เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 101: สังหารศัตรูในดาบเดียว!

บทที่ 101: สังหารศัตรูในดาบเดียว!

บทที่ 101: สังหารศัตรูในดาบเดียว!


ยามราตรีอันมืดมิดในคืนหนึ่ง

จู่ ๆ ก็มีสายฟ้าพุ่งผ่านท้องฟ้าไปด้วยความเร็วสูง

สายฟ้าที่มีความเร็วเหนือเสียงนั้นได้ฉีกกระชากความมืดเบื้องหน้าออกจากกัน

และร่างที่ควบม้าฝ่าความมืดมิดนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหลินหยวน!

หลังจากเด็กหนุ่มอธิบายสถานการณ์ให้โจวอวี้หลงฟัง เขาก็เดินทางออกจากป้อมปราการสงครามโดยไม่ลังเล

เพราะภายใน 7 วันนี้ เขาจะต้องเร่งเดินทางจากแนวป้องกันที่ 3 ไปยังเมืองหย่งเย่ที่อยู่ในแนวหลังของเผ่าไททัน

เขาจะต้องไปช่วยฉู่อวี้ให้ได้!

“เจี๊ยกกก!” ในตอนนั้นเอง ไททันอสูรวานรที่ร่างสูงใหญ่เท่ากับภูเขาก็สังเกตเห็นหลินหยวน

ยิ่งไปกว่านั้น ออร่าที่แผ่ออกมาจากตัวไททันอสูรวานรตัวนี้น่าสะพรึงกลัวอย่างน่าเหลือเชื่อ ทั้ง ๆ ที่มันเป็นเพียงไททันมหาวิบัติ

อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าที่นี่อยู่นอกป้อมปราการสงคราม มันจึงไม่มีทางเทียบได้กับแนวหลังของประเทศ

ที่นี่พบเจอไททันมหาวิบัติได้ทั่วไปตามท้องถนน

ถึงแม้ว่าจำนวนไททันมหาวิบัติจะค่อนข้างน้อย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีอยู่จริง

แล้วระหว่างทางหลินหยวนก็ได้หลงเข้าไปในอาณาเขตของไททันอสูรวานร

เนื่องจากกลิ่นเลือดเนื้อของมนุษย์ที่กระจายออกมาจากร่างกายของเขามันไปดึงดูดความสนใจของไททันอสูรวานรเข้าเสียแล้ว

ในสายตาของไททันทุกตัว เลือดเนื้อของมนุษย์นั้นเป็นสารอาหารชั้นเลิศที่ช่วยในการเติบโตของพวกมัน

แม้แต่ไททันมหาวิบัติก็ไม่เว้น

ยิ่งไปกว่านั้น พลังปราณมหาศาลที่แผ่ออกมาจากตัวของหลินหยวนก็ยิ่งเร้าความปรารถนาของไททันอสูรวานรมากขึ้น

เด็กหนุ่มที่เผชิญหน้ากับไททันมหาวิบัติที่กำลังพุ่งเข้ามา จู่ ๆ ดวงตาของเขาก็มีแสงเย็นแล่นผ่าน

“อย่ามาขวางทางฉัน!!” หลินหยวนคำรามก้องราวกับสัตว์ป่า

วินาทีต่อมา ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงทอง

เนื่องจากผลของฉงถงระดับสูง เขาจึงมองเห็นจุดอ่อนของไททันอสูรวานรได้ในทันที

จากนั้นจังหวะการหายใจของเขาก็เปลี่ยนไปพร้อมกับลวดลายสายฟ้าปรากฏขึ้นข้างแก้ม

ลมหายใจสายฟ้า!

ในตอนที่หลินหยวนใช้สกิลลมหายใจสายฟ้า พลังรอบตัวเขาก็พุ่งทะยานขึ้นอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน สายฟ้าก็พุ่งออกมาจากดาบปราบมังกร

“ฮว้ากกกก!!” ในที่สุดไททันอสูรวานรก็มาอยู่ต่อหน้าเด็กหนุ่ม มันอ้าปากคำรามเสียงดังสนั่นจนพื้นดินสั่นสะเทือน

จากนั้นมันก็ใช้หมัดหนัก ๆ ทุบลงมาประหนึ่งค้อนขนาดใหญ่

หลินหยวนเห็นได้ชัดเจนว่ามันตั้งใจจะทุบเขาให้แหลกเป็นชิ้น ๆ

แต่สิ่งที่ไททันอสูรวานรไม่ทันสังเกตก็คือ

ในตอนนี้ดวงตาของเด็กหนุ่มเย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็ง

“สุสานน้ำแข็ง!”

