- หน้าแรก
- ตัวข้านี่แหละคือสมบัติชาติ
- บทที่ 246 - ความลับ ฉีกเกราะด้วยมือเปล่า?
บทที่ 246 - ความลับ ฉีกเกราะด้วยมือเปล่า?
บทที่ 246 - ความลับ ฉีกเกราะด้วยมือเปล่า?
“โฮสต์ คนเผ่าอู๋ชางนั้นหาได้ยากยิ่ง พวกเขามีความเร็วในการสร้างเลือดเร็วกว่าคนปกติถึงสามเท่า แต่นี่ไม่ใช่ความพิเศษของพวกเขา หลังจากที่คนเผ่าอู๋ชางบรรลุนิติภาวะแล้ว ยีนของพวกเขาจะได้รับการวิวัฒนาการโดยอัตโนมัติหนึ่งครั้ง หลังจากวิวัฒนาการแล้ว ความเร็วในการสร้างเลือดใหม่ในร่างกายของคนเผ่าอู๋ชางที่บรรลุนิติภาวะแล้วจะกลายเป็นห้าเท่า จากนั้นเลือดของพวกเขาก็จะสามารถนำไปใช้ในการผลิตยาเสริมสร้างยีนขั้นสุดยอดได้!”
“นี่เป็นหนึ่งในวัตถุดิบไม่กี่ชนิดในจักรวาลที่สามารถนำไปผลิตยาเสริมสร้างยีนขั้นสุดยอดได้โดยตรง มีคุณค่ามหาศาล!”
“ในขณะเดียวกัน คนเผ่าอู๋ชางสามารถวิวัฒนาการเป็นสุดยอดนักรบได้โดยไม่ต้องใช้ยาเสริมสร้างยีน!”
“คนเผ่าอู๋ชางที่บรรลุนิติภาวะแล้วและผ่านการฝึกฝนอย่างมืออาชีพ จะเป็นสุดยอดนักรบที่เก่งกาจที่สุดในจักรวาล พวกเขาสามารถอยู่รอดได้ในสภาพอากาศที่หนาวจัด”
“นอกจากนี้ เลือดและเนื้อของคนเผ่าอู๋ชางยังสามารถนำไปใช้เป็นยาได้ ผลิตเป็นยาพิเศษที่สามารถรักษาโรคใหม่ ๆ บางชนิดในจักรวาลได้ และยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของยาเสริมสร้างยีนได้อีกด้วย!”
ระบบพูดจาที่น่าตกใจออกมา
“โฮสต์ อาจกล่าวได้ว่าคนเผ่าอู๋ชางนั้น ทั้งตัวล้วนเป็นสมบัติล้ำค่า ครั้งนี้ท่านโชคดีมากจริง ๆ ที่ได้พบกับคนเผ่าอู๋ชางที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ รออีกสักพักหลังจากที่เขาบรรลุนิติภาวะแล้ว แม้จะไม่ต้องสกัดเลือด ก็ยังสามารถฝึกฝนเขาให้เป็นสุดยอดนักรบได้ สุดยอดนักรบเผ่าอู๋ชางนั้น สามารถฉีกเกราะด้วยมือเปล่าได้เลยนะ!”
คำพูดของระบบทำให้หลินหยางตกใจอย่างมาก!
ฉีกเกราะด้วยมือเปล่า??
จำเป็นต้องเหลือเชื่อขนาดนี้เลยเหรอ?
