- หน้าแรก
- ย้อนอดีตลิขิตวิถีเทวะ!
- บทที่ 2 : นางเพียงสงสารเขา
บทที่ 2 : นางเพียงสงสารเขา
บทที่ 2 : นางเพียงสงสารเขา
บทที่ ๒: นางเพียงสงสารเขา
【สามารถเข้าสู่อดีตชาติ: ปณิธาน·จิตวิญญาณช่างฝีมือ】
【จิตวิญญาณช่างฝีมือ: ทุ่มเทจิตใจแกะสลักมังกรหงส์ พลาดพลั้งคราเดียวทำลายจิตวิญญาณช่าง อดีตชาติวิถีชะตา—จิตวิญญาณช่าง (ขาวเจิดจ้า·เลิศล้ำ, ลดระดับสองขั้น, ยังมิได้ปลุกพลัง), สามารถพลิกผันหยินหยาง สลับสับเปลี่ยนฟ้าดิน สามารถได้รับบุพเพวาสนาแห่งเหตุและผล】
ในห้วงภวังค์
ซูไป๋เนี่ยนคล้ายเห็นบิดาผู้หนึ่งกำลังสั่งสอนบุตรธิดาทั้งสองอย่างตั้งอกตั้งใจ แกะสลักมังกรวาดหงส์ เศษไม้ปลิวว่อน
ภาพพลันเปลี่ยน
บุตรชายผู้เกเรเมื่อเติบใหญ่เพราะลุ่มหลงการพนันและสตรี ถูกคนตัดนิ้วมือ
บุตรสาวแต่งงานไปแดนไกล สิบปีมิได้กลับมา
บิดาชราผู้ทุ่มเทเรี่ยวแรงจนหมดสิ้น ใช้มืออันสั่นเทาแกะสลักรูปปั้นมังกรหงส์ทะยานบินคู่สุดท้าย เมื่อกำลังจะลงมีดครั้งสุดท้าย มีดแกะสลักกลับร่วงหล่น...จากโลกนี้ไปพร้อมกับความเสียใจอันไร้ที่สิ้นสุด
ภาพเลือนหายไป ข้อมูลสายหนึ่งก็หลั่งไหลเข้าสู่ห้วงสำนึก
ซูไป๋เนี่ยนเข้าใจความหมายในทันที
วิถีชะตาในอดีตชาติ สืบทอดสู่ปัจจุบัน
วิถีชะตาระดับขาวเจิดจ้า เหลืองสว่าง ครามน้ำทะเล ก็ยังแบ่งย่อยเป็นระดับสามัญ ชั้นเลิศ และเลิศล้ำอีกด้วย
ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของชีวิตในอดีตชาติ เมื่อสรรพชีวิตเวียนว่ายตายเกิด วิถีชะตาจะลดระดับลงหนึ่งถึงสามขั้นโดยธรรมชาติ บิดาชราในอดีตชาติเดิมทีได้ฝึกฝนวิถีชะตา ‘จิตวิญญาณช่าง’ จนถึงระดับ ‘ขาวเจิดจ้า·เลิศล้ำ’ แล้ว
ท้ายที่สุดเพราะพลังใจหมดสิ้นจึงลดระดับลงสองขั้น ชาตินี้จึงได้เพียงวิถีชะตาจิตวิญญาณช่างระดับสามัญเป็นจุดเริ่มต้น
ถึงกระนั้น
ก็ยังดีกว่าวิถีชะตาเขยแต่งเข้าบ้านอันไร้ประโยชน์ของซูไป๋เนี่ยนอยู่มากโข!
บัดนี้เขาได้รับมัจฉาโลกีย์ของอีกฝ่าย สามารถเลือกที่จะเข้าสู่อดีตชาติของอีกฝ่ายเพื่อพลิกฟ้าคว่ำปฐพี หรือสร้างสรรค์ชีวิตที่เป็นของตนเองขึ้นมา
และวิถีชะตาที่เขาสร้างขึ้นในอดีตชาติ
จะไม่ลดระดับ!