ขณะที่หลินหยวนเผชิญหน้ากับไททันที่ตัวใหญ่เหมือนภูเขา เขาใช้สกิลสุสานน้ำแข็งของพลังน้ำแข็งโดยไม่ลังเล

วินาทีถัดมา น้ำแข็งที่เย็นยะเยือกก็พุ่งออกมาจากร่างของไททันอสูรวานรก่อนจะครอบคลุมร่างมหึมาของมัน เปลี่ยนกลายเป็นโลงน้ำแข็งกักขังมันเอาไว้

หลังจากเด็กหนุ่มใช้สกิลสุสานน้ำแข็ง ร่างของเขาก็เปลี่ยนเป็นสายฟ้าพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วสูงสุดจนไปประชิดตัวของฝ่ายตรงข้ามในพริบตา

จากนั้นเขาก็ฟันดาบปราบมังกรออกไป

อสนีพิฆาต!

ฉัวะ!

ไม่นานหัวของไททันอสูรวานรก็กลิ้งไปตามพื้น

บัดนี้ไททันมหาวิบัติไม่อาจต้านทานการโจมตีของหลินหยวนได้เลย

สังหารศัตรูในดาบเดียว!

พลังของหลินหยวนในปัจจุบันพุ่งมาถึงระดับที่น่าสะพรึงกลัวมาก

เขายังไม่ทันได้ใช้ร่างเทพสายฟ้าด้วยซ้ำ แม้กระทั่งเข้าสู่สถานะระเบิดโลหิตที่ยังไม่ได้ใช้ แต่เขากลับโค่นไททันมหาวิบัติลงได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว

สำหรับเขาตอนนี้การสังหารไททันระดับ 7 นั้นนับว่าง่ายมาก

หลังจากร่างของไททันอสูรวานรล้มลงกระแทกพื้น เด็กหนุ่มก็ไม่มีเวลามาสนใจเก็บศพเข้าช่องเก็บอันเด็ดด้วยซ้ำ เขายังคงพุ่งทะยานไปยังเมืองหย่งเย่ต่อไป

แล้วเขาก็ตระหนักได้ว่าภายในเวลาไม่ถึงปี พลังของเขาได้เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดไปหลายขั้น

แม้ว่าเขายังไม่แข็งแกร่งพอที่จะเปลี่ยนทิศทางการต่อสู้ในสนามรบได้จริง ๆ แต่เขาก็ยังคงเป็นกำลังสำคัญที่น่าจับตามองคนหนึ่ง

แต่… ถ้าเขาปกป้องคนที่อยากจะปกป้องไม่ได้ แบบนั้นมันจะไปมีประโยชน์อะไร?

พอคิดถึงเรื่องนี้หลินหยวนก็กำหมัดแน่น

ทันใดนั้นภาพของฉู่อวี้ก็ปรากฏขึ้นในความคิดอีกครั้ง เขายังคงจำวันที่เขาปฏิเสธไม่เข้าร่วมกองทัพจนทำให้ทุกคนผิดหวังได้ขึ้นใจ

วันนั้นมีเพียงฉู่อวี้ที่มายืนอยู่ตรงหน้าเขา

เธอพูดกับเขาว่า

หลินหยวน แม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่านายกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ในเมื่อนายอยากอยู่อย่างปลอดภัยในแนวหลัง ดังนั้นครั้งนี้… ฉันจะปกป้องนายเอง

ตอนนั้นน้ำเสียงของเด็กสาวทั้งอ่อนโยนและหนักแน่น

และขณะนี้ผู้หญิงที่บอกว่าจะปกป้องเขาอาจจะต้องตายอยู่ในเมืองหย่งเย่ในอีก 7 วันข้างหน้า

ทหารในกองทัพกินหญ้าแทนข้าวกันไปหมดแล้วหรือไง?!