“ระบบ เจ้าบอกว่านักรบเผ่าอู๋ชางสามารถสู้กับเกราะได้ตัวต่อตัวอย่างนั้นหรือ?” หลินหยางรู้สึกว่ามันเกินจริงไปหน่อย
เขาจินตนาการไม่ออก
“โฮสต์ พูดให้ถูกก็คือไม่ใช่การสู้ตัวต่อตัว ท้ายที่สุดแล้วบนเกราะก็มีอาวุธสุดยอดอยู่ ที่ระบบพูดว่าฉีกเกราะด้วยมือเปล่านั้น หมายถึงพละกำลังของพวกเขามหาศาล ความเร็วก็เร็วมาก ประมาณว่าเหมือนกับซูเปอร์แมนในหนังไซไฟฟอร์มยักษ์ที่ท่านเคยดู พวกเขาเป็นสุดยอดนักรบโดยกำเนิด หากได้อาวุธยุทโธปกรณ์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อพวกเขาโดยเฉพาะ ก็อาจเรียกได้ว่าเป็นเครื่องจักรสังหาร!”
“ซู... ซูเปอร์แมน...” หลินหยางกระพริบตา ตกใจยิ่งกว่าเดิม
“ใช่แล้ว โฮสต์ คนเผ่าอู๋ชางนั้นแข็งแกร่งเช่นนี้ ถอยก็สามารถใช้เลือดผลิตยาเสริมสร้างยีนได้ รุกก็สามารถฝึกฝนให้เป็นสุดยอดนักรบได้ เป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์ที่พิเศษอย่างแท้จริงไม่กี่เผ่าพันธุ์ในจักรวาล”
“ยาเสริมสร้างยีนที่ข้าเคยใช้ซึ่งเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกายได้ห้าเท่า ใช่ทำมาจากเลือดของคนเผ่าอู๋ชางหรือเปล่า?” หลินหยางนึกถึงยาเสริมสร้างยีนขวดนั้นที่เขาเคยสุ่มได้ขึ้นมาทันที
“โฮสต์ ยาเสริมสร้างยีนที่ท่านเคยใช้ไม่ได้ทำมาจากเลือดของคนเผ่าอู๋ชาง ยาเสริมสร้างยีนที่ทำมาจากเลือดของคนเผ่าอู๋ชางนั้นมีประสิทธิภาพที่แข็งแกร่งกว่า และมีเพียงไม่กี่อารยธรรมเท่านั้นที่มีความสามารถในการผลิตยาเสริมสร้างยีนขั้นสุดยอดจากเลือดของคนเผ่าอู๋ชาง”
“เอ่อ...” หลินหยางชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วก็สงสัยขึ้นมา “ในเมื่อเผ่าอู๋ชางทั้งตัวเป็นสมบัติล้ำค่า แถมยังเก่งกาจขนาดนี้ ก็น่าจะโด่งดังมากสิ แล้วทำไมเขาถึงถูกจับมาเป็นทาสได้ล่ะ คนของจักรวรรดิสายฟ้าแดงจำไม่ได้หรือ?”
“โฮสต์ คนเผ่าอู๋ชางในปัจจุบันนั้นหายากมาก เลือดของพวกเขาเป็นวัตถุดิบยาเสริมสร้างยีนขั้นสุดยอดที่ล้ำค่าที่สุด เลือดเนื้อก็เป็นวัตถุดิบยา ในสถานการณ์เช่นนี้ ทั้งเผ่าพันธุ์ของพวกเขาก็ไม่กล้าที่จะปรากฏตัวออกมาง่าย ๆ ต้องย้ายถิ่นฐานไปทั่วจักรวาลอยู่บ่อยครั้งเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกค้นพบ”