“รอกลับถึงบ้าน จะเข้าสู่อดีตชาติทันที”
ซูไป๋เนี่ยนรู้สึกร้อนใจอยู่บ้างแล้ว
ในชั่วขณะนั้นเอง
ปลาน้อยสีขาวที่กำลังจะถูกดูดกลืนเข้าสู่ตำหนักชะตา พลันสะบัดหางอย่างแรง กลับหลุดออกจากธารกาลเวลาไปได้ หายวับไปในพริบตา
“เกิดอะไรขึ้น?”
ซูไป๋เนี่ยนหันขวับไปมองบุรุษวัยกลางคนที่เดินจากไปโดยสัญชาตญาณ
เขากำลังยื่นปลาไม้แกะสลักให้เด็กหนุ่มรุ่นกระทงผู้หนึ่ง พร้อมกับพูดอะไรบางอย่าง ทว่าอีกฝ่ายกลับโยนมันทิ้งลงพื้นอย่างรังเกียจ ทำให้ปลาน้อยแตกละเอียด
“ข้าไม่อยากเรียนแกะสลักไม้อะไรทั้งนั้น ข้าต้องการบำเพ็ญเพียร ข้าต้องการบำเพ็ญเซียนบรรลุเต๋า... ท่านคิดว่าคนอื่นมีพรสวรรค์มากกว่าข้า ตั้งใจกว่าข้า เหตุใดไม่ไปสอนเขาล่ะ! ข้าตั้งใจจะแกะให้มันห่วย ๆ เอง!”
คนทั้งสองดูเหมือนจะทะเลาะกัน
เด็กหนุ่มรุ่นกระทงสะบัดหน้าเดินจากไป ทิ้งให้บิดาชรายืนอย่างหมดหนทางอยู่ริมถนน หีบเครื่องมือที่เต็มไปด้วยเครื่องไม้เครื่องมือดูเหมือนจะค่อย ๆ กดทับเอวของเขาให้งองุ้มลง
“...”
ในใจของซูไป๋เนี่ยนปั่นป่วนซับซ้อน
เหตุการณ์เล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นในตลาดนี้ ราวกับภาพสะท้อนของผู้คนนับไม่ถ้วนในโลกหล้าอันกว้างใหญ่
ใครบ้างไม่อยากปีนป่ายสู่ที่สูง หวังจะก้าวขึ้นสู่สวรรค์ในคราเดียว?
ทว่าจะมีสักกี่คนที่สามารถบรรลุสิ่งที่ปรารถนา แกะสลักชีวิตที่ตนเองพึงพอใจ และเป็นที่พึงพอใจของทุกคนได้?
“ชีวิตที่ท่านรังเกียจ บางทีอาจเป็นสิ่งที่ผู้อื่นใฝ่ฝันถึงก็เป็นได้” ในใจของซูไป๋เนี่ยนรู้สึกขมขื่น เขาคิดถึงชะตากรรมของตนเอง
มีเสียงหนึ่งเอ่ยเสริมขึ้น: “ใช่แล้ว เด็กบ้านเหล่าหวังนั่นช่างทะเยอทะยานเกินไปหน่อย เรียนวิชามาครึ่งปี ยังสู้เจ้าหนูเจ้าตั้งใจเรียนไม่กี่วันไม่ได้เลย”
ซูไป๋เนี่ยนหันไปเห็นอาจารย์ชราที่แผงขายถังฮั่วข้าง ๆ กำลังพูดอยู่
จึงรีบประสานมือคารวะ: “คารวะท่านอาจารย์ผู้เฒ่า”
“เจ้าหนูเรียกข้าว่าเหล่าจางโถว หรือถังเหรินจางก็ได้”
ถังเหรินจางโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ พลางพูดพร่ำ: “เหล่าหวังเป็นช่างไม้ในตรอกทางตะวันตกของเมือง ปกติเป็นคนซื่อตรงทื่อมะลื่อ แต่จิตใจดีงาม สิ่งเดียวที่ไม่สบายใจก็คือเจ้าลูกชายนั่นแหละ วัน ๆ เอาแต่คร่ำครวญว่าจะบำเพ็ญเพียรเป็นเซียน”
“เอ้อ~~” เขาถอนหายใจ: “ไม่คิดบ้างเลยว่าพวกเราปุถุชนคนธรรมดาจะมีพรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียรหรือไม่ ที่บ้านจะสามารถสนับสนุนได้หรือเปล่า หนุ่มสาวเอ๋ย!”