ฉู่อวี้เป็นถึงผู้สืบทอดมรดกไททันศักดิ์สิทธิ์ที่ยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ แต่กองทัพกลับส่งเธอไปปฏิบัติภารกิจที่อันตรายแบบนี้

และถึงแม้ว่าแผนการลับจะรั่วไหลออกมาแล้ว แต่กองทัพก็ยังไม่ยอมล้มเลิกปฏิบัติการอยู่ดี

พอคิดถึงเรื่องนี้ดวงตาของหลินหยวนก็เหมือนมีไฟลุกโชนอยู่ด้านใน

ในเมื่อกองทัพไม่สนใจความเป็นความตายของฉู่อวี้

ถ้าอย่างนั้นเขาก็จะไปช่วยเธอเอง!!

แนวป้องกันในด่านแรก

ในห้องประชุมกองบัญชาการทหาร

ขณะนี้เหล่านายพลระดับสูงของกองทัพทั้งหมดได้มารวมตัวกันอยู่ภายในห้องนี้

แน่นอนว่ารวมถึงเฝิงเจิ้งกั๋วด้วย

“ปฏิบัติการบุกเมืองหย่งเย่เริ่มต้นขึ้นแล้วเหรอ?” ชายผมขาวคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยสีหน้าบึ้งตึง

เฝิงเจิ้งกั๋วรีบตอบทันทีว่า “หลี่หวงเหยียนกับฉู่อวี้พร้อมที่จะเดินทางไปยังเมืองหย่งเย่แล้ว”

ทันใดนั้นชายสูงวัยอีกคนในชุดทหารก็พูดขึ้นว่า “แต่แผนปฏิบัติการเมืองหย่งเย่รั่วไหลจนแพร่ไปทั่วกองทัพแล้วนะ!”

“เฝิงเจิ้งกั๋ว คุณมีอะไรมารับประกันได้ว่าข่าวนี้จะไม่ไปถึงหูพวกไททัน?!” สิ้นเสียงพูด ทุกคนบนโต๊ะประชุมก็จับจ้องไปที่นายพลเฝิงพร้อมกัน

แต่เฝิงเจิ้งกั๋วกลับย้ำหนักแน่นว่า “ผมยอมรับว่าเหตุการณ์ที่มีข้อมูลรั่วไหลออกไปแบบนี้เป็นความผิดของผมเอง เป็นเพราะผมไม่ควบคุมดูแลหลี่หวงเหยียนให้ดีจนทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น” เขาใช้คำพูดชี้นำอย่างชาญฉลาด

ในตอนแรกเขายอมรับว่านั่นเป็นความผิดของตัวเองจนทำให้ทุกคนยอมเงียบเสียง จากนั้นเขาก็โยนความผิดให้กับหลี่หวงเหยียนโดยชี้แจงให้ทุกคนในที่นี้ทราบว่าชายผมแดงเป็นคนปล่อยข่าวให้หลุดรอดออกไปเอง

แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือ ชายผมหงอกกลับพูดว่า “ในเมื่อคุณยอมรับว่านี่เป็นความผิดของคุณ ถ้าอย่างนั้นคุณก็กลับไปพิจารณาตัวเองก่อนเถอะ สำหรับการปฏิบัติการในครั้งนี้ ผมคิดว่าเราควรยกเลิกไปก่อนดีกว่า”

“ในสถานการณ์ปัจจุบันเราจะรับความเสี่ยงแบบนั้นได้ยังไงกัน ถ้าเผ่าไททันรู้แผนการของเราแล้ว พวกมันคงจะเตรียมตั้งรับอย่างเต็มที่”

“ทุกคนที่อยู่ที่นี่คงรู้ดีว่าผู้สืบทอดมรดกของไททันศักดิ์สิทธิ์นั้นมีความหมายต่อเรายังไงบ้าง ไม่ว่ายังไงเราก็ไม่มีทางปล่อยให้ฉู่อวี้ไปตายฟรีได้หรอก!” หลังจากชายคนนั้นพูดจบ ทุกคนที่อยู่ในห้องต่างก็พากันปิดปากเงียบ

ในขณะนั้นไม่มีใครแสดงความคิดเห็นออกมาเลยสักคน ชายชราผมขาวจึงกวาดตาคมกริบมองไปรอบ ๆ

จากนั้นเขาก็พูดขึ้นว่า “ถ้าไม่มีใครคัดค้านอะไร ก็เอาตามที่ผมสั่งก็แล้วกัน จัดการยกเลิกแผนโจมตีเมืองหย่งเย่ทันที อย่าให้เกิดข้อผิดพลาดเด็ดขาด!”

ทันทีที่ชายผมหงอกกล่าวจบ เสียงของเฝิงเจิ้งกั๋วก็ดังขึ้น “ผมขอคัดค้าน!”