“แม้ว่าพวกเขาจะสามารถกลายเป็นสุดยอดนักรบได้ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับอารยธรรมสุดยอดเหล่านั้น เผ่าอู๋ชางก็ยังคงอ่อนแอเกินไป หลังจากที่เลือดและเลือดเนื้อของพวกเขาถูกค้นพบว่าสามารถใช้ผลิตยาเสริมสร้างยีนและเพิ่มประสิทธิภาพของยาเสริมสร้างยีนได้ ก็เคยถูกอารยธรรมสุดยอดต่าง ๆ ไล่ล่าอยู่ช่วงหนึ่ง ทั้งเผ่าพันธุ์ล้มตายไปนับไม่ถ้วน ถูกจับไปทำเป็นยาเสริมสร้างยีนจนหมด”
“จากนั้นเผ่าอู๋ชางก็เริ่มเสื่อมถอยลง สิบส่วนเหลือไม่ถึงหนึ่งส่วน ตอนนี้น่าจะอยู่ในสภาพที่ใกล้จะสูญพันธุ์แล้ว และข่าวเกี่ยวกับเผ่าอู๋ชาง ก็ยังถูกอารยธรรมสุดยอดบางแห่งปิดกั้นไว้ พวกเขาไม่อยากให้คนอื่นรู้ถึงการมีอยู่ของเผ่าอู๋ชาง”
“อารยธรรมอย่างจักรวรรดิสายฟ้าแดง โดยพื้นฐานแล้วไม่มีคุณสมบัติที่จะรู้ข้อมูลโดยละเอียดของเผ่าอู๋ชาง ดังนั้นคนในตลาดค้าทาสบนดาวกุยอวิ๋นจึงเพียงแค่ขายชางเหมี่ยวเป็นเครื่องผลิตเลือดเป็นจุดขายเท่านั้น!”
ระบบได้เปิดเผยข้อมูลที่อาจเรียกได้ว่าเป็นความลับสุดยอดออกมา
จิตใจของหลินหยางซับซ้อน
เผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่ง เพียงเพราะเลือดและเลือดเนื้อของตนเองสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ก็เลยถูกอารยธรรมชั้นนำในจักรวาลไล่ล่าไปทั่ว สุดท้ายก็กลายเป็นผู้ลี้ภัย หลบหนีไปทั่วทุกสารทิศ
เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะดีใจหรือไม่ที่มนุษย์บนดาวสีน้ำเงินไม่มีประโยชน์อะไรมากนัก
“โฮสต์ ระบบได้ตรวจสอบชางเหมี่ยวแล้ว เขาใกล้จะบรรลุนิติภาวะแล้วในอีกไม่กี่วัน ถึงตอนนั้นเขาก็จะวิวัฒนาการด้วยตนเองหนึ่งครั้ง ครั้งนี้โชคดีมากจริง ๆ ถ้าหากมาช้าไปอีกไม่กี่วัน ก็คงจะถูกคนในตลาดค้าทาสค้นพบว่ายีนของเขาจะวิวัฒนาการโดยอัตโนมัติแล้ว”
“คนในตลาดค้าทาสก็โชคดีเหมือนกันนะ ที่จับคนเผ่าอู๋ชางมาได้คนหนึ่ง ไม่รู้จริง ๆ ว่าเจ้านี่ถูกจับมาได้อย่างไร ตามปกติแล้ว ในฐานะที่เป็นคนเผ่าอู๋ชาง ก็น่าจะซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ห่างไกลต่าง ๆ ในจักรวาลสิ ทำไมถึงมาปรากฏตัวที่นี่ แล้วยังถูกคนในตลาดค้าทาสจับไปอีก”
ระบบถอนหายใจออกมาอย่างรู้สึกเสียดายก่อน แล้วก็มีความสงสัยอยู่บ้าง
หลินหยางยักไหล่ “เดี๋ยวถามดูก็รู้เอง”
“โฮสต์ ระบบแนะนำว่าท่านอย่าเพิ่งถามเลย เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการบรรลุนิติภาวะของเขา รอให้เขาบรรลุนิติภาวะในอีกไม่กี่วันข้างหน้าแล้วค่อยถามเถอะ”
“อ้อ... ได้” หลินหยางพยักหน้า แล้วก็ถาม “ในเมื่อเขาเป็นคนเผ่าอู๋ชาง ตอนนี้ข้าซื้อมาแล้ว รู้สึกว่าอาจจะเพิ่มความเสี่ยงได้นะ หากมีคนจำได้ขึ้นมา นี่มันเรื่องใหญ่เลยนะ”
