เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 103: เมืองหย่งเย่ ไททันมังกรเพลิง

บทที่ 103: เมืองหย่งเย่ ไททันมังกรเพลิง

บทที่ 103: เมืองหย่งเย่ ไททันมังกรเพลิง


“ในตอนที่สงครามเริ่มต้นขึ้น ผู้สืบทอดไททันเซราฟคนนั้นบุกเข้าไปในค่ายของไททัน” หลี่หวงเหยียนเล่าเรื่องในอดีตให้ฉู่อวี้ฟัง

“ตอนนั้นหมอนั่นเหมือนเทพเซียนมากจริง ๆ ไม่ว่าไททันตัวไหนมาขวางหน้า ย่อมได้พบชะตากรรมเดียวกันหมดก็คือเปลี่ยนกลายเป็นเศษเนื้อ แต่ตอนนั้นดูเหมือนว่าเขาจะถูกใครบางคนล่อลวงจึงได้รุกคืบเข้าไปในค่ายศัตรู”

“ในสนามรบที่วุ่นวายขนาดนั้นไม่มีใครติดตามเขาทันเลยสักคน เขาได้บุกลึกเข้าไปแนวหลังของศัตรูเพียงลำพัง แต่สำหรับเขาแล้วเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทุกวัน เพราะก่อนหน้านี้เขามักจะต่อสู้ฝ่าแนวรบของไททันเข้าไปเพียงลำพังและสร้างความหวาดกลัวให้กับศัตรูได้มากเลยทีเดียว”

“แต่คราวนี้มันมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นซะก่อน” หลี่หวงเหยียนเว้นจังหวะพูด ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ในตอนที่เขาฝ่าเข้าไปในแนวหลังของค่ายไททัน… จู่ ๆ ก็มีกำแพงร่วงลงมาจากท้องฟ้า กำแพงกั้นนี้กันทหารคนอื่น ๆ ไม่ให้เข้าไปประชิดตัวเขา กองทัพจึงรู้ได้ทันทีว่าเกิดเรื่องขึ้นแล้วก็เลยส่งกำลังเสริมเข้าไปพยายามฝ่ากำแพงกั้นเพื่อไปช่วยผู้สืบทอดคนนั้น”

“แต่ตอนที่กำแพงกั้นถูกทำลายลงแล้ว กองทัพไททันก็ถอยทัพออกไป จากการสืบสวนของกองทัพพบว่ามีร่องรอยการต่อสู้ของผู้สืบทอดอยู่ด้านหลังกำแพงนั้น แต่กลับไม่พบร่างของเขา และหลังจากนั้นเขาก็ไม่เคยปรากฏตัวให้เห็นอีกเลย”

“ดังนั้นจึงมีข่าวลือออกมาอยู่พักหนึ่งว่าเขาถูกไททันสะกดจิตจนไปเข้าร่วมกับเผ่าไททัน บางคนยังอ้างว่าหลังกำแพงนั้นเป็นไททันระดับ 9 ที่ลงมือสังหารผู้สืบทอดด้วยตัวเอง”

ไททันระดับ 9!

ฉู่อวี้ที่ได้ยินแบบนี้ก็รู้สึกสับสนไม่น้อย

เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าผู้สืบทอดมรดกไททันเซราฟจะมีพลังที่น่าเกรงขามได้ถึงเพียงนี้

และในสายตาของกองทัพคงมีเพียงไททันระดับ 9 เท่านั้นที่จะฆ่าเขาได้

ทว่าในประวัติศาสตร์ ไททันระดับ 9 ไม่เคยปรากฏตัวในสนามรบมาก่อน

แต่ก็ไม่มีใครรู้เลยว่าไททันระดับ 9 ในตำนานนั้นทรงพลังมากแค่ไหน

หลังจากคิดแบบนี้เด็กสาวจึงถามต่อไปว่า “ท่านนายพลหลี่ คุณคิดว่าทฤษฎีไหนเป็นไปได้มากกว่ากันเหรอคะ?”

