียงคำรามที่เหมือนสายฟ้าฟาดก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน

“อาซา ถ้าแกกล้าแตะต้องลูกชายฉัน ฉันจะฆ่าแก!!”

สิ้นเสียงตะโกน สายฟ้าสีม่วงก็พุ่งเข้าใส่ไททันเทพปีศาจด้วยความเร็วที่ตามองไม่เห็น และเงาสายฟ้าสีม่วงนี้ก็มีรังสีกดดันมหาศาล

ในที่สุดหลินเทียนเชวี่ยก็มาถึงแล้ว!!

แต่หลังจากอาซาสัมผัสได้ถึงพลังของมนุษย์กึ่งเทพ มันกลับไม่แสดงท่าทีเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย มันหันไปมองหลินหยวนพร้อมกับเหยียดยิ้มร้าย

“เด็กน้อยเอ๋ย ในที่สุดพ่อของเจ้าก็มาช่วยแล้ว จุ๊ ๆๆ ความรักของพ่อนั้นแข็งแกร่งดุจดั่งขุนเขา ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าก็ไม่มีประโยชน์อีกแล้ว จงตายไปซะ!” ไททันเทพปีศาจหัวเราะเหมือนคนบ้า ก่อนที่เปลวเพลิงสีม่วงจะลุกโชนขึ้นจากกำปั้นขวาของมัน

“หมัดเพลิงปีศาจ!” อาซาตะโกนลั่นพร้อมกับหมัดเพลิงปีศาจที่พุ่งเข้าใส่หลินหยวน

การโจมตีในครั้งนี้บ่งบอกได้ว่ามันจงใจจะฆ่าเด็กหนุ่มก่อนที่หลินเทียนเชวี่ยจะมาถึง

หลินหยวนเองก็เพิ่งรู้ว่าการโจมตีก่อนหน้านี้เป็นเพียงกลอุบายที่อีกฝ่ายฆ่าเวลาเล่นกับเขาเท่านั้น

ซึ่งตอนนี้ไททันเทพปีศาจได้ปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมาอย่างแท้จริง

หลินหยวนที่ต้องเผชิญกับการโจมตีเต็มพิกัดของไททันโลกาวินาศ เขาก็กัดฟันแน่น ถึงแม้ว่าฉงถงระดับสูงจะมองเห็นวิถีหมัดของฝ่ายตรงข้ามได้ทะลุปรุโปร่ง แต่เขาก็ยังไม่สามารถหลบเลี่ยงมันได้อยู่ดี

แรงกดดันจากหมัดเพลิงปีศาจนั้นเปรียบเสมือนถูกอุกกาบาตกำลังพุ่งชนทำให้เขาขยับตัวไม่ได้แม้แต่น้อย

เด็กหนุ่มรู้ดีว่าตัวเองไม่มีทางหลบการโจมตีนี้ได้แน่!

แคร่ก! แคร่ก! ปัง! ปัง!

ในขณะนั้นหลินหยวนได้ยินเสียงแผ่นดินค่อย ๆ แตกจากแรงกดดันมหาศาล

ถึงแม้ว่าการโจมตีจะยังไม่ตกกระทบตัวเขา แต่คลื่นพลังที่แผ่ออกมาเพียงอย่างเดียวก็ทำให้พื้นดินโดยรอบแตกละเอียด

นี่สินะคือพลังของไททันโลกาวินาศ

เพียงแค่หมัดเดียวก็น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าวันสิ้นโลก!

“อาซา แกมันรนหาที่ตาย!!” ดวงตาของหลินเทียนเชวี่ยเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ในขณะที่เขาคำรามเหมือนสัตว์ป่า “ฉันอยู่นี่แล้ว ถ้ากล้าก็เข้ามาสิวะ!!”

เขาสูญเสียไปมากพอแล้ว เขาไม่อยากเห็นลูกชายตายต่อหน้าต่อตาตัวเองอีก ปัจจุบันความเร็วของเขาได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว

ถึงกระนั้นเขาก็ยังเร็วไม่พอที่จะไปช่วยหลินหยวน

มันไกลเกินไป… ไกลไปมากจริง ๆ…

กว่าเขาจะไปถึงตัวไททันเทพปีศาจ ลูกชายของเขาคงจะถูกฆ่าตายไปแล้ว!

ไม่ว่าหลินเทียนเชวี่ยจะโกรธแค้นมากแค่ไหน อาซาก็ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดเลยสักนิด

เพราะเป้าหมายหลักของมันก็คือการทำให้มนุษย์กึ่งเทพโกรธจนแทบคลั่ง และทำให้อีกฝ่ายได้รู้จักกับความสิ้นหวังอย่างแท้จริง

ก่อนหน้านี้มันได้เจรจาให้โอกาสเขาไปแล้ว

ในเมื่อหลินเทียนเชวี่ยที่โง่เขลาไม่ยอมรับข้อเสนอ ถ้าอย่างนั้นก็จงรับโทษแต่โดยดี!!

พอไททันเทพปีศาจคิดแบบนี้ สีหน้าของมันก็เหี้ยมเกรียม

ในเวลาเดียวกันนั้น ฉู่อวี้ได้แต่หลับตาลงและกระชับกอดหลินหยวนเอาไว้แน่นเพื่อรอความตายที่กำลังใกล้เข้ามา

ในยามกลียุคเช่นนี้ การได้ตายพร้อมกับคนรักนับว่าเป็นเรื่องที่ดีมากแล้ว

ทว่าเสียงของหลินหยวนกลับดังขึ้นเหนือศีรษะของเธอ “ไม่ต้องห่วง ฉันบอกแล้วว่าฉันจะพาเธอออกไปอย่างปลอดภัย ฉันไม่มีทางปล่อยให้เธอตายที่นี่เด็ดขาด”

น้ำเสียงที่หลินหยวนใช้พูดนั้นช่างเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความมั่นใจ

จบบทที่ บทที่ 121: คนที่กล้าขัดขืนข้า มันต้องตาย!

คัดลอกลิงก์แล้ว