เขาปวดหัวเล็กน้อยว่าจะจัดการกับชางเหมี่ยวอย่างไรดี
แม้ว่าชางเหมี่ยวทั้งตัวจะเป็นสมบัติล้ำค่า แต่ตอนนี้เขาก็ยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับกฎเกณฑ์อันเย็นชาของจักรวาลได้อย่างสมบูรณ์
การที่จะลงมือกับเด็กหนุ่มที่เพิ่งจะบรรลุนิติภาวะ เขารู้สึกว่ามันขัดกับความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของตัวเอง
ตอนที่ฆ่าโซโรเขาไม่ลังเล นั่นก็เพราะว่าโซโรเป็นผู้บุกรุก
แต่ชางเหมี่ยวเป็นเพียงทาส แม้ว่าเขาจะมีสิทธิ์ที่จะจัดการกับเขาได้อย่างเต็มที่ แต่ถ้าทำอย่างนั้น เขาก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้แตกต่างอะไรจากผู้บุกรุกเลย
แต่การเก็บชางเหมี่ยวไว้ ก็เหมือนกับเก็บระเบิดเวลาไว้กับตัว
หากมีคนค้นพบว่าชางเหมี่ยวเป็นคนเผ่าอู๋ชาง นั่นก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ยิ่งกว่าเดิม
“โฮสต์ ระบบเข้าใจความรู้สึกของท่านเป็นอย่างดี คนเผ่าอู๋ชางนั้นหาได้ยากยิ่ง ท่านสามารถฝึกฝนเขาให้เป็นสุดยอดนักรบเพื่อเป็นผู้ช่วยของท่านได้ และท่านก็ไม่จำเป็นต้องใช้เลือดของเขาในการผลิตยาเสริมสร้างยีน เพราะว่าระบบมีของที่ดีกว่านั้น ที่ระบบให้ท่านซื้อเขาก็เพราะว่าตอนนี้ท่านขาดผู้ช่วยที่ไว้ใจได้!”
“โอ้? เจ้ามียาเสริมสร้างยีนที่ดีกว่านี้อีกเหรอ?” ดวงตาของหลินหยางเป็นประกาย
“ใช่แล้ว โฮสต์ เมื่อบรรลุเงื่อนไขบางอย่างแล้ว ท่านสามารถสุ่มหรือแลกเปลี่ยนยาเสริมสร้างยีนที่ดีกว่านี้ได้จากระบบ ท่านไม่จำเป็นต้องลงมือกับชางเหมี่ยว และระบบก็มีวิธีที่จะทำให้คนอื่นไม่สามารถค้นพบได้ว่าเขาเป็นคนเผ่าอู๋ชาง”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ฝึกฝนเขาให้เป็นสุดยอดนักรบก่อนแล้วกัน” เมื่อหลินหยางได้ยินดังนั้น ก็ตัดสินใจได้ทันที
“รับทราบ โฮสต์ ระบบจะส่งวิธีการฝึกฝนให้ท่านในภายหลัง ฝึกฝนตามแผนก็จะสามารถฝึกฝนชางเหมี่ยวให้เป็นสุดยอดนักรบเผ่าอู๋ชางได้ จากนั้นระบบจะสร้างชุดเกราะให้เขาโดยเฉพาะ ถึงตอนนั้น เขาคนเดียวก็สามารถทำลายล้างกองทัพสำรวจระดับเดียวกันได้ทั้งกองทัพ!!”
หลินหยางตกใจในทันที “ระบบ เจ้าไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม? คนเดียวสามารถทำลายล้างกองยานสำรวจของอารยธรรมเทคโนโลยีได้ทั้งกองยานเลยเหรอ??”
(😘😘จากผู้แปลครับ ตอนแถมที่ 6😘😘)
(ถ้าชอบอย่าลืมกดดาวกันนะครับ)
[จบแล้ว]