“ฉันเหรอ?” หลี่หวงเหยียนยิ้มแล้วตอบว่า “ตอนนั้นฉันยังเป็นทหารใหม่จะไปเข้าใจเรื่องพวกนี้ได้ยังไงกัน? แต่ไม่ว่าจะเป็นข่าวลือไหนก็ยังมีช่องโหว่ที่สำคัญอยู่ดี ดังนั้นจนถึงทุกวันนี้การหายตัวไปของเจ้านั่นเลยยังเป็นปริศนา”

ฉู่อวี้พยักหน้าตอบกลับไปว่า “ถ้าเขาไม่ได้แปรพักตร์ ฉันก็หวังว่าเขาจะยังมีชีวิตอยู่ เพราะถึงยังไงเขาก็ได้สร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ให้กับประเทศของเรา”

ชายผมแดงพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่”

“ว่าแต่ผู้สืบทอดคนนั้นชื่ออะไรเหรอคะ?” ตอนนั้นเองเด็กสาวเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังไม่รู้ชื่อของอีกฝ่าย

หลี่หวงเหยียนเม้มปาก หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่งในที่สุดเขาก็นึกขึ้นได้ว่า “นี่ก็ผ่านมานานมากแล้ว… ชื่อของผู้ชายคนนั้นโดดเด่นมากทีเดียว เขาแซ่โจว ชื่อเต็มของเขาก็คือโจวเทียนเต้า!”

โจวเทียนเต้า

ฉู่อวี้ท่องชื่อนั้นในใจ

ผู้สืบทอดคนนี้มีค่าความเข้ากันถึง 98% เป็นตำนานที่หลี่หวงเหยียนกล่าวถึงและเป็นเป้าหมายที่เธอใฝ่ฝัน

สักวันหนึ่งเธอจะกลายเป็นนักรบผู้ทรงพลังไปยืนเคียงข้างหลินหยวน และต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเขา

“เอาล่ะ เลิกพูดถึงเรื่องนี้กันเถอะ” ชายผมแดงเหม่อมองไปที่เส้นขอบฟ้า “ตอนนี้ใกล้รุ่งสางแล้ว ถึงเวลาที่เราต้องออกเดินทางกันสักที”

3 วันต่อมา ที่สนามรบในแนวหน้า

เด็กหนุ่มสวมหน้ากากสีดำกำลังฝ่ากองศพมุ่งไปข้างหน้าเรื่อย ๆ

นี่คือสนามรบของจริงที่อยู่นอกแนวป้องกันชั้นแรก

ก่อนหน้านี้หลินหยวนเคยเห็นภาพที่โหดร้ายแบบนี้ในตำราเรียนเท่านั้น

ภาพเบื้องหน้าเขาก็คือภาพซากศพที่กระจัดกระจายเกลื่อนพื้น โดยที่เลือดไหลนองย้อมแผ่นดินไปทั่ว

ทุกแห่งทุกหนล้วนเต็มไปด้วยศพของไททันและมนุษย์

บางจุดมีแมลงวันสีดำบินวนอยู่เหนือซากศพคอยดูดกินเศษซากที่เน่าเปื่อย

พร้อมกันนั้นก็มีกลิ่นเน่าผสมกลิ่นคาวเลือดฉุนจมูกจนทำให้อยากจะอาเจียนออกมา

แม้แต่หลินหยวนเองก็ยังรู้สึกคลื่นไส้ไม่น้อยเมื่อเห็นภาพที่ปรากฏ

3 วันที่ผ่านมาเขาไม่ได้นอนเลย ตั้งแต่เดินทางออกจากป้อมปราการสงครามในแนวที่ 3 ในที่สุดเขาก็มาถึงแนวป้องกันด่านแรกวันนี้

แต่ภาพที่เหมือนอยู่ในนรกเบื้องหน้าทำให้เด็กหนุ่มสะเทือนใจมาก

นี่คือสนามรบที่แท้จริง

ที่นี่คือแนวหน้า

นับตั้งแต่ที่เขาได้รับระบบ [หนทางรอด] มา เขาก็ได้ผ่านการต่อสู้มาหลายร้อยครั้ง ทั้งน้อยใหญ่ปะปนกันไป