ซูไป๋เนี่ยนก้มหน้าลงเงียบ ๆ
เขาก็มิใช่เป็นเช่นนั้นหรือ? คนหนุ่มสาวที่ทะเยอทะยานเกินตัวในปากของผู้เฒ่า
แต่เขาก็อยากจะลองช่วงชิงดูสักครั้งจริง ๆ
สายตาอันเย็นชาคู่นั้นในจวนโหว ป้ายวิญญาณของมารดาบุญธรรมที่ถูกโยนจนแตกเป็นสองเสี่ยง ซูอู่โหวที่ไม่เคยชายตามองเขาแม้แต่ครั้งเดียว การปฏิบัติอย่างโหดร้ายของนายหญิงหวัง... ล้วนเป็นเหตุผลที่เขาอยากจะช่วงชิง
ทว่าความเป็นจริงกลับกระหน่ำซ้ำเติมเขาอย่างหนักหน่วง
มัจฉาโลกีย์ที่ได้มาอย่างยากเย็นกลับหลุดลอยไปเสียแล้ว
ด้วยฝีมือแกะสลักของเขา เกรงว่าแม้แต่ปลาไม้แกะสลักตัวเดียวก็ยังขายไม่ออก
“โอกาสสักครั้ง เพียงแค่ให้ข้ามีโอกาสสักครั้ง...” ซูไป๋เนี่ยนกำหมัดแน่น
เพียงแค่ให้เขามีโอกาสเข้าสู่อดีตชาติสักครั้ง เขาจะต้องคารวะอาจารย์สักคน ตั้งใจเรียนรู้วิชาแกะสลัก จะไม่ปล่อยให้เวลาแม้เพียงน้อยนิดสูญเปล่า!
“นี่ เจ้าคนขายปลา”
พลันมีเสียงใสกระจ่างดังขึ้นเบื้องหน้า
ซูไป๋เนี่ยนเงยหน้าขึ้น
พลันเห็นเด็กสาวผู้หนึ่งยืนอยู่หน้าแผง
นางสวมชุดกระโปรงยาวลายดอกไม้เล็ก ๆ ผมเกล้ามวยคู่บนศีรษะ ดูคล้ายสาวใช้จากตระกูลใหญ่ นางกำลังเท้าสะเอว ใช้ดวงตากลมโตเป็นประกายจ้องมองซูไป๋เนี่ยน: “นี่ เรียกเจ้านั่นแหละ ปลาชั่งละเท่าไร?”
“สามเหรียญทองแดงหนึ่งตัวขอรับ นี่มิใช่ปลา แต่เป็นปลาไม้”
ซูไป๋เนี่ยนตอบโดยสัญชาตญาณ
“ข้ารู้แน่นอนว่ามิใช่ปลา คิกคิก~~ ให้เงินเจ้า” เด็กสาวหัวเราะคิกคัก ดูเหมือนจะรู้สึกว่าท่าทีของเด็กหนุ่มนั้นน่าขันนัก พลางโยนเหรียญทองแดงสามเหรียญลงไป
สายตาของซูไป๋เนี่ยนจับจ้อง
เหรียญทองแดงหมุนคว้างอยู่บนพื้น สะท้อนประกายแสงอาทิตย์ริบหรี่คล้ายความหวัง
เด็กสาวก้มลงเลือกปลาไม้ตัวหนึ่งเรียบร้อยแล้ว
เมื่อหันหลังจะจากไป พลันหันกลับมายิ้มอย่างซุกซน: “ข้าชื่อมู่อวี๋ เจ้าจะเรียกข้าว่าเสี่ยวมู่อวี๋ก็ได้นะ คนขายปลา ต้องจำข้าไว้ด้วยล่ะ!”
