เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 102: ผู้สืบทอดมรดกไททัน

บทที่ 102: ผู้สืบทอดมรดกไททัน

บทที่ 102: ผู้สืบทอดมรดกไททัน


15 นาทีต่อมา ในที่สุดการตัดสินใจของนายพลเฝิงก็ได้รับการอนุมัติจากทุกคน

แต่ขณะที่เหล่าทหารชั้นผู้ใหญ่ตกลงที่จะให้ปฏิบัติการที่เมืองหย่งเย่ดำเนินต่อไป พวกเขาก็ได้เพิ่มเงื่อนไขเข้ามาอีก 1 ข้อ

นั่นก็คือ เฝิงเจิ้งกั๋วจะต้องนำผู้มีพลังพิเศษแรงก์ SS 5 คนติดตามไปคอยคุ้มกันหลี่หวงเหยียนกับฉู่อวี้ด้วย

หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น พวกเขาจะต้องยุติปฏิบัติการทันทีและภารกิจหลักก็คือการปกป้องฉู่อวี้ ผู้สืบทอดมรดกไททันศักดิ์สิทธิ์!

หลังการประชุมเสร็จสิ้น เฝิงเจิ้งกั๋วก็ยิ้มกว้างจับมือกับทุกคนและพูดคุยถึงสถานการณ์ในสนามรบปัจจุบัน

เมื่อทุกคนแยกย้ายกันไปแล้ว เขาก็ค่อย ๆ เดินกลับห้องของตัวเอง

พอเขาปิดประตูสนิท รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็หายไปทันทีและแทนที่ด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“ไอ้แก่พวกนั้นจัดการยากจริง ๆ” เฝิงเจิ้งกั๋วเดินมานั่งลงที่โต๊ะทำงาน ก่อนจะมองปฏิทินบนโต๊ะแล้วอดไม่ได้ที่จะแค่นเสียงเยาะเย้ย “เหอะ โชคดีที่แผนการไม่มีอะไรผิดพลาด”

เขาไม่เข้าใจว่าทำไมหลี่หวงเหยียนถึงได้เผลอปล่อยข่าวแผนปฏิบัติการที่เมืองหย่งเย่ให้รั่วไหลออกไปได้ง่าย ๆ

ถ้าเขาไม่พยายามโต้แย้ง แผนการนี้คงจะถูกคนอื่นยกเลิกไปแล้ว

โชคดีที่ไหนที่สุดเขาก็สามารถผลักดันให้แผนการบุกเมืองหย่งเย่นี้ดำเนินต่อไปจนสำเร็จ

สิ่งเดียวที่เขาจะต้องแลกมาก็คือการต้องพาผู้มีพลังพิเศษแรงก์ SS 5 คนร่วมเดินทางไปกับพวกหลี่หวงเหยียนด้วย

“เจ้าหน้าที่ระดับสูงพวกนี้โง่เง่าสิ้นดี” รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏที่ใบหน้าซูบผอมของเฝิงเจิ้งกั๋ว “ฉันแฝงตัวอยู่ในกองทัพมาตั้งนานแต่ไม่มีใครสงสัยฉันเลย… นี่ยังคิดจะให้ฉันไปปกป้องพวกมันอีกงั้นเหรอ? ฮ่า ๆๆๆ โง่ชะมัด!!”

“พอต้องมาอยู่กับคนโง่พวกนี้ทุกวัน ฉันอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วงดูสักครั้ง ขอบคุณพระเจ้า ยุคสมัยของมนุษย์ใกล้จะจบลงแล้ว” นายพลเฝิงเอื้อมมือไปหยิบขวดไวน์มาจากลิ้นชักตู้ มันเป็นขวดไวน์เก่าแก่ที่ผลิตในฝรั่งเศส

หลังจากการรุกรานของเผ่าไททัน สินค้าต่างชาติชิ้นนี้ก็ได้เปลี่ยนกลายเป็นสินค้าหายากไปเสียแล้ว

แต่เฝิงเจิ้งกั๋วยังคงเปิดฝาขวดอย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะกระดกไวน์ในขวดเข้าปากทันที

ในไม่ช้ากลิ่นหอมเข้มข้นของแอลกอฮอล์ก็อบอวลไปทั่วห้อง

แน่นอนว่าเขาไม่มีทางปกป้องหลี่หวงเหยียนกับฉู่อวี้อย่างแน่นอน

ที่จริงแล้วเหตุผลที่เขาผลักดันปฏิบัติการนี้ก็เพื่อให้ 2 คนนั้นต้องย่อยยับด้วยน้ำมือของไททัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็กสาวที่ชื่อฉู่อวี้!

ในฐานะเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกองทัพและเป็นสายลับของเผ่าไททัน เขาย่อมรู้ดีว่าผู้สืบทอดที่มีความเข้ากันได้ถึง 95% นั้นหมายความว่าอย่างไร

ถ้าหากปล่อยให้เธอได้มีโอกาสพัฒนาความแข็งแกร่งจนเต็มที่ เธอจะกลายเป็นหายนะสำหรับเผ่าไททัน

ในทำนองเดียวกัน มีเพียงข้อมูลที่เขามอบให้เท่านั้นถึงจะช่วยให้ไททันสามารถกำจัดผู้สืบทอดมรดกที่ชื่อว่า ‘ฉู่อวี้’ ได้

แบบนี้มันก็นับว่าเขามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยเหลือเผ่าไททัน!

“ถ้าแกอยากจะโทษใครก็โทษที่ตัวเองโชคร้ายเถอะ” เฝิงเจิ้งกั๋วพึมพำกับตัวเองเบา ๆ “ฉันจะใช้ชีวิตของแกเป็นผลงานของฉัน!”

วันต่อมา

ตอนนี้แผนปฏิบัติการเมืองหย่งเย่ได้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ

หลี่หวงเหยียนขยับมายืนอยู่ข้างฉู่อวี้และกระซิบถามเบา ๆ ว่า “กลัวหรือเปล่า? ถ้าเธอไปถึงเมืองหย่งเย่ เธอจะต้องเผชิญหน้ากับไททันมหันตภัยเชียวนะ”

แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือ เด็กสาวส่ายหัวช้า ๆ แล้วตอบว่า “ไม่กลัวค่ะ”

“ทำไมล่ะ?” ชายผมแดงถาม

“เพราะว่าไม่มีอะไรต้องกลัวค่ะ” ฉู่อวี้ยังคงตอบกลับด้วยท่าทีไม่ทุกข์ร้อน “ในสงครามครั้งนี้ไม่พวกเราก็ไททันที่ต้องย่อยยับไปข้างหนึ่ง เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริง ๆ แล้วฉันก็ตัดสินใจแล้วด้วยค่ะ”

หลังจากที่หลี่หวงเหยียนได้ยินคำพูดของเด็กสาว ดวงตาของเขาก็มีประกายฉงน

เขาไม่คาดคิดเลยว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้จากปากเด็กผู้หญิงในวัยไม่ถึง 20 ปี

จากนั้นเขาก็ถามอีกครั้งว่า “แล้วทำไมเธอถึงไม่เลือกมาแนวหน้าล่ะ ฉันตรวจสอบประวัติของเธอแล้ว เธอเป็นผู้มีพลังประเภทสนับสนุน ฉันว่าเธอน่าจะอยู่ในหน่วยโลจิสติกส์ได้สบาย ๆ เลย”

ฉู่อวี้เหม่อมองไปที่ไกล ๆ แล้วกระซิบว่า “เพื่อคนคนหนึ่งค่ะ”

“เพื่อคนคนหนึ่ง… ที่ฉันอยากใช้ชีวิตนี้ปกป้อง ฉันเคยบอกเขาไปแล้วว่าคราวนี้เป็นตาของฉันที่จะปกป้องเขาบ้าง แต่ฉันไม่คิดเลยว่าความแข็งแกร่งของเขานั้นเกินกว่าที่ฉันคิดเสียอีก”

“ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ฉันก็เข้าใจว่า… ฉันไม่มีคุณสมบัติอะไรที่จะไปปกป้องเขาได้ สิ่งเดียวที่ฉันทำได้ก็คือพยายามพัฒนาตัวเองให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อแบ่งเบาภาระที่หนักอึ้งบนบ่าของเขาค่ะ”

“ถ้าเป็นไปได้ สักวันหนึ่ง… ฉันก็อยากจะร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเขาสักครั้ง”

เมื่อหลี่หวงเหยียนได้ยินคำตอบของฉู่อวี้ เขาก็กลั้นยิ้มเอาไว้ไม่อยู่ “ถึงฉันจะไม่รู้ว่าคนที่เธอพูดถึงเป็นใคร แต่เธออย่าได้ดูถูกตัวเองนัก เธอก็รู้นี่ว่าตัวเองคือผู้สืบทอดมรดกไททันศักดิ์สิทธิ์ ตัวเธอเองก็มีพรสวรรค์ไม่แพ้กัน”

“ก่อนหน้าเธอมีแค่ 3 คนเท่านั้นที่มีความเข้ากันได้เกิน 90% และนอกจากเธอแล้วก็มีเพียงคนเดียวที่เปอร์เซ็นต์ความเข้ากันได้เกิน 95% แบบนี้แค่เธอขยันมากกว่าเดิมสักหน่อย ไม่ว่ายังไงความพยายามของเธอไม่มีทางสูญเปล่าแน่นอน สักวันหนึ่งเธอจะต้องปกป้องคนที่เธออยากปกป้องได้แน่”

ขณะนี้ภาพของหลินหยวนปรากฏขึ้นในหัวของฉู่อวี้

ไม่… ไม่ใช่ว่าเธอดูถูกตัวเอง

เธอรู้ดีว่ามรดกของไททันทั้ง 8 นั้นคืออะไร

เธอยังรู้ด้วยว่าระดับความเข้ากันได้ 95% นั้นหายากแค่ไหน

แต่พรสวรรค์และความแข็งแกร่งของหลินหยวนจะด้อยกว่าเธอได้อย่างไรกัน?

ในสายตาของฉู่อวี้ ผู้ชายคนนั้นเป็นเหมือนหมาป่าเดียวดายที่นำหน้าเธอ 1 ก้าวเสมอ

และสิ่งที่เธอทำได้ก็คือจ้องมองแผ่นหลังของเขาที่ห่างไกลออกไปเรื่อย ๆ เท่านั้น

จากนั้นเด็กสาวก็เปลี่ยนเรื่องพูด “ว่าแต่นอกจากฉันแล้ว มีใครที่มีความเข้ากันได้เกิน 95% อีกเหรอคะ?”

หลี่หวงเหยียนพยักหน้าตอบว่า “หมอนั่นเองก็เป็นตำนานเหมือนกัน เขาสืบทอดมรดกของไททันเซราฟ รู้ไหมว่าถ้าผู้สืบทอดเติบโตเต็มที่ เขาก็ได้กลายเป็นนักฆ่าในสนามรบ อีกอย่าง… ค่าความเข้ากันได้ของหมอนั่นสูงถึง 98% เชียวล่ะ”

หลังจากได้ยินตัวเลขนี้ฉู่อวี้ก็หรี่ตาลง

ความเข้ากันได้ 98%?!

เป็นไปได้ยังไง?!

ค่าความเข้ากันได้ของเธอเพียงแค่ 95% เท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อค่าความเข้ากันได้มี 90% ขึ้นไป ความแตกต่างแม้เพียง 1% กลับมีความหมายต่างกันมหาศาล

นอกจากนี้มรดกของไททันศักดิ์สิทธิ์มีแนวโน้มว่าจะเป็นพลังสนับสนุนเสียมากกว่า ทั้งการรักษา พรคุ้มครอง และลบล้างคำสาป

แต่มรดกของไททันเซราฟกลับเน้นด้านการสังหาร

เพราะถึงอย่างไรเซราฟก็มีอีกชื่อหนึ่งที่ถูกเรียกขานมากกว่าชื่อจริงของเขา นั่นก็คือเทพสงคราม!