แต่เมื่อเทียบกับสงครามจริง ๆ แล้ว การต่อสู้ที่ผ่านมานับว่าไร้ค่ามากทีเดียว

ในสนามรบตรงนี้ถูกเรียกว่าเครื่องบดเนื้อขนาดยักษ์ที่บดขยี้ทำลายทุกสิ่ง

มนุษย์กับไททันจำนวนนับไม่ถ้วนกระโจนลงไปในสนามรบแห่งนั้น ทิ้งไว้เพียงเสียงคร่ำครวญที่สิ้นหวัง เสียงกรีดร้องจากความเจ็บปวดและซากศพที่เกลื่อนกลาดไปทั่วพื้น

ทุกสิ่งเบื้องหน้าทำให้หัวใจของหลินหยวนสั่นสะท้าน

นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าตัวเองไร้พลัง

หากเขาแข็งแกร่งมากกว่านี้ เขาจะยังสามารถป้องกันไม่ให้เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้หรือเปล่า?

ถ้าหากเขาเข้าร่วมแนวหน้าเร็วกว่านี้ เขาจะช่วยชีวิตคนได้มากขึ้นหรือไม่?

หลินหยวนเดินไปท่ามกลางทะเลซากศพ ในขณะที่เขากำลังโทษตัวเอง

นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกไม่มั่นใจ

เป็นครั้งแรกที่เขาสงสัยในตัวเองว่าเลือกถูกหรือเปล่า

เพราะถ้าหากเขาแข็งแกร่งมากพอ เขาก็จะสามารถขับไล่ไททันทั้งหมดออกไปจากโลกได้

ด้วยเหตุนี้เองหลินหยวนจึงเลือกที่จะอยู่ในแนวหลัง อดทนแบกรับความเจ็บปวดรอคอยให้วันนั้นมาถึงเงียบ ๆ

แต่… คนที่ตายไปแล้วล่ะ?

พวกเขาจะไม่มีวันได้เห็นวันคืนอันสงบสุข

ชีวิตของพวกเขาถูกฝังกลบไปตลอดกาลในสนามรบที่โหดร้ายนี้

“ผมขอโทษ” หลินหยวนหยุดยืนแล้วพึมพำเบา ๆ จากนั้นเขาก็โค้งคำนับ เอ่ยประโยคนี้ออกมาด้วยความรู้สึกผิด

เขากำลังขอโทษเหล่าวีรชนผู้เสียสละ

ขณะนั้นสายลมอ่อน ๆ พัดผ่านทำให้เส้นผมของเด็กหนุ่มปลิวไปด้านหลัง

ท้องฟ้าเบื้องบนดูแจ่มใสสดชื่น

ถ้าหากไม่มีสงคราม แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าของเขาคงเป็นสถานที่ที่อุดมสมบูรณ์เหมาะสำหรับการทำกิจกรรมสนุก ๆ

บางทีในอนาคตสถานที่แห่งนี้อาจจะมีหญ้าเขียวขจีปกคลุม

เด็ก ๆ คงออกจะมาวิ่งเล่นกันอย่างอิสระและสนุกสนานบนทุ่งหญ้าเขียวขจีแห่งนี้

อนาคตแบบนี้มันช่างงดงามจริง ๆ

หลินหยวนคิดในขณะที่รอยยิ้มผุดขึ้นมุมปาก

ในเวลาเดียวกัน ภาพในหัวของเขาก็เลือนหายไปแทนที่ด้วยภาพทะเลซากศพสุดลูกหูลูกตาเบื้องหน้า

จากนั้นดวงตาของหลินหยวนก็ค่อย ๆ แข็งกร้าวขึ้นเรื่อย ๆ

“ทุกท่านที่เสียชีวิตในสนามรบแห่งนี้ ผมจะสืบทอดเจตนารมณ์ของทุกคน สักวันหนึ่ง ณ ที่แห่งนี้จะเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี ลูกหลานของทุกคนจะได้วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน และนั่งฟังเรื่องเล่าถึงวีรกรรมของบรรพบุรุษทุกคน”

“แต่ก่อนหน้านั้น… ผมจะใช้สองมือของตัวเองต่อสู้เพื่อสันติภาพที่ควรเป็นของเรา!” หลังจากเด็กหนุ่มประกาศเจตนารมณ์ของตัวเอง ดวงตาที่มองตรงไปเบื้องหน้าก็มั่นคงมากขึ้น

แล้วเขาก็ละทิ้งความอ่อนไหวเสี้ยวสุดท้ายในอก

เหนือสิ่งอื่นใด ในนั้นมีเพียงความศรัทธาอันแรงกล้าที่มุ่งมั่นจะคืนความสงบสุขให้กับโลกนี้!