“ขอบคุณมากขอรับ”
ซูไป๋เนี่ยนมองแผ่นหลังของเด็กสาวที่กระโดดโลดเต้นจากไป ประสานมือคารวะอย่างจริงใจ
เขาจะจดจำนางได้อย่างแน่นอน
เด็กสาวผู้มอบความหวังให้เขาเป็นครั้งแรก
ในห้วงสำนึก
ปลาน้อยสีขาวตัวหนึ่งกำลังแหวกว่ายอย่างสนุกสนานไปยังตำหนักชะตาของเขา ‘จ๋อม’ เสียงหนึ่งดังขึ้น ปลาตัวนั้นกระโจนเข้าสู่ตำหนักชะตา ว่ายวนอยู่ข้าง ๆ วิถีชะตาเขยแต่งเข้าบ้าน ประหนึ่งเด็กสาวผู้มีชีวิตชีวาบนถนนเมื่อครู่
ดวงจิตผนึกเข้ากับมัจฉาโลกีย์ ข้อมูลสายหนึ่งพลันปรากฏขึ้น
【สามารถเข้าสู่อดีตชาติ: ปณิธาน ·ไม่พึ่งพาผู้ใด】
【ไม่พึ่งพาผู้ใด: หมื่นพันวิธีใจมุ่งสู่เต๋า หนึ่งเข็มหนึ่งด้ายไม่พึ่งใคร อดีตชาติวิถีชะตา—จิตใจเลิศล้ำ (ขาวเจิดจ้า·ชั้นเลิศ, ลดระดับหนึ่งขั้น, ยังมิได้ปลุกพลัง), สามารถพลิกผันหยินหยาง สลับสับเปลี่ยนฟ้าดิน สามารถได้รับบุพเพวาสนาแห่งเหตุและผล】
“คุณหนู ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะ”
ริมหน้าต่างโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งที่ติดถนน สตรีผู้หนึ่งเปี่ยมด้วยรัศมีสูงศักดิ์กำลังยืนอยู่
เสี่ยวมู่อวี๋กระโดดโลดเต้น เดินไปด้านหลังสตรีผู้นั้นแล้วชะโงกศีรษะมองออกไป พอดีเห็นซูไป๋เนี่ยนที่ยังคงยืนตะลึงอยู่บนถนน
“อืม”
หนิงเจาอวิ๋นละสายตากลับ พลิ้วกายหันกลับมาอย่างแผ่วเบา
ภายในห้องพลันสว่างวาบ ประหนึ่งแสงวสันต์อันสดใส
สตรีในชุดกระโปรงเมฆาพับซ้อนร้อยชั้นนั้นมีคิ้วตาดุจภาพวาด งดงามหมดจดอ่อนช้อย ผิวพรรณขาวผ่องไร้ที่ติราวกับแผ่รัศมีเรืองรองออกมา ให้ความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์อย่างน่าประหลาด
“คุณหนูเจ้าคะ หากข้ามีพรสวรรค์วิถีชะตาเหมือนท่านก็ดีสิเจ้าคะ กายาเซียนวิเศษแก้วผลึก... บริสุทธิ์ผุดผ่องในตัวเอง ไร้มลทินไร้ช่องโหว่ ต่อให้ไม่อาบน้ำทั้งชาติก็ยังหอมฟุ้ง!”
ดวงตาของเสี่ยวมู่อวี๋เต็มไปด้วยความอิจฉา
“ไม่อาบน้ำ ก็อย่าเข้าห้องข้า”
หนิงเจาอวิ๋นเดินระเรื่อยไปยังโต๊ะน้ำชาแล้วนั่งลง
เสี่ยวมู่อวี๋รีบรินชาถ้วยหนึ่งถวายอย่างว่าง่าย: “คิกคิก เสี่ยวมู่อวี๋รักความสะอาดที่สุดเลยเจ้าค่ะ กลางคืนยังอุ่นเตียงให้คุณหนูด้วยนะเจ้าคะ”
กล่าวจบ
นางยื่นมือน้อย ๆ ขาวผ่องออกมา มองหนิงเจาอวิ๋นด้วยแววตาคาดหวัง
“หืม?”