พอฉู่อวี้คิดถึงเรื่องนี้ เธอก็เอ่ยถามว่า “แล้วตอนนี้ผู้สืบทอดคนนั้นอยู่ที่ไหนเหรอคะ?”

“เขาหายตัวไป” หลี่หวงเหยียนตอบเสียงเรียบ “หลังจากการต่อสู้ครั้งใหญ่ เขาได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเขาหายไปไหน เพราะตอนที่กำลังเสริมของเราไปถึง พวกเขาหาศพของหมอนั่นไม่พบ ดังนั้นทางกองทัพจึงสรุปได้ว่าเขาอาจจะหลบหนีไป หรือไม่ก็เลือกเข้าร่วมกับฝ่ายไททัน”

“อีกความเป็นไปได้หนึ่งก็คือ เขาต่อสู้ฝ่าวงล้อมของไททันออกไป แต่ไม่อยากต่อสู้เพื่อประเทศแล้ว เขาก็เลยหลบหนีเร้นกายจากกองทัพ”

“เขาไม่เหมือนเธอ เธอเพิ่งได้สืบทอดมรดกและยังไม่ได้มีพลังเต็มที่ แต่ผู้สืบทอดของไททันเซราฟนั้นเติบโตจนถึงขีดสุดแล้ว ตอนนั้นเพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่งให้กองทัพเห็น เขาเคยต่อสู้กับผู้มีพลังแรงก์ SSS พร้อมกันถึง 4 คน”

“ผลสุดท้ายพวกผู้มีพลังแรงก์ SSS ทั้ง 4 ที่กองทัพส่งมาก็พ่ายแพ้ย่อยยับ ส่วนเขาได้รับบาดเจ็บเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น อีกอย่างเขายังสามารถฆ่าไททัน 50 ตัวในคราวเดียวได้”

“เพราะเหตุนี้เอง หมอนั่นเลยเป็นหนามยอกอกของเผ่าไททันมาโดยตลอด ขอเพียงแค่เขาลงสนามรบนั้น ไททันทุกตัวก็พร้อมที่จะเข้ามาล้อมกำจัดเขา ต้องบอกว่าตอนนั้นพวกไททันอยากจะทำลายเขาให้สิ้นซาก”

“ถ้าหากเขาได้ลงในสนามรบแล้ว แม้แต่แม่ทัพมังกรอย่างหลินเทียนเชวี่ยก็ยังต้องหลบเลี่ยงคมดาบของเขา”

ฉู่อวี้เม้มปากและมองคนที่กำลังเล่าเรื่องนี้ด้วยสายตาเหลือเชื่อ

เธอไม่คาดคิดว่าในบรรดาผู้สืบทอดจะมีคนแบบนี้อยู่ด้วย เขามีพลังที่น่ากลัวมากทีเดียว

เด็กสาวถามขึ้นอีกครั้งว่า “ในเมื่อผู้สืบทอดคนนี้ทรงพลังมาก ทำไมเขาถึงถูกไททันฆ่าตายด้วยล่ะคะ?”

“ฉันไม่ได้บอกสักหน่อยว่าเขาตายไปแล้ว” หลี่หวงเหยียนตอบยิ้ม ๆ “เป็นเพราะเขาแข็งแกร่งมากจนทุกคนคิดว่าเขาหายตัวไป เพราะถึงยังไงมันก็ไม่มีไททันตัวไหนที่สามารถกำจัดเขาจนไม่เหลือซากแบบนั้นได้”

“จริง ๆ แล้วฉันก็เคยเห็นการต่อสู้ในครั้งนั้นกับตาตัวเอง ตอนนั้นฉันเพิ่งเข้าร่วมกองทัพ เป็นทหารใหม่เอี่ยมเลย แต่บังเอิญได้เข้าร่วมการต่อสู้ ฉันเลยรู้รายละเอียดบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้”

*******************************************

SkySaffron: ถ้าผู้สืบทอดที่เทพขนาดนี้อยู่ฝั่งศัตรูนะ งานช้างแน่ ๆ

จบบทที่ บทที่ 102: ผู้สืบทอดมรดกไททัน

คัดลอกลิงก์แล้ว