ในขณะนั้นนายพลเฝิงลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า “แผนโจมตีเมืองหย่งเย่ยกเลิกไม่ได้เด็ดขาด ทุกท่านคงรู้ว่าสถานการณ์ในแนวหน้าตอนนี้เลวร้ายมากแค่ไหน ในทุกวินาทีมีทหารหลายร้อยคนต้องจบชีวิตลง ตอนนี้แนวป้องกันชั้นแรกได้มาถึงทางตันแล้ว มันพร้อมจะพังทลายได้ทุกเมื่อ”

“ทุกท่าน ลองคิดดูนะว่าถ้าแนวป้องกันชั้นแรกพังลง ฝ่ายเราจะมีคนตายกี่คนกัน หลายล้านคน? หรือหลาย 10 ล้านคน?! แต่ตอนนี้ในที่สุดเราก็หาทางออกได้แล้ว เรามีโอกาสบุกเข้าไปยังดินแดนของศัตรูภายใต้แรงกดดันมหาศาลแบบนี้ได้จริง ๆ ในเมื่อมีโอกาสทำไมเราไม่คิดจะลองกันล่ะ?”

“เป็นเพราะความเสี่ยงที่แผนการรั่วไหลออกไปงั้นเหรอ? ถ้าถามผม พวกคุณมันก็แค่ไอ้พวกขี้ขลาดที่ไม่กล้าเสี่ยง ในเมื่อทุกคนกลัวว่าแผนการนี้จะล้มเหลว ถ้าอย่างนั้นผมจะเป็นคนรับผิดชอบเอง! ผมจะเดินทางไปกับพวกหลี่หวงเหยียนเพื่อต่อสู้กับไททันไกอัส!”

“ถึงแม้ว่าพวกไททันจะล่วงรู้แผนการของเราจริง ๆ แล้วล้อมรั้วเมืองหย่งเย่เอาไว้ ผมก็จะไปช่วย 2 คนนั้นออกมาให้ได้! ต่อให้ผมต้องเอาชีวิตไปทิ้งที่เมืองหย่งเย่ ผมขอรับประกันเลยว่าผมจะพาทั้ง 2 คนกลับมาอย่างปลอดภัย!”

ขณะนี้ดวงตาของเฝิงเจิ้งกั๋วแข็งกร้าวราวกับสัตว์ป่าที่กำลังล่าเหยื่อ ร่างกายผอมบางของเขาโน้มไปข้างหน้าพร้อมกับพูดเสียงหนักแน่น “ตอนนี้ผมเชื่อว่าแผนการบุกโจมตีเมืองหย่งเย่ควรจะดำเนินการต่อไป มีใครคัดค้านหรือเปล่า!”

ทุกคนในที่ประชุมต่างมีแววตาสั่นไหวขณะกำลังพิจารณาถึงข้อดีข้อเสียของแผนการนี้

แม้แต่ชายผมขาวที่เคยคัดค้านความคิดของเขาก่อนหน้านี้ก็ยังไม่แสดงความคิดเห็นของตัวเองในทันที

เพราะขณะนั้นไม่มีใครคาดคิดว่าเฝิงเจิ้งกั๋วจะเสนอตัวไปปฏิบัติการที่เมืองหย่งเย่ด้วยตัวเอง

ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นผู้มีพลังพิเศษแรงก์ SSS ก็ตาม แต่บ่อยครั้งที่คนที่มียศสูงอย่างเขามักจะนั่งตำแหน่งผู้มีอำนาจตัดสินใจในกองทัพมากกว่าจะเป็นผู้นำทหารออกไปต่อสู้กับไททันด้วยตัวเอง

ยิ่งไปกว่านั้น ไม่มีใครคาดคิดว่าเฝิงเจิ้งกั๋วจะยืนยันจุดยืนของตัวเองอย่างแน่วแน่เช่นนี้

สุดท้ายแล้วจุดประสงค์ในการประชุมในวันนี้คือการหารือว่าควรจะดำเนินตามแผนต่อไปหรือไม่

แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้หารือกันให้ดี เฝิงเจิ้งกั๋วก็ได้ประกาศจุดยืนของตัวเองด้วยท่าทางหนักแน่น

จบบทที่ บทที่ 101: สังหารศัตรูในดาบเดียว!

คัดลอกลิงก์แล้ว