หนิงเจาอวิ๋นเงยหน้าขึ้น ในดวงตาคล้ายมีความไม่เข้าใจ
“คุณหนูเจ้าขา นั่นมันเงินสินสอดของข้านะเจ้าคะ!”
เสี่ยวมู่อวี๋กระทืบเท้าทันที
“เจ้าคนเห็นแก่เงิน”
หนิงเจาอวิ๋นหยิบเงินแท่งหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ วางลงบนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ
“คุณหนูใจกว้างที่สุด!”
เสี่ยวมู่อวี๋ร้องออกมาอย่างดีใจ คว้าแท่งเงินยัดเข้าไปในอกเสื้อ จากนั้นจึงคล้ายนึกอะไรขึ้นได้ “คุณหนูเจ้าคะ เหตุใดท่านจึงช่วยคนขายปลานั่นหรือเจ้าคะ?”
“ข้าเปล่า”
หนิงเจาอวิ๋นกล่าวเสียงเรียบ
ปลาไม้แกะสลักสามเหรียญทองแดงหนึ่งตัว จะนับว่าช่วยได้หรือ?
อาจจะใช่กระมัง
“โธ่~ คุณหนู!” เสี่ยวมู่อวี๋กล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อน: “อย่างไรเสียคนขายปลานั่นก็กำลังจะเป็นเขยของตระกูลเราแล้ว เหตุใดไม่ให้เงินเขาเพิ่มอีกหน่อยล่ะเจ้าคะ?”
“ท่านดูสภาพน่าสงสารของเขาสิ แม้แต่เสื้อผ้าดี ๆ สักตัวก็ยังไม่มี ฮึ่ม คนจวนซูอู่โหวช่างทั้งโง่ทั้งเลวจริง ๆ รอให้คุณหนูใหญ่เป็นเซียนในอนาคต ว่าที่เขยใหญ่มีอำนาจขึ้นมา จะต้องสั่งสอนคนเหล่านั้นให้รู้สำนึก!”
“เขาคง... ไม่มีโอกาสแล้วกระมัง”
หนิงเจาอวิ๋นวางถ้วยชาลง ลุกขึ้นจากที่นั่ง
“ว่าง ๆ ก็ไปซื้อปลาจากเขาสักหลาย ๆ ตัว ขาดเงินก็มาเอาที่ข้า” เด็กสาวกล่าวด้วยจิตใจเมตตา ทว่าปลาไม้แกะสลักในมือสาวใช้ของตนนั้น นางกลับมิได้ชายตามองแม้แต่น้อยตั้งแต่ต้นจนจบ
นางกล่าวไม่ผิด นางมิได้ช่วยเขาจริง ๆ
สามวันก่อนมีข่าวมาจากในหุบเขา
‘กระบี่เซียนมังกรหยก’ หนิงหว่านโจวได้ผ่านด่านเคราะห์อัสนีบริสุทธิ์หยางล่วงหน้าแล้ว ในตำหนักชะตาก่อเกิด ‘เทพวิญญาณสมบัติวิเศษเบื้องสูง’ ก้าวหน้าไปอีกขั้นบนเส้นทางสู่ความเป็นเซียน
ยอดอัจฉริยะบนเส้นทางเซียนเช่นนาง จะยอมแต่งให้กับบุตรบุญธรรมต่ำต้อยแห่งจวนโหวได้อย่างไร? ลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา หนิงเจาอวิ๋นรู้สึกว่าตนเองก็คงไม่ยอมเช่นกัน
รอนางลงจากเขา
ก็คือเวลาถอนหมั้น!
ดังนั้นนางมิได้ช่วยเขาจริง ๆ
นางเพียงแค่... สงสารเขา