หลินหยวนยังคงก้าวออกไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

ตอนนี้เขาคิดเพียงอย่างเดียวว่า เขาต้องแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้นถึงจะนำมาซึ่งสันติภาพ

การชนะสงครามในครั้งนี้จะทำให้โลกพบสันติภาพที่แท้จริง บนโลกอันแสนโหดร้าย มีเพียงคนที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่มีคุณสมบัติที่จะสร้างสันติภาพขึ้นมาได้

วิธีเดียวที่จะหลีกเลี่ยงสงครามในอนาคตก็คือจะต้องทำให้ศัตรูมองไม่เห็นโอกาสที่จะชนะได้ตั้งแต่เริ่ม!!

“ฟืดดด…” หลินหยวนสูดหายใจเข้าปอดลึก ๆ

วินาทีต่อมา ร่างเขาก็เปลี่ยนเป็นสายฟ้าหายไปจากสมรภูมิทันที

ปัจจุบันเหลือเวลาอีก 4 วัน เขาจะต้องไปถึงเมืองหย่งเย่ภายใน 4 วันให้ได้!

ภายในเมืองหย่งเย่

ร่างมหึมาของไททันอนธการ ราชาแห่งรัตติกาลยังคงนั่งอยู่บนบัลลังก์ แต่คราวนี้ไม่มีไททันตัวไหนอยู่ในตำหนักเลยเพราะมันได้ไล่ไททันพวกนั้นออกไปหมดแล้ว

ขณะนี้ไกอัสนั่งทำหน้าเครียดอยู่คนเดียวในตำหนักที่กว้างขวาง

ทันใดนั้นประตูตำหนักก็เปิดออกก่อนจะมีเสียงเยาะเย้ยดังขึ้น

“ไกอัสเอ๋ยไกอัส ข้าไม่คิดเลยว่าจะมีวันที่เจ้าตกเป็นเป้าหมายของมนุษย์พวกนั้น” ไททันตัวหนึ่งที่สูงเท่าภูเขาก้าวเข้ามาในตำหนักของผู้เป็นราชา

ไททันตัวนั้นรอบกายมีเปลวเพลิงลุกโชน โดยที่ใบหน้าของมันเป็นหัวมังกรสีแดงเพลิง

พอมันก้าวเข้ามาในตำหนัก มุมที่เคยมืดสลัวก็สลายไปเพราะเปลวเพลิงที่ล้อมรอบตัวมัน

ไกอัสที่ได้ยินอย่างนั้นก็ขมวดคิ้วและทำหน้าเคร่งเครียดมากยิ่งขึ้น “หลงเยี่ยน ใครอนุญาตให้เจ้าเข้ามาในตำหนักของข้า?”

ไททันที่ผลักเปิดประตูเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตก็เป็นไททันมหันตภัยเช่นเดียวกัน

และมันคือ… ไททันมังกรเพลิงตัวเดียวกับที่ทำให้หลินเทียนเชวี่ยต้องมีสภาพแบบในปัจจุบัน!

“ตำหนัก? นี่คือตำหนักของเจ้าเหรอ?” ‘หลงเยี่ยน’ หัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ถ้าเจ้าไม่บอกข้า ข้าคงไม่รู้เลยว่าที่ซอมซ่อเช่นนี้เป็นตำหนักของเจ้า!”

ปัง!!

ทันทีที่ไททันมังกรเพลิงกล่าวจบ ไกอัสก็กระแทกฝ่ามือลงบนบัลลังก์พร้อมถามเสียงเย็นชาว่า “หลงเยี่ยน เจ้ากำลังยั่วโมโหข้างั้นรึ!”

จบบทที่ บทที่ 103: เมืองหย่งเย่ ไททันมังกรเพลิง

คัดลอกลิงก์แล้ว